|

คตส.สั่งเชือด “แม้ว- สุริยะ-ศรีสุข” กับพวกโกงซีทีเอ็กซ์ สั่งชดใช้ความเสียหายเกือบ 7 พันล้าน “สัก” ลั่นสรุปสำนวนถึงอสส.ใน 7 วัน แยกฟ้อง “ชัยเกษม” เอง
วันที่ 14 พ.ค. 2551 นายสัก กอแสงเรือง โฆษกคณะกรรมการตรวจสอบการกระทำที่ก่อให้เกิดความเสียหายแก่รัฐ (คตส.) แถลงว่า ที่ประชุมคตส. เมื่อวันที่ 13 พ.ค.ที่ผ่านมา มีมติเป็นเอกฉันท์ให้ส่งสำนวนคดีการจัดซื้อเครื่องตรวจจับวัตถุระเบิดซีทีเอ็กซ์ 9000 ในสนามบินสุวรรณภูมิ ไปยังอัยการสูงสุด เพื่อส่งฟ้องต่อศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางเมืองต่อไป โดยจากการตรวจสอบพบว่า มีผู้เกี่ยวข้องกับการกระทำความผิด 3 กลุ่ม คือ 1.กลุ่มนักการเมือง 2.กลุ่มคณะกรรมการบริษัทการท่าอากาศยานสากลกรุงเทพแห่งใหม่ (บทม.) และพนักงาน, และคณะกรรมการการท่าอากาศยานแห่งประเทศไทย และพนักงาน และ 3.กลุ่มนิติบุคคลและบุคคลธรรมดา ในความผิด 2 กระทง พร้อมให้ผู้กระทำความผิดชดใช้ราคาทรัพย์สินจำนวนประมาณ 6,936 ล้านบาทซึ่งเป็นไปตามประมวลกฏหมายอาญามาตรา 341 ฐานฉ้อโกง โดยจากการตรวจสอบพบว่า มีการเสนอค่าจ้างปรับเปลี่ยนสายพานลำเลียงและติดตั้งเครื่องตรวจวัตถุระเบิดแพงกว่าความเป็นจริง 1,714.846 ล้านบาท เป็นเหตุให้ บทม.ได้รับความเสียหาย โดยจะสามารถรวบรวมเอกสารเสนอให้อัยการสูงสุดได้ภายใน 7 วัน นายสัก กล่าวว่า ความผิดในกระทงแรก เป็นความผิดตามสัญญาก่อสร้างอาคารผู้โดยสารแก้ไขเพิ่มเติม ฉบับที่ 1 โดยผู้เกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดประกอบด้วย 1.นักการเมือง ในฐานะเป็นผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง มีมูลความผิดฐาน ร่วมกับพนักงานและคณะกรรมการ บทม. นิติบุคคล และบุคคลธรรมดา กำหนดเงื่อนไข Variation ข้อ 56 และกำหนดคุณสมบัติของเครื่องตรวจสอบวัตถุระเบิดให้สามารถตรวจยาเสพติดได้พร้อมกัน ในการจ้างปรับเปลี่ยนระบบ BHS & HBS โดยมุ่งหมายมิให้มีการแข่งขันในการเสนอราคาอย่างเป็นธรรม หรือเพื่อช่วยเหลือให้ผู้เสนอราคารายใดได้มีสิทธิเข้าทำสัญญากับหน่วยงานของรัฐโดยไม่เป็นธรรม หรือเพื่อกีดกันผู้เสนอราคารายใด มิให้มีโอกาสเข้าแข่งขันในการเสนอราคาอย่างเป็นธรรม โดยทุจริต ทำให้เกิดความเสียหายแก่ บทม. ซึ่งถือว่ามีความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐ พ.ศ. 2542 มาตรา 5, 11, 12, 13 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83, 86, 90, 149, 157, 341 พระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดของพนักงานในองค์การหรือหน่วยงานของรัฐ พ.ศ. 2502 มาตรา 3, 11
นายสัก กล่าวต่อว่า 2.คณะกรรมการ และพนักงาน บทม. ในฐานะเป็นพนักงานในองค์การหรือหน่วยงานของรัฐ ซึ่งมีความผิดตามกฎหมายมาตราเดียวกันกับกลุ่มนักการเมือง 3.กลุ่มนิติบุคคลและบุคคลธรรมดา มีมูลความผิดฐานร่วมกับผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง เจ้าพนักงาน พนักงานและคณะกรรมการ บทม. มีความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐ พ.ศ. 2542 มาตรา 5, 11, 12, 13 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83, 86 , 90, 144, 157, 341 พระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดของพนักงานในองค์การหรือหน่วยงานของรัฐ พ.ศ. 2502 มาตรา 3, 11 นายสักกล่าวว่า สำหรับ กระทงที่ 2 เป็นความผิดกรณี บทม.เชิดตัวเองเข้าทำสัญญากับกับบริษัท จีอี อินวิชั่น ประกอบด้วย 1. กลุ่มนักการเมือง กลุ่มที่ 2 คณะกรรมการ ทอท. และพนักงาน และกลุ่ม 3 นิติบุคคลและบุคคลธรรมดา มีความผิดฐานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๑๔๙ “สำหรับนายชัยเกษม นิติสิริ อัยการสูงสุด คตส.มีมติส่งฟ้องเองตามพ.ร.บ.ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติมาตรา 56 (2) ประกอบมาตรา 97 แม้ว่านายชัยเกษมจะเคยชี้แจงว่าคุณสมบัติไม่เข้ามาตรา 97 เพราะในพฤติกรรมที่ถูกกล่าวหาเป็นช่วงการดำรงตำแหน่งเป็นรองอัยการสูงสุดก็ตาม แต่ทาง คตส.ได้พิจารณาแล้วเห็นว่าเป็นข้ออ้างที่ฟังไม่ขึ้น ซึ่งการส่งฟ้องต่อศาลในส่วนของนายชัยเกษม ทางคตส.จะรอฟ้องพร้อมกับผู้กระทำความผิดรายอื่น”นายสักกล่าว โฆษกคตส. กล่าวว่า อย่างไรก็ตาม จากการรับฟังการชี้แจงแก้ข้อกล่าวหา ทำให้คตส.มีมติเห็นควรไม่สั่งฟ้องนายเทิดศักดิ์ เศรษฐมานพ นายวิชัย จึงรักเกียรติ และ นายวิษณุ พูลสุข ในความผิดกระทงที่ 1 ส่วนความผิดในกระทงที่ 2 เห็นควรไม่สั่งฟ้องผู้ถูกกล่าวหาจำนวน 10 ราย คือ 1.พล.อ.อ.คงศักดิ์ วันทนา 2.นายอารีพงศ์ ภู่ชอุ่ม 3.พล.ต.อ.ธวัชชัย ภัยลี้ 4. นายสุเทพ สืบสันติวงศ์ 5.นายวุฒิพันธ์ วิชัยรัตน์ 6.นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ 7.นายปรีชา จรุงกิจอนันต์ 8.นายวรศักดิ์ กนกนุกุลชัย 9.นาย Dominic Della Maggiora และ 10.นายวรวิทย์ วิสูตรชัย โดยในส่วนของผู้บริหารบริษัมควอโตรเท็คอินซ์ สิ้นสภาพความเป็นนิติบุคคลไปตั้งแต่เดือนพ.ค. 2548 ดังนั้นสิทธิ์การนำคดีอาญามาฟ้องย่อมระงับไปตาม ป.วิ.อ.ม.39 (1)
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับผู้กระทำความผิดในกระทงที่ 1 กลุ่มนักการเมืองประกอบด้วย พ.ต.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานคณะกรรมการพัฒนาท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ, นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ อดีตรมว.คมนาคม, นายธีรวัฒน์ ฉัตราภิมุข อดีตที่ปรึกษารมว.คมนาคม (นายสุริยะ ) สำหรับกลุ่มที่ 2. คืออดีตบอร์ด บทม.และ ทอท.ซึ่งสามารถแยกผู้ถูกสั่งฟ้อง โดยมีจำนวน 4 คนคือ นายศรีสุข จันทรางศุ อดีตปลัดกระทรวงคมนาคม, พล.อ.อ.สมชาย สมประสงค์, พล.อ.อ.นรงศักดิ์ สังฆพงศ์, นายชัยเกษม นิติสิริ ซึ่งนายชัยเกษม คตส.จะแยกสั่งฟ้องเอง สำหรับผู้ถูกกล่าหาในความผิดกระทงที่ 2 เป็นนักการเมืองชื่อเดียวกับกระทงแรก และอดีตบอร์ดทอท. ประกอบด้วยนายศรีสุข จันทรางศุ, นายสามารถ ยลภัคย์, นายบัญชา ปัตนาภรณ์, นายชัยเกษม นิติสิริ, นายสมชัย สวัสดิผล และนายกมลพงศ์ ชูมณี เนื่องจากเป็นผู้มีส่วนรับรู้ตั้งแต่ต้น ส่วนคนที่หลุดในกระทงนี้มีจำนวน 10 ดังกล่าวข้างต้น ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นอกจากนี้ในกระทงที่ 2 คตส.ยังแจ้งข้อกล่าวหากับบริษัทเอกชน ประกอบ กลุ่มร่วมไอทีโอ (บ.อิตัลไทย, บ.ทาเกนากะ, บ.โอบายาชิ ) บ.ควอโตรเท็ต บ.แพททิออต ส่วนกรรมการผู้มีอำนาจและผู้บริหารใน 5 บริษัทดังกล่าวที่ถูกเอาผิดประกอบด้วย นายเปรมชัย กรรณสูต ประธานบริษัทอิตัลไทย นางนิจกร จรณะจิตต์ น้องสาวนายเปรมชัย นายธวัชชัย สุทธิประภา ผู้จัดการกลุ่มร่วมค้าไอทีโอ นายวรพจน์ ยศทัศน์ เหรือเสี่ย เช. ส่วนที่เป็นชาวต่างชาติ คือ Mr.Takemi Yokota Mr.Shiro Osada Mr.Tadashi Ueharro Mr.Massahide Kumiyoshi  |