|
เรื่องวุ่นวายที่'บัวแก้ว' เกม'สางแค้นส่วนตัว' แต่ใครจะวุ่นๆ'ก็ช่าง' มีบางคนอิ่มเอิบปรีดา! |
|
|
|
Saturday, 10 May 2008 |
|

เรื่องวุ่นๆ ในกระทรวงบัวแก้วยุค “ตาเหล่” ที่เชลียร์ “นาย” จนได้เป็นใหญ่นั้น นับวันจะมีแต่เรื่องมันส์ๆ ออกมาให้ได้เห็นกัน โดยเฉพาะเรื่องการ “สางแค้น” ของ “คนหน้าเหลี่ยม” กับ “คนขึ้นหม้อ-ฉายาป้าแมรี่”
เรียกว่า ที who-ที it...ทีเอ็งทำข้าไม่ว่า-ทีข้าเอาคืนเอ็งอย่าโวย
อย่าลืมว่า...ในยุคป้าแมรี่คุมบัวแก้ว ได้วางเครือข่าย-วางเส้นสายของข้าราชการไว้แน่นหนา และบังเอิญเหลือเกินที่ “งานของบัวแก้ว” ดันมีเรื่องไปเกี่ยวข้องกับคดีความที่จะเชื่อมโยงไปถึง “คนหน้าเหลี่ยม” อาทิ ซีดีเอ็กซ์-เก็กซิมแบงก์-อีป้าสปอร์ต
และบังเอิญอีกเหมือนกัน...เด็กของป้าแมรี่ก็ล้วนแล้วแต่ทำเรื่องเหล่านี้ทั้งสิ้น
โดยเฉพาะกับคนล่าสุดที่เพิ่งโดนเด้งดึ๋ง...จนเป็นเรื่องราวใหญ่โตนั้น ก็เป็น “เด็กสร้าง” ของป้าแมรี่เหมือนกัน และเป็นคนที่หลายๆ คนในกระทรวงบัวแก้ว “อิจฉาตาร้อน” กันใหญ่
เพราะเป็นคนเดียวที่มีฉายา “เฮียปีละซี” เพราะคุณพี่แกเขย่งก้าวกระโดดจากซี 8 มาซี 9 จนได้ซี 10 โดยใช้เวลาเพียง 3 ปีเศษเท่านั้น
ซึ่งคนที่รับราชการจะรู้ดีว่า...ถือว่าเป็นเรื่องใหญ่มาก และน้อยคนที่จะทำได้เช่นนี้
คือถ้าไม่เชลียร์นาย-เอาใจนาย ก็ต้องเป็นคนเก่งดีเลิศประเสริฐศรีจริงๆ...555
ที่สำคัญ “เฮียปีละซี” นี้...นอกเหนือจากเป็นเด็กสร้างของป้าแมรี่แล้ว ยังเป็นเด็กในคาถาของ “นายซัดดัม” แห่งกระทรวงบัวแก้วอีกด้วย ถึงขั้นดึง “ลูกชายสุดเลิฟของนายซัดดัม” มาเป็นเลขาฯของตัวเองอีกด้วย
งานนี้จึงรับประกันความชัวร์ของสัมพันธภาพอันดีระหว่าง “ป้าแมรี่-นายซัดดัม-เฮียปีละซี” ได้เป็นอย่างดี
ไม่เท่านั้น...ในยุคที่เฮียปีละซียังเป็นแค่ซี 9 ก็ได้รับเกียรติอย่างสูงส่งจากป้าแมรี่ให้ดูแลเรื่อง “เก็กซิมแบงก์” ที่ปล่อยกู้ให้กับ “พม่า”...ที่เวลานี้กำลังเป็นเรื่องราวชวนปวดหัว
เพราะป้าแมรี่...ดันนำความลับไปปูดกับคณะกรรมการตรวจโกง...โดยในวันที่ถูกเชิญไปให้การนั้น ก็โดนขอให้พูดความจริง เพื่อแลกกับ “การเล่นเหลี่ยมคนเดียว”
แว่วมาว่า...ป้าแมรี่ก็ออกลายมาเลย...“ซัดเหลี่ยมเต็มที่”...ว่าเป็นผู้สั่งการ “ตัวจริง-เสียงจริง” ในการปล่อยกู้ที่อื้อฉาวครั้งนั้น
นอกจากนี้ “ขาเม้าท์” ในบัวแก้วยังส่งซิกบอกไต่กออีกว่า... “คำขอ” จากฝ่ายการเมืองเรื่อง “ดู่-ดู๊-ดู” ขอเอกสารซีดีเอ็กซ์ฉาวฉบับแปลมาดูนั้น...มีคำสั่งลับจากป้าแมรี่ว่าอย่าไปให้นะ เพราะเชื่อว่าเกมนี้ตัวเองถือไพ่เหนือกว่า
อีกทั้งตัว “เฮียปีละซี” ที่มีเลขาฯเป็นลูกของ “นายเก่า” นั้น ก็มีบทเรียนในอดีตมาแล้ว จากกรณี “อี-ป้าสปอร์ต” ที่ “คุณพ่อซัดดัม” ดันทำพลาด ยอมทำตัวคำสั่งด้วยวาจาของ “ใครบางคน”
งานนี้เลยมีรายการเรียกหา “คำสั่งลายลักษณ์อักษร” ซึ่งใครที่ไหน...จะหน้าโง่ทำให้มามัดคอตัวเอง
ด้วยเหตุนี้...จึงมีรายการแทงกั๊ก...ไม่ให้เอกสารซีดีเอ็กซ์ฉบับแปล โดยอ้างว่าเป็นเรื่องลับสุดยอด ซึ่งก็เป็นข้ออ้างที่สวยหรูดูดีเท่านั้น
โดยลืมคิดไปว่า...คนแปลเอกสารเรื่องซีดีเอ็กซ์ฉาวนี้มีหลายคน...ขอย้ำว่า “หลายคน” เหมือนคราวที่มีการสั่งแปลหนังสือคนหน้าเหลี่ยมฉบับภาษาจีนนั่นอ่ะ...ก็ต้องใช้ผู้เชี่ยวชาญหลายคนเช่นกัน
และหากมีสายสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน...เพียงกระซิบบอก...แค่นี้ “เอกสารอื้อฉาว” ก็จะถูกส่งตรงไปถึงโต๊ะทำงาน “คนตาเหล่” แล้ว แต่นี่เป็นเพราะเดินคนละสาย แถมนายยังแตกกันเองอีก...งานนี้เลยต้องมีรายการ “เชือด” ให้ดูเป็นตัวอย่าง
ที่สำคัญคือ...ผลประโยชน์เรื่องเขตแดนระหว่างไทยกับเขมรนั้น...มีมากมายมหาศาล...และตัวป้าแมรี่ก็เป็นคนหนึ่งที่รู้เรื่องดีที่สุด เพราะครั้งหนึ่งเคยเป็นที่ปรึกษาให้กับ “ฮุนเซน” มาแล้ว และก็มี “ความอยาก” ที่จะเข้าไปเอี่ยวกับผลประโยชน์นี้เหมือนกัน
ดังนั้นการเขี่ยลูกติดพัน “เด้งเฮียปีละซี” ออกไปให้พ้นทาง...ก็เพื่อไม่ให้รู้ความลับอะไรที่มากไปกว่านี้
แต่สิ่งหนึ่งที่ต้องขอตำหนิ...แม้หลายคนจะชื่นชมก็คือ...ตัวปลัดบัวแก้วนั่นเอง
เพราะหลังเกิดเหตุเด้งดึ๋ง...ก็มีการทำหนังสือชื่นชมการทำงานของ “เฮียปีละซี” ซะดิบดี ผู้คนก็พากันชื่นชม เสมือนหนึ่งว่าเป็นการตบหน้า “เจ้ากระทรวงตาเหล่”
เคสนี้ก็เหมือนกัน...แม้ใครๆ จะรู้ว่าเป็น “คำสั่งมืด” ที่ปฏิเสธไม่ได้!!! ถ้าตัวปลัดเห็นว่า “เฮียปีละซี” เก่งกาจสามารถ เหมือนในจดหมายชื่นชมที่พรรณนาละก้อ
แล้วทำไมตัวเองถึงยอมเสียล่ะ!!!
ล่าสุดแม้มีกระแสข่าวว่า…เจ้ากระทรวงตาเหล่ ดอดทำเรื่องย้ายเข้าครม.เอง ไม่ได้ดำเนินการตามช่องทางปกติของกระทรวง ที่ต้องผ่านการพิจารณาของ “ปลัด-รองปลัดฯ” ด้วยการบีบให้เจ้าหน้าที่บางคนทำเรื่องเสนอย้ายให้ครม.พิจารณาอย่างเร่งด่วน โดยไม่มีใครรู้ เพียงทำสำเนาถึงปลัด “เพื่อทราบ” เท่านั้น
เรื่องแบบนี้สมควรอย่างยิ่งที่ “ปลัด” จะต้องนำเรื่องนี้ออกมาเปิดเผยและแฉพฤติกรรมที่ไม่ชอบนี้ให้สังคมได้รับทราบ ไม่เช่นนั้นนักการเมืองก็จะเหิมเกริม...เช่นนี้ไปเรื่อยๆ
หากไม่เห็นด้วยในเรื่องนี้...ก็ต้องแสดงความเป็น “ผู้นำที่ดี” และคอยปกป้องศักดิ์ศรีของข้าราชการไม่ให้โดนย่ำยีจากฝ่ายการเมือง
ที่สำคัญ...คำชื่นชมที่ตัวเองเขียนถึง “เฮียปีละซี” ที่ว่า 'ขอให้ข้าราชการทุกท่านของกรมสนธิสัญญายึดถือท่านอธิบดีเป็นบุคคลตัวอย่างได้ทำหน้าที่รับใช้ชาติอย่างสุดความสามารถและรักษาเกียรติยศของชาติของกระทรวงการต่างประเทศให้สมศักดิ์ศรีของข้าราชการของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว'
กำลังจะมา "มัดคอตัวเอง"...ว่า “ปลัด” ได้ทำหน้าที่อย่างสุดความสามารถและรักษาเกียรติยศของชาติของกระทรวง...ให้สมศักดิ์ศรีของข้าราชการ...หรือไม่
เพราะถ้ากล้ายืนยันแสดงบทบาทความเป็นผู้นำที่ปกป้องลูกน้อง...แม้จะโดนสั่งย้ายภายหลัง ก็ยังถือเป็น “วีรบุรุษ” ในใจคนกระทรวงบัวแก้ว อีกทั้งยังเป็นแบบอย่างที่ดีกับข้าราชการคนอื่นๆ ที่จะไม่ศิโรราบต่อฝ่ายการเมือง
และจะเป็นเรื่องน่าเศร้าอย่างยิ่ง...หากจากนี้ไป ตัวปลัดบัวแก้วจะโดน “เจ้ากระทรวงตาเหล่” สั่งย้าย...เพราะทำให้เสียหน้า เพราะมีข่าวแว่วๆ ว่า "ตาเหล่" กำลังไม่แฮ๊ปปี้
โอกาสทำความดีและทำในสิ่งที่ถูกต้อง...สังคมชื่นชม...ไม่ใช่หาได้ง่ายๆ แต่เวลานี้ต้องบอกว่า...มันหลุดลอยไปแล้ว เพียงเพราะคำว่า "ไม่กล้า" เท่านั้น
แต่ที่ยังไม่หลุดลอย...และยังเกาะเก้าอี้แน่นหนาก็คือ “นายจมูกบานปากมาก”
เพราะใครจะทำอะไร-ที่ไหน-เมื่อไหร่...ก็ช่างมัน...ขอให้ทุกอย่างอึมครึมเป็นดีที่สุด
อย่างเรื่องแก้รัดทำมะนวย...หลังโดนกระแสต้านหนัก...ขั้วอำนาจเหลี่ยมที่กุมกลไกสำคัญก็จำต้องถอยแบบมียุทธศาสตร์...ชั่วคราว
เพื่อมาตั้งหลักกันใหม่ เพราะถ้ายังขืนดื้อดึงไปในยามนี้...อาจไปเข้าทางขั้วตรงข้าม เพียงรอให้สถานการณ์ดีขึ้น-กุมอำนาจได้เบ็ดเสร็จเด็ดขาดมากขึ้น...จะลุยต่ออีกสักยกก็ไม่เสียหาย
แต่ดูเหมือน “นายจมูกบานปากมาก” จะแฮ๊ปปี้ดี๊ด๊ามากสุดๆ ในยามนี้ เพราะใครจะวุ่นวายอย่างไรก็ช่างมัน...ขอลากยาวให้นานที่สุดเท่าที่จะทำได้
เพื่อเปิดทางให้ “ท่านรักเป่าปี่”...ได้เดินหน้าทำงานอย่างเต็มที่
อย่างเรื่อง “ปากพาซวย” ปูดแบงก์จะเจ๊งนั้น ใครหลายคนคิดอาจคิดว่า...หลุด หรือกลอนพาไป
แต่แท้จริงแล้ว เป็นการพูดเพื่อได้ 2 เด้ง คือดิสเครดิตคนบ้านหลายเสาฯอ้อมๆ เพื่อกระทบชิ่งไปถึง “แบงก์ใหญ่” แห่งวงการที่ใครๆ ก็รู้ทั่วบ้านทั่วเมืองว่า...สนิทชิดเชื้อกับคนมีบ้านหลายเสา ส่งผลให้หุ้นกลุ่มแบงก์ร่วงกันระนาว เม็ดเงินก็หล่นหายกันถ้วนหน้า
เพราะกองทุนต่างประเทศที่ถือหุ้นกลุ่มแบงก์ ต่างหวั่นวิตกว่าจะเป็นจริง เพราะมันออกมาจากปากของ “ท่านผู้นำ”
แต่คล้อยหลังที่หุ้นร่วงไม่นาน...ก็ปรากฏว่า มี "ใครบางคนที่ชอบเป่าปี่" ออเดอร์สั่งการไปถึงกองทุนสิงค์โปร์ให้ช้อนซื้อเก็บหุ้นกลุ่มแบงก์กันถ้วนหน้า
เรียกได้ว่า...หุ้นแบงก์ขยับเมื่อไหร่ก็รับทรัพย์กันถ้วนหน้า
เรียกได้ว่า...เจริญรอยตามคนหน้าเหลี่ยมเข้าไปทุกที...ว่าแม้การเมืองจะวุ่นก็ช่างมัน ขอบริหารการเงินด้วยปาก(ปั่น)ก็ละกัน...555
นอกจากนี้ยังมีข่าวแว่วมาเข้าหูอีกว่า... “ท่านรักเป่าปี่” คนข้างกาย “จมูกบานปากมาก” นี้ก็ยังสั่งเดินหน้าตะลุยโครงการรถหุ้มเกราะ ที่คาราคาซังมานาน ตั้งแต่ยุคอาบัง ต่อเนื่องมาจนถึงยุคป๊อกเด้ง
เรียกว่า...ผ่านฉลุยเป็นชิ้นเป็นอันเมื่อไหร่...ก็อิ่มเอมพุงกางกันถ้วนหน้าอีกแล้วคร๊าบท่าน
ก็บอกแล้ว...การเมืองจะวุ่นก็ช่างมัน โค้งสุดท้ายในชีวิตแล้ว...ขอเถอะ...555 ................................... คอลัมน์...ซุบซิบไทยอินไซเดอร์ โดย...ไต่กอ
|