|

ปมเงื่อนสำคัญในกรณีการจัดซื้อรถ-เรือดับเพลิงอื้อฉาวของกทม. ที่ทำให้คณะกรรมการตรวจสอบการกระทำที่ก่อให้เกิดความเสียหายแก่รัฐ (คตส.) ตัดสินหักหน้านายนาม ยิ้มแย้ม ประธานคตส. แล้วมีมติให้ “อภิรักษ์ โกษะโยธิน” ผู้ว่าฯกทม. มีความผิด เป็นเพราะไม่สามารถหาเหตุผลใดๆ มาหักล้างในเรื่อง “ทำไมต้องออกแอล/ซี” ให้เป็นที่กระจ่างชัดได้
เพราะในสัญญาที่ทำกันไว้นั้น ข้อ 9.1 ระบุไว้ชัดเจนเลยว่า...This Agreement will come into force with opening of L/C in a favour of and acceptable for the Seller.
ซึ่งแปลตามตัวก็คือ... “สัญญาฉบับนี้จะมีผลบังคับเมื่อมีการเปิด L/C ให้กับผู้ขาย และผู้ขายยอมรับ”

จากหลักฐานดังกล่าว สะท้อนให้เห็นภาพชัดเจนว่า...งานนี้บริษัทฝรั่ง คือ บริษัท สไตเออร์ฯนั้น มีการทำหนังสือตรงถึงนายวัลลภ สุวรรณดี รองผู้ว่าฯกทม. เมื่อวันที่ 8 พ.ค. 2549 ซึ่งระบุชัดเจนเลยว่า สัญญามีผลบังคับทันทีที่มีการเปิด L/C หากนายอภิรักษ์ไม่เปิด L/C สัญญานี้ก็จะยังไม่มีผล และผลที่ตามมาคือ จะไม่มีการส่งมอบรถดับเพลิง
เมื่อเป็นเช่นนี้ หาก “อภิรักษ์” ได้นั่งอ่านสัญญากันอย่างละเอียดถี่ถ้วน...โดยเฉพาะสัญญาข้อ 9.1 ที่ระบุชัดเจนว่า จะไม่มีผลใดๆ เลยถ้าไม่มีการเปิด L/C ก็ในเมื่อรู้ทั้งรู้ว่า...เป็นอำนาจของตัวเอง และรู้ว่าเรื่องนี้มีกลิ่นไม่ดี แถมคนในพรรคประชาธิปัตย์อย่าง “ยุทธพงศ์ จรัสเสถียร” ก็เกาะติดเรื่องนี้มานาน ก็ได้มีการตั้งข้อท้วงติงแล้ว
แต่ “อภิรักษ์” ก็ไม่เชื่อ...กลับอ้างว่า เพราะกระทรวงมหาดไทยยืนยันว่า ไม่สามารถยกเลิกการจัดซื้อได้
นอกจากนี้ปมเงื่อนอีกเรื่องที่สำคัญที่หลายคนมองข้ามไปก็คือ ทำไมถึงต้องมีการแก้ไข L/C เพราะเดิมในสมัย “สมัคร สุนทรเวช” ยังนั่งเก้าอี้ผู้ว่าฯกทม. ได้ขอเปิด L/C เมื่อวันที่ 31 ส.ค. 2547 โดยระบุให้...การส่งมอบสินค้าได้ที่ท่าเรือในยุโรป หรือสนามบินยุโรป หรือสถานที่ใดๆ ในประเทศไทย (European Portland or European airport and / or any place in Thailand for transportation to Thailand)
แต่ต่อมา...ในยุคสมัย “อภิรักษ์” กลับมีการเสนอขอแก้เงื่อนไขใน L/C ใหม่เมื่อวันที่ 10 ม.ค. 2548 ให้เป็น...ให้ส่งมอบสินค้าที่ท่าเรือหรือสนามบินในยุโรปเท่านั้น (Any European port and / or any European airport) โดยไม่ได้ระบุว่า...ต้องมีสถานที่ใดๆ ในประเทศไทย
จากนั้นอีกเพียง 11 วันคือวันที่ 21 ม.ค. 2548 “อภิรักษ์” ก็ขอแก้ไข L/C อีก...โดยกลับมาเพิ่มข้อความ “ให้มีการส่งมอบสินค้า ณ สถานที่ใดๆ ในประเทศไทย” (Please insert : and / or any place in Thailand) เข้าไปใหม่อีกครั้ง
ซึ่งเหตุผลหลักที่ต้องวิ่งกลับไป-กลับมา...ในเรื่องการแก้ไข L/C นี้ อาจเป็นเพราะ “ขบวนการเหลือบ” ทั้งชุด...รู้กันดีอยู่แล้วว่า...สินค้าที่สั่ง ไม่ได้ผลิตที่โรงงานของสไตเออร์ฯ ที่ประเทศออสเตรีย ตามที่ระบุไว้ในสัญญา...จึงมีความพยายามที่จะหาทางแก้ไขเพื่อนำมาใช้เป็นข้ออ้างให้เกิดประโยชน์สูงสุดกับพวกตัวเอง
จาก เอกสารที่ “นิยม กรรณสูต” ผอ.สำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยของกทม. ทำถึงบริษัท สไตเออร์ฯ เมื่อวันที่ 18 พ.ย. 2548 ที่ระบุชัดถึงการปฏิเสธการตรวจรับ “เรือดับเพลิง” ว่า...After the Fire and Rescue Department, as the department in charge, inspected the Purchase / Sale Agreement and the company’s letters, we found that the fireboat is not manufactured at the Seller’s factory as indicated in the Purchase / Sale Agreement. We, therefore, request the company to proceed according to the Agreement.
ซึ่งแปลตามความหมายก็คือว่า...หลังจากสำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กทม.ได้ตรวจสอบสัญญาการซื้อขายแล้ว พบว่า เรือดับเพลิงไม่ได้มีการผลิตที่โรงงานของบริษัทสไตเออร์ฯ ตามที่ระบุไว้ชัดเจนในสัญญา ดังนั้นจึงขอให้บริษัทสไตเออร์ฯดำเนินการตามข้อตกลงในสัญญาด้วย 
เพราะเป็นที่รับรู้กันดีว่า ก่อนหน้านี้มีการเปิดโปงว่า เรือดับเพลิงนี้ ผลิตกันที่พัทยา โดยว่าจ้างให้บริษัท เซียทโบ๊ท พัทยา ประเทศไทย จำกัด เป็นผู้ผลิต...ซึ่งถ้าจะว่ากันตามหลักการแล้ว...ก็ถือว่า “ผิด” แน่นอน
นี่จึงเป็นเหตุผลที่ทำไมถึงต้องมีการแก้ไข L/C เพื่อเปิดทางให้มีการส่งมอบสินค้าจากประเทศไทยมายังประเทศไทยได้นั่นเอง
และเอกสารที่ยืนยันชัดเจนอีกเรื่องในการที่บริษัทสไตเออร์ฯเอง ก็ไม่ได้รู้สึกรู้สาถึงคำท้วงติงของ “นิยม กรรณสูต” ผอ.สำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยของกทม. ที่ปฏิเสธการตรวจรับเรือดับเพลิง เพราะต่อมาในวันที่ 8 ธ.ค. 2548 ทางบริษัทสไตเออร์ฯ กลับทำหนังสือตรงถึง “อภิรักษ์ โกษะโยธิน” ผู้ว่าฯกทม. เพื่อแจ้งให้ทราบถึงการจะส่งมอบเรือดับเพลิงครั้งที่ 2 ที่พัทยา ในวันที่ 28 ธ.ค. 2548 โดยไม่สนใจกับคำท้วงติงของ “ผอ.สำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กทม.” ซึ่งเป็นต้นสังกัดที่ดูแลเรื่องนี้โดยตรง

หลักฐานเหล่านี้...คือเหตุผลที่พิสูจน์ว่า “อภิรักษ์ โกษะโยธิน” เข้าไปเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้หรือไม่!!!
และวันนี้ คตส.ก็ไม่กล้าที่จะ “มองข้าม” ความจริงข้อนี้
แม้ว่าจะมี “บางคน” ใน “คตส.” จะพยายามช่วย “อุ้มกระเตง” มาตลอด...ก่อนหน้านี้แล้วก็ตาม
วันนี้...“อภิรักษ์” แสดงความกล้าหาญที่ประกาศยุติบทบาทในการทำหน้าที่ “ผู้ว่าฯกทม.”...เราก็ขอชื่นชมในสปิริต...
และยอมรับว่า “อภิรักษ์” มีความเป็น “ลูกผู้ชายทางการเมือง” คนหนึ่งที่น่ายกย่อง
หนทางข้างหน้า...เป็นเรื่องที่ “อภิรักษ์” ต้องไปพิสูจน์กันในขั้นตอนกระบวนการยุติธรรม!!!...ตามกฎหมายต่อไป
ซึ่งหากผลการตัดสินของกระบวนการยุติธรรมออกมาอย่างไร...เราก็พร้อมน้อมรับและให้ความเคารพ
แต่วันนี้ “ไทยอินไซเดอร์” ก็พิสูจน์ว่า...เราได้ทำหน้าที่ในการตรวจสอบเรื่องทุจริตรถ-เรือดับเพลิงของกทม. ในอีกรูปแบบหนึ่งเช่นกัน .............................. ทีมข่าวไทยอินไซเดอร์ (ติดตามอ่าน...โชว์หลักฐานมัดอภิรักษ์ ‘จะโง่จริงหรือแกล้งโง่?’ ซัด‘คตส.’เกาไม่ถูกที่คัน 'แอล/ซี'คือหัวใจสำคัญ!...ซึ่งลงบทความตั้งแต่วันที่ 10 มี.ค. 2550)
 |