Latest News
Popular
 
  :: โวย'ถูกมัดมือ-มัดเท้า' จะทำอะไรไม่ได้เลย! รัฐบาลกลัวอำนาจศาล แต่'พันธมิตร'ไม่กลัว   :: ‘นครบาล’ยื่นหลักฐาน พันธมิตรขัดคำสั่งศาล แกนนำเตรียมอุทธรณ์! พร้อมบุกสตช.จันทร์นี้   :: ‘นิตย์’ยันรัฐบาลขิงแก่ค้านกัมพูชาขอขึ้นทะเบียนปราสาทพระวิหารเป็นมรดกโลกฝ่ายเดียว   :: หมดค.อดทน ASTV ฟื้น PTV ภาคพิเศษสู้ ไม่ยอม'รอความตาย' หากช้าจะสายเกินแก้   :: ‘สมัคร’ควงประมุข 2 สภาฯ ดูพื้นที่สร้างรัฐสภาแห่งใหม่
สอนเชิงรมต.มือใหม่ หากแปลตรงใจความ ยิ่งไม่ควรมาเผยแพร่ เหตุ‘ทำผิด’ครั้งใหญ่! พิมพ์ อีเมล์
Friday, 16 May 2008

Image

ฝ่ายค้านยื่นถอดถอน “จักรภพ” 21 พ.ค.นี้ “มาร์ค” ส่งข้อมูลมัด “เพ็ญ” ให้ “หมัก” แล้ว อยากให้เปิดใจกว้าง หลับตาก็ได้ว่าไม่ใช่ “จักรภพ” พร้อมสอนเชิง “เสนาบดีมือใหม่” หากแปลตรงตามใจความ ไม่ควรเผยแพร่อย่างยิ่ง เพราะถือว่าเป็นการกระทำผิดครั้งใหญ่

วันที่ 16 พ.ค. 2551 ที่พรรคประชาธิปัตย์ นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย ประธานคณะกรรมการประสาน(วิป)พรรคฝ่ายค้าน กล่าวถึงการยื่นถอดถอนนายจักรภพ เพ็ญแข รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ที่ใช้อำนาจโดยมิชอบและมีพฤติกรรมแทรกแซงสื่อ และนายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ รมว.ยุติธรรม ออกจากตำแหน่งทางการเมืองว่า พรรคจะดำเนินการกรณีของนายจักรภพก่อน เพราะได้จัดทำคำร้องถอดถอนนายจักรภพเสร็จแล้ว และได้ติดต่อนัดหมายนายประสพสุข บุญเดช ประธานวุฒิสภา เพื่อยื่นคำร้องดังกล่าว ในวันที่ 21 พ.ค.นี้ เวลา 09.30 น.

สำหรับการถอดถอนนายสมพงษ์จากกรณีการแต่งตั้งคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตภาครัฐ (ป.ป.ท.) ไม่ทันกำหนดตามกฎหมายนั้น อยู่ในช่วงเวลาที่จะต้องตรวจสอบข้อเท็จจริง เพราะมีการยื่นเอกสารเรื่องนี้เพิ่มเติม จึงต้องตรวจสอบที่มาที่ไปของเอกสาร เนื่องจากการยื่นถอดถอนเป็นกระบวนการที่ร้ายแรงตามรัฐธรรมนูญ ดังนั้นข้อกล่าวหาต่างๆควรมีหลักฐานที่บ่งชี้หรือมูลเหตุที่ระบุว่ามีการจงใจที่จะนำไปสู่การจงใจใช้อำนาจหน้าที่ที่ไม่ถูกต้อง จึงต้องใช้เวลาอีกสักระยะหนึ่ง

โวยยังไม่ได้รับรายงานผลสอบเหตุโดดถีบจากสภาฯ ทำแผนยื่นถอด“การุณ”ชะงัก

ประธานวิปฝ่ายค้าน กล่าวอีกว่า พรรคกำลังตรวจสอบเพราะเห็นว่ากระบวนการแต่งตั้งคณะกรรมการป.ป.ท.ยังไม่จบ และต้องเสนอเรื่องไปยังวุฒิสภา รวมถึงมีประเด็นอื่นๆที่เข้ามาเกี่ยวข้อง เช่น คะแนนการลงมติของส.ส.ที่มีประมาณ 200 คะแนน ซึ่งไม่ถึงกึ่งหนึ่งขององค์ประชุม ทั้งนี้ในการประชุมสภาฯ เมื่อวันที่ 15 พ.ค.ที่ผ่านมา ฝ่ายค้านได้สอบถามประธานที่ประชุมสภาฯ แต่ประธานฯไม่เปิดโอกาสให้ฝ่ายค้านชี้แจงในรายละเอียดของเรื่องนี้

ส่วนการยื่นถอดถอนนายการุณ โหสกุล ส.ส.กรุงเทพฯ พรรคพลังประชาชน ออกจากตำแหน่งทางการเมือง เนื่องจากมีพฤติกรรมผิดหลักจริยธรรม นายสาทิตย์ กล่าวว่า ส.ส.ฝ่ายค้านยังไม่ได้รับแจกเอกสารรายงานผลการสอบสวนของคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงการทะเลาวิวาทระหว่างนายการุณ กับนายสมเกียรติ พงษ์ไพบูลย์ ส.ส.สัดส่วน พรรคประชาชน ที่มีพ.อ.อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาฯคนที่ 2 เป็นประธาน ได้รายงานต่อที่ประชุมสภาฯไปแล้ว ซึ่งระบุว่านายการุณกระทำผิดจริง ทำให้พรรคประชาธิปัตย์ยังไม่สามารถยื่นถอดถอนนายการุณได้

 “มาร์ค” ส่งข้อมูลมัด “เพ็ญ” ให้ “หมัก” แล้ว-อยากให้เปิดใจกว้างหลับตาว่าไม่ใช่จักรภพ

วันเดียวกัน เวลา 16.00 น. พรรคประชาธิปัตย์ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร และหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ตนได้มอบหมายให้นายณัฐพล ทีปสุวรรณ ผู้อำนวยการพรรค ไปยื่นหนังสือเกี่ยวกับกรณีการปาฐกถาของนายจักภพ เพ็ญแข รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ที่มีอคติต่อ “สถาบัน” ถึงนายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี เรียบร้อยแล้ว พร้อมข้อสังเกตที่เกี่ยวข้อง ทั้งนี้การยื่นครั้งนี้ไม่เกี่ยวกับการยื่นถอดถอนนายจักรภพ เพราะทางคณะกรรมการประสานงานพรรคฝ่ายค้าน จะไปยื่นกับประธานรัฐสภาวันที่ 21 พ.ค.นี้ โดยเป็นเรื่องเกี่ยวกับปัญหาฝ่าฝืนรัฐธรรมนูญ หรือฝ่าฝืนกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับสื่อมวลชนและการแทรกแซงสื่อ ทั้งนี้รายละเอียดต่างๆ ที่ทำถึงนายกรัฐมนตรีขอไม่ระบุถึง แต่ขอย้ำว่าสิ่งที่พรรคประชาธิปัตย์ส่งไป ขอให้นายกฯเปิดใจกว้าง และพิจารณาหลับตาก็ได้ว่า ไม่ใช่นายจักรภพ แต่ว่าเป็นพฤติกรรมของบุคคลคนหนึ่ง ซึ่งได้พูดสิ่งต่างๆ เหล่านี้และยืนยันว่าแนวความคิดยังไม่เปลี่ยน ซึ่งนายกฯต้องพิจารณาว่า นายจักรภพเหมาะสมที่จะดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีหรือไม่

“ขอเรียนว่าสิ่งที่นายกฯได้อ่านในหนังสือพิมพ์ ไม่ใช่สิ่งที่ผมนำมาแล้วส่งให้ท่าน เพราะสิ่งที่เผยแพร่ในหนังสือพิมพ์ที่เป็นคำแปล ผมเข้าใจว่าเป็นคำแปลที่มีการเผยแพร่กันอยู่ ผมก็ต้องเอาคำแปลต่างๆมาดูกับเทปของจริง และขัดเกลาถ้อยคำทั้งหลาย ที่น่าเป็นห่วงคือบังเอิญนายกฯพูดว่า มีการแปลผิด ที่แปลกก็คือที่บอกว่าแปลผิดนั้น ผมไม่เคยเห็นคำแปลในลักษณะนั้นมาก่อนเลย ไม่ทราบว่าใครไปจงใจเอาคำแปลที่ผิดให้นายกฯอ่าน และสาระสำคัญของเรื่องไม่ได้อยู่ที่คำแปลคำใดคำหนึ่ง หรือประโยคใดประโยคหนึ่ง แต่เนื้อหาสาระและเป้าหมายของการบรรยายถือว่าเป็นอันตรายอย่างยิ่ง เพราะฉะนั้นขอความกรุณาให้นายกฯได้พิจารณาสิ่งต่างๆที่ส่งไปด้วย และขอให้ท่านได้ตัดสินใจเพื่อประโยชน์ของบ้านเมือง ทั้งในระยาวในการรักษาสถาบันหลักของชาติต่อไป” นายอภิสิทธิ์กล่าว

สอนเชิง “เสนาบดีมือใหม่” หากแปลตรงตามใจความ ไม่ควรเผยแพร่อย่างยิ่ง

Imageผู้สื่อข่าวถามว่า นายจักรภพระบุว่า อาจจะมีการฟ้องกลับ เพราะทำให้เสียหาย นายอภิสิทธ์ กล่าวว่า ตนไม่ทราบว่านายจักรภพมีเป้าหมายอะไร เพราะพยายามที่จะใช้วิธีการของการตอบโต้ทางการเมืองประเด็นเล็กประเด็นน้อย แต่ว่าเรื่องที่ทำกันหมด เป็นเรื่องที่ใหญ่กว่านั้น นายจักรภพก็ทราบดี ที่จริงในคำบรรยายของนายจักรภพย้ำว่า อย่าเอาเรื่องหยุมหยิมมาเถียงกันทางการเมือง และประเด็นที่ส่งไปให้นายกฯไม่ใช่เรื่องหยุมหยิมว่าใครแปลถูก-แปลผิด แปลไพเราะไม่ไพเราะอย่างไร แต่เอาความจริงมาพูด และดูเหมือนว่า นายจักรภพคงยอมรับบางอย่างแล้ว ถึงได้บอกว่าพูดนานแล้ว แสดงว่าเริ่มยอมรับแล้วว่าสิ่งที่พูดไม่เหมาะสม ถึงขั้นพูดด้วยว่ามาเป็นรัฐมนตรีก็ต้องพูดอีกอย่าง ยิ่งแสดงให้เห็นว่ามีคำพูดที่ไม่เหมาะสม ขณะเดียวกันนายจักรภพก็ตอกย้ำว่า แนวคิดไม่เปลี่ยนแปลง ทำให้เห็นได้ชัดว่าสิ่งที่พรรคประชาธิปัตย์ทำเป็นเรื่องสำคัญจริงๆ จึงอยากให้นายกฯพิจารณาด้วยความรอบคอบ ซึ่งตนได้เรียนด้วยว่ารายละเอียดต่างๆไม่นำมาพูดเพราะเป็นเรื่องละเอียดอ่อน

