Latest News
Popular
 
  :: โวย'ถูกมัดมือ-มัดเท้า' จะทำอะไรไม่ได้เลย! รัฐบาลกลัวอำนาจศาล แต่'พันธมิตร'ไม่กลัว   :: ‘นครบาล’ยื่นหลักฐาน พันธมิตรขัดคำสั่งศาล แกนนำเตรียมอุทธรณ์! พร้อมบุกสตช.จันทร์นี้   :: ‘นิตย์’ยันรัฐบาลขิงแก่ค้านกัมพูชาขอขึ้นทะเบียนปราสาทพระวิหารเป็นมรดกโลกฝ่ายเดียว   :: หมดค.อดทน ASTV ฟื้น PTV ภาคพิเศษสู้ ไม่ยอม'รอความตาย' หากช้าจะสายเกินแก้   :: ‘สมัคร’ควงประมุข 2 สภาฯ ดูพื้นที่สร้างรัฐสภาแห่งใหม่
คตส.สรุปคดี CTX9000 ปิดฉาก‘มหากาพย์โกง’ เปิด25รายชื่อจะถูกฟ้อง สาวพฤติกรรม‘เรียงตัว’ พิมพ์ อีเมล์
Wednesday, 14 May 2008
Image

เปิด 25 รายชื่อถูกคตส.ฟ้องโกงซีทีเอ็กซ์ “ทักษิณ-สุริยะ-ศรีสุข-ชัยเกษม-เสี่ยเช” เจอเหมาเข่งผิด 2 กระทง ขณะที่ “เปรมชัย-นิจพร” บิ๊กอิตาเลี่ยนไทยไม่น้อยหน้าเจอ 2 ข้อหาเช่นกัน    

สรุปผลการพิจารณาเรื่อง CTX 9000 ของคณะกรรมการตรวจสอบการกระทำที่ก่อให้เกิดความเสียหายแก่รัฐ (คตส.)
 
สมัยปลายรัฐบาลชวน หลีกภัย บทม.เปิดประมูลก่อสร้างอาคารผู้โดยสารและอาคารเทียบเครื่องบินท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ แต่ผู้เสนอราคาต่ำสุด เสนอราคาสูงกว่างบประมาณที่ตั้งไว้จึงยกเลิกการประมูล

ครั้นสมัยรัฐบาลพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร กระทรวงคมนาคมแต่งตั้งคณะกรรมการแก้ไขแบบก่อสร้าง โดยไม่มีวิศวกรของ บทม.เข้าร่วม เมื่อแก้ไขแบบเสร็จแล้วจึงให้ บทม. เปิดประกวดราคาใหม่ ปรากฏว่ากิจการร่วมค้า ITO เสนอราคาต่ำสุด

วันที่ ๑๖ ตุลาคม ๒๕๔๔ ครม.เห็นชอบให้จ้างกิจการร่วมค้า ITO ดำเนินการก่อสร้าง ซึ่งขณะนั้นหนึ่งในบริษัทกิจการร่วมค้าถูกศาลล้มละลายกลางมีคำสั่งฟื้นฟูกิจการ แล้วส่งมติครม. ให้ บทม. คณะกรรมการ บทม. เห็นว่าควรสนองนโยบายของรัฐบาล จึงให้ว่าจ้างกิจการร่วมค้า ITO ดำเนินการก่อสร้าง

นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรียังออกระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการพัฒนาท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ พ.ศ. ๒๕๔๕ เปลี่ยนประธานกรรมการ กทภ. จากเดิมรองนายกรัฐมนตรีเป็นนายกรัฐมนตรี

วันที่ ๑๑ กันยายน ๒๕๔๔  เกิดเหตุก่อการร้ายในประเทศสหรัฐอเมริกา บทม. จึงว่าจ้าง ASI เป็นบริษัทที่ปรึกษาระบบรักษาความปลอดภัย ครั้นวันที่ ๔ ธันวาคม ๒๕๔๕  ASI เสนอผลการศึกษาว่า ตั้งแต่วันที่ ๑ ธันวาคม ๒๕๔๙ กระเป๋าสัมภาระผู้โดยสารที่จะนำขึ้นไปเก็บบนเครื่องบินต้องมีการตรวจสอบก่อน และแนะนำ บทม.ออกแบบระบบการตรวจวัตถุระเบิดในกระเป๋าบนสายพาน ตามแบบยุโรปซึ่งแบ่งการตรวจออกเป็น ๕ ขั้นตอน

กระทรวงคมนาคมจึงมีนโยบายให้นำระบบดังกล่าวมาใช้ที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ พร้อมกับให้เพิ่มขีดความสามารถในการรองรับผู้โดยสารจาก ๓๐ เป็น ๔๕ ล้านคนต่อปี

วันที่  ๒๓ มกราคม ๒๕๔๖ คณะกรรมการ บทม.ประชุมครั้งที่ ๒/๒๕๔๖ มีมติเห็นชอบงบประมาณสำหรับปรับเปลี่ยนระบบดังกล่าวในวงเงิน ๑,๕๓๐ ล้านบาท หรือ ๓๖ ล้านเหรียญสหรัฐ โดยให้กลุ่มบริษัท  MJTA ผู้ออกแบบเดิมเป็นผู้ปรับเปลี่ยนแบบและให้กิจการร่วมค้า ITO เป็นผู้ก่อสร้าง

ระหว่างนั้น ตัวแทนขายเครื่องตรวจวัตถุระเบิด CTX ของ InVision ในประเทศไทยวิ่งเต้นเพื่อขายเครื่อง CTX ให้ บทม. ผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่ บทม. ขอให้ InVision ส่งคุณลักษณะสำคัญเพื่อบังคับให้เลือก CTX (Blocking Specification) อันเป็นการขัดขวางไม่ให้บริษัทอื่น          เข้าแข่งขันราคาได้

วันที่  ๒๗ กุมภาพันธ์ ๒๕๔๖ ผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่ บทม. เสนอวาระจรในการประชุมคณะกรรมการ บทม. ครั้งที่ ๕/๒๕๔๖ มีมติให้กิจการร่วมค้า ITO เป็นผู้ปรับเปลี่ยนแบบพร้อมก่อสร้างระบบดังกล่าว โดยใช้เงื่อนไข Variation ตามสัญญาข้อ ๕๖ เฉพาะสายพานลำเลียงฯ

วันที่ ๑๓ มีนาคม ๒๕๔๖ กิจการร่วมค้า ITO แจ้ง บทม.ว่างานออกแบบระบบดังกล่าวเป็นเรื่องยากและสลับซับซ้อน กิจการร่วมค้า ITO ไม่มีความชำนาญทางด้านนี้ขอให้ บทม.ไปว่าจ้างผู้เชี่ยวชาญในการออกแบบของท่าอากาศยานเป็นผู้ออกแบบ แต่ รมว. คมนาคมขอให้กิจการร่วมค้า ITO เป็นผู้ปรับเปลี่ยนแบบพร้อมก่อสร้างโดยวิธี Design-Built 

วันที่ ๑๒ มิถุนายน ๒๕๔๖ คณะกรรมการ บทม.ประชุม ครั้งที่ ๑๑/๒๕๔๖  มีมติให้ปรับรวมระบบสายพานลำเลียงฯ ผู้โดยสารในประเทศและผู้โดยสารต่างประเทศรวมเป็นระบบเดียวกัน โดยให้กิจการร่วมค้า ITO เป็นผู้ออกแบบและก่อสร้างตามเงื่อนไข Variation ข้อ ๕๖

วันที่ ๒๖ มิถุนายน ๒๕๔๖ คณะกรรมการ บทม.ประชุมครั้งที่ ๑๒/๒๕๔๖ มีมติให้ยกเลิกมติที่ประชุมคณะกรรมการ บทม. ครั้งที่ ๑๑/๒๕๔๖ ต่อมา บทม.ทำสัญญาก่อสร้างอาคารผู้โดยสาร แก้ไขเพิ่มเติมฉบับที่ ๑ จ้างกิจการร่วมค้า ITO เป็นผู้ปรับเปลี่ยนแบบพร้อมก่อสร้าง ซึ่งมิใช่เป็นการสั่งจ้างตามเงื่อนไข Variation ข้อ ๕๖ และไม่ปฏิบัติตามข้อบังคับการท่าอากาศยานแห่งประเทศไทยว่าด้วยการพัสดุ ฉบับที่ ๒ อันเป็นการเปิดโอกาสให้มีการแสวงหาประโยชน์โดยมิชอบจาก บทม.

Imageนอกจากนี้ ยังได้ความว่าเมื่อต้นเดือนมิถุนายน ๒๕๔๖ ที่ปรึกษา รมว.คมนาคมกับพวกเดินทางไปดูงานที่ท่าอากาศยานซานฟรานซิสโก หลังจากดูงานเสร็จแล้วได้แจ้งผู้แทนจำหน่ายเครื่อง CTX รีบให้ CAGE ออกแบบโดยเร็วเพื่อรายงานต่อ รมว.คมนาคม สรุปตัดสินใจเกี่ยวกับโครงการนี้ทั้งหมด ต่อมาเดือนกันยายน ๒๕๔๖  ตัวแทน InVision เข้าไปประชุม ทำงาน เตรียมเอกสารข้อมูลการนำเสนองาน (Presentation Material) ในห้องทำงานของที่ปรึกษา รวม.คมนาคม ที่กระทรวงคมนาคมแล้วให้ที่ปรึกษา รมว.คมนาคมนำข้อมูลดังกล่าวไปนำเสนอที่ประชุมคณะกรรมการ กทภ.ครั้งที่ ๔/๒๕๔๖ วันที่ ๑๕ ตุลาคม ๒๕๔๖ โดยมีการฉายภาพเครื่อง CTX และบรรยายให้ผู้เข้าร่วมประชุมเข้าใจผิดว่าเครื่อง CTX สามารถตรวจวัตถุระเบิดและยาเสพติดได้พร้อมกันอันเป็นการ จงใจชี้นำการตัดสินใจของกรรมการบางส่วนที่ไม่ทราบข้อเท็จจริงโดยนักการเมืองที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ ซึ่งทำหน้าที่กำกับนโยบายร่วมรู้เห็นด้วย

ในการว่าจ้างผู้ออกแบบ เดิมตัวแทนจำหน่าย CTX ขอให้ ASI ออกแบบเพื่อเอื้อประโยชน์ในการใช้ CTX แต่ ASI ปฏิเสธ และแจ้งว่าจะทำการออกแบบระบบดังกล่าวอย่างเป็นกลาง ไม่เอื้อประโยชน์แก่เครื่องมือของบริษัทใดบริษัทหนึ่ง  ตัวแทนจำหน่าย CTX จึงชักนำ CAGE มาเป็นผู้ออกแบบ นอกจากนี้ ยังเป็นผู้ชักนำ Quatrotec ซึ่งเป็นบริษัทจัดตั้งใหม่ มีทุนจดทะเบียนเพียง ๒๕,๐๐๐ เหรียญสหรัฐหรือ ๑ ล้านบาท มาเป็นผู้ตรวจรับรองแบบ

บทม. ให้ Quatrotec ตรวจรับรองแบบเสร็จเรียบร้อยแล้ว จึงมาทำสัญญาจ้างกันในภายหลัง โดยมิได้ปฏิบัติตาม TOR นอกจากนี้ บทม.ยังจ้างบริษัทดังกล่าวควบคุมการติดตั้งเครื่อง ตรวจวัตถุระเบิด โดย บทม.จ่ายเงินค่าควบคุมการติดตั้งครบถ้วนตามสัญญา ทั้งๆ ที่ ในช่วงเดือนธันวาคม ๒๕๔๗ ถึงวันที่ ๒๙ กรกฎาคม ๒๕๔๘ ไม่มีงานติดตั้งเครื่องตรวจวัตถุระเบิดที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ จึงเป็นการจ่ายเงินโดยไม่ถูกต้องตามข้อเท็จจริงทำให้ บทม.ได้รับความเสียหาย

กิจการร่วมค้า ITO จ้างตัวแทนจำหน่าย CTX ในประเทศไทยเป็นผู้จัดหาและติดตั้งเครื่องตรวจวัตถุระเบิด จำนวน ๒,๐๐๓ ล้านบาท ทั้งที่ตัวแทนจำหน่าย CTX มีทุนจดทะเบียนเพียง ๕ ล้านบาท และไม่มีวิศวกรที่มีความเชี่ยวชาญระบบดังกล่าว แสดงว่าร่วมกันแสวงหาประโยชน์โดยมิชอบ จาก บทม.

จากการตรวจสอบได้ความว่ากิจการร่วมค้า ITO เสนอค่าจ้างปรับเปลี่ยนสายพานลำเลียงและติดตั้งเครื่องตรวจวัตถุระเบิดแพงกว่าความเป็นจริง ๑,๗๑๔.๘๔๖  ล้านบาท เป็นเหตุให้ บทม.ได้รับความเสียหาย

ต่อมา GE เข้าซื้อกิจการ InVision เมื่อมีการตรวจกิจการและทรัพย์สินพบสิ่งผิดปกติจึงรายงานให้กระทรวงยุติธรรมสหรัฐและ กลต.สหรัฐซึ่งเป็นผู้ดูแลกฎหมายการทุจริตในต่างประเทศ (FCPA) เข้าตรวจสอบจนได้ข้อเท็จจริงว่าผู้บริหารของ InVision ส่งเสริมผู้แทนจำหน่าย CTX ในประเทศไทยเสนอให้และสัญญาว่าจะให้เงินแก่เจ้าหน้าที่ของรัฐบาลไทยและพรรคการเมืองไทย เพื่อใช้อิทธิพลต่อรัฐบาลไทยเพื่อจูงใจให้ตัดสินใจซื้อเครื่อง CTX อันเป็นการละเมิดกฎหมาย FCPA

วันที่ ๓ ธันวาคม ๒๕๔๗  InVision ทำบันทึกตกลงกับกระทรวงยุติธรรมสหรัฐยอมรับข้อเท็จจริงดังกล่าวและตกลงว่าหากจะขาย CTX ให้แก่ประเทศไทยจะต้องขายตรงให้แก่ บทม.หรือหน่วยราชการไทยเท่านั้นห้ามขายผ่านผู้แทนจำหน่ายหรือเอกชนอื่นใด นอกจากนี้วันที่ ๑๔ กุมภาพันธ์ ๒๕๔๘ กลต.สหรัฐอเมริกายื่นฟ้อง InVision ต่อศาลกรณีละเมิดกฎหมาย FCPA ซึ่ง InVision ก็ยอมรับผิดตามฟ้อง

หลังจาก InVision ทำบันทึกตกลงกับกระทรวงยุติธรรมสหรัฐดังกล่าวแล้ว ได้แจ้งกิจการร่วมค้า ITO ว่าไม่สามารถขายเครื่อง CTX ผ่านผู้แทนจำหน่ายในประเทศไทยได้ ผู้บริหาร บทม.กิจการร่วมค้า ITO และตัวแทนผู้ขายประชุมหารือกันเพื่อหาทางนำเครื่อง CTX มาติดตั้ง ณ ท่าอากาศยาน สุวรรณภูมิ แต่หาทางออกไม่ได้ วันที่ ๒๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๔๘ กิจการร่วมค้า ITO แจ้ง บทม.ถึงเหตุขัดข้องที่ไม่สามารถหาเครื่อง CTX มาติดตั้งได้ 

วันที่ ๓๐ มีนาคม ๒๕๔๘คณะกรรมการกำกับการบริหารโครงการก่อสร้างท่าอากาศยาน สุวรรณภูมิ (คกก.) ประชุมครั้งที่ ๓/๒๕๔๘ มีมติให้ บทม.ลงนามในสัญญาซื้อ CTX กับบริษัทผู้ผลิตและให้กิจการร่วมค้า ITO รับผิดชอบชำระราคาแทน

ระหว่างร่างสัญญาซื้อตรงที่ปรึกษา รมว.คมนาคมเข้าไปประชุมปรึกษาหารือและขอให้สรุปข้อตกลงโดยเร็ว หลังจากนั้นได้ส่งร่างสัญญาให้สำนักงานอัยการสูงสุดตรวจ

เมื่อเดือนเมษายน ๒๕๔๘ สื่อมวลชนในประเทศไทยเสนอข่าวการทุจริตการซื้อเครื่อง CTX คณะรัฐมนตรีมีมติเมื่อวันที่ ๓ พฤษภาคม ๒๕๔๘ ให้ บทม.และกระทรวงคมนาคมเปิดเผยสัญญากับพิจารณาหาทางยกเลิกสัญญา นอกจากนี้ ส.ส.พรรคฝ่ายค้านนำปัญหาดังกล่าวไปอภิปรายไม่ไว้วางใจ รมว.คมนาคม และวุฒิสภาแต่งตั้งกรรมาธิการวิสามัญขึ้นมาตรวจสอบ

วันที่ ๒๐ กรกฎาคม ๒๕๔๘ คณะกรรมการ ทอท.ประชุมวาระพิเศษ ครั้งที่ ๑๐/๒๕๔๘ มีมติให้ บทม.ทำสัญญาซื้อเครื่อง CTX โดยตรงจากบริษัทผู้ผลิต และให้กิจการร่วมค้า ITO ชำระราคาแทน โดย บทม.ยังคงต้องรับผิดชอบชำระราคาการปรับเปลี่ยนระบบดังกล่าวให้กิจการร่วมค้า ITO ตามสัญญาเดิมทุกประการ อันเป็นการที่ บทม.เชิดตัวเองเข้าเป็นคู่สัญญาในการซื้อขาย CTX แทน กิจการร่วมค้า ITO และกิจการร่วมค้า ITO ก็ใช้ บทม.เป็นเครื่องมือในการซื้อขายเพื่อให้เป็นไปตามที่กระทรวงยุติธรรมสหรัฐอเมริกากำหนด ซึ่งเป็นการกระทำที่มุ่งไปสู่เป้าหมายในการที่จะได้เงินตามสัญญาเดิม

พฤติการณ์ที่ไล่เรียงมาโดยย่อนั้น คณะกรรมการตรวจสอบพิจารณาแล้วมีมติว่า มีผู้กระทำผิด ดังนี้

Imageกระทงแรก ความผิดตามสัญญาก่อสร้างอาคารผู้โดยสารแก้ไขเพิ่มเติม ฉบับที่ ๑

๑. นักการเมือง

ในฐานะเป็นผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง เจ้าหน้าที่ของรัฐ และเป็นเจ้าพนักงาน ตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐ พ.ศ.๒๕๔๒  พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.๒๕๔๒ และประมวลกฎหมายอาญา มีมูลความผิดฐาน ร่วมกับพนักงานและคณะกรรมการ บทม. นิติบุคคล และบุคคลธรรมดา กำหนดเงื่อนไข Variation ข้อ ๕๖ และกำหนดคุณสมบัติของเครื่องตรวจสอบวัตถุระเบิดให้สามารถตรวจยาเสพติดได้พร้อมกัน ในการจ้างปรับเปลี่ยนระบบ BHS & HBS โดยมุ่งหมายมิให้มีการแข่งขันในการเสนอราคาอย่างเป็นธรรม หรือเพื่อช่วยเหลือให้ผู้เสนอราคารายใดได้มีสิทธิเข้าทำสัญญากับหน่วยงานของรัฐโดยไม่เป็นธรรม หรือเพื่อกีดกันผู้เสนอราคารายใด มิให้มีโอกาสเข้าแข่งขันในการเสนอราคาอย่างเป็นธรรม โดยทุจริต กระทำการใดๆโดยมุ่งหมายมิให้มีการแข่งขันราคาอย่างเป็นธรรม เพื่อเอื้ออำนวยแก่ผู้เข้าทำการเสนอราคารายใดให้เป็นผู้มีสิทธิทำสัญญากับหน่วยงานของรัฐ ปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบเพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ บทม. และปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต หลอกลวง บทม. ด้วยการแสดงข้อความอันเป็นเท็จหรือปกปิดความจริงซึ่งควรบอกให้แจ้ง และโดยการหลอกลวงดังกล่าวได้ทรัพย์สินไปจาก บทม. โดยทุจริต โดยแบ่งหน้าที่กันทำ เป็นเจ้าพนักงานเรียก รับ หรือยอมจะรับทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใด สำหรับตนเองหรือผู้อื่นโดยมิชอบ เพื่อกระทำการหรือไม่กระทำการอย่างใดในตำแหน่งโดยมิชอบด้วยหน้าที่ ตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐ พ.ศ.๒๕๔๒ มาตรา ๕, ๑๑, ๑๒, ๑๓ ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๘๓, ๘๖, ๙๐, ๑๔๙, ๑๕๗, ๓๔๑ พระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดของพนักงานในองค์การหรือหน่วยงานของรัฐ พ.ศ.๒๕๐๒ มาตรา ๓, ๑๑

๒. คณะกรรมการ และพนักงาน บทม.

ในฐานะเป็นพนักงานในองค์การหรือหน่วยงานของรัฐ ตามพระราชบัญญัติ ว่าด้วยความผิดของพนักงานในองค์การหรือหน่วยงานของรัฐ พ.ศ. ๒๕๐๒ และเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐ ตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐ พ.ศ.๒๕๔๒ จึงมีมูลความผิดฐานร่วมกับผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง  และเจ้าพนักงาน  นิติบุคคลและบุคคลธรรมดา กำหนดเงื่อนไข Variation ข้อ ๕๖ และกำหนดคุณสมบัติของเครื่องตรวจสอบวัตถุระเบิดให้สามารถตรวจยาเสพติดได้พร้อมกัน ในการจ้างปรับเปลี่ยนระบบ BHS & HBS โดยมุ่งหมายมิให้มีการแข่งขันในการเสนอราคาอย่างเป็นธรรม หรือเพื่อช่วยเหลือให้ผู้เสนอราคารายใดได้มีสิทธิเข้าทำสัญญากับหน่วยงานของรัฐโดยไม่เป็นธรรม หรือเพื่อกีดกันผู้เสนอราคารายใด มิให้มีโอกาสเข้าแข่งขันในการเสนอราคาอย่างเป็นธรรม โดยทุจริต กระทำการใดๆโดยมุ่งหมาย  มิให้มีการแข่งขันราคาอย่างเป็นธรรม เพื่อเอื้ออำนวยแก่ผู้เข้าทำการเสนอราคารายใดให้เป็นผู้มีสิทธิทำสัญญากับหน่วยงานของรัฐ ปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบเพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ บทม. และปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต หลอกลวง บทม. ด้วยการแสดงข้อความอันเป็นเท็จหรือปกปิดความจริงซึ่งควรบอกให้แจ้ง และโดยการหลอกลวงดังกล่าวได้ทรัพย์สินไปจาก บทม. โดยทุจริต โดยแบ่งหน้าที่กันทำ สนับสนุนเจ้าพนักงานเรียก รับ หรือยอมจะรับทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใด สำหรับตนเองหรือผู้อื่นโดยมิชอบ เพื่อกระทำการหรือไม่กระทำการอย่างใดในตำแหน่งโดยมิชอบด้วยหน้าที่ ตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐ พ.ศ. ๒๕๔๒ มาตรา ๕, ๑๑, ๑๒, ๑๓ ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๘๓, ๘๖, ๙๐, ๑๔๙, ๑๕๗, ๓๔๑ พระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดของพนักงานในองค์การหรือหน่วยงานของรัฐ พ.ศ. ๒๕๐๒ มาตรา ๓, ๑๑
 
๓.นิติบุคคลและบุคคลธรรมดา

มีมูลความผิดฐานร่วมกับผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง เจ้าพนักงาน พนักงานและคณะกรรมการ บทม. กำหนดเงื่อนไข Variation ข้อ ๕๖ และกำหนดคุณสมบัติของเครื่องตรวจสอบวัตถุระเบิดให้สามารถตรวจยาเสพติดได้พร้อมกัน ในการจ้างปรับเปลี่ยนระบบ BHS & HBS โดยมุ่งหมายมิให้มีการแข่งขันในการเสนอราคาอย่างเป็นธรรม หรือเพื่อช่วยเหลือให้ผู้เสนอราคารายใดได้มีสิทธิเข้าทำสัญญากับหน่วยงานของรัฐโดยไม่เป็นธรรม หรือเพื่อกีดกันผู้เสนอราคารายใด มิให้มีโอกาสเข้าแข่งขันในการเสนอราคาอย่างเป็นธรรม โดยทุจริต กระทำการใดๆโดยมุ่งหมายมิให้มีการแข่งขันราคาอย่างเป็นธรรม เพื่อเอื้ออำนวยแก่ผู้เข้าทำการเสนอราคารายใดให้เป็นผู้มีสิทธิทำสัญญากับหน่วยงานของรัฐ ปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบเพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ บทม. และปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต หลอกลวง บทม. ด้วยการแสดงข้อความอันเป็นเท็จหรือปกปิดความจริงซึ่งควรบอกให้แจ้ง และโดยการหลอกลวงดังกล่าวได้ทรัพย์สินไปจาก บทม. โดยทุจริต โดยแบ่งหน้าที่กันทำ  ร่วมกันให้ ขอให้ หรือรับว่าจะให้ทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดแก่เจ้าพนักงาน เพื่อจูงใจให้กระทำการ ไม่กระทำการหรือประวิงการกระทำอันมิชอบด้วยหน้าที่ ตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐ พ.ศ. ๒๕๔๒ มาตรา ๕, ๑๑, ๑๒, ๑๓ ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๘๓, ๘๖, ๙๐, ๑๔๔, ๑๕๗, ๓๔๑ พระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดของพนักงานในองค์การหรือหน่วยงานของรัฐ พ.ศ. ๒๕๐๒ มาตรา ๓, ๑๑

กระทงที่ ๒

๑. นักการเมืองกระทำความผิดตามบทมาตราต่าง ๆ เช่นเดียวกับความผิดกระทงแรก เว้นแต่ความผิดฐานเป็นเจ้าพนักงาน เรียก รับ หรือยอมจะรับทรัพย์สินสำหรับตนเองหรือผู้อื่น  เพื่อปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๑๔๙

๒. คณะกรรมการ ทอท. และพนักงาน กระทำความผิดตามบทมาตราต่าง ๆ เช่นเดียวกับความผิดของคณะกรรมการและพนักงาน บทม. ในกระทงแรก เว้นแต่ความผิดฐานเป็นผู้สนับสนุนเจ้าพนักงาน เรียก รับ หรือยอมจะรับทรัพย์สินสำหรับตนเองหรือผู้อื่น เพื่อปฏิบัติหรือ ละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๑๔๙

๓. นิติบุคคลและบุคคลธรรมดา  รวมทั้งเจ้าหน้าที่ของรัฐมีความความผิดตามบทมาตราต่าง ๆ เช่นเดียวกับความผิดของนิติบุคคลและบุคคลธรรมดาในกระทงแรก เว้นแต่ความผิดฐานเป็นผู้สนับสนุนเจ้าพนักงาน เรียก รับ หรือยอมจะรับทรัพย์สินสำหรับตนเองหรือผู้อื่น  เพื่อปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๑๔๙

นอกจากนี้คณะกรรมการตรวจสอบยังขอให้ผู้กระทำความผิดคืนหรือใช้ราคาทรัพย์สินจำนวนประมาณ ๖,๙๓๖  ล้านบาท

เปิด 25 ชื่อถูกฟ้อง "แม้ว-สุริยะ-ศรีสุข-ชัยเกษม-เสี่ยเช" โดน 2 กระทง

Imageสำหรับรายชื่อผู้ถูกกล่าวหาว่ากระทำความผิดในคดีการจัดซื้อเครื่องซีทีเอ็กซ์ 9000 รวม 25 ราย โดยแยกความผิดตามกระทงได้ดังนี้คือ รายชื่อผู้กระทำผิดกระทงที่ 1 ความผิดตามสัญญาก่อสร้างอาคารผู้โดยสาร แก้ไขเพิ่มเติมฉบับที่ 1 ในส่วนของนักการเมือง มี 2 รายคือ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร และนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ ในส่วนของคณะกรรมการและพนักงานบทม. มี 5 รายประกอบด้วย 1.นายศรีสุข จันทรางศุ 2.พล.อ.สมชัย สมประสงค์ 3.พล.อ.อ.ณรงค์ศักดิ์ สังขพงศ์ 4.นายชัยเกษม นิติสิริ และ 5.นายอดิเทพ นาคาวิสุทธิ์ ส่วนผู้ถูกกล่าวหาในกลุ่มของนิติบุคคลและบุคคลธรรมดา มี 13 รายคือ 1.นายธีระวัฒน์ ศรีฉัตราภิมุข 2.กิจการร่วมค้า ITO ประกอบด้วย บริษัทอิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ จำกัด (มหาชน) บ.Takenaka Corportion บ.Obayashi Corportion 3.นายเปรมชัย กรรณสูตร 4.นางนิจพร จรณะจิตต์ 5.นายธวัชชัย สุทธิประภา 6.Mr.Takemi Yokota 7.Mr.Shiro Osada 8.Mr.Tadashi Uehara 9.Mr.Masahide Kuniyoshi 10.Mr.Dominic Della Maggiora 11.นายวรวิทย์ วิสูตรชัย 12.บริษัทแพทริออท บิซิเสน คอนซัลแตนส์  จำกัด และ 13.นายวรพจน์ ยศะทัตต์
 
ส่วนผู้ถูกกล่าวหาในความผิดกระทงที่ 2 กรณีบทม.เชิดตัวเองเข้าทำสัญญากับบ.จีอีอินวิชั่น ในส่วนของนักการเมือง ประกอบด้วย 3 ราย คือ พ.ต.ท.ทักษิณ นายสุริยะ และนายธีรวัฒน์ ศรีฉัตราภิมุข ในส่วนของคณะกรรมการและพนักงานบทม. มี 6 รายคือ 1.นายศรีสุข 2.นายสามารถ ยลภัคย์  3.นายบัญชา ปัตตนาภรณ์ 4.นายชัยเกษม นิติสิริ 5.นายสมชัย สวัสดีผล และ 6.นายกมลพงศ์ ชูมณี ส่วนในกลุ่มนิติบุคคลและบุคคลธรรมดา มี 10 ราย คือ 1.กิจการร่วมค้า ITO ประกอบด้วย บริษัทอิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ จำกัด (มหาชน) บ.Takenaka Corportion บ.Obayashi Corportion 2.นายเปรมชัย กรรณสูตร 3.นางนิจพร จรณะจิตต์ 4.นายธวัชชัย สุทธิประภา 5. Mr.Takemi Yokota 6. Mr.Shiro Osada 7.Mr.Tadashi Uehara 8.Mr.Masahide Kuniyoshi 9.บริษัทแพทริออท บิซิเสน คอนซัลแตนส์  จำกัด และ 10.นายวรพจน์ ยศะทัตต์

“สัก” เผยเหตุ “น้องเขยทักษิณ” หลุด เพราะรวมประชุมแค่1-2 ครั้ง

นายสัก กอแสงเรือง โฆษกคตส. กล่าวว่า นอกจากนี้ในการพิจารณารายละเอียดความผิดในกระทงที่ 1 คตส.เห็นควรไม่สั่งฟ้องนายเทิดศักดิ์ เศรษฐมานพ นายวิชัย จึงรักเกียรติ และนายวิษณุ พูลสุข ส่วนความผิดในกระทงที่สอง เห็นควรไม่สั่งฟ้องผู้ถูกกล่าวหาจำนวน 10 ราย คือ 1.พล.อ.อ.คงศักดิ์ วันทนา 2.นายอารีพงศ์ ภู่ชอุ่ม 3.พล.ต.อ ธวัชชัย ภัยลี้ 4. นายสุเทพ สืบสันติวงศ์ 5.นายวุฒิพันธ์ วิชัยรัตน์ 6.นายสมชัย วงศ์สวัสดิ์ 7.นายปรีชา จรุงกิจอนันต์ 8.นายวรศักดิ์ กนกนุกุลชัย 9.นาย Dominic Della Maggiora  และ 10.นายวรวิทย์ วิสูตรชัย โดยในส่วนของผู้บริหารบริษัมควอโตรเท็คอินซ์ สิ้นสภาพความเป็นนิติบุคคลไปตั้งแต่เดือนพ.ค. 2548 ดังนั้นสิทธิ์การนำคดีอาญามาฟ้องย่อมระงับไปตาม ป.วิ.อ.ม.39 (1)
 
นายสักกล่าวว่า สาเหตุที่ทำให้คตส.ไม่สั่งฟ้องนายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ เพราะจากการพิจารณาของคตส. จะดูความเกี่ยวข้องของบุคคลเป็นหลัก หากผู้เกี่ยวข้องรายใดเข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องกับการประชุมตั้งแต่ครั้งแรก รู้ราคาเดิม ราคาใหม่ ส่วนต่าง ก็ไม่หลุดข้อกล่าวหา แต่ในส่วนของคนที่เข้าประชุมเพียงแค่ 1-2 ครั้ง แต่ไม่ทราบรายละเอียดอะไรก็ทำให้หลุดข้อกล่าวหา 

Image

กระดานความคิดเห็น
เพิ่มความคิดเห็นใหม่ค้นหาความคิดเห็น
เขียนแสดงความคิดเห็น
ชื่อ:
หัวข้อ:

Powered by JoomlaCommentCopyright (C) 2006 Frantisek Hliva. All rights reserved.Homepage: http://cavo.co.nr/

 
< ก่อนหน้า   ถัดไป >
Akeyuth Information
KAMTHONG Small
 
จำนวนผู้อ่านหน้านี้
598มีผู้อ่านแล้ว: