|
เมินร่วมรำลึกพ.ค.ทมิฬ ครม.ขี้เหร่ส่งแค่2นปก. ขอดวงวิญญาณ‘วีรชน’ สร้าง‘ความรัก-สามัคคี’ |
|
|
|
Saturday, 17 May 2008 |
|

รำลึก “พฤษภาทมิฬ” คึกคัก แต่ “ครม.ขี้เหร่” เมินประวัติศาสตร์ ส่งแค่ 2 นปก.เป็นตัวแทน “วางหรีด” แถมมีหน้ามาเรียกร้อง “สมานฉันท์” ณัฐวุฒิอ้างบ้านเมืองผ่านพ้นเมฆหมอกเผด็จการ ขอดวงวิญญาณวีรชนสร้างความรักสามัคคี
วันที่ 17 พ.ค. 2551 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่สวนสันติพร คณะกรรมการญาติวีรชนเหตุการณ์พฤษภาทมิฬ 2535 ร่วมจัดงานรำลึกเนื่องในวันครบรอบ 16 ปี เหตุการณ์พฤษภาทมิฬ 2535 โดยมีผู้เข้าร่วมงานกว่า 100 คนที่ส่วนใหญ่เป็นญาติผู้เสียชีวิตในเหตุการณ์และผู้ที่เคยเข้าร่วมเหตุการณ์ครั้งนั้น อาทิ น.ส.รสนา โตสิตระกูล ส.ว.กทม. นายพิภพ ธงไชย แกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย นายประสาร มฤคพิทักษ์ ส.ว.สรรหา นายโคทม อารียา ประธานสภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ในฐานะประธานมูลนิธิพฤษภาประชาธรรรม นายปริญญา เทวานฤมิตรกุล รองอธิการบดีฝ่ายการนักศึกษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ อดีตผู้นำนักศึกษาในขณะนั้น
อย่างไรก็ตามนายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี ได้ส่งนายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นตัวแทนในการมาวางพวงมาลา นอกจากนี้ยังมีนายจตุพร พรหมพันธุ์ ส.ส.ระบบสัดส่วนพรรคพลังประชาชน อดีตสองแกนนำแนวร่วมประชาธิปไตยขับไล่เผด็จการ (นปก.) มาร่วมงาน แต่ไม่มีนักการเมืองหรือครม.ในส่วนของรัฐบาลมาร่วมงานเลย ขณะที่พรรคประชาธิปัตย์ ได้ส่งนายอภิสิทธิ์ เวชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ และผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ มาร่วมงาน
ผู้สื่อข่าวรายงานอีกว่า ในโอกาสนี้คณะผู้จัดงานได้มอบแบบก่อสร้างอนุสรณ์สถานพฤษภาประชาธรรม 2535 ให้กับนายอภิรักษ์ เกษะโยธิน ผู้ว่าราชการกทม. เพื่อดำเนินการก่อสร้าง โดยนายอภิรักษ์ ได้ยืนยันว่า การก่อสร้างจะแล้วเสร็จภายในปีนี้อย่างแน่นอน และจะเป็นเครื่องเตือนใจให้เยาวชนนำประวัติศาสตร์มาเป็นบทเรียนช่วยผลักดันให้ประชาธิปไตยเข้มแข็งในอนาคต
ขณะที่นายณัฐวุฒิ กล่าวในนามตัวแทนรัฐบาลว่า เหตุการณ์พฤษภา35 แม้เป็นความเจ็บปวดทางประวัติศาสตร์รอบแผลอันยิ่งใหญ่ของชาติไทย แต่สิ่งที่เกิดขึ้นหลังจากนั้นทำให้คนไทยทั้งประเทศเลื่อมใสศรัทธาต่อการปกครองระบอบประชาธิปไตยที่สามารถประกาศว่าบ้านเมืองนี้ยังมีคนรักหวงแหนสิทธิเสรีภาพของตัวเอง แม้ว่าหลังเกิดเหตุการณ์ทุกคนเห็นตรงกันว่าน่าจะเป็นครั้งสุดท้าย แต่เมื่อผ่านมา 15 ปี บ้านเมืองก็ถูกกระทำให้ตกอยู่ภายใต้อำนาจคมหอกกระบอกปืนอีกครั้ง
“วันนี้บ้านเมืองผ่านพ้นหมอกควันเผด็จการ เชื่อว่าพระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวที่มีต่อคู่กรณีในเหตุการณ์ครั้งนั้นยังทรงคุณค่า และสอดคล้องกับเหตุการณ์บ้านเมืองวันนี้ เมื่อสถานการณ์บ้านเมืองเดินทางมาถึงจุดนี้ ก็อยากเรียกร้องความรักความสามัคคี อยากเรียกร้องให้คนไทยทุกคนถือโอกาสในวันที่คารวะดวงวิญญาณวีรชน สร้างความรักใคร่สามัคคีเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน และหวังว่าสถานการณ์บ้านเมืองจะคลี่คลายไปในทางที่ดีขึ้น”นายณัฐวุฒิกล่าว
ทางด้านนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า เหตุการณ์พฤษภาทมิฬมีความสำคัญทางประวัติศาสตร์ โดยเฉพาะการเมืองการปกครองที่มีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข เหตุการณ์ดังกล่าวมีผู้ต่อสู้เรียกร้องประชาธิปไตยจำนวนมากและนำมาสู่ความสูญเสีย แต่ด้วยพระบารมีพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทำให้เหตุการณ์คลี่คลายไปในที่สุ ด จากการต่อสู้ในวันนั้นทำให้ประชาธิปไตยก้าวหน้าขึ้นอีกระดับ แต่ก็ยังมีปัญหาเรื่องการใช้อำนาจที่ไม่ชอบธรรม หากทุกฝ่ายยึดถือความถูกต้อง ใช้กฎหมายด้วยความชอบธรรม เชื่อว่าจะเป็นการสานต่ออุดมการณ์ของวีรชนพฤษภาทมิฬ |