|
ตลท.พอใจ‘เอสโซ่’เปิดซื้อขายวันแรก ราคาเหนือจอง |
|
|
|
Tuesday, 06 May 2008 |
|
วันที่ 6 พ.ค. 2551 ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) ได้จัดพิธีเปิดการซื้อขายหลักทรัพย์วันแรกในตลท.ของ บมจ.เอสโซ่ (ประเทศไทย) ซึ่งทันทีที่เปิดตลาดราคาซื้อขายอยู่ที่ 10.90 บาทต่อหุ้น นับเป็นราคาที่สูงกว่าราคาเสนอขายต่อประชาชนครั้งแรก (ไอพีโอ) ที่ 10 บาท โดยบริษัท เอสโซ่ฯ มีกลุ่มเอ็กซอนเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ร้อยละ 67.5 และกระทรวงการคลังถือหุ้นในอัตราร้อยละ 7.5 ของทุนชำระแล้ว ปัจจุบันเอสโซ่ฯ ประกอบกิจการโรงกลั่นน้ำมันขนาด 177,000 บาร์เรลต่อวัน มีกำลังผลิตอะโรเมติกส์ประมาณ 500,000 ตันต่อปี และมีสถานีบริการ 580 แห่ง นางภัทรียา เบญจพลชัย กรรมการและผู้จัดการ ตลท. กล่าวว่า พอใจในราคาซื้อขายหุ้นเอสโซ่ฯ วันแรกในวันนี้ (6 พ.ค.) โดยเอสโซ่ฯ เป็นหุ้นที่ใหญ่ที่สุดที่มีการซื้อขายครั้งแรกในปีนี้ มีมูลค่าหลักทรัพย์ ณ ราคาไอพีโอ ประมาณ 34,000 ล้านบาท ซึ่งจะมีส่วนในการเพิ่มมูลค่าราคาตลาดรวมของ ตลท.อีกประมาณร้อยละ 0.5 โดยสาเหตุที่เอสโซ่ฯ ได้รับความสนใจจากนักลงทุนเกิดจากเป็นหุ้นขนาดใหญ่ ประกอบกิจการพลังงาน มีผลประกอบการที่น่าพอใจ และยังเกิดจากจะมีเงินปันผลระหว่างกาล 1 บาทต่อหุ้นด้วย ซึ่งจากภาพรวมการขายหุ้นเอสโซ่ฯ วันนี้ บวกกับภาพรวมตลาดที่ค่อนข้างมีเสถียรภาพ และในขณะนี้ยังมั่นใจว่าอีก 37 บริษัทจะเตรียมตัวเข้ากระจายหุ้นใน ตลท.ปีนี้ตามที่แจ้งไว้ โดยล่าสุดการที่เอสโซ่ฯ เข้าตลาดทำให้มาร์เก็ตแคปกลุ่มพลังงานอยู่ที่ประมาณร้อยละ 30 ด้านนายมงคลนิมิตร เอื้อเชิดกุล กรรมการเอสโซ่ฯ กล่าวว่า เงินที่ได้จากการระดมทุนประมาณ 9,300 ล้านบาท จะนำไปปรับปรุงกิจการ และส่วนหนึ่งจะนำไปรีไฟแนนซ์หนี้ ซึ่งปี 2550 เอสโซ่ฯ มีหนี้รวม 46,420 ล้านบาท และบริษัทไม่มีแผนที่จะขยายกำลังการผลิตน้ำมัน แต่ในส่วนของอะโรเมติกส์นั้นจะมีการปรับปรุงเพิ่มกำลังการผลิตเพื่อเพิ่มรายได้ ซึ่งใช้เงินลงทุนเป็นมูลค่าเพียง 10 ล้านบาทต่อปี โดย 10 ปีที่ผ่านมาได้เพิ่มกำลังผลิตอะโรเมติกส์จาก 350,000 ตัน เป็น 500,000 ตันต่อปี รวมทั้งนำเงินที่ได้จากการกระจายหุ้นมาปรับปรุงระบบการผลิตของโรงกลั่น ซึ่งปีนี้จะเงินลงทุนประมาณ 500-600 ล้านบาท เพื่อนำน้ำมันดิบที่มีราคาถูกที่สุดของแหล่งผลิตเอ็กซอนทั่วไปมากลั่นที่เอสโซ่ไทย นอกจากนี้ ในส่วนของสถานีบริการช่วง 3 ปีที่ผ่านมาปิดไปประมาณ 50-60 แห่ง และล่าสุดมีสถานีบริการ 580 แห่ง แต่ปรากฏว่ายอดขายต่อสถานีต่อปีเพิ่มขึ้นจาก 4 ล้านลิตร เป็น 5 ล้านลิตรต่อปี นับได้ว่าเป็นยอดขายต่อสถานีสูงสุดเมื่อเทียบกับผู้ค้าน้ำมันต่าง ๆ ที่อยู่ในตลาด  |