| ล้างแค้น‘มิตรอำมหิต’ มาหาว่าเป็น‘เหลือบ’ เคยหนีร้อนมาพึ่งเย็น สุดท้ายก็มาฆ่าเพื่อน |
|
|
| Friday, 15 February 2008 | |||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||
|
“สพรั่ง” ไล่ล่า “มิตรอำมหิต” มากล่าวหาว่าเป็น “เหลือบ-คอรัปชั่น” จวกคืนเคยหนีร้อนมาพึ่งเย็น ก็เคยสงสารเมตตาช่วยเหลือ แต่สุดท้ายกลับมาเบียดเบียนเพื่อน-ฆ่าเพื่อน เผย “คนพวกนี้ถือว่าตายไปจากผมในโลกนี้ไปแล้ว ถือว่าไม่เคยรู้จักกันมาก็แล้วกัน” เหน็บแสบ “คนบางคน” อาจทำให้คนเห็นว่าเป็นที่พึ่งของสังคม แต่จริงๆอาจเป็นคนขยะแขยงก็ได้ วันที่ 15 ก.พ. 2551 พล.อ.สพรั่ง กัลยาณมิตร รองปลัดกระทรวงกลาโหม กล่าวผ่านรายการ “เรื่องเด่นเย็นนี้” ทางช่อง 3 อสมท ว่า ขณะนี้ตนลาออกจากประธานบริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ ทอท. และประธานบริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) ก็กำลังจะลาออกตามมา ทั้งนี้ปัญหาเรื่องการตบทรัพย์ในองค์กรนั้น มีมาตั้งแต่ตนยังไม่ได้ทำหน้าที่ มีตั้งแต่ข่าวเล็กๆ โดยผู้ที่ทำธุรกิจ ซึ่งหนักไปทางต่างชาติ ถึงขั้นมีข่าวว่า รวบรวมเงินมาให้ตน ซึ่งตนก็คิดว่าเป็นธรรมดาที่ทำหน้าที่แล้วมีมิจฉาชีพไปแอบอ้าง ก็ไม่ได้สนใจ แต่ต่อมาเกิดทำให้ใหญ่ขึ้น ตนไม่ได้ระแวงอะไร กระทั่งเรื่องราวต่างๆ ไปถึงผู้บังคับบัญชาตนคือพล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ อดีตนายกรัฐมนตรี ก็มีการตักเตือนมา ตนก็ยังเข้าใจว่า ฝ่ายตรงข้ามรัฐบาลกำลังเล่นเรื่องนี้ขึ้นมา เพื่อสร้างให้ตนเป็นคนไม่น่าเชื่อถือ พล.อ.สพรั่ง กล่าวต่อว่า “ทั้งนี้การแก้ปัญหาใดๆ เราต้องเผชิญหน้ากับปัญหา ก็เคยพบคู่กรณีแบบไม่เป็นทางการ ไปบอกเค้าว่า ถ้าผิดก็สำนึกซะ ผมไม่ได้ซ้ำเติมคุณนะ มีอะไรที่ทำให้ธุรกิจเดินต่อได้ ก็ยินดี หนึ่งในนั้นก็มีเจ้าของธุรกิจคิง เพาเวอร์ คุณวิชัย รักศรีอักษร ก็เคยเจอตอนจะเข้าไปรับหน้าที่ ก็เพื่อให้เค้ารู้ว่า ตัวตนผมไม่ใช่บู๊ล้างผลาญ ในฐานะประธานบอร์ดก็ต้องระวัง ให้เค้าเห็นตัวตนเราก่อน เพราะส่วนตัวไม่เคยมีอคติกับใคร ขอให้เค้าสบายใจได้ ผมเคยพูดกับเค้า เค้าก็ทราบดีว่าผมพูดจริงหรือไม่” พล.อ.สพรั่ง กล่าวถึงกรณีเมื่อได้รับข้อมูลว่าเพื่อนไปตบทรัพย์จริงว่า คำว่า “เพื่อน” หมายถึงคนที่ร่วมทำงานกันมาในยามบ้านเมืองเกิดวิกฤต เราก็คิดว่า การทำงานกับเพื่อนที่เข้าใจ เพื่อสะสางงานบางอย่างที่ตนไม่ถนัด ก็หวังว่ามาช่วยกันทำงาน ไม่ได้คิดเป็นแบบอื่น ไม่เคยระแวงเพื่อน มีแต่ให้กำลังใจ มีใครมาต่อว่า ก็ไม่เคยผลีผลามไปว่า กระทั่งทนไม่ไหว เมื่อบอร์ดทั้งหลายก็มากระซิบว่า มีความไม่พอใจ ก็เปิดให้เคลียร์กัน นี่มีหลักฐานชัดเจน ทั้งรายงานการประชุมและพยานบุคคล ส่วนใครจะตั้งฉายาอะไรเราว่า “เหลือบ” ก็ถือว่า บาปกรรมมันมีจริงนะ “ผมมาเอะใจช่วงท้ายๆ เพราะมีผู้ใหญ่โทรมาถามตลอด ให้ผมไปชี้แจง ว่ามีการส่งผู้แทนไปเจรจาการค้าที่สุ่มเสี่ยงหรือไม่ ผมก็ขำ ถ้าจะทำ ทำไมต้องมาเป็นบอร์ด ถ้าคิดชั่ว ก็วางแผนแล้ว ทำไมต้องเอาตัวไปเสี่ยงขนาดนั้น ไม่ต้องไปส่งผ่านหรือส่งคนไปต่อรองไปทำในสิ่งประเจิดประเจ้อเช่นนี้”พล.อ.สพรั่งกล่าวและว่า “มิตรอำมหิต” นั้น เป็นสิ่งที่ตนเสียใจมาก เวลาเราทำงานร่วมกับใคร คำว่า “มิตร” คือคนที่ปรารถนาดีต่อกัน ใครทำอะไรผิดพลาดก็ปกป้อง หรือคอยเตือน แม้กระทั่งคุณธรรมของโจรบางพวก-บางคน แม้ทำบาปมหันต์ แต่เค้าก็ยังรู้จักคำว่า “กตัญญู” เห็นพระก็ยังไหว้ แต่ “บางคน” ไม่รู้จักคำว่า “กตัญญู” และคำว่า “มิตร” อะไรที่เบียดเบียนเพื่อนและฆ่าเพื่อนได้ ตนถึงเรียกว่า “มิตรอำมหิต” ไม่ไหวเลย ในชีวิตรับราชการมา ไม่เคยเจอแบบนี้เลย และยังมีการสมคบกับคนบางคนในองค์กร ซึ่งเป็นที่รู้กันว่า น่าอิดหนาระอาใจ “ผมต้องปกป้องเกียรติภูมิของผม ที่ลงภาพข่าวลักษณะเหยียดหยาม และเขียนหัวข้อเป็นประเด็นๆ หยิบเอาสิ่งที่ไม่จริง เขียนไม่ครบ ทั้ง 2 องค์กรมาเขียน และกล่าวหาว่า “ผมเป็นเหลือบ ผมคอรัปชั่น” ผมคิดว่าบุคลิกอย่างเรา ทำไมต้องมาทำเช่นนี้ อยากให้สื่อตรวจสอบให้ลึกๆ สำหรับ “มิตรอำมหิต” นี้สิ่งที่ผมจะทำคือ คิดว่าคนเหล่านี้ตายจากผมในโลกนี้ไปแล้ว ถือว่าไม่เคยรู้จักกันมาก่อนละกัน เค้าคงรู้ตัวดี และจริงๆ เค้าก็รู้ตัวดีว่า ทำความผิดอย่างมหันต์ หนีร้อนมาพึ่งเย็น ผมก็สงสารเมตตา ชีวิตผมเคยผิดหวังกับความเข้าใจผิดของผู้บังคับบัญชามาตลอด ใครที่ทุกข์ร้อนผมก็จะเข้าใจตลอด หากเห็นเค้าตกทุกข์ได้ยาก ก็จะโดดไปช่วย ไม่เคยคิดจะทอดทิ้ง ไม่ต้องคิดว่า จะทำลายเพื่อน แต่ตรงกันข้าม ในระยะยาวสังคมคงได้เห็น คนบางคนอาจทำให้คนเห็นว่าเป็นที่พึ่งของสังคม แต่จริงๆอาจเป็นคนขยะแขยงก็ได้ และผมคงไม่คุยอะไรแล้ว เพราะเค้ามีวิธีการไปบอกคนนั้นคนนี้ แต่ทุกกลุ่มที่เค้าไปพูด ก็มาแจ้งผมให้รับทราบ มีการให้ร้ายแบบต่อเนื่อง ไม่รู้ว่า หิริโอตัปปะ เค้ายังเหลืออยู่หรือไม่ ก็คงว่ากันไปตามกระบวนการฟ้องร้องต่อไป”รองปลัดกระทรวงกลาโหมกล่าว ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับกรณีที่พล.