Latest News
Popular
 
  :: โวย'ถูกมัดมือ-มัดเท้า' จะทำอะไรไม่ได้เลย! รัฐบาลกลัวอำนาจศาล แต่'พันธมิตร'ไม่กลัว   :: ‘นครบาล’ยื่นหลักฐาน พันธมิตรขัดคำสั่งศาล แกนนำเตรียมอุทธรณ์! พร้อมบุกสตช.จันทร์นี้   :: ‘นิตย์’ยันรัฐบาลขิงแก่ค้านกัมพูชาขอขึ้นทะเบียนปราสาทพระวิหารเป็นมรดกโลกฝ่ายเดียว   :: หมดค.อดทน ASTV ฟื้น PTV ภาคพิเศษสู้ ไม่ยอม'รอความตาย' หากช้าจะสายเกินแก้   :: ‘สมัคร’ควงประมุข 2 สภาฯ ดูพื้นที่สร้างรัฐสภาแห่งใหม่
เหลิมเชลียร์หมักสุดๆ โบ้ยสื่อต่างชาติ'จงใจ' เขียนข่าวให้เข้าใจผิด เหตุต้องการเข้า'พม่า' พิมพ์ อีเมล์
Friday, 16 May 2008

Image

“เหลิม” เชลียร์ “หมัก” โบ้ยสื่อต่างชาติ “จงใจ” เขียนข่าวให้ “เข้าใจผิด” เหตุต้องการเข้าไปในพม่า จึงเขียนกระทบชิ่ง มั่นใจนายกฯไม่พลาดเรื่องแบบนี้อยู่แล้ว ยืนยันไทยไม่เคยก้าวก่ายพม่า ขณะที่ทีมแพทย์พร้อมเดินทางไปช่วยเหลือ “เหยื่อนาร์กิส” เต็มที่

วันที่ 16 พ.ค. 2551 ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รมว.มหาดไทย กล่าวแสดงความเห็นว่า สื่อต่างชาติเข้าใจเรื่องที่นายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี เดินทางไปพม่า เมื่อวันที่ 14 พ.ค.ที่ผ่านมา เพื่อเจรจาให้พม่าเปิดรับการช่วยเหลือจากต่างประเทศ แต่อาจจะจงใจเขียนข่าวให้เข้าใจผิด เพราะต้องการเข้าไปในพม่า จึงเขียนกระทบไทยว่าเป็นการรับรองการแก้ไขปัญหาของพม่า ซึ่งตนมั่นใจว่า นายสมัคร ไม่พลาดเรื่องแบบนี้อยู่แล้ว และไทยไม่เคยก้าวก่ายพม่า มีแต่เจตนาที่ดี และเชื่อว่าไทยจะได้รับเครดิตดีขึ้น

ส่วนการดูแลเรื่องโรคระบาดตามแนวชายแดนไทย-พม่านั้น กระทรวงสาธารณสุขจะเป็นฝ่ายดูแล กระทรวงมหาดไทยจะดูแลเรื่องความปลอดภัย การอพยพเข้ามาในประเทศไทย และเรื่องสิทธิมนุษยชน ต้องจัดหาสถานที่ให้เหมาะสมแก่ผู้อพยพ เพราะองค์กรสิทธิมนุษยชนทั่วโลกจับตาประเทศไทยอยู่ ทั้งนี้ทราบว่ามีผู้อพยพเข้ามาไม่มากนัก ยังไม่มีปัญหารุนแรงอะไร

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์กล่าวถึงสถานการณ์ความเดือดร้อนในประเทศพม่าที่ถูกพายุไซโคลนนาร์กีสถล่มว่า ตนได้ติดตามและสถานการณ์ในพม่าด้วยความเป็นห่วง แม้ว่าจะมีการยืนยันจากรัฐบาลพม่าว่า จะสามารถที่จะช่วยเหลือหรือจัดการการช่วยเหลือได้ แต่ต้องยอมรับว่ายังมีบุคคลหลายฝ่าย มีความประสงค์ที่จะช่วยเหลือชาวพม่า ซึ่งเป็นห่วงว่าทำอย่างไรจะทำให้ความช่วยเหลือต่างๆไปถึงพม่าได้อย่างมีประสิทธิภาพ ตนได้ให้การสนับสนุนนายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี ในการที่จะมีบทบาทเป็นผู้ประสานมาตั้งแต่ต้นและคิดว่าสิ่งที่นายกฯ ทำอยู่นี้เป็นเรื่องที่ดี แต่เป็นเรื่องที่นายกฯจะต้องทำต่อและอยากให้รัฐบาลไทยเป็นกำลังสำคัญด้วย เพราะอาเซียนจะประชุมกันในวันที่ 19 พ.ค.นี้ขอให้ใช้ความพยายามให้มากยิ่งขึ้นในการให้ความสะดวกกับประเทศทั้งหลายที่จะให้ความช่วยเหลือพม่า เพราะขนาดและความหลากหลายของปัญหามีมาก ซึ่งในส่วนของพรรคตนอยากเชิญชวนสมาชิกและประชาชนคนไทยว่าถ้าอยากจะช่วยเหลือชาวพม่า ที่สุดคือการบริจาคผ่านมูลนิธิราชประชานุเคราะห์เพราะเป็นที่ยอมรับของพม่าและไม่มีปัญหาอะไร

อีกด้านหนึ่ง ผศ.นพ.วิชัย พันธ์ศรีมังกร อาจารย์ประจำภาควิชาศัลยศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ รพ.รามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล ในฐานะหัวหน้าทีมแพทย์รามาธิบดี ที่จะเดินทางไปพม่าในวันเสาร์ที่ 17 พ.ค.นี้ ให้สัมภาษณ์ว่า ทีมแพทย์เดินทางไปครั้งนี้เพื่อมนุษยธรรม และเป็นโอกาสที่จะได้ช่วยเหลือผู้ป่วย ซึ่งหากอยู่ในประเทศไทย ช่วง 2 สัปดาห์ที่พวกตนไม่อยู่ ก็ยังมีแพทย์คนอื่นดูแลคนไข้แทน แต่ที่พม่าไม่มีแพทย์ที่จะรักษา อีกทั้งการไปครั้งนี้เป็นภาพพจน์ที่ดี ซึ่งแพทย์ทุกคนน้อมนำคำสั่งสอนของสมเด็จพระบรมราชชนกที่ให้อุทิศตนช่วยเหลือสังคมมาเป็นแนวทางปฏิบัติเพื่อช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ ซึ่งพายุไซโคลนนาร์กีสเกิดขึ้นเมื่อ 2 สัปดาห์ที่แล้ว คาดว่าจะมีผู้ป่วยบาดแผลติดเชื้อ แผลเรื้อรัง และบางรายอาจจะถึงขั้นต้องตัดแขน ขา ซึ่งทางศัลยแพทย์ และวิสัญญีแพทย์ จาก รพ.รามาธิบดีน่าจะช่วยได้มาก อย่างไรก็ตามได้บอกกับทางกระทรวงสาธารณสุขให้คำนึงถึงความปลอดภัย โดยเตรียมน้ำดื่มสำหรับแพทย์ 30 คน ไปจากประเทศไทย ให้เพียงพอแก่การบริโภคใน 2 สัปดาห์ ส่วนอาหารนั้นสถานทูตไทยน่าจะดูแลทีมแพทย์ได้
 
ผศ.นพ.วิชัย กล่าวต่อว่า ส่วนตัวทางครอบครัว คือภรรยาและบุตร ได้เตรียมอาหารกระป๋อง บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป เครื่องอุปโภคบริโภคไว้ให้จำนวนหนึ่ง ซึ่งตนไม่ได้หวาดกลัวกับการไปครั้งนี้ เพราะไม่ใช่พื้นที่สงคราม แต่เป็นการไปช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติ เชื่อว่าทางพม่าจะให้การดูแลปกป้องทีมแพทย์
 
