|
‘จำลอง’ขู่-เจอกันแน่ หากดื้อยื่นแก้ไขรธน. จตุพรไม่สนม็อบต้าน ยันเดินหน้าแก้ไขแน่! |
|
|
|
Saturday, 17 May 2008 |
|

“จำลอง-มาร์ค” ออกโรงค้านรัฐบาล ชงแก้รธน.ในการประชุมสมัยวิสามัญฯ พันธมิตรฯขู่มียื่นถอดถอน-เคลื่อนม็อบต้านแน่ “จตุพร” โต้ทันควันไม่กลัวม็อบ แต่อย่านำไปโยงเรื่องล้มสถาบัน
นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ผู้นำฝ่ายค้าน และหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีที่รัฐบาลเสนอเปิดประชุมสภาสมัยวิสามัญว่า ได้รับการประสานงานเบื้องต้นว่าจะขอเปิดประชุม แต่ยังไม่มีรายละเอียดว่าจะพิจารณาเรื่องใดบ้าง ซึ่งตามปกติการพิจารณา ร่างพ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2552 ประมาณสัปดาห์ที่สามของเดือนมิ.ย. แต่มีกฎหมายบางฉบับที่ตราขึ้นตามรัฐธรรมนูญต้องพิจารณา และคงมีเรื่องที่นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร ระบุว่าจะตั้งคณะกรรมาธิการ เพื่อให้พิจารณาเรื่องต่างๆ ที่เป็นความเดือดร้อนของประชาชนได้ อย่างไรก็ตาม ถ้าเป็นเรื่องดังกล่าวก็ไม่มีปัญหา ผู้สื่อข่าวถามว่า ส.ส.พรรคพลังประชาชน ยืนยันว่าจะเสนอญัตติแก้ไขรัฐธรรมนูญด้วยนั้น นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ต้องติดตามดูต่อไปว่าทางรัฐบาลจะเสนอขอแก้ไขรัฐธรรมนูญหรือไม่ ซึ่งพรรคประชาธิปัตย์ย้ำว่า หากจะแก้ไขต้องผ่านการศึกษาและการมีส่วนร่วมจากฝ่ายต่างๆ ของสังคม หากการแก้รัฐธรรมนูญเพื่อตัวเองไม่ว่าจะการประชุมสภาสมัยใด ก็คงไม่เหมาะ แต่ถ้าแก้เพื่อให้เกิดความเหมาะสมก็ทำได้ แต่ถามว่าเป็นเรื่องเร่งด่วนหรือไม่ ตอบได้ว่าไม่ใช่เรื่องเร่งด่วน
ด้านพล.ต.จำลอง ศรีเมือง แกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย กล่าวถึงกรณีที่ส.ส.พรรคร่วมรัฐบาลจะยื่นญัตติขอแก้ไขรัฐธรรมนูญในการเปิดประชุมสมัยวิสามัญว่า เป็นสิทธิที่ทำได้ แต่ต้องดูว่ามีความเหมาะสม เพราะยังมีปัญหาปากท้องเรื่องอื่น เร่งด่วนมากกว่า หากจะพิจารณาร่างพ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2552 เพียงฉบับเดียว ต้องระบุให้ชัด หากเติมเรื่องอื่นไปด้วย คงไม่เหมาะ เพราะขณะนี้แม้ไม่มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ก็ยังมีปัญหาอยู่แล้ว และหลายฝ่ายก็ไม่เห็นด้วย ถ้าจะแก้ต้องถามประชามติจากประชาชน อย่าให้คนเพียงไม่กี่คนไปตัดสินปัญหาแทนคนทั้งประเทศ คนที่คัดค้านไม่ได้หมายความว่าปิดประตูตาย แต่อยากให้ทำตามระบอบประชาธิปไตย
“หลังจากเหตุการณ์พฤษภาทมิฬ ประชาธิปไตยของเรายังไม่โตมาก แต่ถ้าไม่ทำในวันนั้นก็จะแย่กว่านี้ สถานการณ์ในวันนี้ก็เช่นเดียวกันถ้าเกิดอะไรขึ้นเราก็จะออกมาทำหน้าที่อย่าง แน่นอน หากส.ส.ยื่นญัตติแก้ไขรัฐธรรมนูญวันใด เราจะยื่นถอดถอนส.ส.ที่เข้าชื่อแก้ไขรัฐธรรมนูญ และจะออกมาเคลื่อนไหวชุมนุมใหญ่ทันที ตามที่เคยประกาศไว้ ขณะนี้มีประชาชนจำนวนมากเรียกร้องว่าทำไมพันธมิตรฯไม่ออกมา”พล.ต.จำลอง กล่าว
เมื่อถามว่า สถานการณ์การเมืองในปัจจุบันจะนำไปสู่การปฏิวัติอีกหรือไม่นั้น พล.ต.จำลอง กล่าวว่า ที่ผ่านมามักมีผู้สอบถามตลอดว่า จะมีปฏิวัติหรือไม่ ซึ่งตนบอกว่าเมืองไทยการเมืองยังไม่มั่นคง ชุมชน ประชาชน ยังไม่เข้มแข็ง ลือกันเมื่อใด ก็มีคนเชื่อ เป็นไปได้ทั้งนั้น และทหารเป็นกลุ่มบุคคลที่ถืออาวุธได้ตามกฎหมาย มีหน้าที่เหมือนประชาชน คือรักษาไว้ซึ่งสามสถาบัน และการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ซึ่งแบกภาระยิ่งกว่าประชาชน
“เมื่อใดที่ใครออกมาพูดว่าปฏิวัติไม่มี ผมไม่เชื่อ เมื่อชุมชนไม่เข้มแข็ง การเลือกตั้งเป็นอย่างนี้มันมีได้ตลอดเวลา อย่าไปเชื่อใคร ขอให้หยุดสร้างเงื่อนไขในการปฏิวัติ ซึ่งเรื่องแก้ไขรัฐธรรมนูญก็เป็นเงื่อนไขหนึ่งที่เป็นประเด็นใหญ่ รวมถึงเรื่องสถาบันด้วย”พล.ต.จำลองกล่าว
น.ส.รสนา โตสิตระกูล ส.ว.กทม. กล่าวว่า จากเหตุการณ์พฤษภาทมิฬ ทำให้เราได้รัฐธรรมนูญ 2540 ที่ให้สิทธิเสรีภาพของประชาชนในการตรวจสอบรัฐบาล แต่ขณะเดียวกันก็ให้อำนาจรัฐบาลสูงมาก จนนำไปสู่การเกิดเผด็จการรัฐสภา ซึ่งสิ่งนี้ไม่ใช่เจตนารมณ์ของประชาชนอย่างแท้จริง เพราะรัฐธรรมนูญต้องก้าวผ่านแค่การเลือกตั้ง ต้องให้ประชาชนกำหนดทิศทางการบริหารประเทศ ตรวจสอบการบริหารภาครัฐได้ด้วย ถ้าทำได้อย่างนี้เจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญจะบรรลุผล และนำไปสู่การเป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์
แหล่งข่าวพรรคพลังประชาชน เปิดเผยว่า ขณะนี้ได้มีการเตรียมร่างรัฐธรรมนูญและรายชื่อส.ส.พรรคร่วมรัฐบาลเพื่อเตรียมยื่นญัตติเข้าสภาทันที่เปิดการประชุมสภาสมัยวิสามัญในวันที่ 9 มิ.ย.นี้ นายจตุพร พรหมพันธุ์ ส.ส.สัดส่วน พรรคพลังประชาชน ในฐานะคณะกรรมการประชาสัมพันธ์ในการแก้ไขรัฐธรรมนูญ พรรคพลังประชาชน กล่าวถึงกรณีมีหลายฝ่ายไม่เห็นด้วย หากมีส.ส.ยื่นญัตติแก้ไขรัฐธรรมนูญในการประชุมสภาสมัยวิสามัญว่า ที่ผ่านมา คณะกรรมการประชาชนเพื่อแก้ไขรัฐธรรมนูญ 2550 (คปพร.) ได้ยื่นร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ พร้อมด้วยรายชื่อประชาชน ถือว่าเริ่มกระบวนการแก้รัฐธรรมนูญแล้ว ซึ่งในส่วนของนักการเมืองพรรคร่วมรัฐบาลแถลงชัดแล้วว่า การแก้ไขรัฐธรรมนูญ เป็นเรื่องของสภาผู้แทนราษฎร “ขณะนี้กำลังหารือกันว่า เมื่อได้ดูร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญของประชาชนแล้ว เห็นตรงกันว่าจะเสียเวลาตรวจสอบรายชื่อ ดังนั้นจึงมีแนวทางว่า ส.ส.จำนวน 1 ใน 5 เข้าชื่อขอแก้ไขรัฐธรรมนูญ โดยเอาร่างของประชาชนมาเป็นตัวตั้ง ส่วนอีกแนวทางคือนำร่างที่จะมีการพิจารณาแก้ไขของส.ส. เมื่อเป็นเช่นนี้อย่างไรก็ต้องยื่น แต่จะทันการประชุมสภาสมัยวิสามัญหรือไม่ ต้องหารือกันอีกครั้ง”นายจตุพรกล่าว
ส่วนกรณีที่พล.ต.จำลอง ศรีเมือง แกนนำกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย จะเคลื่อนไหวคัดค้านนั้น นายจตุพร กล่าวว่า ถือเป็นสิทธิที่ทำได้ แต่ขอยืนยันว่า ส.ส.ใช้สิทธิตามรัฐธรรมนูญในการแก้รัฐธรรมนูญ เพียงแต่ขอให้ต่อสู้ในประเด็นรัฐธรรมนูญ อย่าพัฒนาเป็นการกล่าวหาว่าโค่นล้มสถาบัน อย่าเอาเรื่องสถาบันมาเป็นเรื่องการเมือง |