|
ปชป.ขู่รัฐบาลเร่งแก้รธน.ระวังเจอพายุไซโคลนการเมือง |
|
|
|
Sunday, 11 May 2008 |
|
วันที่ 11 พ.ค. 2551 ที่พรรคประชาธิปัตย์ นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ แถลงว่า ขณะนี้ พรรคพลังประชาชนได้เริ่มแสดงปาหี่ทางการเมืองรอบใหม่ โดยเห็นได้จากการเรียกประชุมสภาผู้แทนราษฎรอย่างเร่งด่วน เพื่อเลือกประธานสภาผู้แทนฯ ในวันที่ 12 พ.ค.นี้ โดยหวังใช้อำนาจของประธานสภาฯคุมเกมแก้รัฐธรรมนูญในมาตรา 237 และ มาตรา 309 เพื่อหนีคดียุบพรรคและคดีต่างๆที่เกี่ยวข้องกับอดีตนายกรัฐมนตรีโดยไม่ฟังเสียงท้วงติงของประชาชนและภาคสังคม ซึ่งตนคิดว่าการเร่งรีบดังกล่าวจะนำประเทศไปสู่วิกฤตที่เหมือนกับการประสบภัยพายุไซโคลนนาร์กิสทางการเมืองที่จะสร้างความสูญเสียอย่างมหาศาล “รัฐบาลไม่ควรเร่งรีบแก้รัฐธรรมนูญ แค่ควรเร่งแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากเศรษฐกิจซึ่งเกิดจาการบริหารงานของรัฐบาลที่ผิดพลาดหลายประการ และควรปล่อยให้มีการใช้รัฐธรรมนูญไปสัก 1-2 ปีก่อน เพื่อจะได้เห็นทั้งข้อดีและข้อเสีย แล้วมาดูว่ามีจุดบกพร่องที่ต้องแก้ไขตรงไหน หรือข้อใดที่ควรให้คงอยู่ต่อไป”นายองอาจกล่าว โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวอีกว่า ความพยายามของรัฐบาลที่ดึงตัวเองออกจากการแก้ไขรัฐธรรมนูญแล้วโยนให้เป็นภาระของสภาฯ ถือเป็นการแสดงปาหี่ทางการเมือง เพราะตามระบอบการปกครองแบบประชาธิปไตย เสียงข้างมากในสภาฯเป็นเสียงที่สนับสนุนรัฐบาล และประเทศไทยไม่ได้ปกครองในระบอบประธานาธิบดีที่จะแยกอำนาจฝ่ายบริหารออกจาก ฝ่ายนิติบัญญัติ นอกจากนี้ การจะห้ามรัฐมนตรีและส.ส.ที่เป็นกรรมการบริหารพรรค ร่วมลงชื่อสนับสนุนแก้ไขรัฐธรรมนูญ เป็นการแสดงปาหี่รอบ 2 หวังตบตาประชาชนให้เห็นว่ารัฐบาลไม่เกี่ยวข้อง ทั้งที่รัฐบาลเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ เพราะขณะนี้รัฐบาลมีเสียง 316 เสียงซึ่งเกินกึ่งหนึ่งของรัฐสภาในการผ่านร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ ดังนั้นถ้ารัฐมนตรีหรือ ส.ส.ที่เป็นกรรมการบริหารพรรคไม่ลงชื่อเสนอญัตติ ก็ยังสามารถร่วมลงมติผ่านรัฐธรรมนูญในรัฐสภาได้ |