อ.สพรั่งระบุว่า มีการลงภาพข่าวในลักษณะเหยียดหยาม และเขียนหัวข้อเป็นประเด็นๆ หยิบเอาสิ่งที่ไม่จริง เขียนไม่ครบ ทั้ง 2 องค์กรมาเขียน และกล่าวหาว่า “ผมเป็นเหลือบ ผมคอรัปชั่น” นั้น จากการตรวจสอบพบว่า เป็นหนังสือพิมพ์ผู้จัดการรายสัปดาห์ ที่มีนายสนธิ ลิ้มทองกุล เป็นผู้ก่อตั้ง โดยตีพิมพ์เมื่อวันที่ 1 ก.พ.ที่ผ่านมา ภายใต้การพาดหัวใหญ่ว่า “สุดช้ำ! หลักฐานชี้ชัดๆ สพรั่ง กัลยาณมิตร เหลือบในคราบวีรบุรุษ” โดยเนื้อหา มีการแยกเป็นประเด็นต่างๆ อาทิ ตะลึงหลักฐาน 2 หน่วยงาน ToT และ AOT, มัด พล.อ.สพรั่ง กัลยาณมิตร ทำตัวเป็นเหลือบในคราบวีรบุรุษ, สารพัดวิธีหาประโยชน์กับโครงการเพื่อตนเองและพวกพ้อง, กล้าหาญเซ็นเช็คอนุมัติจ่ายเพียงคนเดียว จนทำให้ AOT และผู้ถือหุ้นเสียหาย, คนใน 2 องค์กรสุดช้ำส่งข้อมูลผ่านสื่อหวังจัดการ “เหลือบ” พ้นทาง
“บรรณวิทย์” ปัดไม่ใช่ “มิตรอำมหิต”-ยันไม่เคยแอบอ้างชื่อ “สพรั่ง” ทางด้าน พล.ร.อ.บรรณวิทย์ เก่งเรียน เพื่อนร่วมรุ่นตท.7 ของพล.อ.สพรั่ง กล่าวถึงกรณี “มิตรอำมหิต” ที่พล.อ.สพรั่งระบุไว้ว่า ต้องไปถามเขาว่าหมายถึงใคร คงไม่ใช่และไม่ได้หมายถึงตน เพราะตนเป็นถึงประธานกรรมาธิการ (กมธ.) คมนาคมของ สนช. และประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญติดตามปัญหาสนามบินสุวรรณภูมิ ไม่จำเป็นต้องไปอ้างชื่อใคร เพราะเป็นแค่ 2 ตำแหน่งนี้ก็สามารถทำได้ทุกอย่าง นอกจากนี้ ยังเป็นที่ปรึกษาประธานบอร์ดการท่าอากาศยานด้วย ดังนั้นทำไมต้องไปแอบอ้างเมื่อมีอำนาจเต็มที่ “เราเข้าไปตรวจสอบในสุวรรณภูมิทำในนามของกรรมาธิการและประธานกรรมาธิการวิสามัญ ไม่เคยทำในนามที่ปรึกษาของการท่าอากาศยาน และที่ผ่านมาก็ทำหน้าที่ตรวจสอบทุจริตในสุวรรณภูมิเต็มที่ และผลการตรวจสอบส่งให้ดีเอสไอ (กรมสอบสวนคดีพิเศษ) ซึ่งดีเอสไอส่งเรื่องฟ้องต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ได้แล้ว 11 เรื่อง และมีการตั้งคณะอนุกรรมการสอบอีกหลายเรื่อง”พล.ร.อ.บรรณวิทย์กล่าว พล.ร.อ.บรรณวิทย์ กล่าวว่า ที่ผ่านมา กมธ.คมนาคม และกมธ.วิสามัญตรวจสอบทุจริตในสุวรรณภูมิมีการส่งสำนวนฟ้องทุกคดี ดังนั้นจึงถูกดิสเครดิตว่าไปทำอย่างนั้นอย่างนี้ หากมีการไปรับเรียกเงินหรือทำอะไรที่ไม่ชอบ คงไม่มีการพิจารณาส่งฟ้องเพื่อเอาผิด เพราะบทบาทของ กมธ.คมนาคมและกมธ.วิสามัญฯนั้น มีหน้าที่ตรวจสอบทุจริตไม่มีอำนาจให้คุณให้โทษใครได้ หากตรวจสอบหากพบว่าผิดก็ส่งฟ้อง อย่างคิง เพาเวอร์เราก็ไม่มีอำนาจให้อยู่หรือออกได้ แต่อยู่ที่คณะกรรมการของการท่าอากาศยาน พล.ร.อ.บรรณวิทย์ กล่าวด้วยว่า ได้ลาออกจากที่ปรึกษาการท่าอากาศยาน เพราะคณะกรรมการไม่เข้าท่า ที่ผ่านมามีการจัดซื้อวิธีพิเศษเยอะ ไม่รักษาผลประโยชน์ของรัฐเห็นแก่ผลประโยชน์ส่วนตัว ซึ่งก่อนหน้านี้เคยเสนอให้พล.ร.อ.ธีระ ห้าวเจริญ อดีตรมว.คมนาคม เปลี่ยนบอร์ดการท่าอากาศยานชุดนี้ไป เพราะทำงานล่าช้า
เมื่อถามว่า จะฟ้องร้องพล.อ.สพรั่ง หรือไม่ที่ระบุเช่นนี้ พล.ร.อ.บรรณวิทย์ กล่าวว่า เขาไม่แจ้งชื่อว่าเป็นเรา ที่บอกว่า “เพื่อนอำมหิต” คงไม่ได้หมายถึงตน ทั้งนี้ความสัมพันธ์กับพล.อ.สพรั่ง ก็ยังเป็นเพื่อนกันเหมือนเดิม การต่อสู้ได้ทำเต็มที่วันนี้สามารถรักษาเงินภาษีอากรของรัฐได้หลายพันล้านบาท แม้ตัวเองต้องมีอันเป็นไป ก็ไม่เป็นไร เพราะทำเพื่อชาติ เมื่อถามว่า คนใกล้ชิดท่านอาจแอบอ้างชื่อท่านหรือ พล.อ.สพรั่งไปเรียกรับผลประโยชน์ พล.ร.อ.บรรณวิทย์ กล่าวว่า คนใกล้ชิดแต่ละคนมีความรู้ ความสามารถมาถึงขนาดนี้คงไม่ไปทำอะไรอย่างนี้ เมื่อถามว่า ยืนยันว่าท่านไม่เคยใช้อำนาจไปเรียกรับเงินเพื่อหาผลประโยชน์จากการตรวจสอบในสุวรรณภูมิ พล.ร.อ.บรรณวิทย์ กล่าวว่า ยืนยันว่าไม่มีการไปทำอย่างที่ถูกกล่าวอ้าง เรามีหน้าที่เข้าไปตรวจสอบไปให้คุณให้โทษใครไม่ได้ หากเรื่องที่ตรวจสอบไม่มีการส่งฟ้องนั่นถึงแสดงว่ามีการไปเรียกรับเงิน ส่วน พล.อ.สพรั่งหมายถึงใครนั้น ไม่รู้ต้องไปถามท่าน และไปดูว่าท่านเข้าไปทำอะไร แล้วไปทำอะไรกับใครหรือไม่
Powered by JoomlaCommentCopyright (C) 2006 Frantisek Hliva. All rights reserved.Homepage: http://cavo.co.nr/ |
|||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||
| < ก่อนหน้า | ถัดไป > |
|---|
| Akeyuth Information |
|---|
| KAMTHONG Small | |||
|---|---|---|---|
|
|||
| จำนวนผู้อ่านหน้านี้ |
|---|
|
7,454มีผู้อ่านแล้ว:
|






“เมื่อกมธ.คมนาคม เข้าไปตรวจสอบแบบตรงไปตรงมา ก็หาว่าเขามาก้าวก่ายฝ่ายบริหาร เราเคยเสนอให้การท่าอากาศยานซ่อมแท็กซี่เวย์ตั้งแต่ 6 เดือนแล้ว เพราะกมธ.ตรวจสอบแล้วพบว่ามีการแตกร้าวและเสี่ยง แต่ก็ไม่มีการพิจารณา ก็ไม่รู้ว่าไปกระเทือนผลประโยชน์ใครหรือไม่ แต่มาวันนี้การท่าอากาศยานประกาศว่าต้องมีการซ่อมแท็กซีเวย์ เห็นได้ว่า กมธ.เราทำงานเต็มที่ เมื่อพบทุจริตก็ส่งฟ้อง”พล.ร.อ.บรรณวิทย์กล่าว