|
‘ป๊อก’หลอมใจตท.10 ความเป็นเพื่อน‘มีค่า’ มากกว่าจะทำลายมัน! โค้งสุดท้ายควรรักกัน |
|
|
|
Sunday, 11 May 2008 |
|

“อนุพงษ์” หลอมใจตท.10 ยอมรับในรุ่นมีทั้งชอบกัน-เกลียดกัน-สนิทกัน-รักกัน แต่ในช่วงสุดท้ายในชีวิตควรกลับมาร่วมทุกข์-ร่วมสุขกัน-รักกัน-กลมเกลียวกัน ใครจะเติบโต ประสบความสำเร็จ หรือล้มเหลว
เป็นเรื่องของจังหวะชีวิต ความเป็นเพื่อนมีค่ามากกว่าสิ่งใดที่จะทำลายมันลงไป ย้ำจะช่วยเหลือเพื่อนเต็มที่ แต่จะได้แค่ไหนก็ขึ้นกับความเหมาะสม
ค่ำวันที่ 10 พ.ค.ที่ผ่านมา ที่อาคารรับรองสวนสนประดิพัทธ์ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผู้บัญชาการทหารบก (ผบทบ.) และประธานนักเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า 21 (จปร.21) หรือเตรียมทหารรุ่นที่ 10 (ตท.10) ในส่วนของกองทัพบก ได้เป็นประธานในการเลี้ยงสังสรรค์ จปร.21 โดยมีเพื่อนร่วมรุ่นเดินทางมาร่วมงานกันเป็นจำนวนมาก
ทั้งนี้พล.อ.อนุพงษ์เดินทางมาถึงภายในงานด้วยใบหน้าที่ยิ้มแย้ม และทักทายเพื่อน จปร.21 รวมถึงเหล่าบรรดาเพื่อน จปร.21 ที่มีความสัมพันธ์ที่ดีกับพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี โดยเฉพาะเพื่อนที่ถูกย้ายออกจากตำแหน่งคุมกำลังหลักในช่วงที่มีการยึดอำนาจ เมื่อวันที่ 19 ก.ย. 2549 ที่ผ่านมา
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายในงานยังได้มีการฉายวีดิทัศน์เพื่อรำลึกย้อนอดีต จปร.21 โดยในวีดิทัศน์ตอนหนึ่งระบุว่า จปร.21 ทุกคนพร้อมที่จะสนับสนุนซึ่งกันและกัน เพื่อประโยชน์ของกองทัพบก ประเทศชาติ และพระมหากษัตริย์
พล.อ.อนุพงษ์ได้กล่าวกับเพื่อนร่วมรุ่นว่า ตนดีใจที่เพื่อนๆ มาร่วมกันเยอะ ดูจากวีทีอาร์พวกเราแก่กันไป เปลี่ยนไปเยอะ 30-40 ปีที่ผ่านมาถือว่าเร็วมาก ในขณะนี้เหลือเวลาอีก 2-3 ปี ทุกคนก็จะเกษียณกันหมด จะมีหลักๆ คือ พี่ต่าย (พล.ท.ภุชงค์ รัตนวรรณ ผบ.หน่วยบัญชาการสงครามพิเศษ) และพี่ตู่ (พล.อ.พรชัย กรานเลิศ ที่ปรึกษาพิเศษสำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม) ซึ่งดูจากวีทีอาร์ที่ผ่านมาเพื่อนๆ มีหลายหลากรส มีทั้งลำบาก ประสบความสำเร็จ ก็ต้องยอมรับความแก่ของร่างกาย ก็มีโรคภัยไข้เจ็บเหมือนกันทุกรุ่น
"สิ่งที่อยากเรียนกับเพื่อนๆ ในตอนนี้คือ อยากให้เหลือความเป็นเพื่อนในช่วงเวลาที่เหลือของชีวิต ผมไม่อยากจะเรียนว่ารุ่นเรามีทั้งชอบกัน เกลียดกัน สนิทกัน รักกัน มันน่าเสียดายถ้าเราไม่สร้างบางสิ่งให้เพื่อนที่ร่วมทุกข์ร่วมสุขกันมาก็จะทำให้เสียโอกาส มันเสียมากๆ ต่อไปผมยังคิดว่าต่อไปคนที่ไม่ถูกกัน เกิดมาอยู่ในตอนสุดท้าย 25 ปี ที่เหลือเพื่อนๆ คนอื่นตายกันหมดแล้วจะทำอย่างไร มันเป็นเรื่องถ้าพวกเราไม่คิดถึงความเป็นเพื่อน และรักษาความเป็นเพื่อนเอาไว้ ไม่นึกถึงสิ่งเก่าๆ ท่านคงไปหาเพื่อนมาเป็นเพื่อนคงลำบาก"พล.อ.อนุพงษ์กล่าว
“จึงขอให้ในช่วงสุดท้ายในชีวิตเราได้กลับมาร่วมทุกข์ร่วมสุขกัน รักกัน กลมเกลียวกัน ใครจะเติบโต ประสบความสำเร็จ หรือล้มเหลว เป็นเรื่องของจังหวะชีวิต ความเป็นเพื่อนมีค่า มากกว่าสิ่งใดที่จะทำลายมันลงไป”ประธานจปร.21 กล่าวและว่า คนที่จะมาเป็นประธานรุ่นไม่จำเป็นต้องเป็น ผบ.ทบ.ก็ได้ ทุกคนก็ทราบดีว่าในรุ่นมีคนที่เพื่อนๆ ให้การยอมรับ และเป็นที่รักของเพื่อนๆ เพราะฉะนั้นในปีหน้าจะเลือกใครมาเป็นก็ได้ ไม่ใช่ต้องเป็น ผบ.ทบ. เมื่อใครได้มาตนก็พร้อมแบ็กอัพให้อยู่แล้ว
ผบ.ทบ.บอกอีกว่า อยากจะให้รุ่นเราสนิทกัน ถามว่ารุ่นเราเก่งหรือไม่ คงไม่ต้องบรรยายเพราะรุ่นเราเป็นที่ยอมรับสูง แต่ก็มีแตกต่างกันบ้างในบางจุด แต่อย่างไรก็ตาม รุ่นเราเป็นที่ยอมรับสูง ใครที่โตขึ้นก็เป็นสิ่งที่ดีของจังหวะชีวิต ตนจะพยายามช่วยเหลือเพื่อน ส่วนจะได้แค่ไหนก็จะช่วยได้ตามที่เหมาะสม และในความเป็นเพื่อนตนก็จะทำให้เต็มที่
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายในงานพล.อ.อนุพงษ์ ไม่อนุญาตให้นักข่าวเข้าทำข่าวและบันทึกภาพภายในงาน โดยให้ รปภ.คอยตรวจตรารอบๆ งานว่ามีใครแปลกปลอมมาภายในงานหรือไม่ ซึ่งหากเห็นใครแปลกหน้าหรือถือกล้อง รปภ.จะมาสอบถามทันทีว่าเป็นใคร เป็นผู้สื่อข่าวหรือไม่ ทำให้ผู้สื่อข่าวที่มาทำข่าวต้องหลบๆ ซ่อนๆ ตลอดเวลาในการทำข่าว |