“ลูกก็ถามผมว่าพ่อไปจริงหรือ ผมก็บอกว่า เป็นโอกาสดีได้ไปช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ ไม่น่ากลัวอะไรเพราะ ปัญหาอาชญากรรมในพม่าก็ต่ำอยู่แล้ว สิ่งสำคัญคือต้องดูแลสุขภาพอนามัยของตัวเอง” ผศ.นพ.วิชัยกล่าวและว่า  ขณะนี้ยังไม่รู้ข้อมูลอะไร ต้องรอข้อมูลจากนพ.ปราชญ์ บุณยวงศ์วิโรจน์ ปลัดกระทรวงสาธารณสุข ซึ่งเป็นทีมล่วงหน้าที่จะกลับประเทศไทยในช่วงดึกวันนี้ (16 พ.ค.) โดยในเบื้องต้น ทีมแพทย์จะต้องมีความยืดหยุ่น ปรับแผนการทำงานให้เข้ากับสถานการณ์ อย่างไรก็ตามการไปในครั้งนี้ทีมแพทย์จากรพ.รามาธิบดี ได้นำยาและเครื่องมือผ่าตัดไปด้วย ซึ่งพอไปถึงคงจะมีการแบ่งทีมแพทย์ออกเป็น 4 ทีม คาดว่าแต่ละทีมจะสามารถให้การรักษาชาวพม่าได้ประมาณ 200 รายต่อวัน
 
ผู้สื่อข่าวถามว่า มีเครื่องรางของขลังอะไรติดตัวไปด้วยหรือไม่ ผศ.นพ.วิชัย กล่าวว่า ไม่มีอะไรเป็นพิเศษ มีเพียงพระ 1 องค์ ที่คล้องติดตัวมาตั้งแต่ 9 ขวบ เป็นพระแก้วมรกต ที่ผ่านมาตนไม่เคยพึ่งสิ่งศักดิ์สิทธิ์ เพราะแม้แต่การผ่าตัดยาก ๆ ก็ร่วมกันทำกับทีมแพทย์
 
ศ.นพ.กฤษฎา รัตนโอฬาร ภาควิชาศัลยศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี กล่าวว่า เท่าที่ทราบแพทย์เฉพาะทางของพม่ามีค่อนข้างน้อย การที่ทีมแพทย์รพ.รามาธิบดี ไปน่าจะช่วยแนะนำและคัดกรองผู้ป่วยได้ว่าใครจะต้องรักษาที่แคมป์ หรือส่งต่อไปรักษาที่รพ. โดยเฉพาะการผ่าตัดจำเป็นจะต้องทำในสถานที่สะอาด เครื่องมือปลอดเชื้อเพื่อความปลอดภัยของคนไข้ และ รพ.รามาธิบดี ก็ให้การสนับสนุนทีมแพทย์อย่างเต็มที่เพราะถือเป็นผู้เสียสละ เมื่อได้รับแจ้งจากกระทรวงสาธารณสุขแพทย์ก็ต่างพร้อมใจกันมาลงชื่อจำนวนมากเพื่อไปปฏิบัติภารกิจครั้งนี้
 
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เพื่อขวัญและกำลังใจของทีมแพทย์ รพ.รามาธิบดี ศ.นพ.กฤษฎาได้นำทีมแพทย์ทั้งหมดไปสักการะศาลกรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์  ซึ่งตั้งอยู่ใน รพ. ก่อนออกเดินทางในวันเสาร์ที่ 17 พ.ค.

Image

กระดานความคิดเห็น
เพิ่มความคิดเห็นใหม่ค้นหาความคิดเห็น
เขียนแสดงความคิดเห็น
ชื่อ:
หัวข้อ:

Powered by JoomlaCommentCopyright (C) 2006 Frantisek Hliva. All rights reserved.Homepage: http://cavo.co.nr/

 
< ก่อนหน้า   ถัดไป >
Akeyuth Information
KAMTHONG Small
 
จำนวนผู้อ่านหน้านี้
124มีผู้อ่านแล้ว: