|
บรรหารโดดขวางชัย ปลาไหลงดออกเสียง เย้ยพปช.‘ใครคนคุม?’ ยั๊วะจัด‘ไม่ให้เกียรติ’ |
|
|
|
Sunday, 11 May 2008 |
|

ที่ประชุมส.ส.พปช.ยืนตามมติกก.บห.เสนอ “ชัย” เป็นประธานสภาฯ “วรวัจน์” เผยสาเหตุคะแนนสนับสนุน “สมศักดิ์” พลิกเพราะชะลอแก้ รธน. “บิ๊กเติ้ง” ออกโรงโดดขวาง “ชัย” ยันไม่ร่วมเลือกแน่ เพราะติดธุระที่สุพรรณฯ ฉุนจัดไม่ให้เกียรติ ย้อนถาม “ทรงศักดิ์” เป็นใคร เย้ยในพปช.ใครกันแน่ที่ควบคุมพรรค
วันที่ 11 พ.ค. 2551 เวลา 14.00 น.พรรคพลังประชาชน ได้มีการประชุมส.ส.ของพรรคเพื่อชี้แจงเหตุผลที่ประชุมกรรมการบริหารพรรคพลังประชาชน มีมติเลือกนายชัย ชิดชอบ เป็นประธานสภาผู้แทนราษฎรให้ส.ส.รับทราบ โดยใช้เวลาประชุมนานถึง 3 ชั่วโมงครึ่ง
จากนั้นเวลา 18.00 น. ร.ท.กุเทพ ใสกระจ่าง โฆษกพรรคพลังประชาชน แถลงว่า แม้ในที่ประชุมจะมีการแสดงความเห็นกันอย่างกว้างขวาง และมีการเสนอชื่อนายชัย ชิดชอบ นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ รองประธานสภาฯ คนที่ 1 และนายวัลลภ สุปรียศิลป์ ส.ส.น่าน พรรคพลังประชาชน เพื่อให้ลงคะแนนแข่งขันกันใหม่ แต่นายสมศักดิ์ และนายวัลลภ ได้ขอถอนตัว ทำให้เหลือนายชัยเพียงคนเดียว ท้ายที่สุดที่ประชุมมีมติยืนตามมติกรรมการกรรมการบริหารพรรคเสนอนายชัยเป็นประธานสภาฯ ด้วยเสียงส.ส.ที่เห็นด้วย 94 เสียง ไม่เห็นด้วย 24 เสียง งดออกเสียง 9 เสียง จากนั้นจะเสนอต่อสภาฯอย่างเป็นทางการ ในวันที่ 12 พ.ค. เวลา 09.30 น. ซึ่งเชื่อว่าส.ส.ของพรรคจะมีมติในทางเดียวกัน
สำหรับกรณีที่มีกระแสข่าวว่า ในการเลือกประธานสภาวันที่ 12 พ.ค. พรรคประชาธิปัตย์ พรรคชาติไทย และพรรคพลังประชาชนบางส่วน อาจจะเสนอชื่อนายสมศักดิ์ ขึ้นมาแข่งกับนายชัย โฆษกพรรคพลังประชาชน กล่าวว่า มั่นใจว่านายสมศักดิ์เป็นผู้ใหญ่ มีเกียรติสูง คงไม่หลงเกมการเมืองของพรรคประชาธิปัตย์ ส่วนส่วนกรณีพรรคชาติไทยเราคงไม่เข้าไปก้าวกายพรรคร่วมรัฐบาล
นายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล ส.ส.แพร่ พรรคพลังประชาชน ซึ่งที่ผ่านมาเคยสนับสนุนนายสมศักดิ์ ปริศนานันทกุล รองประธานสภาฯ คนที่ 1 เป็นประธานสภาผู้แทนราษฎร เปิดเผยว่า สาเหตุสำคัญที่ทำให้ส.ส.ซึ่งเคยสนับสนุนนายสมศักดิ์เปลี่ยนมาลงคะแนนสนับสนุนนายชัย ชิดชอบ เป็นประธานสภาฯ เนื่องจากนายสมศักดิ์ได้แสดงความเห็นเกี่ยวกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญว่าควรจะทอดระยะเวลาออกไปสักระยะ และสนับสนุนให้มีการตั้งส.ส.ร. 3 ซึ่งส.ส.ส่วนใหญ่ไม่เห็นด้วยและตนคิดว่าเรื่องนี้เป็นจุดที่ทำให้คะแนนพลิก และต้องการให้แก้ไขรัฐธรรมนูญโดยเร็ว ดังนั้นการลงมติเลือกประธานสภาฯครั้งนี้จึงตัดสินที่วิธีคิดเป็นหลัก อย่างไรก็ตามมั่นใจว่าการลงคะแนนโหวตประธานสภาฯวันที่ 12 พ.ค.นี้ จะไม่มีใครฝืนมติพรรค ส่วน 24 เสียงที่ลงคะแนนที่ไม่เห็นด้วยนั้น ไม่ใช่ไม่เห็นด้วยกับมติกรรมการบริหารพรรค แต่ความจริงคือไม่เห็นด้วยที่กรรมการบริหารมีมติก่อนที่จะถามความเห็นของ ส.ส. นอกจากนี้ยังมั่นใจว่าการลงคะแนนของพรรคร่วมรัฐบาลจะเป็นไปในทิศทางเดียวกัน ซึ่งคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล (วิปรัฐบาล) จะประชุมอีกครั้งในเวลา 08.00 น.ก่อนที่จะมีการประชุมเลือกประธานสภาฯ ในวันที่ 12 พ.ค.นี้
ปชป.เรียกประชุมส.ส.พรุ่งนี้เช้าส่งคนชิงปธ.สภาฯ นายชุมพล กาญจนะ ประธานส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ตนได้เรียกส.ส.ของพรรคประชุมเพื่อหารือถึงการชิงตำแหน่งประธานสภาฯคนใหม่ในวันที่ 12 พ.ค. นี้ เวลา 08.30 น. ที่ห้องสารนิเทศ อาคารรัฐสภา 1 เพื่อขอมติที่ประชุมว่าจะส่งคนลงชิงตำแหน่งนี้หรือไม่ และจะเสนอชื่อบุคคลใด อย่างไรก็ตาม ส่วนตัวเห็นว่าพรรคควรส่งคนที่มีคุณสมบัติลงชิงตำแหน่งเพื่อศักดิ์ศรีและหน้าตาของพรรค แม้จะรู้ว่าส่งใครก็จะแพ้ตัวแทนของพรรคพลังประชาชน ทั้งนี้ ตนเห็นว่าผู้ที่เหมาะสมในการลงชิงประธานสภาฯในพรรคประชาธิปัตย์ คือ นายบัญญัติ บรรทัดฐาน ส.ส.สัดส่วน พรรคประชาธิปัตย์ ด้านนายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย ประธานคณะทำงานประสานงาน (วิป) พรรคฝ่ายค้าน กล่าวว่า พรรคจะส่งคนลงชิงตำแหน่งดังกล่าว ส่วนบุคคลที่เหมาะสมนั้น ส.ส.164 คนของพรรคมีความเหมาะสมทุกคน ทั้งนี้ยืนยันว่าพรรคประชาธิปัตย์จะไม่มีการแปรพรรคหรือลงคะแนนให้กับพรรคการเมืองฝ่ายตรงข้ามอย่างแน่นอน “บิ๊กเติ้ง” ออกโรงโดดขวาง “ชัย”-ไม่ร่วมเลือก ฉุนไม่ให้เกียรติ
วันเดียวกันนี้ นายบรรหาร ศิลปอาชา หัวหน้าพรรคชาติไทย กล่าวก่อนการประชุมคณะกรรมการบริหารและส.ส.พรรคชาติไทยว่า เป็นการหารือถึงการเลือกประธานสภาผู้แทนราษฎร วันที่ 12 พ.ค.นี้ ซึ่งตนเพิ่งเดินทางกลับจากต่างประเทศวันนี้ เมื่อเวลา 17.00 น. แต่ก่อนหน้านี้ นายสมศักดิ์ ปริศนานันทกุล รองหัวหน้าพรรคชาติไทย แจ้งว่า มีแฟกซ์เรียกประชุมสภาผู้แทนราษฎรด่วน ตนก็สงสัยว่าทำไมต้องเร่งด่วน ถึงรอประชุมวันพุธที่ 14 พ.ค.นี้ไม่ได้ เพราะตำแหน่งประมุขฝ่ายนิติบัญญัติถือเป็นตำแหน่งที่สำคัญ และการจะสนับสนุนใครขึ้นเป็นประธานสภาผู้แทนราษฎร ผู้ใหญ่ในพรรคพลังประชาชน ควรจะได้มีการประสานมายังพรรคชาติไทย ไม่ใช่มีเพียงนายทรงศักดิ์ ทองศรี รมช.คมนาคม ซึ่งเป็นลูกน้องนายเนวิน ชิดชอบ อดีตกรรมการบริหารพรรคไทยรักไทย เป็นคนแจ้งมาว่า ให้สนับสนุนนายชัย ชิดชอบ ส.ส.สัดส่วนพรรคพลังประชาชน จึงอยากถามว่า นายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าพรรคพลังประชาชน หรือนพ.สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี เลขาธิการพรรคพลังประชาชน ไปไหนถึงไม่มาประสาน ดังนั้นพรรคชาติไทยจะต้องมีการหารือ และยืนยันว่าพรรคชาติไทยเป็นตัวของตัวเอง
“ธรรมดาเขาไม่ทำกันอย่างนี้ ต้องถามว่าในพรรคพลังประชาชนใครควบคุมกันแน่ เลขาธิการพรรค เป็นใคร หรือบุคคลอื่นควบคุม ผมก็ไม่ทราบ เพราะขั้นตอนอย่างนี้ไม่มีหรอก ผมเรียนตรง ๆ ว่า พรุ่งนี้ไม่อยู่ทั้งวัน มีประชุมด่วนทั้งวันที่จังหวัดสุพรรณบุรี ยกเลิกไม่ได้ และบ่ายโมง ต้องไปสำนักงานอัยการสูงสุด ผมไม่ได้วอล์คเอาท์ แต่เป็นตัวของตัวเอง ตอนที่จะให้เข้าร่วมรัฐบาลมากันเยอะแยะ นี่ประมุขฝ่ายนิติบัญญัติต้องให้เกียรติกัน ผู้ใหญ่ต้องมาเจรจาว่ามติพรรคเป็นอย่างนี้ หรือหัวหน้าพรรค ขออย่างนี้”นายบรรหารกล่าว
หัวหน้าพรรคชาติไทย กล่าวว่า จะไม่ขอพูดเรื่องตัวบุคคล แต่ประธานสภาฯ ต้องเป็นคนมีความรอบรู้ มีความสามารถ เป็นที่ยอมรับ ทั้งส.ส.และบุคคลทั่วไป ไม่ใช่จะหยิบยกใครขึ้นมาเป็นกันได้ง่าย ๆ และที่ผ่านมา ธรรมเนียมปฏิบัติไม่เคยเป็นเช่นนี้มาก่อน จึงไม่ทราบว่ามีอะไรหรือไม่ จึงเร่งรีบ มติปลาไหล “งดออกเสียง” เลือก “ชัย”
ต่อมานายเอกพจน์ วงศ์นาค กรรมการบริหารพรรคชาติไทย ในฐานะรองโฆษกพรรคชาติไทย แถลงผลการประชุมนัดพิเศษของพรรคชาติไทย ที่มีนายบรรหาร ศิลปอาชา หัวหน้าพรรคชาติไทย เป็นประธานว่า ที่ประชุมพรรคชาติไทย เห็นว่าการนัดประชุมสภาผู้แทนราษฎรใน เพื่อเลือกประธานสภาผู้แทนราษฎร ตำแหน่งที่มีความสำคัญ 1 ใน 3 ของประมุขสถาบันสำคัญ เป็นไปอย่างรวบรัด และมีความเห็นออกเป็น 2 แนวทาง ส่วนหนึ่งเห็นว่าการลงมติในครั้งนี้ควรให้เป็นเอกสิทธิ์ของส.ส.ในการตัดสินใจ แต่เสียงส่วนใหญ่เห็นว่าหากเป็นเช่นนี้ จะทำให้การลงมติของพรรคชาติไทยไม่เป็นไปในทิศทางเดียวกัน จึงเห็นควรให้งดออกเสียง และคิดว่าการงดออกเสียงครั้งนี้ ไม่ส่งผลกระทบต่อการร่วมรัฐบาลแต่อย่างใด
โฆษกพรรคชาติไทย กล่าวด้วยว่า ยอมรับว่าได้มีส.ส.บางคนในพรรคชาติไทยพูดถึงคุณสมบัติและความเหมาะสมของนายชัย ชิดชอบ ส.ส.สัดส่วน พรรคพลังประชาชน ที่จะเป็นประมุขฝ่ายนิติบัญญัติ
|