|
บอร์ดทอท.รอคืนเก้าอี้‘สมชัย สวัสดิผล’ นั่งผอ.ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ |
|
|
|
Monday, 12 May 2008 |
|
แหล่งข่าวจากคณะกรรมการ (บอร์ด) บมจ.ท่าอากาศยานไทย (ทอท.) เปิดเผยว่า หลังการประเมินผลงานครบ 6 เดือนในเดือนมิ.ย.นี้ ของพล.อ.ท.ชนะ อยู่สถาพร กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ทอท.แล้ว บอร์ดทอท.เตรียมโยกย้ายผู้บริหารระดับสูงเพื่อให้เกิดความเหมาะสมในการทำงาน รวมทั้งให้พล.อ.ท.ชนะสามารถวางตัวบุคคลที่จะมาช่วยงานในช่วง 6 เดือนหลังของปี 2551 ให้เป็นไปตามแผน และสอดคล้องกับนโยบายของบอร์ด
สำหรับตำแหน่งสำคัญที่คาดว่าจะมีการปรับเปลี่ยน เช่น ตำแหน่งผู้อำนวยการท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ และตำแหน่งรองกรรมการผู้อำนวยการใหญ่บางสายงาน โดยจะมีการดึงนายสมชัย สวัสดีผล ผู้เชี่ยวชาญ 11 ซึ่งเดิมดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ และถูกย้ายในช่วงรัฐบาล พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ กลับเข้ามารับตำแหน่งผู้อำนวยการท่าอากาศยานสุวรรณภูมิเช่นเดิม
สำหรับนายสมชัยเป็นหัวหน้าโครงการก่อสร้างสนามบินสุวรรณภูมิตั้งแต่ยังเป็นบริษัท ท่าอากาศยานสากลกรุงเทพแห่งใหม่ (บทม.) ก่อนจะเป็น ทอท.และได้รับการแต่งตั้งเป็นผู้อำนวยการสนามบินสุวรณภูมิในรัฐบาลสมัยพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร กระทั่งถูกลดอำนาจหลังการรัฐประหารเมื่อวันที่ 19 ก.ย. 2549 และได้แต่งตั้งนายเสรีรัตน์ ประสุตานนท์ ขึ้นดำรงตำแหน่งแทน
แหล่งข่าวกล่าวว่า แผนงานที่พล.อ.ท.ชนะวางไว้ และบอร์ดทอท.ส่วนใหญ่ค่อนข้างเห็นด้วยคือ การเร่งสร้างกำไรและมูลค่าเพิ่มให้กับผู้ถือหุ้น หลังจากที่ปี 2550 ทอท.มีกำไรสุทธิเพียง 1,094 ล้านบาท ลดลง 89.5% จากปี 2549 ซึ่งเกิดจากการไม่ได้รับรู้รายได้จากบริษัท คิง เพาเวอร์ ในส่วนดิวตี้ฟรีและพื้นที่เชิงพาณิชย์ จำนวน 3,600 ล้านบาท, ค่าเสื่อมราคาทรัพย์สินของท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ 6,200 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 450%, ดอกเบี้ยจ่ายจากการกู้เงินสูงขึ้นประมาณ 2,200 ล้านบาท และค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานสูงขึ้น 1,800 ล้านบาท
สำหรับแผนการดำเนินการในช่วงครึ่งปีหลัง จะเน้นในเรื่องของการลดค่าใช้จ่ายด้านบุคลากรลง และการเร่งรัดการจัดหารายได้จากกิจกรรมเชิงพาณิชย์ให้มากขึ้น โดยเฉพาะพื้นที่เชิงพาณิชย์ที่ยังมีอยู่ในท่าอากาศยานสุวรรณภูมิประมาณ 1,140 ไร่ และพื้นที่ในท่าอากาศยานในภูมิภาค เช่น ภูเก็ต เชียงใหม่ เชียงราย การเตรียมแผนการลงทุนขยายสนามบินสุวรรณภูมิในเฟสที่สอง และการแก้ไขข้อพิพาท ระหว่างบริษัทคิงเพาเวอร์และ ทอท.ให้ได้ข้อยุติ จึงจำเป็นจะต้องมีการโยกย้ายตำแหน่งผู้บริหารให้มีความเหมาะสมกับงานดังกล่าว
อย่างไรก็ตาม ในปี 2551 ทอท.คาดว่าจะมีผลประกอบการดีขึ้นกว่าปี 2550 เนื่องจากสามารถรับรู้รายได้จากคิงเพาเวอร์ ได้ตามคำสั่งของศาล ซึ่งจนถึงเดือนมิ.ย.นี้ น่าจะรับรู้ได้กว่า 6,000 ล้านบาท |