| ลับลวงพรางฉบับปฏิวัติ! คิดกับป๊อก-พรั่งไม่เกี่ยว ถ้าบิ๊กบังย้อนเวลาไปได้ เป็นนายกฯ-ไม่เอาพี่แอ้ด |
|
|
| Wednesday, 26 March 2008 | |||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||
|
เปิดตัวหนังสือ “ลับ ลวง พราง” ฉบับปฏิวัติ ไขความในใจ “บิ๊กบัง” ก่อน-หลังทำรัฐประหาร ยอมรับคิดทำปฏิวัติคิดกันกับ “บิ๊กป๊อก” 2 คน “สพรั่ง” ไม่เกี่ยว ผิดหวังกับ “พี่แอ้ด” เป็นนายกฯไม่ได้ดั่งใจ ชี้ถ้าย้อนเวลาได้ “1.ทำปฏิวัติแน่นอน 2.เป็นนายกฯเอง” เปิดหนังสือ “ลับ ลวง พราง ปฏิวัติปราสาททราย-คัมภีร์ปฏิวัติ เบื้องหลัง 19 ก.ย.2549 กำเนิด-อวสาน คมช.” ของนักข่าวสายทหาร หนังสือพิมพ์บางกอกโพสต์ “วาสนา นาน่วม” โดยสำนักพิมพ์มติชน ที่ใช้เวลาเก็บข้อมูลและเขียนนานกว่า 1 ปี ที่กำลังถูกมองว่าอาจจะกลายเป็น คู่มือเช็กบิล คมช. พร้อมกันนั้น ก็เป็นคัมภีร์ปฏิวัติอีกด้วย ผู้เขียน ระบุว่า การรวมตัวกันของคปค. เริ่มจากความไม่เป็นเอกภาพ เพราะเมื่อวางแผนเฉพาะในทบ. ก็ทำให้ผบ.เหล่าทัพ คนอื่นที่แม้จะเป็นเพื่อนตท.6 ของพล.อ.สนธิ เพิ่งจะได้รับเชิญหลังจากการยึดอำนาจสำเร็จแล้ว เพราะพล.อ.สนธิต้องเก็บเป็นความลับ ท่ามกลางข่าวลือการปฏิวัติที่ส่งผลให้สำเร็จได้ง่าย เพราะไม่มีใครคิดว่าจะทำจริง เพราะผบ.เหล่าทัพ ล้วนเป็นคนที่พ.ต.ท.ทักษิณแต่งตั้งมาทั้งสิ้น
Powered by JoomlaCommentCopyright (C) 2006 Frantisek Hliva. All rights reserved.Homepage: http://cavo.co.nr/ |
|||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||
| < ก่อนหน้า | ถัดไป > |
|---|
| Akeyuth Information |
|---|
| KAMTHONG Small | |||
|---|---|---|---|
|
|||
| จำนวนผู้อ่านหน้านี้ |
|---|
|
3,518มีผู้อ่านแล้ว:
|





โดยพล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน ได้เปิดใจในหนังสือเล่มนี้ถึงเบื้องหลังการปฏิวัติว่า นอกจากเพื่อยุติการปะทะนองเลือดของม็อบทั้งฝ่ายสนับสนุนและต่อต้านพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตรแล้ว ยังเห็นว่า สถาบันพระมหากษัตริย์ถูกพาดพิง พร้อมยืนยันว่าพ.ต.ท.ทักษิณไม่ได้เป็นคนตั้งเขาเป็น ผบ.ทบ. จึงไม่มีเรื่องหนี้บุญคุณใดๆ
“ผมกับป็อก คิดกันแค่สองคนเท่านั้น”พล.อ.สนธิกล่าว
แต่อย่างไรก็ตาม พล.อ.สนธิ ปฏิเสธว่า พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ ไม่เกี่ยวข้องกับการปฏิวัติ แต่ยอมรับว่า ตั้งแต่ก่อนปฏิวัติได้มีการเข้าพบพล.อ.เปรมเรื่อยมา สัปดาห์ละ 1ครั้งเป็นอย่างน้อย เพื่อเล่าสถานการณ์ต่างๆให้ฟัง
นอกจากนี้ ยังระบุว่าผลพวงของการปฏิวัติ กลับทำให้ คมช.แตกร้าวกันเองมาตลอด จนมาถึง หลังศึกการชิง “เก้าอี้ผบ.ทบ.” ที่ทำให้ พล.อ.สนธิและพล.อ.สพรั่ง ขัดแย้งอย่างรุนแรง จนพล.อ.สพรั่ง ระบุว่า ตนเองกับพล.อ.สนธิ นั้น “อยู่กันคนละโลก” แล้ว และยังทำให้พล.อ.สพรั่งกับ พล.อ.อนุพงษ์ ก็ไม่มองหน้ากัน
แม้รู้ว่าผลของการปฏิวัติ จะเป็นเช่นวันนี้ แต่พล.อ.สนธิก็ไม่เสียใจ เพราะอย่างน้อยก็ทำให้รัฐบาลและผู้นำประเทศไม่กล้าที่จะทำอะไรที่ประชาชน ไม่ยอมรับอีก และยืนยันจะต้องปฏิวัติ แต่หากให้ย้อนเวลาได้ เขาจะทบทวนเรื่องการเลือกนายกรัฐมนตรีใหม่ และอาจจะเป็นนายกรัฐมนตรีเสียเอง แม้จะเข้าใจสภาพของพล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ ที่ไม่ใช่ superman ดีก็ตาม แต่ก็ผิดหวัง ที่เป็นเพราะตนเองไม่กล้าจะสั่งอะไร พล.อ.สุรยุทธ์ซึ่งเป็นรุ่นพี่รบพิเศษ และเป็นอดีตผู้บังคับบัญชา
“ท่านจะมองว่า จะถึง 23 เมื่อไหร่ มันก็คงไม่ใช่ เพราะเรามีภารกิจ 4 อย่าง คมช.มอบ 4 อย่าง ให้รัฐบาลไปกำกับดูแลองค์กรอิสระด้วยซ้ำไป มันเป็นหน้าที่ของผู้บริหารประเทศ คมช.มันเหมือนเป็นเงา บ่มีไก๊ ตั้งแต่ไหนแต่ไรแล้ว”พล.อ.สนธิกล่าวถึงพล.อ.สุรยุทธ์
ขณะที่ ผู้เขียน ได้สรุปบทเรียนของการปฏิวัติของ คมช. ว่า การใช้อำนาจที่อ่อนเกินไป และทำให้ต้องพ่ายแพ้เช่นนี้ ทำให้หากมีการปฏิวัติเกิดขึ้นอีก จะเป็นการปฏิวัติที่รุนแรงและใช้อำนาจอย่างเต็มที่ และอาจถึงขั้นนองเลือด และไม่อาจฟันธงว่า คมช.จะเป็นการปฏิวัติครั้งสุดท้ายในประวัติศาสตร์ แต่ก็ทำให้ทหารเบื่อการเมืองเบื่อการปฏิวัติ เพราะตลอดเวลากว่า 1 ปี นั้นทหารต้องเตรียมพร้อมตลอด