Latest News
Popular
 
  :: โวย'ถูกมัดมือ-มัดเท้า' จะทำอะไรไม่ได้เลย! รัฐบาลกลัวอำนาจศาล แต่'พันธมิตร'ไม่กลัว   :: ‘นครบาล’ยื่นหลักฐาน พันธมิตรขัดคำสั่งศาล แกนนำเตรียมอุทธรณ์! พร้อมบุกสตช.จันทร์นี้   :: ‘นิตย์’ยันรัฐบาลขิงแก่ค้านกัมพูชาขอขึ้นทะเบียนปราสาทพระวิหารเป็นมรดกโลกฝ่ายเดียว   :: หมดค.อดทน ASTV ฟื้น PTV ภาคพิเศษสู้ ไม่ยอม'รอความตาย' หากช้าจะสายเกินแก้   :: ‘สมัคร’ควงประมุข 2 สภาฯ ดูพื้นที่สร้างรัฐสภาแห่งใหม่
นายกฯล่อ‘โหรวารินทร์’ เหมือน‘ดูแคลนตัวเอง’ พลิกตำนานตั้งรบ.ปี’26 ‘สมัคร’เองก็เชื่อ‘หมอดู’ พิมพ์ อีเมล์
Monday, 07 April 2008
Image

ใครว่า"นายกฯสมัคร"ไม่เชื่อหมอดู?

โอย..โอย..นายกฯ สมัครท่านเบิ้ล "อาจารย์วารินทร์" ซะเละไปเลย นอกจากว่าทำนายไม่แม่นแล้ว ยังตั้งข้อสงสัยอาจารย์ไปรับแผนใครมาหรือเปล่า ที่ทำนายทายทักเรื่องปฏิวัติ เรื่องสมัครจะตกเก้าอี้ และเรื่องที่พลเอกอนุพงษ์จะขึ้นเป็นนายกฯ?

แฟนๆ รายการ "สนทนาประสาสมัคร" ตอนเช้าวันอาทิตย์ที่ช่อง ๑๑ เอ..หรือเขาเรียกช่อง  I+P TV ยุคซ่อนรูปก็ไม่ทราบ ท่านคงได้ฟังกันไปแล้วนะครับ

ส่วนผมได้แค่ผสมผเสฟังตรงนั้นนิด ตรงนี้หน่อยตอนเย็นๆ เพราะมัวนอนจมพายุฝนหัวสงกรานต์เพลินไปนิด แต่ก็พอจับแพะ-ชนแกะได้ว่า นายกฯท่าน "แดก" อาจารย์วารินทร์ว่าอย่างไรบ้าง?

เรื่อง "การบ้าน-การเมือง" กับเรื่อง "หมอดู" มันเหมือนแดดกับพยับแดด เหมือนคัน กับรู้ในความรู้สึกว่าคันนั้น  

นี่..ขึ้นอยู่กับความ "หยาบ-ละเอียด" ของการแยกแยะแต่ละจิตมนุษย์ ถ้าเข้าใจ ก็จะไม่ต้องไปหมกมุ่นอยู่กับเรื่องแม่น-ไม่แม่น

ก็ไม่รู้สินะ ผมก็เรียนประวัติศาสตร์จากการอ่านมาเรื่อยๆ อ่านพุทธประวัติบ้าง อ่านสามก๊กบ้าง เห็นการยกทัพจับศึกแต่ละครั้ง หรือกิจการสำคัญๆ ในราชสำนัก ก็เห็นธรรมเนียมปฏิบัติอยู่อย่างที่

Imageต้องพึ่งเลขผานาที และการทำนายทายทักจากโหราจารย์!

เรื่อง "หมอดู" เป็นเรื่องของสัญชาตญาณคาดหมาย เป็นเรื่องความเชื่อมโยงระหว่างจักรวาลกับชีวิตซึ่งเป็น "ส่วนหนึ่ง" ของกันและกัน การยอมรับว่า มีเมื่อวาน มีวันนี้ มีพรุ่งนี้

เท่ากับยอมรับ "ขั้นพื้นฐาน" ของการพยากรณ์อย่างหนึ่ง!

อย่านำเรื่อง "หมอดู" ไปเป็นเหตุด่าทอ หยาบหยาม ดูหมิ่น-ดูแคลน คนอื่นเขาเลยครับ ใครเขาฟังแล้วแทนที่จะดูหมิ่น-ดูแคลนหมอดู กลับจะดูแคลนคนด่าเสียละมากกว่า!

ผมอ่าน  "การเมืองเรื่องตัณหา ๒" ที่ท่าน "นายกฯสมัคร" เขียนลงหนังสือพิมพ์ และนำมารวมพิมพ์เป็นเล่มทีหลัง เมื่อปี ๒๕๓๒ เรื่องที่ ๑๕ "พลังแฝงที่พลิกแพลงการเมือง" ก็อยาก "ลอก" มาให้อ่านกันบางช่วง-บางตอน

เดี๋ยว..ต้องปูพื้นเรื่องหน่อย ไม่งั้น อ่านแล้วอาจงง คือ หลังจากที่พลเอกเปรม ติณสูลานนท์ นายกรัฐมนตรี ท่านประกาศยุบสภาฯ ให้มีเลือกตั้งใหม่ เมื่อเดือนเมษายน ปี ๒๕๒๖

นายสมัคร "หัวหน้าพรรคประชากรไทย" นำลูกพรรคลงรับเลือกตั้งด้วย พร้อมกิจสังคม ของม.ร.ว.คึกฤทธิ์ ชาติไทย ของพลตรีประมาณ อดิเรกสาร ประชาธิปัตย์ ของนายพิชัย รัตตกุล และ ฯลฯ

ตอนแรก  พลเอกเปรมประกาศเลยว่า "จะไม่กลับมาเป็นนายกฯอีก" เลือกตั้งเสร็จ กิจสังคม ที่ ๑ ชาติไทย ที่ ๒ ประชาธิปัตย์ ที่ ๓ ประชากรไทย ที่ ๔

แต่พอแต่ละพรรคจับขั้วกันแล้ว ปรากฏว่าชาติไทยรวมได้มากกว่าเพื่อน คือมี ส.ส.๑๐๘ คน กิจสังคมมีแค่ ๑๐๑ คน กลายเป็นที่ ๒ สรุปความเป็นว่า ทั้ง "ตาอิน-ตานา" เสร็จ "ตาอยู่" แล้วใครคือ "นายกฯ-ตาอยู่" โปรดอ่าน...

พลังแฝงที่พลิกแพลงการเมือง

ตอนบ่ายและเย็นที่มีเสียงเรียกร้องจากซอยสวนพลูให้คุณเปรมกลับมารับตำแหน่ง นายกรัฐมนตรีที่แพร่สะพัดออกไปทั่วบ้านทั่วเมืองนั้น ตอนค่ำที่บ้านซอยราชครูก็มีการประชุมนักการเมือง บรรดาพรรคที่คาดว่าจะเข้าร่วมจัดตั้งรัฐบาลด้วยกัน

ในครั้งแรกเริ่มและครั้งเดียว ที่ผมในฐานะหัวหน้าพรรคประชากรไทยที่เข้าไปร่วมประชุมอยู่ด้วย ก็ได้ทราบผลสรุปแต่เพียงที่ทางพรรคชาติไทยที่มีอยู่ ๑๐๘ ที่นั่ง บอกให้ใครคนหนึ่งให้แจ้งไป ให้ทางฝ่ายทหารที่ติดต่อขอทราบเรื่องการจะจัดตั้งรัฐบาลว่าจะเอายังไงกันว่า "ให้ทางฝ่ายทหารเลือกส่งใครที่จะมาว่ากลาโหมและช่วยกลาโหม ๒ ตำแหน่งเท่านั้น นอกนั้นที่เหลือทางพรรคชาติไทยจะเป็นฝ่ายจัดสรรเอง"

จะเป็นด้วยเหตุที่ทางฝ่ายทหารในขณะนั้นต้องการเข้ามามีบทบาทในการจัดตั้งรัฐบาล

หรือจะเป็นด้วยเหตุที่ทางฝ่ายไหนไม่ต้องการที่จะให้พลตรีประมาณ อดิเรกสาร ขึ้นเป็นนายกรัฐมนตรี

หรือจะเป็นกลวิธีของทางพรรคการเมืองฝ่ายไหนที่ต้องการจะกันให้พรรคชาติไทยทั้งพรรคต้องกลายไปเป็นฝ่ายค้าน

พรรคการเมืองที่เข้าร่วมทางกับพรรคชาติไทยไปแล้วทั้งทีม อย่างพรรคประชากรไทยที่ผมเป็นหัวหน้าอยู่ ก็ได้รับการติดต่อว่า

"ทางฝ่ายทหารจะเอาพลเอกเปรมฯเป็นนายกฯ"

"ถ้าจะเล่นการเมืองร่วมเป็นรัฐบาล ให้เสนอชื่อส.ส.ทั้งหมดในพรรคว่าสนับสนุนพลเอกเปรมฯ เป็นนายกฯไปที่ท่านประธานจารุบุตร เรืองสุวรรณ โดยเร็วที่สุด"

ได้ฟังความอย่างนี้ ผมก็ติดต่อไปทางพรรคชาติไทย บอกความที่ได้รับแจ้งว่าเป็นอย่างนี้จะทำอย่างไร

คุณประมาณ ท่านก็ถามว่าข่าวมาจากไหน ผมก็ตอบว่า มาจากทางสายทหาร ท่านก็ว่าไม่น่าจะเป็นไปได้ ท่านจะขอเช็กดูก่อน

รอฟังความอยู่ครึ่งวัน ติดต่อไปอีกที ท่านก็บอกว่าเรื่องนี้ไม่น่าจะเป็นไปได้

รอจนเย็นผมติดต่อไปอีกทีพร้อมทั้งเสนอความเห็นไปด้วยว่า เพื่อเป็นการกันเหนียว พวกเราที่รวมกันอยู่แล้วนี้ เสนอชื่อสนับสนุนพลเอกเปรมฯไปที่คุณจารุบุตรก่อนไม่ดีกว่าหรือ เพราะถึงอย่างไร เราก็จะได้เป็นฝ่ายร่วมรัฐบาล

คุณประมาณท่านก็บอกว่า ท่านจะขอพบคุณจารุบุตรด้วยตัวท่านเองก่อน ผมถามว่าเมื่อไหร่ ท่านว่ายังนัดไม่ได้ ผมก็บอกท่านไปว่า ถ้าหากท่านจะเอาอย่างนั้น ผมก็จะขอวางตัวเป็นกลางโดยการเสนอชื่อ ๓๖ คนของผมสนับสนุนพลเอกเปรมฯเป็นนายกฯไปก่อน

แล้วผมก็จัดการทำอย่างที่ผมว่าไว้

เมื่อตอนที่พรรคประชากรไทยส่งรายชื่อเข้าไปถึงมือคุณจารุบุตร เรืองสุวรรณนั้น คนข้างในบอกว่าคะแนนเสียงสนับสนุนพลเอกเปรมฯได้รวมเป็น ๒๐๙

จนภายหลังจากนั้นอีก ๒ วัน เมื่อเห็นว่าทุกอย่างเป็นไปจริงอย่างที่ผมเรียนท่านตั้งแต่ตอนแรกแล้วท่านจึงยอมส่งรายชื่อส.ส.ที่สังกัดพรรคชาติไทยของท่าน ๑๐๘ คนไปสนับสนุนพลเอกเปรมฯ เป็นนายกรัฐมนตรี

ในการประชุมซาวเสียงเลือกว่าจะเอาใครเป็นนายกรัฐมนตรีวันนั้น พลเอกเปรมฯได้รับเสียงสนับสนุนรวมทั้งของพรรคชาติไทยที่ส่งไปเป็นรายสุดท้าย รวม ๓๑๗ เสียง
..............
ได้ตัวนายกรัฐมนตรีแล้ว  เขาก็เริ่มกิจกรรมตั้งรัฐบาล เป็นที่รู้กันว่า คนที่เป็นนายกรัฐมนตรีจะไม่มาแสดงบทบาท แต่จะมอบหมายให้นายทหารคนที่นายกฯไว้วางใจให้เป็นคนเจรจาการเมืองเรื่องการต่อรองตั้งรัฐบาลแทน

Imageคราวนั้น พลเอกเปรมฯเลือกพลโทชวลิต ยงใจยุทธ ให้ทำหน้าที่เจรจาต่อรองกับบรรดาพรรคการเมืองทั้งหลาย

ไม่กี่วันหลังจากนั้นก็ได้แลเห็นรูปโฉมว่า ผู้ทำหน้าที่เขาเลือกเอาพรรคกิจสังคม  ๑๐๑ เป็นหลัก ประกอบด้วยประชาธิปัตย์ ๕๗ ประชากรไทย ๓๖ และพรรคชาติประชาธิปไตยของคุณเกรียงศักดิ์ (พลเอกเกรียงศักดิ์ ชมะนันทน์) อีก ๑๕

กำหนดให้มีรัฐบาลที่มีเสียง ๒๐๙ สู้กับพรรคฝ่ายค้าน ๑๑๕  ซึ่งมีพรรคชาติไทยเป็นหลักอยู่ ๑๐๘ เสียง
.................
รายการพรรค์อย่างนี้ของคนอื่นพรรคอื่นเขาวิ่งเข้าไปเจรจาความกันที่บ้านสี่เสา แต่พอถึงตาผม พลโทชวลิตท่านใช้โทรศัพท์ ท่านพูดบอกมาแต่แรกว่า ท่านนายกรัฐมนตรีมีความยินดีขอเชิญพรรคประขากรไทยเข้าร่วมรัฐบาลด้วย ผมก็บอกว่าผมยินดีและขอบคุณ
....................
จนถึงค่ำวันที่ ๖ พฤษภาคม วันนั้นพรรคประชากรไทยนัดกินข้าวแสดงความยินดีกับส.ส.ทั้ง ๓๖ คนที่ได้รับเลือกตั้ง โดยเราเลือกไปกินข้าวโต๊ะจีนกันที่ชั้นบนของห้องอาหารมาเรีย ที่เฉลิมไทย

กินกันจนถึง  ๒ ทุ่มครึ่ง มีคนขึ้นไปตามบอกว่ามีโทรศัพท์มาจากพลโทชวลิต ยงใจยุทธ

ผมมารับสายแล้ว คุณชวลิตก็ลำดับความแบบสรุปของท่านทันทีว่า

"ตกลงเป็นอย่างนี้นะครับ ขอประชากรไทยได้รัฐมนตรีรวมทั้งรองนายกฯ ๕ ที่นั่ง มีรองนายกฯ ๑ รัฐมนตรีว่าการคมนาคม ๑ รมช.๒ รมต.ว่าการยุติธรรม ๑ อย่างนี้ถูกต้องไหมครับ?"

ผมร้องว่า "อ้าวทำไมถึงมีแค่ ๕ ที่นั่งเล่าครับ ผมเรียนไปแล้วว่า ของผมต้อง ๖ ที่นั่ง และผมเห็นว่าสัดส่วนที่เหลือนั้นควรจะหารด้วย ๖ ไม่ใช่หารด้วย ๗"

เสียงคุณชวลิตทางโน้นว่า "๕ ครับ ๕ เราจัดการกันได้ ๕ ที่นั่งเท่านั้น เป็นสัดส่วนที่ผมทำได้เท่านี้เอง"

ผมก็บอกว่า "ไม่น่าจะเป็นอย่างนั้น" ผมขอยืนยันว่าเราควรจะได้ ๖
...............
เสียงคุณชวลิตร้องว่า "โอ๊ยๆ ทำไมถึงตัดสินใจอะไรรวดเร็วอย่างนั้น เอาอย่างนี้เถอะครับ ต่อจากนี้ตอนสัก ๔ ทุ่มคุณสมัครจะอยู่ที่ไหน?" ผมบอกว่าอยู่ที่บ้าน เสียงทางโน้นว่า

"ครับๆๆ เอาละครับ ขอบคุณ"

ผมวางหูโทรศัพท์ลงในขณะที่เพื่อนพ้องของผมยืนเงียบกริบกันอยู่รอบตัวผม โดยเฉพาะอย่างยิ่งไอ้เจ้าคนที่จะได้เป็นรัฐมนตรีว่าการยุติธรรมนั้น ทำหน้าตาหมดอาลัยตายอยาก ด้วยคงจะนึกไม่ถึงว่า เพื่อนคนที่เป็นหัวหน้า พรรคจะเดินหมากการเมืองเรื่องตั้งรัฐบาลด้วยการตัดสินใจอะไรกันรวดเร็วอย่างนั้น

ถึงเวลานั้น แม้จะยังไม่ดึกเท่าไหร่ ก็ไม่มีใครคิดจะกลับขึ้นไปที่เลี้ยงกันข้างบนอีกแล้ว ผมขยับออกจากตรงที่พูดโทรศัพท์ออกมาทางด้านนอกที่เป็นฟุตบาทกว้างใหญ่ข้างหน้าโรงหนังเฉลิมไทย

"เป็นอันจบกันแค่นี้" เสียงดังออกมาจากใครคนหนึ่งที่เดินทยอยตามหลังกันออกมา "กลับไปเป็นฝ่ายค้านอย่างเดิม"

Image"ไม่หรอกครับ" ไม่ใช่เสียงผม แต่เป็นเสียงของโหรสมัครเล่นประจำพรรค ที่เขามักจะทายทักอะไรให้พวกพ้องได้ฟังกันเป็นครั้งคราว "ตามดวงของผม การตั้งรัฐบาลคืนนี้ทำยังไงก็ไม่สำเร็จได้แน่ ถ้าเป็นพรุ่งนี้ละก็มีทาง"

"มียังไง?" ผมหันไปถามหมอดูที่ทำนายมาก่อน โดยไม่มีใครถาม

"คืนนี้คืนนี้จะต้องมีการติดต่อเจรจาความกันต่อเรื่องนี้ แล้วพรุ่งนี้ ๑๐ โมงเช้า จะมีข่าวยืนยันมาว่าตกลง"

สุดเสียงหมอดูว่า ก็มีเสียงฮากันจากพรรคพวกที่ยืนล้อมวงอยู่ด้วยกัน แล้วก็มีเสียงพวกกันอีกคนต่อให้ว่า "พูดยังกะหมอเป็นคนจัดหรือเป็นคนตัดสินใจเองแน่ะ"

หมอดูไม่ตอบความ  แต่หันมาบอกผมว่า "หัวหน้ารีบกลับบ้านเถอะ ประเดี๋ยว ๔ ทุ่มจะต้องไปคอยรับโทรศัพท์"

ผมได้รับโทรศัพท์ครั้งแรกคืนวันนั้นตอน ๔ ทุ่ม ที่ผมต้องพูดนาน และได้รับโทรศัพท์อีกครั้งตอนสองยามกว่าๆ ที่ตอนนั้นผมพูดสั้นๆ แล้วผมก็เข้านอน

ตอน ๑๐ โมงเช้าพอดิบพอดี ก็มีเสียงกริ่งโทรศัพท์ที่ผมเป็นคนรับเอง

ท่านพลโทชวลิต ยงใจยุทธ ที่ท่านทำหน้าที่เป็นคนเจรจาการเมืองเรื่องจัด ครม.แทนท่านนายกรัฐมนตรีเป็นคนหมุนมาเอง

ท่านบอกว่าทุกอย่างเรียบร้อย ประชากรไทยได้ ๖ ที่นั่งอย่างที่ว่าไว้


ครับ..นี่คือเรื่อง "หมอดู" ที่นายกฯ สมัครท่านเขียนเล่าไว้เอง ก็ต้องขออนุญาตนะครับที่ "ลอกมาลง" และ..อ้อ..และตอนนี้ หมอดูประจำพรรคคนนั้น "ทายทัก" ท่านหรือยังครับว่า..รอด-ไม่รอด?.
……………………………
คอลัมน์...คนปลายซอย
โดย...เปลว สีเงิน
นสพ.ไทยโพสต์ ฉบับวันที่ 7 เม.ย. 2551 หน้า 5

Image 

กระดานความคิดเห็น
เพิ่มความคิดเห็นใหม่ค้นหาความคิดเห็น
ลืมแล้วรึ IP:58.8.122.109 | 07-04-2008 09:06:09
สมัคร เอ็งก็ศิษย์อาจารย์ส้วน ที่ฉะเชิงเทรา
อาจารย์ท่านดังทางทำนายทายทัก
ปลัดขิกท่านเลื่องลือ
บิ๊กบ๊อง IP:202.91.18.204 | 07-04-2008 11:33:00
แค่เห็นชื่อ วารินทร์ กรูก็อับอายไปทั้งบ้านทั้งเมือง
หมอดูคู่หมอเดา - ทายผิดแล้วยังหน้าด้านมาทายอีก IP:203.144.215.189 | 10-04-2008 14:56:44
โหรสมองหมาปัญญาควาย ทายมาได้อภิสิทธิ์จะเป็นนายก
พอสมัครได้เป็นนายก มา***ว่าเป้นเพราะไปทำบุญ
กับหลวงพ่อคูณ โหรจัญไรชอบพูดให้บ้านเมืองป่วนเล่น
คิดดุเถิด พี่ชายมัน ไม่มีความรู้อะไร คมช ยังแต่งตั้งให้เป็น
สนช หน้าตาเฉย สุดยอดมะ
เขียนแสดงความคิดเห็น
ชื่อ:
หัวข้อ:

Powered by JoomlaCommentCopyright (C) 2006 Frantisek Hliva. All rights reserved.Homepage: http://cavo.co.nr/

 
< ก่อนหน้า   ถัดไป >
Akeyuth Information
KAMTHONG Small
 
จำนวนผู้อ่านหน้านี้
1,147มีผู้อ่านแล้ว: