|
กำหนดจัดงาน 6 วัน 14-19 พ.ย.นี้ พระราชทานเพลิงศพพระพี่นางฯ |
|
|
|
Tuesday, 06 May 2008 |
|
วันที่ 6 พ.ค. 2551 สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร เสด็จพระราชดำเนินพร้อมด้วย สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงเป็นประธานที่ปรึกษาการประชุมคณะกรรมการอำนวยการจัดงานพระราชพิธีพระราช ทานเพลิงพระศพ สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ กำหนดจัดงาน 6 วัน ระหว่างวันที่ 14-19 พ.ย.นี้
นายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี กล่าวภายหลังการประชุมคณะกรรมการอำนวยการจัดงานพระราชพิธีพระราชทานเพลิงพระศพสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ว่า วันนี้สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช ฯ สยามมกุฎราชกุมาร และสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จเป็นประธานที่ปรึกษาการประชุมการจัดงานพระราชพิธีพระราชทานเพลิงพระศพฯ ในการนี้สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร ทรงขอบใจและปลาบปลื้มที่รัฐบาลและทุกฝ่ายได้จัดงานพระราชพิธีพระราชทานเพลิงพระศพฯ มีการเตรียมความพร้อมเป็นอย่างดี นายกรัฐมนตรี กล่าวต่อว่า การประชุมครั้งนี้มีขึ้นเพื่อหารือในรายละเอียดด้านธุรการ เพื่อดำเนินการในเวลาที่เหมาะสม โดยมีการจัดงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี เป็นแบบแผนและบทเรียนของการดำเนินงานครั้งนี้ และขอให้ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องถวายความสะดวกแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในการเสด็จพระราชดำเนินในวันพระราชพิธี และเรื่องนี้เป็นเรื่องใกล้พระราชหฤทัยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เชื่อว่าทุกอย่างจะเป็นไปด้วยความเรียบร้อย เพราะทุกฝ่ายมีความหวังดีและปรารถนาดี
นายสมัคร กล่าวอีกว่า คณะกรรมการอำนวยการฯ ได้รับทราบรูปแบบการจัดงาน ยึดแนวทางเช่นเดียวกันกับเมื่อคราวจัดงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี กำหนดการจัดงานไว้ 6 วัน ระหว่างวันที่ 14-19 พ.ย. 2551 สำหรับการจัดงานพระราชพิธี 6 พิธีคือ วันที่ 14 พ.ย. จัดงานพระราชกุศลออกพระเมรุมาศ วันที่ 15 พ.ย. การเชิญพระโกศออกพระเมรุมาศ วันที่ 16 พ.ย.การถวายพระเพลิงพระศพ วันที่ 17 พ.ย. การเก็บพระอัฐิ วันที่ 18 พ.ย. การพระราชกุศลพระอัฐิ และวันที่ 19 พ.ย. การบรรจุพระราชสรีรางคาร นายกรัฐมนตรี กล่าวด้วยว่า ได้พิจารณาเห็นชอบให้มีการกำหนดริ้วขบวนพระราชอิสริยยศ รวม 6 ริ้วขบวน ดังนี้ วันพระราชเพลิงพระศพฯ ริ้วขบวนที่ 1 เชิญพระโกศโดยพระยานมาศสามลำคานจากพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ไปยังพระมหาพิชัยราชรถหน้าวัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม ริ้วขบวนที่ 2 เชิญพระโกศโดยพระมหาพิชัยราชรถจากหน้าวัดพระเชตุพนวิมลมังคลารามไปยังพระเมรุ ท้องสนามหลวง ริ้วขบวนที่ 3 เชิญพระโกศโดยพระยานมาศสามลำคานเวียนพระเมรุ โดยอุตราวัฏ (เวียนซ้าย) ครบ 3 รอบ แล้วเชิญพระโกศประดิษฐานบนพระเมรุ วันเก็บพระอัฐิ ริ้วขบวนที่ 4 เชิญพระโกศพระอัฐิโดยพระที่นั่งราเชนทรยานและพระราชสรีรางคาร โดยพระวอสีวิกากาญจน์จากพระเมรุ ท้องสนามหลวง เข้าสู่พระบรมมหาราชวัง วันเชิญขึ้นประดิษฐานบนพระวิมาน พระที่นั่งจักรีมหาปราสาทภายหลังบำเพ็ญพระราชกุศลพระอัฐิ ริ้วขบวนที่ 5 เชิญพระโกศพระอัฐิโดยพระที่นั่งราเชนทรยาน จากพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาทขึ้นประดิษฐาน ณ พระวิมานบนพระที่นั่งจักรีมหาปราสาท วันบรรจุพระราชสรีรางคาร ริ้วขบวนที่ 6 เชิญพระราชสรีรางคารจากพระศรีรัตนเจดีย์ วัดพระศรีรัตนศาสดาราม โดยรถยนต์พระที่นั่งไปบรรจุ ณ วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม นายกรัฐมนตรี กล่าวด้วยว่า คณะกรรมการอำนวยการฯ รับทราบผลการดำเนินการก่อสร้างพระเมรุและอาคารประกอบต่าง ๆ รวมทั้งการซ่อมบูรณะราชรถและพระยานมาศ ซึ่งได้เริ่มดำเนินการมาตั้งแต่วันที่ 8 มีนาคม โดยขณะนี้ การก่อสร้างพระเมรุได้วางรากฐานและเสาตอม่อไปแล้วร้อยละ 95 งานวางคานและตงเหล็กแล้วเสร็จร้อยละ 80 คาดว่างานทั้งหมดจะแล้วเสร็จภายในเดือนตุลาคมนี้ ในการนี้ ได้เห็นชอบให้กรมศิลปากรพิจารณาเตรียมการเกี่ยวกับการจัดแสดงมหรสพ โดยให้แบ่งเป็น 3 เวทีคือ การแสดงโขน หนังใหญ่ 1 เวที การแสดงหุ่นกระบอกของกรมศิลปากรและหุ่นกระบอกของคณะโจหลุยส์ 1 เวที และการแสดงดนตรีสากล (ออเคสตรา) และละคร 1 เวที ที่ประชุมยังรับทราบการจัดทำหนังสือจดหมายเหตุและหนังสือที่ระลึกเนื่องในงานพระราชพิธีพระราชทานเพลิงพระศพฯ จำนวน 9 รายการ ให้กับผู้มาร่วมพิธี โดยแจกบัตรรับหนังสือและจัดส่งไปยังหน่วยงานภาครัฐ เอกชน สถาบันการศึกษา ห้องสมุด รวมทั้งได้รับทราบกรณีที่สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรีได้รับพระมหา กรุณาธิคุณพระราชทานพระบรมราชานุญาตในการดำเนินโครงการจัดทำเข็มที่ระลึก งานพระศพ เพื่อการประดับและเก็บรักษาไว้เป็นที่ระลึกแห่งความทรงจำ เพื่อนำรายได้ภายหลังหักค่าใช้จ่ายสมทบทุน “สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ |