ข่าวร้อน!
วันศุกร์ที่ 30 กรกฏาคม 2010 เวลา 15:48 น.    พิมพ์ อีเมล
'ภาณุพงศ์'มึนบึ้มเกิดถี่ รับจับไม่ได้เกิดขึ้นอีก! 'รางน้ำ-บิ๊กซี'คล้ายกัน พท.เย้ยบ่มีไก๊-ไร้น้ำยา

"ภาณุพงศ์"เรียกประชุมทีมสอบสวนคดีบึ้ม ชี้ระเบิดซอยรางน้ำรูปแบบคล้ายที่บิ๊กซี ยอมรับ 2 คดีที่ผ่านมาจับคนร้ายไม่ได้เป็นสิ่งบอกเหตุว่าจะเกิดขึ้นอีก รื้อคดีระเบิดกทม.ปี49หาจุดเชื่อมโยง

วันที่ 30 ก.ค.2553 เวลา 14.00 น. ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) พล.ต.อ.ภาณุพงศ์  สิงหรา ณ อยุธยา ที่ปรึกษา (สบ10) พล.ต.ท.สัณฐาน ชยนนท์ ผบช.น. พล.ต.ต.สุเมธ เรืองสวัสดิ์ รอง ผบช.น. พล.ต.ต.บุญส่ง พานิชอัตรา รอง ผบช.น. พล.ต.ต.ปรีชา ธิมามนตรี ผบก.ส.2 พล.ต.ต.ฉันทวิทย์ รามสูต ผบก.สส.บช.น. พล.ต.ต.วิชัย สังข์ประไพ ผบก.น.1 พล.ต.ต.อนุชัย เล็กบำรุง ผบก.น.5 พ.ต.อ.คณิศร์ชัย มหินทรเทพ ผกก.สส.บก.น.1 พ.ต.อ.สมบัติ มิลินทจินดา ผกก.สส.บก.น.5 พ.ต.อ.กิตติพันธ์ จุนทการ ผกก.สน.พญาไท พ.ต.อ.สราวุธ จินดาคำ  ผกก.สน.ลุมพินี พร้อมฝ่ายสืบสวน เจ้าหน้าที่หน่วยเก็บกู้และตรวจพิสูจน์วัตถุระเบิด(อีโอดี)และเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐานร่วมประชุมคดีเหตุคนร้ายลอบวางระเบิดที่บริเวณป้ายรถเมล์หน้าห้างบิ๊กซี สาขาราชดำริ ทำให้มีผู้เสียชีวิต 1 ราย และได้รับบาดเจ็บจำนวนมาก เมื่อวันที่ 25 กรกฎาคมที่ผ่านมา และเหตุระเบิดกลางดึกในซอยรางน้ำ มีผู้บาดเจ็บ 1 ราย

พล.ต.อ.ภาณุพงศ์กล่าวว่าจาก 2คดีที่เกิดขึ้น โดยเฉพาะเมื่อคืนนี้ก็เกิดอีกครั้ง ซึ่งเป็นสิ่งบอกเหตุว่าหากจับคนร้ายไม่ได้ก็อาจเกิดขึ้นอีก ช่วงเช้า พล.ต.ท.สัณฐานก็ได้รับคำสั่งจาก พล.ต.อ.ปทีป ตันประเสริฐ รรท.ผบ.ตร.ให้ประสานงานกับหน่วยที่เกี่ยวข้องทั้ง กทม. ฝ่ายทหารมาปรับแผนวางมาตรการด้านการป้องกันไม่ให้เกิดเหตุ โดยเฉพาะที่ทิ้งขยะต่างๆ และผบช.น.ก็จัดประชุมเมื่อเช้านี้ และแบ่งมอบหน้าที่ให้ช่วยดูแลตรวจตรา ซึ่งเหตุเมื่อคืนก็นำพยาน หลักฐานที่ได้ไปรวจสอบกับคดีที่เคยเกิดขึ้นในอดีต เพื่อหาความเชื่อมโยงและระมัดระวังป้องกัน ซึ่งต้องขอความร่วมมือจากสื่อมวลชน ประชาชนว่าหากพบสิ่งผิดปกติทั้งบุคคล วัตถุต้องสงสัยก็ขอให้ความร่วมมือกับตำรวจ โดยวิธีที่ง่ายสุดคือ หมายเลข 191 ซึ่งต้องทำทุกวิถีทางหยุดยั้งขบวนการนี้ให้ได้ เพราะหากหยุดไม่ได้ก็ไม่รู้อนาคตจะเกิดอะไรขึ้นอีก ซึ่ง พล.ต.อ.ปทีปได้สั่งบช.ก. บช.ส.และพฐ.มาช่วยในการคลี่คลายจับกุมคนร้าย

