|
'เพ็ญ'ว้ากใส่'นักข่าว' โวย'อย่าถามหาเรื่อง' ออกกฎสั่งห้าม'สื่อรัฐ' สนับสนุน'การปฏิวัติ' |
|
|
|
Saturday, 10 May 2008 |
|

ม็อบนปก.ตบเท้าฟังสัมมนาวิชาการจอมปลอม “จักรภพ” กร้าวออกกฎเหล็กห้ามสื่อรัฐ-ขรก.กรมประชาสัมพันธ์เชียร์ยึดอำนาจ คาดโทษผิดวินัย โอดโดนโจมตี 5 เรื่องซัดกลับคนกล่าวหาสามานย์ ฉุนสื่อถามหาเรื่อง
วันที่ 10 พ.ค. 2551 เวลา 13.00 น. ที่หอประชุมใหญ่มหาวิทยาลัยราชภัฏจันทรเกษม ได้มีการจัดงานสัมมนาวิชาการเรื่อง “บทบาทสื่อ...กับความเป็นกลางในยุคสังคมแตกแยก(ความคิด)” จัดโดยนักศึกษาชั้นปีที่ 4 หลักสูตรวิขานิเทศศาสตร์ แขนงการประชาสัมพันธ์และแขนงวารสารศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏจันทรเกษม ร่วมกับสถานีวิทยุชุมชนคนแท็กซี่ เอฟเอ็ม 92.75 เมกกะเฮิร์ตซ และองค์กรเครือข่ายภาคประชาชนพิทักษ์ชาติ ศาสน์ กษัตริย์
ทั้งนี้นายจักรภพ เพ็ญแข รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และอดีตแกนนำแนวร่วมประชาธิปไตยขับไล่เผด็จการ (นปก.) รุ่น 1 กล่าวปาฐกถาพิเศษตอนหนึ่งว่า ในฐานะที่ตนกำกับดูแลสื่อ ต้องการเห็นสื่อมีความเป็นธรรมและเป็นกลาง ไม่ใช่ตอกลิ่มความขัดแย้งและการสนับสนุนเผด็จการรัฐประหารที่ผ่านมา ในเมื่อมีพฤติกรรม “ลับ-ลวง-พราง” กันมาก จากนี้ไป ตนจะให้เจออย่างเดียวกัน โดยในสัปดาห์หน้าจะมีการออกระเบียบห้ามสื่อของรัฐและข้าราชการกรมประสัมพันธ์สนับสนุนการรัฐประหารหรือการทำให้เกิดการยึดอำนาจ มิฉะนั้นจะถือว่ามีความผิดทางวินัย ความเห็นต่างไม่ตรงกันนั้นทำได้ แต่อย่าล้ำเส้น ตนจึงต้องขีดเส้น จะเป็นอย่างไรก็เป็นกัน และถ้าประเด็นนี้จะนำไปสู่การโจมตีทางสังคม ตนก็อยากเห็นว่าสื่อหน้าไหนจะสนับสนุนการรัฐประหาร ส่วนสื่อที่เป็นเอกชน ตนจะไม่เข้าไปก้าวล่วง แต่ขึ้นอยู่กับจิตสำนึกโดยเฉพาะสื่อหนังสือพิมพ์ที่ต้องปล่อยให้สังคมและประชาชนกำกับดูแล
นายจักรภพ กล่าวอีกว่า สำหรับสื่อที่ทำตัวมีปัญหา ตนจะเสนอวิธีแก้ไข 3 ขั้น โดยเราต้องเปิดพื้นที่สื่อให้กับคนที่มีใจรักประชาธิปไตยรุ่นใหม่ได้เข้ามามากขึ้น เพื่อไม่ให้เกิดการจำกัดอยู่เฉพาะแค่สื่อไม่กี่คน ป้องกันปัญหาการเกี้ยเซี้ยะ ไม่ใช่ให้เป็นชนกลุ่มน้อยเหมือนตอนนี้ โดยจะเปิดให้ใช้เทคโนโลยีเพื่อยกระดับสื่อภาครัฐและสื่อรุ่นใหม่ เกิดสื่อภาคประชาชนที่จะเป็นการเพิ่มทางเลือกแก่ประชาชน นอกจากนี้ตนยังมียุทธศาสตร์ใหม่จะทำให้สื่อของรัฐมีมาตรฐานเป็นตัวอย่างของสื่ออื่นๆ และให้ความรู้แก่ประชาชนผ่านสื่อ เหมือนเป็นมหาวิทยาลัยชีวิต
“ผมมาทำหน้าที่นี้ไม่ได้มาคิดต่อยตีกับใคร หรือมาทะเลาะวิวาท ยกเว้นคนที่จ้องทำลายประชาธิปไตยนั่นคือฝ่ายตรงข้ามกับผม วันนี้อาจะมีคำถามจากประชาชนว่าทำไมสื่อถึงไม่สนับสนุนรัฐบาลประชาธิปไตย ผมตอบได้เลยว่าสื่อบ้านเราไปอิงกับผลประโยชน์ เวลาเกิดความขัดแย้ง ก็ไม่คิดว่าใครถูกใครผิด คิดแต่ว่าใครชนะใครแพ้ ส่วนตัวจะชนะหรือแพ้ ผมพร้อมเดิมพันว่าประชาธิปไตยไม่มีวันแพ้”รมต.ประจำสำนักนายกฯกล่าว
นายจักรภพ กล่าวว่า ขณะนี้ตนถูกโจมตี 5 เรื่อง ได้แก่ 1.ตนไม่จงรักภักดีต่อสถาบัน 2.เป็นนายหน้าให้พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี 3.มีพฤติกรรมแทรกแซงสื่อ 4.มีพฤติกรรมโอ่อ่าอลังการ และ 5.เป็นสายล่อฟ้า ซึ่งตนยอมรับประเด็นหลังประเด็นเดียว เนื่องจากงานที่ต้องทำ ส่วน 4 ข้อแรกเป็นความสามานย์ของคนกล่าวหา ทั้งนี้เรื่องการหมิ่นเบื้องสูงนั้น ในสัปดาห์หน้า ตนจะออกหนังสือที่นำคำกล่าวของตนที่สมาคมผู้สื่อข่าวต่างประเทศ เมื่อปี 2550 มาเผยแพร่เพื่อให้ดูว่าตนหมิ่นเบื้องสูงจริงหรือไม่ ปัญหาที่มากระทบทั้ง 5 เรื่อง ตนรับได้ แต่อยากให้ประชาชนจับตาดูการต่อจิ๊กซอว์ที่จะเกิดขึ้น เนื่องจากมีพฤติกรรมจะต่อจิ๊กซอว์ไปเรื่อยๆ เพื่อหาเหตุทำการบางอย่าง
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ประชาชนที่เข้ามาฟังการสัมมนาดังกล่าวจำนวน 500 คน ซึ่งทั้งหมดเป็นกลุ่มผู้สนับสนุนเครือข่ายนปก. และเป็นกลุ่มผู้ฟังสถานีวิทยุชุมชนคนแท็กซี่ เอฟเอ็ม 92.75 เมกกะเฮิร์ตซที่สนับสนุนพ.ต.ท.ทักษิณ โดยส่วนใหญ่ได้สวมเสื้อสีขาว มีตัวหนังสือสีแดงเป็นข้อความว่า“ต้านสื่อชั่ว กำจัดสื่อเลว” ที่เครือข่ายดังกล่าวนำมาจำหน่ายหน้างาน
นอกจากนี้ ขณะที่สื่อมวลชนกำลังสัมภาษณ์นายจักรภพถึงประเด็นที่ระบุว่ามีสื่อหนังสือ พิมพ์สนับสนุนการทำรัฐประหาร แต่นายจักรภพเลี่ยงที่จะตอบ โดยกล่าวเพียงว่า “อย่าถามหาเรื่อง โยงผมเข้าไปเกี่ยวข้องให้เป็นประเด็น ผมไม่เคยพูดว่าเป็นหนังสือพิมพ์ แต่พูดถึงสื่อเอกชน” จากนั้นได้มีกลุ่มผู้สนับสนุนนปก.จำนวนหนึ่งได้มายืนล้อมอยู่ด้านหลังกลุ่มสื่อมวลชน ตะโกนว่า “ถ้ายังสนับสนุนเผด็จการ จะเชือดสื่อให้สื่อดู”
|