|
นพดลเยือนพม่า 13 พ.ค.นี้ หวังกล่อมเปิดทางต่างชาติช่วน |
|
|
|
Sunday, 11 May 2008 |
|
“นพดล” บินเยือนพม่า 13 พ.ค. กล่อมเปิดทางต่างชาติช่วยเหลือเหยื่อพายุนาร์กีส กระทรวงต่างประเทศตั้งศูนย์รับบริจาค ปัดให้ข่าว “สุรยุทธ์” เยือนพม่า ปชป.อัดรัฐบาล 3 เดือนที่ผ่านมาไร้ผลงานนโยบายตปท. จี้ทบทวนตัวเองเร่งสร้างบทบาทไทยเป็นแกนนำในเวทีโลก วันที่ 11 พ.ค. 2551 เวลา 11.00 น.ที่ทำการพรรคพลังประชาชน นายนพดล ปัทมะ รมว.ต่างประเทศ กล่าวถึงการช่วยเหลือประเทศพม่าที่ประสบภัยจากพายุไซโคลนนาร์กีสว่า ตนจะเดินทางไปเยือนพม่าในวันอังคารที่ 13 พ.ค.นี้ เนื่องจากมีรัฐมนตรีในยุโรปหลายประเทศโทรศัพท์มาแสดงความชื่นชมไทย และขอให้ไทยแสดงบทบาทนำพูดคุยกับผู้นำพม่า เพื่อออกวีซ่าให้บุคคลากรเข้าไปให้ความช่วยเหลือในประเทศ เนื่องจากขณะนี้พม่ารับแต่สิ่งของและเงินบริจาค แต่ยังไม่เปิดรับความช่วยเหลือด้านบุคลากร ส่วนตัวมีความเห็นว่าอยากให้ทุกชาตินำของช่วยเหลือลำเลียงมาประเทศไทย ในจังหวัดเชียงใหม่ หรือแม่ฮ่องสอน ที่มีอาณาเขตใกล้พม่า จากนั้นไทยจะใช้เครื่องบินส่งของต่อไป นอกจากนี้กระทรวงต่างประเทศจัดตั้งศูนย์รับบริจาค เครื่องอุปโภค และบริโภคตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ประชาชนไทยที่ต้องการบริจาคของช่วยเหลือพม่า ก็สามารถนำสิ่งของมาบริจาคได้ นายนพดล ยังปฎิเสธว่า ไม่ได้ให้สัมภาษณ์แก่สำนักข่าวเอพีว่า พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ อดีตนายกรัฐมนตรี จะเดินทางไปเจรจาเกลี้ยกล่อมพม่าตามที่ปรากฎเป็นข่าว คิดว่าเป็นการนำเสนอข่าวด้วยความเข้าใจที่คลาดเคลื่อน ส่วนพล.อ.สุรยุทธ์จะเดินทางไปส่วนตัวหรือไม่ตนก็ไม่ทราบ และถ้าไปก็ไม่เกี่ยวข้องกับรัฐบาล อย่างไรก็ตามนายจอร์จ เยล รัฐมนตรีอาเซียนได้เชิญรัฐมนตรีจากกลุ่มประเทศอาเซียนทั้งหมดเข้าร่วมประชุมที่ประเทศสิงคโปร์ ในฐานะประธานกลุ่มประเทศอาเซียน ในวันที่ 19 พ.ค.นี้เพื่อหารือถึงแนวทางชาวเหลือพม่าต่อไป ซึ่งตนได้ตอบตกลงไปแล้ว “ผมไม่ได้คุยกับเอพีนานแล้ว และก็ไม่ได้รู้จักพล.อ.สุรยุทธ์ เป็นการส่วนตัว คงเป็นเรื่องสับสนกัน และผมก็ไม่น่าจะเบลอพูดจาก “สมัคร” เป็น “สุรยุทธ์” ในเรื่องนี้ แต่ถ้าพล.อ.สุรยุทธ์อยากทำก็เป็นสิทธิของท่าน แต่รัฐบาลคงจะไม่ขอเพราะรัฐบาลมีช่องทางการทูตที่ดีอยู่แล้ว ความสัมพันธ์ระหว่างไทยพม่าถือเป็นมิตรประเทศเป็นไปด้วยดี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศพม่าก็โทรศัพท์สายตรงกันได้ตลอดเวลา แต่อยากให้เป็นพิธีทางการทูตต้องให้เกียรติเขา อย่างไรก็ตามประเมินว่าคราวนี้คงไม่ง่ายที่พม่าจะให้คนนอกเข้าไป แต่ก็จะพม่าพยามยามอีกครั้ง ทั้งนี้ไทยทำดีที่สุดแล้วไม่ได้นิ่งนอนใจ”นายนพดลกล่าว
เมื่อถามว่า สาเหตุการปิดกั้นไม่ให้คนต่างชาติเข้าไปเนื่องจากปัญหาเรื่องการเมืองหรือไม่ นายนพดล กล่าวว่า เหตุปิดสื่อก็สามารถคาดเดาได้ แต่ตนไม่อยากให้ออกจากปากของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ เพราะข่าวจะเผยแพร่ไปทั่วโลก
ปชป.อัดรัฐบาล 3 เดือนที่ผ่านมาไร้ผลงานนโยบายตปท. จี้ทบทวนตัวเองเร่งสร้างบทบาทไทยเป็นแกนนำในเวทีโลก
นายกษิต ภิรมย์ รองนายกรัฐมนตรีเงา พรรคประชาธิปัตย์ และอดีตเอกอัครราชทูตไทย แถลงว่า ทิศทางนโยบายด้านการต่างประเทศของรัฐบาลใน 3 เดือนที่ผ่านมา ยังไม่มีความชัดเจน มีแต่เรื่องเฉพาะการเดินทางไปต่างประเทศ จึงอยากแนะนำรัฐบาลว่าแนวทางดำเนินนโยบายต่างประเทศของไทยมี 3 เวทีระหว่างประเทศที่ต้องดำเนินการ คือ
1.การเจรจาแบบทวิภาคี ทั้งด้านการค้าและเศรษฐกิจ โดยเฉพาะการตั้งคณะกรรมาธิการร่วม มิฉะนั้นจะทำให้ไทยเสียโอกาสในการดำเนินการเรื่องเศรษฐกิจการค้า
2.การสร้างความร่วมมือในกรอบภูมิภาคอาเซียน ซึ่งขณะนี้มีนายสุรินทร์ พิศสุวรรณ เป็นเลขาธิการอาเซียน ตนจึงขอเรียกร้องรัฐบาลให้ทำงานอย่างใกล้ชิดกับเลขาธิการอาเซียนในการผลักดันให้อาเซียนมีสถานะเป็นที่น่าเชื่อถือในเวทีระหว่างประเทศ ด้วยการลงสัตยาบันในกฎบัตรอาเซียนที่ทำให้ประเทศในอาเซียนได้มีความกระชับกันมากขึ้นในด้านความมั่นคง สังคม เศรษฐกิจ และการค้า ซึ่งไทยควรเร่งผลักดันเรื่องกฎบัตรอาเซียนในระบบรัฐสภา นอกจากนี้ ยังมีปัญหาของพม่า ซึ่ง 5-6 ปีที่ผ่านมา รัฐบาลไทยมีความใกล้ชิดกับพม่า แต่ไม่ได้ใช้ความเป็นเพื่อนบ้านใกล้ชิดกับพม่าให้เกิดประโยชน์หรือนำพม่าไปสู่ความเป็นประชาธิปไตยตามที่ประชาคมโลกฝากความหวังไว้
3.การเจรจาแบบพหุภาคี ทั้งเวทีสหประชาชาติ องค์การการค้าโลก (ดับเบิ้ลยูทีโอ) หรือประชาคมอาเซียน ซึ่งขณะนี้ประเทศไทยอยู่ในระหว่างการเผชิญหน้ากับปัญหาอาชญากรรมข้ามชาติ การค้ามนุษย์ ยาเสพติด แรงงานต่างด้าว และการค้าอาวุธ โดยไทยสามารถเป็นแกนนำในการดำเนินการเรื่องนี้ได้ในเวทีโลก
“นอกจากนี้ ขณะนี้มีปัญหาที่เด่นชัด คือกรณีพม่าประสบภัยพายุไซโคลน ซึ่งนานาชาติได้ส่งทีมผู้เชี่ยวชาญเข้ามาช่วยเหลือและส่งสิ่งของมากองที่ประเทศไทย ซึ่งรัฐบาลไทยน่าจะมีบทบาทริเริ่มเป็นแกนกลางจัดประชุมและประสานงานองค์กรระหว่างประเทศในการส่งของไปช่วยเหลือ แม้ขณะนี้พม่ายังไม่เปิดประเทศอย่างเต็มที่ และอยากเห็นรัฐบาลไทยดำเนินการเพื่อรองรับภารกิจสำคัญในการช่วยเหลือคนพม่าได้ โดยอาศัยความร่วมมือจากประเทศอาเซียนผ่านเลขาธิการอาเซียน นี่คือแบบอย่างว่าเราสามารถที่จะเป็นผู้นำได้ในเรื่องของกิจการด้านการต่างประเทศ”นายกษิตกล่าว
รองนายกรัฐมนตรีเงา กล่าวว่า สิ่งสำคัญที่สุดขณะนี้เกิดภาวะขาดแคลนอาหารโลก ซึ่งไทยสามารถเรียกประชุมระหว่างประเทศได้ ทั้งในการให้ความมั่นใจว่าประเทศไทยมีอาหารเพียงพอขายให้กับโลกหรือป้อนชาวโลกได้ ไม่ต้องห่วงว่าจะมีอาหารหรือข้าวขาดแคลนได้ นอกจากนี้ ไทยยังสามารถประสานประเทศผู้ผลิตข้าวกับประเทศที่ไม่มีทุนทรัพย์ในการจัดซื้อข้าวได้ เพื่อช่วยเหลือประเทศยากจนที่ไม่มีทุนทรัพย์ในการซื้อตามระบอบการพาณิชย์ทั่วไป ซึ่งทั้งหมดจะแสดงให้เห็นความยิ่งใหญ่และศักดิ์ศรีของประเทศไทยในการมิตรจิตร มิตรใจ ต่อเพื่อนมนุษย์ในโลกนี้ ที่สามารถทำให้ไทยมีบทบาทนำในเรื่องอาหารโลกได้ ดังนั้นจึงขอเรียกร้องให้รัฐบาลได้มีการทบทวนนโยบายการต่างประเทศ และให้มีข้อคิดริเริ่ม แสดงความเป็นผู้นำในเวทีระหว่างประเทศ |