ถามว่ามีความเชื่อมโยงกันหรือไม่ พล.ต.อ.ภาณุพงศ์กล่าวว่า  สำหรับระเบิดทั้ง 2 รูปแบบ มีความใกล้เคียงกัน ซึ่งระเบิดที่พบในซอยรางน้ำ พบว่าเป็นระเบิดที่ผลิตในประเทศจีน และถอดสลักก่อนใช้หนังยางชุบน้ำมันโซล่าพันไว้ เพื่อให้เปื่อนและหลุดออกก่อนกระเดื่องทำงาน และเป็นจังหวะที่ผู้บาดเจ็บซึ่งมีอาชีพเก็บของเก่าเข้าไปและระเบิดทำงานพอดี ซึ่งระเบิดที่พบที่บิ๊กซีเป็นระเบิดขว้างเหมือนกัน แต่วิธีการทำงานต่างกัน แต่ขณะเดียวกันเหตุที่เกิดเมื่อคืนนี้เหมือนเหตุที่เคยเกิดขึ้นในอดีต ซึ่งทุกคนต้องช่วยกัน ตำรวจทำฝ่ายเดียวก็ไม่สำเร็จโดยเร็ว หากประชาชนช่วยกันก็เชื่อว่าจะทำให้จับึคนร้ายได้

ถามว่านายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี ฝ่ายความมั่นคง บอกว่าไม่พอใจการทำงานของตำรวจที่ไม่รอบคอบ พล.ต.อ.ภาณุพงศ์กล่าวว่า ในส่วนนี้สิ่งใดที่บกพร่อง โดยเฉพาะตนที่ดูแลบช.น.ก็จะทำการแก้ไข เราไม่ได้ปัดความรับผิดชอบ แต่ตำรวจก็ยอมรับ เราพยายามทุกทาง เพิ่มความถี่ ปรับแผนการตรวจ ฝ่ายธุรการก็มาช่วยตรวจตราและพยายามปรับปรุงแก้ไขต่อไป

ถามว่าคดีนี้จะส่งให้ดีเอสไอหรือไม่ พล.ต.อ.ภาณุพงศ์กล่าวว่า ในส่วนที่เป็นเอกสาร หากเชื่อมโยงก็คงเหมือนเดิม ทางพล.ต.ต.อำนวย นิ่มมะโน รอง ผบช.น.ก็จะรับผิดชอบ ซึ่งในส่วนสำนวนการสอบสวน เรามีอำนาจหน้าที่ในการสืบสวน รวบรวมหลักฐานต้องช่วยกันทำงานให้คดีเสร็จ

“สำหรับคดีที่เกิดขึ้นได้ข้อมูลจากกล้องวงจรปิด พยานแวดล้อม ซึ่งต้องนำมาประมวลต่อไป แต่คดีแบบนี้หากไม่มีเบาะแสจากประชาชนการจับกุมคนร้ายต้องใช้เวลา เพราะต่างจากคดีฆ่า คดีปล้น เพราะขณะเกิดเหตุมีประจักษ์พยานเห็น แต่คดีระเบิดคนร้ายเข้ามาก่อน มาวางแล้วไป ซึ่งก็ไม่มีใครรู้ว่าใครเป็นคนร้าย ไม่มีใครคิด ไม่มีใครรู้ว่าเป็นระเบิด ซึ่งเป็นความยากง่ายของการสอบสวน ซึ่งหากใครมีเบาะแส ผู้ต้องสงสัยก็ขอได้ให้ความร่วมมือช่วยเหลือตำรวจด้วย “ พล.ต.อ.ภาณุพงศ์กล่าว

ถามว่าคดีที่ห้างบิ๊กซีออกภาพสเกตซ์คนร้ายได้ หรือยัง พล.ต.อ.ภาณุพงศ์กล่าวว่า ยัง คดีนี้มีภาพบุคคลที่เกี่ยวข้องในสถานที่เกิดเหตุ แต่ต้องตรวจสอบให้ชัดเจนก่อนดำเนินการ โดยภาพที่ได้ยังไม่ชัดแต่จะพยายามทำให้ชัด เพราะมีทีมอาจารย์จากมหาวิทยาลัยส่วนหนึ่งพยายามช่วยทำให้ชัดขึ้น โดยยังไม่เห็นถึงจุดที่วางก็พยายามเก็บในส่วนที่มี   

ถามว่าคดีระเบิดเป็นคดีที่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ในอดีตเป็นระเบิดที่พบในช่วงชุมนุมหรือไม่ พล.ต.อ.ภาณุพงศ์กล่าวว่าเป็นช่วงเหตุที่เกี่ยวข้องต่อเนื่องกันมา ทางผู้ชำนาญได้เก็บข้อมูล จัดหมวดหมู่ไว้ ซึ่งต้องดูว่าเชื่อมโยงกับคดีใดอีกครั้ง      

ถามว่าเป็นกล่มขบวนการใต้ดินที่ทำใช่หรือไม่ พล.ต.อ.ภาณุพงศ์ตอบว่า เรื่องนี้ไม่อยากคาดเดา ไม่อยากคิด ขอให้จับคนร้ายได้ก่อน ให้พยานหลักฐานไปถึง ซึ่งในฐานะสื่อมวลชนมีข้อมูลก็อาจสันนิษฐานไปได้ แต่ตำรวจขอจับได้ก่อนก็จะตอบสังคมได้

“คดีที่คนร้ายทำเป็นแผนที่ทำให้เกิดความวุ่นวายในบ้านเมือง คดีหลังใช้สายยางนั้นน้ำมันโซล่าจะใช้เวลากัดประมาณ 1 ชั่วโมง คดีแรกเกิด 17.00 น. คดีหลังเกิด 01.00 น.เศษ ห้วงเวลาแตกต่างกัน ชนิดระเบิดใกล้เคียงกัน โดยเป็นระเบิดขว้าง วิธีทำให้ระเบิดแตกต่างกัน แต่เป้าประสงค์ก็ทำให้ผู้อยู่ใกล้บาดเจ็บเหมือนกัน” พล.ต.อ.ภาณุพงศ์กล่าว

รายงานข่าวแจ้งว่า ในที่ประชุมได้ให้ฝ่ายสืบสวนพื้นที่ที่เคยเกิดเหตุระเบิดตั้งแต่ปี 2549 มาร่วมด้วย ทั้งเหตุระเบิดที่เมเจอร์รัชโยธิน พื้นที่ สน.พหลโยธิน ระเบิดที่สะพานควาย พื้นที่ สน.บางซื่อ ระเบิดที่อนุสาวรีชัยสมรภูมิ พื้นที่ สน.พญาไท และคดีอื่นๆที่เคยเกิดขึ้นในช่วงที่ผ่านมา

พท.ซัดรบ.ไร้น้ำยา บึ้มซ.รางน้ำระเบิดการเมือง หวังต่อพรก.ฉุกเฉินฯ

นายพร้อมพงศ์  นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทยให้สัมภาษณ์ถึงเหตุระเบิดในซอยรางน้ำ ระหว่างเดินสายพบปะประชาชนภาคเหนือ พร้อมคณะผู้บริหารและส.ส.พรรคเพื่อไทยว่า คณะทำงานพรรคเพื่อไทยมองว่าเป็นระเบิดการเมืองลูกที่ 2 เพื่อหวังสร้างความชอบธรรมให้คงพ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ ในเขตกทม. ปริมณฑลและในพื้นที่ต่างจังหวัดกว่าอีก 10 จังหวัด ท่ามกลางแรงกดดันของทุกภาคส่วนในสังคมที่เรียกร้องให้รัฐบาลยกเลิกพ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ ทั้งนี้จากการตรวจสอบเชิงลึกน่าจะเป็นขบวนการที่ไม่ต้องการให้บ้านเมืองสงบสุข น่าจะเชื่อมโยงมาจากระเบิดหน้าป้ายรถเมล์ห้างบิ๊กซี สาขาราชดำริ ของกลุ่มคนมีสีที่สนับสนุนรัฐบาล พรรคเพื่อไทยขอประณามพวกที่ก่อเหตุสร้างสถานการณ์จนทำให้ประชาชนบาดเจ็บเสียชีวิตว่าเป็นพวกหนักแผ่นดินไร้ความรับผิดชอบต่อชีวิตทรัพย์สินของประชาชน และผลประโยชน์ของประเทศชาติทำให้ภาพลักษณ์ของประเทศไทยป่นปี้ในสายตาของนานาชาติในการลงทุนและการท่องเที่ยว

“และยังประจานความล้มเหลวไร้น้ำยาของรัฐบาลนายอภิสิทธิ์ และหน่วยงานความมั่นคงของรัฐภายใต้พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ และศอฉ.ที่ผลาญเงินภาษีของแผ่นดิน รวมไปถึงการทำงานที่ขาดบูรณาการกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ลักษณะต่างคนต่างทำ ผลเสียจะตกแก่ประชาชนผู้บริสุทธิ์และประเทศชาติ เป็นรัฐบาลบ่มีไก๊”นายพร้อมพงศ์กล่าว

 


 

คอมเมนต์คอมเมนต์  

 
#1 Guest 2010-07-31 06:09
ไม่ต้องกังวลแต่ ให้ทำใจไว้เลยว่ า เมื่อใครบางฝ่าย ถึงคราวจวนตัว ก็จะมีระเบิดออก มาเอง และมันจะต้องมีบ ่อยขึ้น จนกว่าสังคมไทยจ ะปรับสมดุลทางคว ามคิดได้
 

เพิ่มคอมเมนต์ใหม่

รหัสป้องกันความปลอดภัย
รีเฟรช