| แจงอสมท.กำไร233ล. สวน‘โฆษณา’ติดลบ! ตบหน้า‘เพ็ญ’ปากเสีย หลังเคยปูดว่าขาดทุน |
|
|
| Wednesday, 14 May 2008 | |||||
|
สะท้อนภาพ “ปากเพ็ญ” เป็นพิษจริงๆ “อสมท.” แถลงผลประกอบการไตรมาสแรกปีนี้ มีรายได้ 930 ล้าน เพิ่มขึ้น 10% สวนทางงบโฆษณาที่ติดลบทั้งระบบ โดยมีกำไรกว่า 233 ล้านบาท ตบหน้า “จักรภพ” ที่เคยปูดก่อนหน้านี้ว่า บริหารงานขาดทุนในรอบ 7 ปี วันที่ 14 พ.ค. 2551 นายวสันต์ ภัยหลีกลี้ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บมจ.อสมท แถลงถึงผลประกอบการไตรมาสแรก (ม.ค.-มี.ค. 2551) ว่า อสมท มีรายได้รวม 930 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันปีที่แล้วร้อยละ 10 รายได้โทรทัศน์ เพิ่มขึ้นร้อยละ 20 และเป็นการปรับเพิ่มขึ้นสวนทางกับงบโฆษณาในภาคอุตสาหกรรมโทรทัศน์ ที่ปรับตัวลดลงร้อยละ 7 นายวสันต์ กล่าวว่า รายได้ที่เพิ่มขึ้นดังกล่าว เนื่องจากการปรับผังรายการอย่างต่อเนื่อง และเมื่อต้นไตรมาสแรก ได้รับการตอบรับ ส่งผลให้อัตราการใช้เวลาโฆษณาทั้งในช่วง Prime Time และ Non- Prime Time มีค่าเฉลี่ยสูงขึ้นถึงร้อยละ 87 ในไตรมาสแรก รวมทั้งการปรับขึ้นราคาค่าโฆษณารายการข่าว รายการ Variety บางรายการ ส่วนรายได้จากวิทยุ ค่าโฆษณาเพิ่มขึ้นร้อยละ 5 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนแต่ อย่างไรก็ตาม ค่าใช้จ่ายรวมเพิ่มขึ้นร้อยละ 16 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน นายวสันต์ กล่าวอีกว่า ผลประกอบการในไตรมาสแรกของปี 2551 อสมท มีกำไรสุทธิกว่า 233 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้นร้อยละ 1 หรือคิดเป็น 34 สตางค์ต่อหุ้น เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันปีที่แล้ว ที่กำไรสุทธิ 230.91 ล้านบาท โดยบริษัทมีสินทรัพย์โดยรวมเพิ่มขึ้นเป็น 8,874 ล้าน หนี้สินลดลงเหลือ 1,659 ล้านบาท เมื่อเปรียบเทียบกับไตรมาสแรกของปีก่อน ทั้งนี้ราคาหุ้น MCOT ในวันนี้อยู่ที่ระดับ 26.75 บาท เพิ่มขึ้น 1.75 บาท ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนหน้านี้นายจักรภพ เพ็ญแข รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีให้สัมภาษณ์โจมตีการบริหารงานของ อสมท.หลายครั้งว่า บริหารงานขาดทุนอย่างมากโดยครั้งหนึ่งให้สัมภาษณ์เมื่อวันที่ 25 มี.ค.ที่ผ่านมา ที่ทำเนียบรัฐบาลว่า
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การออกมาเปิดเผยข้อมูลในครั้งนั้น เพราะนายจักรภพต้องการดิสเครดิตนายวสันต์ เพื่อนำไปสู่การหาทางปลดให้พ้นออกจากตำแหน่ง โดยเวลานั้น อสมท. ได้ชี้แจงว่า ในเดือนม.ค. 2551 บริษัทได้งดรายการบันเทิงทั้งหมดในช่วงสองสัปดาห์แรก อันเนื่องมาจากการร่วมไว้อาลัยแด่สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ ประกอบกับต้องผลิตรายการอื่นเพื่อทดแทนรายการบันเทิงดังกล่าว ทำให้มีต้นทุนการผลิตที่เพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตาม เมื่อพิจารณาในภาพรวมแล้ว บริษัทยังคงมีกำไรอย่างต่อเนื่อง และมีแนวโน้มการประกอบการที่ดี โดยคาดว่า จะมีรายได้รวมในปี 2551 เพิ่มขึ้นจากปี 2550 ร้อยละ 15-20
Powered by JoomlaCommentCopyright (C) 2006 Frantisek Hliva. All rights reserved.Homepage: http://cavo.co.nr/ |
|||||
| < ก่อนหน้า | ถัดไป > |
|---|
| Akeyuth Information |
|---|
| KAMTHONG Small | |||
|---|---|---|---|
|
|||
| จำนวนผู้อ่านหน้านี้ |
|---|
|
402มีผู้อ่านแล้ว:
|





“เรื่องของอสมท.หรือบริษัท อสมท.จำกัด (มหาชน) ผมกำลังแต่งตั้งคณะทำงานเพื่อจะได้ประเมินผลการทำงานของบริษัท อสมท. ซึ่งได้รับทราบข้อมูลขั้นต้นว่ามีผลประกอบการที่ขาดทุนเมื่อเดือนม.ค. 2551 พอหลังจากที่ได้ตัดรายได้ที่เกิดขึ้นจากสัมปทานทรูวิชั่นกับช่อง 3 ปรากฏว่าอสมท.ขาดทุนครั้งแรกในรอบ 7 ปีตรงนี้เป็นที่กังวลใจของผู้ถือหุ้นพอสมควรในฐานะที่รัฐบาลเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ และผมเป็นคนดูแลงานของสื่อของอสมท.ด้วยจึงจำเป็นที่จะต้องดูแลงานตรงนี้ว่า เหตุผลอะไรที่ทำให้เกิดการขาดทุน ผู้บริหารชุดปัจจุบันมีความคิดอย่างไรในการแก้ปัญหาขาดทุนนี้ที่จะได้ดำเนินการต่อไป เพื่อผลประโยชน์ของผู้ถือหุ้นและของรัฐบาลและของประเทศและตรงนี้คือสิ่งที่ได้ให้นโยบายไป”