| ‘ขุนคลัง’ส่งสัญญาณ ขึ้นค่าครองชีพพิเศษให้‘รัฐวิสาหกิจ-ลูกจ้าง’ |
|
|
| Thursday, 15 May 2008 | |||||
|
“ขุนคลัง” ส่งสัญญาณขึ้นค่าครองชีพพิเศษให้ “พนักงานรัฐวิสาหกิจ-ลูกจ้างชั่วคราว” ตามรอยขรก.ซี 1-5 แล้ว ส่วนเอกชนคงบังคับไม่ได้ เพื่อบรรเทาค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้น พร้อมเล็งมาตรการประหยัดพลังงาน วันที่ 15 พ.ค. 2551. นพ.สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี รองนายกรัฐมนตรีและรมว.คลัง กล่าวถึงแนวโน้มราคาน้ำมันในตลาดโลกว่า มีโอกาสปรับขึ้นต่อเนื่อง แตะระดับ 140-150 ดอลลาร์สหรัฐฯต่อบาร์เรล ซึ่งสถานการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเร็วกว่าที่คาดการณ์ไว้ ดังนั้นทุกคนต้องเตรียมตัวให้พร้อมรับสถานการณ์ นพ.สุรพงษ์ กล่าวต่อว่า รัฐบาลจะเร่งออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ เพื่อบรรเทาภาระค่าครองชีพของประชาชน ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างพิจารณาปรับขึ้นค่าครองชีพพิเศษให้กับพนักงานรัฐวิสาหกิจ พนักงานราชการ และลูกจ้างชั่วคราว เช่นเดียวกับที่ได้ปรับขึ้นให้กับข้าราชการระดับซี 1-5 ไปแล้ว 6% ของฐานเงินเดือนในปัจจุบัน เพื่อให้รายได้สอดคล้องกับรายจ่ายที่สูงขึ้น แต่ในส่วนเอกชน รัฐบาลคงไปกำหนดไม่ได้ เพราะค่าครองชีพขณะนี้สูงขึ้น และหากมีการปรับเพิ่มค่าครองชีพ คนมีรายได้เพิ่มขึ้นก็จะช่วยให้ยอดหนี้ครัวเรือนลดลงได้ "นอกจากนี้ กระทรวงการคลังจะเร่งหารือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อหาข้อสรุปมาตรการลดการใช้พลังงานให้แล้วเสร็จภายในเดือนพ.ค.นี้ เพื่อชะลอการใช้พลังงานในช่วงที่ราคาน้ำมันสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง"นพ.สุรพงษ์กล่าว วันเดียวกัน ที่พรรคประชาธิปัตย์ นายศิริโชค โสภา โฆษกคณะรัฐมนตรี(ครม.)เงา พรรคประชาธิปัตย์ แถลงผลการประชุมครม.เงาว่า ที่ประชุมมีมติเห็นด้วยกับการปรับค่าครองชีพให้กับข้าราชการ ซึ่งเป็นลักษณะการปรับขึ้นเงินเดือนที่อิงตามอัตราเงินเฟ้อประมาณ 6% แต่รัฐบาลควรปรับเงินเดือนเพิ่มขึ้นกว่านี้ และไม่อยากให้อิงอัตราเงินเฟ้อ เพราะค่าครองชีพสูงขึ้น นอกจากนี้ ควรปรับขึ้นเงินเดือนให้ลูกจ้างประจำด้วย เพราะเป็นอีกวิธีที่ใช้กระตุ้นเศรษฐกิจ ส่วนที่รัฐบาลได้ลงนามในสัญญาเงินกู้และสัญญาค้ำประกันเงินกู้จากรัฐบาลญี่ปุ่น เพื่อดำเนินโครงการรถไฟฟ้าสีม่วงสายบางซื่อ-บางใหญ่ ในวงเงินประมาณ 19,500 ล้านบาทนั้น ครม.เงาได้ติดตามการจัดซื้อจัดจ้างอย่างใกล้ชิด เพราะเริ่มมีกระแสข่าวในทางลบเกี่ยวกับการล็อคสเป็คและการฮั้วประมูล จึงอยากเรียกร้องให้รัฐบาลเร่งสรุปเรื่องการตั้งกรรมาธิการ(กมธ.)สามัญในสภาผู้แทนราษฎร เพื่อให้มีการตรวจสอบในเรื่องนี้ นายศิริโชค กล่าวอีกว่า ครม.เงา ยังแสดงความเป็นห่วงจากการที่กระทรวงพาณิชย์ส่งสัญญาณผิด ทำให้ผู้ซื้อข้าวในต่างประเทศเข้าใจผิดว่ารัฐบาลจะนำข้าวสารทั้งหมด 2.1 ล้านตัน มาขายในราคาที่ต่ำกว่าตลาด 20 เปอร์เซ็นต์ ส่งผลให้กระบวนการซื้อตั้งแต่โรงสีไปจนถึงผู้ส่งออกต้องหยุดชะงัก ทำให้ราคาข้าวลดต่ำลง แต่ข้อเท็จจริง กระทรวงพาณิชย์ไม่เคยแถลงว่าจะนำข้าวออกมาระบายจากสต็อกกี่ตัน และความสามารถขององค์การคลังสินค้า (อคส.) ในการบรรจุข้าวถุงขายมีเท่าใด จึงอยากขอให้กระทรวงพาณิชย์รีบแสดงความชัดเจน
Powered by JoomlaCommentCopyright (C) 2006 Frantisek Hliva. All rights reserved.Homepage: http://cavo.co.nr/ |
|||||
| < ก่อนหน้า | ถัดไป > |
|---|
| Akeyuth Information |
|---|
| KAMTHONG Small | |||
|---|---|---|---|
|
|||
| จำนวนผู้อ่านหน้านี้ |
|---|
|
174มีผู้อ่านแล้ว:
|




