|
‘จักรภพ’แค่ถูกหลอกใช้ จากแก๊งค์ฝักใฝ่‘คอมฯ’ จวกแม้วจ้องทำ‘กาสิโน’ แค่หลอกกินเงินคนไทย |
|
|
|
Saturday, 17 May 2008 |
|

เชื่อ “จักรภพ” ก็แค่เบี้ยที่โดนหลอกใช้ เหตุพวกฝักใฝ่คอมมิวนิสต์ยังแฝงตัวในหลายองค์กร และจ้องล้มล้างระบบการปกครองตลอด พยายามดึง “สถาบัน” ลงมาพูดให้ดูเหมือนเป็นเรื่องธรรมดาที่วิพากษ์วิจารณ์กันได้
อัด “ทักษิณ” ถ้าแน่จริงจะทำบ่อนกาสิโน มาเปิดเมืองไทยเพื่อกินเงินต่างชาติดีกว่า ออกข่าวไปเปิดบ่อนในกัมพูชา ที่แท้ก็หลอกกินเงินคนไทยที่เป็นลูกค้า นายเอกยุทธ อัญชันบุตร ประธานบริหารเครือโอเรียนเต็ล มาร์ท กรุ๊ป ประเทศอังกฤษ เปิดเผยถึงประเด็นร้อนที่เกี่ยวกับคำบรรยายของนายจักรภพ เพ็ญแข รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ที่มีการใช้คำพูดที่หมิ่นเหม่ว่า การพูดปาฐกถา ก่อนเป็นรัฐมนตรี ในยุคที่ออกมาต่อต้านคมช.นั้น อยากบอกว่า คนในประเทศนี้เก่งภาษาอังกฤษกว่านายจักรภพก็มีมากมาย และมีอ่านเรื่องราวที่นายจักรภพบรรยาย ก็รู้ว่าเรื่องนี้เป็นสิ่งที่อ่อนไหว เพราะมีนักการเมืองหลายคนก็ออกมาติติงเรื่องนี้ รวมถึงกรณีของพล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ อดีตนายกรัฐมนตรี ที่เคยต่อต้านพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย (พคท.) จนสำเร็จมาแล้วในอดีต ก็ยังต้องออกมาแสดงบทบาทของตนเองอีกครั้ง เพราะรู้ดีว่ามีความพยายามของคนบางกลุ่ม ที่ต้องการเปลี่ยนแปลงการปกครอง ซึ่งตนเชื่อว่า นายจักรภพก็เป็นเพียงแค่เบี้ยที่โดนหลอกใช้มากกว่า
“ความคิดที่จะเปลี่ยนแปลงการปกครองนั้น ทราบมาว่า หน่วยความมั่นคงก็เริ่มรู้สึกและมีความไม่สบายใจ ก็เป็นสิ่งที่ประชาชนต้องคำนึงและตระหนักให้ดี ผมออกมาเตือนเรื่องนี้มานาน ว่าคนที่มีจิตใจฝักใฝ่ระบอบคอมมิวนิสต์นั้น ยังไม่ล้มเลิกความคิด แต่มีการแฝงเข้าไปอยู่ในหลากหลายองค์กร ซึ่งคนพวกนี้ยังคิดที่จะเปลี่ยนแปลงบางอย่างเหมือนเดิม โดยใช้มันสมองและวิ่งเข้าหามวลชนโดยผ่านนักการเมืองหน้าโง่ ที่นำประชานิยมไปหลอกล่อให้ประชาชนรากหญ้า ซึ่งเงินที่นำไปใช้จ่ายปรนเปรอนั้นก็มาจากเงินของพวกมนุษย์เงินเดือนนั่นเอง ผมพูดเรื่องนี้หลายคนไม่เข้าใจก็ออกมาต่อว่า แต่ลืมนึกไปว่า เจตนารมณ์ของคนพวกนี้มีแอบแฝงอย่างไร และมักใช้เสียงข้างมากมาอ้างเพื่อจะทำการเปลี่ยนแปลงอะไรหลายๆ อย่างในบ้านนี้เมืองนี้ โดยเฉพาะความพยายามที่จะดึงสถาบันลงมาพูดกันอย่างต่อเนื่อง เหมือนไม่มีอะไร และทำให้ดูเหมือนเป็นเรื่องธรรมดาที่ใครก็วิจารณ์กันได้”นายเอกยุทธกล่าว
นายเอกยุทธ กล่าวต่อว่า ในอดีตก็มีรัฐมนตรีคือ “วีระ มุสิกพงศ์” ก็เคยโดนมาแล้ว ที่ไปกล่าวคำพูดที่ไม่เหมาะสม เป็นการหมิ่นเบื้องสูง สุดท้ายก็โดนติดคุก แต่ ณ วันนี้กฎหมายบ้านเราและผู้ที่ถือกฎหมาย กลับไม่กล้าดำเนินการอะไรอย่างจริงจัง คนที่ทำถูกต้องตามกฎหมายก็เริ่มเบื่อ เพราะภาพที่ออกมาเห็นชัดว่า กฎหมายและผู้ถือกฎหมายมันไม่มีความชัดเจน อย่างกรณีคตส. ที่ศาลฎีการแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ส่งให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความ “สถานะของคตส.” ก็แสดงให้เห็นว่าเป็นข้อถกเถียงกันในเรื่องข้อกฎหมายตาม แต่สิ่งนี้ทำให้เห็นว่า กระบวนการทางกฎหมายทั้งระบบยังไม่ชัดเจน และใช้ข้ออ้างเพื่อประโยชน์ตัวเองมาต่อสู้กัน
ส่วนเรื่องเขาพระวิหาร ที่มีข่าวว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี บินไปตีกอล์ฟกับสมเด็จฮุน เซน นายกรัฐมนตรีกัมพูชา จากนั้นมีการพรรรณาว่าจะลงทุนเรื่องกาสิโน หรือเอ็นเตอร์เทนเมนท์คอมเพล็กซ์ ก็ขอเรียนว่า ฟังแล้วอยากจะอ้วก เพราะแสดงให้เห็นถึงธาตุแท้ของโจรปล้นชาติ ที่จ้องทำมาหากินบนหยาดเหงื่อของคนไทย เพราะอย่าลืมว่า บ่อนตามชายแดนไทยนั้น มีลูกค้าเป็นคนไทยเป็นหลัก เป็นบ่อนที่กินเงินคนจน-กินเงินคนไทยทั้งสิ้น ก็ส่อให้เห็นถึงเจตนาทางความคิดของพ.ต.ท.ทักษิณ
“หากอยากทำจริง กล้าๆ มาทำในเมืองไทยเลย เพื่อกินเงินชาวต่างประเทศและคนที่ร่ำรวย เพราะถ้าจะทำกันจริงๆ ต้องมีการตั้งกฎเกณฑ์ที่ดี อยากเรียนให้ทราบว่า ข่าวที่ออกมาพยายามสื่อถึงความยิ่งใหญ่ของบางคน แต่ไม่ใช่ พวกนี้หากไม่รู้จักผู้มีอำนาจในต่างประเทศ ก็จะอดตายกันหมด เพราะจะไม่สามารถเอาเปรียบคนได้ ใช้อำนาจรัฐไม่ได้ คิดดูละกัน เราจะยอมพวกนี้หรือ”นายเอกยุทธกล่าว |