เมื่อถามว่า นายจักรภพย้ำว่าสิ่งที่พรรคประชาธิปัตย์แปลออกมานั้นผิด โดยจะนำของจริงมาเปิดเผย นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า สิ่งที่นายจักรภพพูดมีความยาวเป็นสิบๆหน้าไม่มีใครที่ไปอ่านและแปลผิดได้ทั้งหมด เพราะไม่ใช่เรื่องหยุมหยิมแต่เป็นเป้าหมายของสาระสำคัญของการพูด ซึ่งเจ้าตัวก็รู้ดีถึงได้บอกว่าไม่ควรพูดและยอมรับเองว่าเป็นรัฐมนตรีแล้วพูดอย่างนี้ไม่ได้ แต่ย้ำว่าแนวคิดเหมือนเดิมไม่เปลี่ยนแปลงนี่คือสิ่งที่น่ากลัว และถ้านายจักรภพจะแปลออกมาเผยแพร่ ก็ไม่ว่าอะไรแต่คงต้องดู แต่ถ้าถามตน ถ้าแปลตรงตามใจความ ไม่ควรเผยแพร่อย่างยิ่ง ตนถือว่าเป็นการกระทำผิดครั้งใหญ่

เผยไม่ได้ขีดเส้นตายว่าต้องจัดการให้เสร็จเมื่อไหร่

เมื่อถามว่า คิดว่าถูกต้องหรือไม่ที่นายกฯโยนเรื่องนี้ให้ตำรวจดำเนินการ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ตนได้ให้ข้อสังเกตไปเรื่องกระบวนการยุติธรรม และเรื่องนี้ไม่ใช่มีเพียงเรื่องเทคนิคทางกฎหมายแต่เป็นเรื่องที่ใหญ่กว่านั้น ซึ่งต้องการการจัดการที่เหมาะสม ซึ่งทางที่เหมาะสมที่สุดคือ การแก้ด้วยการตัดสินใจทางการเมือง เพื่อปลดชนวนความขัดแย้งทั้งหลายออกไป เพราะเรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่ถ้าตัดสินใจผิดปัญหาจะลุกลามไปหลายด้าน ตนคิดว่านายกฯคงไม่อยากจะอยู่ในฐานะที่ถูกคนมากล่าวหาว่าไม่สามารถจะตัดไฟแต่ต้นลมได้ เพราะความจริงท่านทำได้ ซึ่งตนได้เรียนนายกฯไปแล้วเพื่อให้พิจารณา ซึ่งทางพรรคไม่ได้กำหนดระยะเวลาว่าจะต้องดำเนินการเสร็จสิ้นเมืองไหร่เพราะพรรคพร้อมเปิดใจกว้าง ถ้านายกฯบอกว่าเรื่องนี้ต้องใช้เวลาในการตรวจสอบก็ต้องว่าไปตามเหตุผลอย่าไปคาดคั้นขีดเส้นตาย เพราะเรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่และสำคัญอยากให้นายกฯพิจารณาด้วยความรอบคอบ

Image

กระดานความคิดเห็น
เพิ่มความคิดเห็นใหม่ค้นหาความคิดเห็น
White Bird IP:58.8.8.33 | 16-05-2008 18:13:27
ลองอ่านดูแล้ว เห็นด้วยกับคุณอภิสิทธิ์จริงๆ ช่วงนั้นกำลังห้าวก็เลยพล่อยได้อย่างเต็มที่ ท่านนายกฯสมัครต้องพิจารณาด้วยความเป็นธรรมโดยไม่มีโอนเอียงแล้วละครับ กล้าพูดถึงขนาดนี้ ไร้บุพการีสั่งสอนจริงๆ ทักษิณคนที่มันเคารพยังกับพ่อน่ะ ทำยิ่งกว่าสิ่งที่มันพูดมาอีก โง่เป็นกระบือจริงๆ
White Bird IP:58.8.8.33 | 16-05-2008 18:13:55
ลองอ่านดูแล้ว เห็นด้วยกับคุณอภิสิทธิ์จริงๆ ช่วงนั้นกำลังห้าวก็เลยพล่อยได้อย่างเต็มที่ ท่านนายกฯสมัครต้องพิจารณาด้วยความเป็นธรรมโดยไม่มีโอนเอียงแล้วละครับ กล้าพูดถึงขนาดนี้ ไร้บุพการีสั่งสอนจริงๆ ทักษิณคนที่มันเคารพยังกับพ่อน่ะ ทำยิ่งกว่าสิ่งที่มันพูดมาอีก โง่เป็นกระบือจริงๆ
dd IP:203.147.10.245 | 16-05-2008 19:21:04
การบรรยายของนายจักรภพ เพ็ญแข ที่ประชุมชมรมนักข่าวต่างประเทศ, กันยายน 2550
พิธีกร (โจนาธาน)
เราโชคดีมากที่คุณจักรภพมาในวันนี้เพื่อที่จะให้ความรู้แก่เราในมุมมองที่แตกต่างออกไปจากมุมมองของคณะปฏิรูป ตลอดจนแผนการนำประชาธิปไตยกลับคืนสู่ประเทศไทย...
จักรภพ
ขอบคุณ โจนาธาน สมาชิกผู้ทรงเกียรติ และเพื่อนๆ ผมอยากเล่าเจาะจงลงไปว่า ผมได้ผ่านอะไรมาบ้าง พวกคุณจะได้เข้าใจสถานการณ์ของผม ผมเพิ่งออกจากคุกคุณเปรม ไม่ใช่คุกทั่วไป แต่เป็นคุกคุณเปรม ซึ่งเป็นวิธีการของคุณเปรมในการสื่อสารกับประชาชนว่าเขาเป็นบุคคลที่แตะต้องไม่ได้คุณเปรมเป็นใคร เขาเป็นตัวแทนของใคร...เป็นส่วนหนึ่งของสิ่งที่เราจะอภิปรายกันในคืนนี้ เพราะมันเกี่ยวข้องกับประชาธิปไตยในปัจจุบันและในอนาคตของประเทศไทย อย่างที่พวกคุณทราบกันเพราะพวกคุณส่วนใหญ่ก็มีความรู้ดีอยู่แล้วเกี่ยวกับประเทศไทย ตลอดจนความซับซ้อนเรื่องปวดหัวที่ไม่จำเป็นและสถานการณ์ทางการเมืองของไทย โจนาธานกำหนดหัวข้อใหญ่มากให้ผมคือ“ประชาธิปไตยกับระบบอุปถัมภ์ของไทย” ให้เป็นส่วนหนึ่งของการอภิปรายเกี่ยวกับการทำให้ประเทศไทยเป็นประชาธิปไตย ซึ่งผมจะพยายามทำให้ดีที่สุด
ที่จริงหากพิจารณาสถานการณ์ของประเทศในปัจจุบัน ก็คงไม่มีหัวข้อไหนเหมาะสมไปกว่านี้อีกแล้ว วิกฤตทางการเมืองในปัจจุบันตามความเห็นของผม คือความขัดแย้งกันระหว่างประชาธิปไตยกับระบบอุปถัมภ์ ซึ่งเป็นความขัดแย้งแบบเผชิญหน้า และจะทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงประเทศไทยและรากฐานของประเทศ ซึ่งเดิมพันสูงมากทั้งสองฝ่ายทั้งประชาธิปไตยและระบบอุปถัมภ์ และถ้าท่านพิจารณาผลการลงประชามติเมื่อวันที่ 19 สิงหาคมอย่างจริงจัง ท่านจะเห็นว่าเป็นการเผชิญหน้ากันระหว่างประชาชนจำนวน 56% และ 41% ของประชากรทั้งหมด ไม่เคยปรากฏมาก่อนที่ประชาชนจำนวนมากออกมาบอกว่า “เราไม่ต้องการการอุปถัมภ์ของท่านอีกต่อไป” เราต้องการประชาธิปไตย มิใช่คนที่มาตบหลังเรา ไม่ใช่คนที่บอกเราว่า “เราจะทำให้ชีวิตคุณดีขึ้นเล็กน้อย แต่คุณต้องสำนึกในบุญคุณของเรา” ถึงเวลาแล้วที่การเปลี่ยนแปลงที่แท้จริงควรเป็นสิทธิ์ระดับชาติของประชาชนไทยไม่ยิ่งหย่อนไปกว่าประชาชนส่วนใหญ่ในประเทศที่พัฒนาแล้ว ผมเชื่อว่าเราจะสามารถเห็นการเปลี่ยนแปลงนี้ได้ภายในชั่วชีวิตของเรา การเปลี่ยนแปลงโดยสิ้นเชิงซึ่งกำลังเริ่มขึ้นในขณะนี้
อย่างไรก็ตาม เราเริ่มต้นด้วยการเป็นประเทศในระบบอุปถัมภ์ พวกคุณส่วนใหญ่คงเคยอ่านเรื่องราวเกี่ยวกับประเทศไทยและประวัติศาสตร์สั้นๆของประเทศไทย เพราะเราตัดสินใจที่จะนับประวัติศาสตร์ไทยย้อนหลังไปเพียง 700 ปี โดยไม่สนใจช่วง 300 ปีก่อนหน้านั้น เพราะเป็นช่วงเวลาที่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ความยุ่งยากทางภาคใต้ ดังนั้นประวัติศาสตร์ชาติไทยจึงถูกเลือกให้เริ่มต้นเมื่อ 700 ปีที่แล้วในสมัยสุโขทัยซึ่งมีสุโขทัยเป็นเมืองหลวง ในรัชสมัยหนึ่งในยุคสุโขทัยเราถูกชักนำให้เชื่อว่ากษัตริย์องค์หนึ่งในสมัยสุโขทัยคือพ่อขุนรามคำแหง เป็น “พี่ชายที่ยิ่งใหญ่” ขอโทษ “พ่อขุนรามคำแหงที่ยิ่งใหญ่” เนื่องจากแนวคิดที่ว่ากษัตริย์เปรียบเหมือนพระเจ้ายังมิได้เข้ามาในแผ่นดินไทยในสมัยสุโขทัย ดังนั้นกษัตริย์ในสมัยสุโขทัยจึงถูกมองว่าเป็น “พ่อที่ยิ่งใหญ่” ผู้ที่มีความเมตตากรุณาต่อประชาชนและให้สิ่งที่ประชาชนต้องการ
ตัวอย่างหนึ่งที่เป็นที่รู้จักกันทั่วไปก็คือพ่อขุนรามคำแหงให้นำระฆังมาแขวนไว้หน้าวัง ผู้ใดมีปัญหาก็สามารถมาเคาะระฆังได้และพระองค์หรือคนของพระองค์ ก็จะออกมาช่วยจัดการแก้ปัญหาให้ เรื่องนี้เป็นหนึ่งในบทเรียนแรกๆ ที่นักเรียนไทยได้เรียนเกี่ยวกับระบอบการปกครองของไทย ว่าเราสามารถที่จะพึ่งพาใครได้ เมื่อเรามีปัญหาก็หันไปหาผู้ที่สามารถช่วยเราได้ ด้วยเหตุนี้ก่อนที่เราจะรู้ตัว เราก็ถูกชักนำเข้าไปสู่ระบบอุปถัมภ์เสียแล้ว เพราะเราเรียกหาการพึ่งพาอาศัย การอุปการะก่อนที่จะใช้ความสามารถของตนเอง สิ่งเหล่านี้เป็นแนวคิดพื้นฐานที่ทำให้คนไทยแตกต่างจากชนชาติอื่นในโลกเราเริ่มต้นมาเช่นนั้น ในสมัยสุโขทัยเรามีกษัตริย์ที่ทำเช่นนั้น ดังนั้นประชาชนจึงมีหน้าที่ที่จะซื่อสัตย์ ประชาชนมีหน้าที่ที่จะต้องมีความศรัทธาในระบบซึ่งมีผู้มอบให้แก่พวกเขาเพราะเป็นระบบที่ใช้ได้ผล ในช่วงเวลานั้นและไม่มีระบบอื่นที่สามารถแข่ง...
ไอ้บ้า IP:124.190.228.195 | 16-05-2008 21:38:17
ใครวะที่พยายามแปล (ข้างบนนี้)โคตรฮ่วยแตก แค่แปลว่า “พ่อขุนรามคำแหงที่ยิ่งใหญ่” ก็ผิดแล้วไอน้อง ที่ถูก ก็คือ "พ่อขุนรามคำแหงมหาราช" ครับผม
ไอ้บ้า IP:124.190.228.195 | 16-05-2008 21:51:32
ผมพึงจะรู้เดี๋ยวนี้เองว่า นายอภิสิทธิ์ไม่ได้เก่งอย่างที่สื่อเทวดาทั้งหลายยกย่องกัน แค่คำว่า "Noble" หรือ "Nobleman" หรือ "Nobility" พวกนี้มันเกี่ยวกับ ขุนนางทั้งหลายในระบบศักดินา ซึ่งในอังกฤษ และ ประเทศทางภาคพื้นยุโรปเขาเคยมีกัน ของไทยก็เคยมี ดูละครเรื่องนางทาสมากๆน่าจะเข้าใจดี เรื่องนี้่เกี่ยวกับพวกขุนนาง หรือ อำมาตยา ถึงพวกนี้จะทำงานใกล้ชิดกับเบื้องสูง แต่ีไม่ใช่หมายถึงเบื้องสูง หรือราชนิกูลอะไร
ถ้านายอภิสิทธิ์รู้ แต่แกล้งโง่ นี่ก็ี่ยิ่งเลวใหญ่ เพราะเป็นการจงใจ หรือมีเจตนาหลอกลวงประชาชนชัดๆ
สงสัยบ้าทั้งตระกูล IP:76.241.130.136 | 17-05-2008 00:21:08
คุณไอ้บ้า ผู้เก่งภาษที่สุด เขาบอกว่าแปลอาจจะแตกต่างกัน แต่เขาฟังภาษาอังกฤษรู้เรื่อง เขาให้พิจารณาเจตนาของผู้พูด ว่า มีความประสงค์ในการพูด หรือเจตนาอย่างไร ไม่ใช่มาเถียงเรื่องแปลเหมือนเจ๊เพ็ญ เดี๋ยวก็แทงทวารหนักเสียอีกคนหรอก อย่าตะแบง
บ้า - ก็บ้าวะ IP:118.173.33.68 | 17-05-2008 07:23:49
คนมันว่างงานอ่ะ ถ้าจะจับผิดคนเนี่ยนะ
ตด แม่มยังบอกผิด โทษฐานทำสิ่งแวดล้อมเป็นพิษ
ที่นี่ประเทศไทย กิกิกิ
แม่*** - ตระกูลเพ็ญแขเ**้ยอะไร IP:202.133.139.165 | 17-05-2008 10:13:36
ไอ้คนเ**้ยๆ อย่างนี้อย่าให้เจอบนท้องถนน เจอเมื่อไร มึงเจอดีแน่ นี่พูดไว้เลย เพราะคนอยากกระทืบมึงมีเยอะ เผื่อมึงมาอ่าน ตอนนี้คนที่ในซอยบ้านกู เขาเกลียดขี้หน้ามึงทั้งซอยแล้ว เขาฝากมาบอกมึง คนเ**้ยอะไร กล่าวหาหลวงตามหาบัว ท่านบำเพ็ญบุญกุศลให้บ้านให้เมืองไม่เคยคิดร้าย มึงยังกล้ากล่าวหาท่าน แถมมึงยังมากล่าวหาจาบจ้วง***** ปากต่อหน้าประชาชนมึงพูดอย่าง แต่ลับหลังอยู่ต่อหน้าพวกมึง มึงพูดกันอีกอย่าง ซ้ำหัวเราะตบมือชอบใจ ใจพวกมึงนี้ เลวชั่วชาติ วิญญาน***นรกมาเกิดจริงๆ
เขียนแสดงความคิดเห็น
ชื่อ:
หัวข้อ:

Powered by JoomlaCommentCopyright (C) 2006 Frantisek Hliva. All rights reserved.Homepage: http://cavo.co.nr/

 
< ก่อนหน้า   ถัดไป >
Akeyuth Information
KAMTHONG Small
 
จำนวนผู้อ่านหน้านี้
591มีผู้อ่านแล้ว: