Latest News
Popular
 
  :: โวย'ถูกมัดมือ-มัดเท้า' จะทำอะไรไม่ได้เลย! รัฐบาลกลัวอำนาจศาล แต่'พันธมิตร'ไม่กลัว   :: ‘นครบาล’ยื่นหลักฐาน พันธมิตรขัดคำสั่งศาล แกนนำเตรียมอุทธรณ์! พร้อมบุกสตช.จันทร์นี้   :: ‘นิตย์’ยันรัฐบาลขิงแก่ค้านกัมพูชาขอขึ้นทะเบียนปราสาทพระวิหารเป็นมรดกโลกฝ่ายเดียว   :: หมดค.อดทน ASTV ฟื้น PTV ภาคพิเศษสู้ ไม่ยอม'รอความตาย' หากช้าจะสายเกินแก้   :: ‘สมัคร’ควงประมุข 2 สภาฯ ดูพื้นที่สร้างรัฐสภาแห่งใหม่
‘เตือน’ภัยใน‘จีน-พม่า’ สัญญาณบอกมีมากขึ้น แนะไทยเตรียมป้องกัน เหตุมีรอยเลื่อน14แห่ง! พิมพ์ อีเมล์
Tuesday, 13 May 2008

Image

“สมิทธ” ชี้ภัยธรรมชาติที่จีน-พม่า คือสัญญาณเตือนว่าเริ่มมีมากขึ้น แนะให้เตรียมระบบเตือนภัยและช่วยเหลือผู้ประสบภัยกันไว้ก่อน เหตุไทยมี “รอยเลื่อน” 14 แห่ง เปรียบเหมือนแก้วที่ร้าว หากมีอะไรไปกระทบก็ยิ่งแตกมากขึ้น 

นายสมิทธ ธรรมสโรช ประธานอำนวยการเตือนภัยพิบัติแห่งชาติ กล่าวว่า การเกิดแผ่นดินไหวครั้งใหญ่ในจีน อาจมีผลกระทบบ้างเล็กน้อยต่อรอยเลื่อนในประเทศไทย เพราะการเกิดแผ่นดินไหวใหญ่ ๆ ในโลก ซึ่งมีรอยเลื่อนทั้งหมด 14 แห่ง เปรียบเหมือนแก้วที่เกิดรอยร้าว รอยแตก หากมีอะไรไปกระทบกระเทือน แก้วก็จะยิ่งแตกมากขึ้น โดยเฉพาะการเกิดแผ่นดินไหวใหญ่ในทะเล และเกิดสึนามิ เมื่อวันที่ 26 ธ.ค. 2547 ทำให้รอยเลื่อนที่มีพลังในประเทศไทยมีปฏิกิริยาต่อการเกิดแผ่นดินไหวมากขึ้น สามารถวัดรอยเลื่อนที่เชียงใหม่ และเชียงรายได้ เช่น ที่อ.แม่ริม แผ่นดินไหวที่เกิดมีขนาดและความรุนแรงมากขึ้น รวมถึงเหตุแผ่นดินไหวรอยเลื่อนสะแกงในพม่า ที่มีขนาด 8.0 ริกเตอร์ ซึ่งรอยเลื่อนสะแกงมีแขนงเข้ามาในไทย คือรอยเลื่อนศรีสวัสดิ์ จ.กาญจนบุรี ที่อาจมีผลกระทบต่อเขื่อนศรีนครินทร์ เขื่อนวชิราลงกรณ์ และถึงกรุงเทพมหานคร

นายสมิทธ กล่าวว่า ภัยธรรมชาติที่เกิดในจีนและพม่า จึงเป็นสัญญาณเตือนว่า ภัยธรรมชาติเริ่มมีมากขึ้น และมนุษย์ไม่สามารถล่วงรู้ได้ว่าอะไรจะเกิดขึ้น ดังนั้นคงต้องเตรียมพร้อมการเตือนภัยและระบบช่วยเหลือผู้ประสบภัยในพื้นที่เสี่ยงภัย เพราะประเทศไทยตั้งอยู่ในแผ่นดินที่สามารถได้รับผลกระทบจากภัยธรรมชาติได้ตลอดเวลา

ประกาศ 2 อำเภอที่สุราษฎร์ฯเป็นเขตภัยพิบัติฉุกเฉินแล้ว

อีกด้านหนึ่ง นายวินัย บัวประดิษฐ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี กล่าววันนี้ (13 พ.ค.) ในรายการ "ข่าวเช้าโมเดิร์นไนน์" ถึงสถานการณ์น้ำท่วมในจังหวัดสุราษฎร์ธานีว่า จากปริมาณฝนที่ตกต่อเนื่องอย่างหนักตั้งแต่เมื่อคืนนี้ ส่งผลให้น้ำไหลเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชนได้รับความเสียหาย 2 อำเภอ คืออ.วิภาวดี จำนวน 2 หมู่บ้าน ที่ต.ตะกุกเหนือ และต.ตะกุกใต้ มีผู้ได้รับผลกระทบ 150 ครัวเรือน ส่วนอ.คีรีรัฐนิคม มี 1 หมู่บ้าน ที่ต.น้ำหัก มีผู้ได้รับผลกระทบ 58 ครัวเรือน รวม 2 อำเภอ มีประชาชนได้รับความเดือดร้อนประมาณ 500 คน
 
นายวินัย บัวประดิษฐ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี กล่าวด้วยว่า ขณะนี้จังหวัดได้ประกาศให้ 2 อำเภอ เป็นเขตภัยพิบัติฉุกเฉินแล้ว ส่วนเส้นทางสัญจรไปมาของประชาชนได้รับความเดือดร้อนจากน้ำท่วมขังประมาณ 1.5 เมตร บางเส้นทางที่ต้องจัดเจ้าหน้าที่นำเรือท้องแบนเข้าไปรับส่งชาวบ้านออกจากถนนในหมู่บ้านเป็นช่วงสั้นๆ เท่านั้น

Image 

กระดานความคิดเห็น
เพิ่มความคิดเห็นใหม่ค้นหาความคิดเห็น
เขียนแสดงความคิดเห็น
ชื่อ:
หัวข้อ:

Powered by JoomlaCommentCopyright (C) 2006 Frantisek Hliva. All rights reserved.Homepage: http://cavo.co.nr/

 
< ก่อนหน้า   ถัดไป >
Akeyuth Information
KAMTHONG Small
 
จำนวนผู้อ่านหน้านี้
287มีผู้อ่านแล้ว: