|
‘คนรู้ทัน’เล่ห์การเมือง ‘รังสิตโพลล์’เตือนสติ! แก้รธน.ระวังแตกแยก แนะให้รอ1ปีค่อยแก้ |
|
|
|
Saturday, 10 May 2008 |
|

“รังสิตโพลล์” เผยผลสำรวจ คนส่วนใหญ่รู้ทันเล่ห์นักการเมืองแก้รธน.เพื่อพรรคและ “ทักษิณ” เตือนสติระวังบ้านเมืองแตกแยก แนะให้รอเวลา 1 ปีก่อนแล้วค่อยแก้ไข
วันที่ 10 พ.ค. 2551 ที่วิทยาลัยนวัตกรรมสังคม มหาวิทยาลัยรังสิต นายประเสริฐ กิติรัฐตระการ หัวหน้าหลักสูตรผู้นำทางสังคม แถลงถึงผลการสำรวจความคิดเห็นของประชาชน หรือ “รังสิตโพลล์” ต่อการแก้ไขรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2550ว่า การสำรวจทำขึ้นระหว่างวันที่ 5-8 พ.ค. 2551 ในพื้นที่เขตกทม.ปริมณฑล และจังหวัดอื่น ๆ รวม 7 จังหวัด มีผู้ให้ข้อมูลทั้งสิ้น 1,315 ตัวอย่าง โดยผลการสำรวจพบว่าประชาชนผู้ให้ข้อมูลส่วนใหญ่ คิดเป็น 48.29% เห็นว่าควรแก้ไขรัฐธรรมนูญ แต่ควรรอเวลาอย่างน้อย 1 ปี แล้วค่อยแก้ไข และ 53% เห็นว่าการผลักดันแก้รัฐธรรมนูญของนักการเมืองเพื่อประโยชน์ส่วนตัวของพรรค และนักการเมืองมากกว่าประโยชน์สาธารณะ รองลงมาเห็นว่าทำเพื่อประโยชน์ส่วนตัวของพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร นายประเสริฐ กล่าวอีกว่า นอกจากนี้ยังพบว่า หากต้องมีการแก้รัฐธรรมนูญ ประชาชนที่เป็นกลุ่มตัวอย่างเห็นว่าควรแก้ไขรัฐธรรมนูญบางส่วนโดยปรับปรุง จากรัฐธรรมนูญปี 2550 หรือ 2540 ก็ได้ แต่ไม่ควรแก้แล้วเขียนใหม่ทั้งฉบับ ส่วนการแก้ไขมาตรา 237 เรื่องบทลงโทษยุบพรรคเมื่อทุจริตเลือกตั้งนั้น ประชาชนส่วนใหญ่ไม่ออกความเห็นว่าควรแก้ไขหรือไม่ แต่ที่ควรจะต้องแก้ไขคือมาตรา 259-278 เรื่องการตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐ และมาตร 309 เรื่องการนิรโทษกรรมการรัฐประหารครั้งที่ผ่านมา “สุดท้ายประชาชนผู้ให้ข้อมูลส่วนใหญ่คิดเป็น 30.04% เห็นว่าในสถานการณ์ปัจจุบันการผลักดันเพื่อแก้ไขรัฐธรรมนูญ อาจจะนำพาบ้านเมืองไปสู่ความแตกแยกได้ แต่ในลำดับรองลงมาคิดเป็น 26.08% เห็นว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญจะไม่ทำให้เกิดความเปลี่ยนแปลง และจะพาบ้านเมืองไปสู่ความสงบ ดังนั้นรังสิตโพลล์ จึงขอเตือนสตินักการเมืองว่า การผลักดันการแก้ไขรัฐธรรมนูญเพื่อประโยชน์ส่วนตัวของพรรคการเมืองและนักการเมืองนั้นจะนำพาบ้านเมืองไปสู่ความแตกแยก และควรรอเวลา 1 ปี แล้วจึงแก้ไขรัฐธรรมนูญ”นายประเสริฐกล่าว |