|
|||
| 'เด็กพธม.'ได้ใจจี้นายกฯ ถอนสัญญาที่เสียเปรียบ ไล่'ทหาร-คนเขมร'ออก! 'กต.'โว'ไทย'ได้เปรียบ |
"เครือข่ายปชช.คนไทยหัวใจรักชาติ"ยื่นหนังสื้อจี้ “มาร์ค”เพิกถอนสัญญาพันธะทุกข้อที่ไทยเสียเปรียบ ขับไล่ทหาร-คนเขมรพ้นดินแดนไทย “ชวนนท์” คุยโวไทยได้เปรียบแล้วเห็นแผนบริหารจัดการแล้วเร่งทำความเข้าใจกับนานาชาติวันที่ 30 ก.ค.2553 เวลา 11.30น.นายกษิต ภิรมย์ รมว.ต่างประเทศพร้อมด้วยนายชวนนท์ อินทรโกมาลย์สุต เลขานุการรมว.การต่างประเทศเข้าพบและหารือกับนายอภิสิทธ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรีที่ห้องทำงานชั้น 2 ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาลโดยเวลาประมาณ 1 ชม. ต่อมาเวลา 12.30 น. นายไชยวัฒน์ สินสุวงศ์ พร้อมด้วยสมาชิกกลุ่มเครือข่ายประชาชนคนไทยหัวใจรักชาติจำนวน 50 คนได้เข้ายื่นหนังสือถึงนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี เกี่ยวกับกรณีปราสาทพระวิหาร โดยนายชวนนท์ อินทรโกมาลย์สุต เลขานุการรมว.การต่างประเทศ เป็นผู้รับหนังสือแทน ทั้งนี้เครือข่ายประชาชนฯ ได้เรียกร้องให้รัฐบาลยกเลิกเพิกถอนสัญญาข้อตกลงและพันธกรณีทุกข้อที่ทำให้ไทยเสียเปรียบและได้รับความเสียหายให้เสร็จสิ้นภายใน 7 วัน และรัฐบาลต้องมีมาตรการผลักดันชาวกัมพูชาและทหารกัมพูชาออกจากเขตแดนไทย-กัมพูชา รวมทั้งต้องรายงานให้ประชาชนได้รับทราบด้วย นอกจากนั้นรัฐบาลจะต้องเร่งดำเนินการโดยยึดหลักสนธิสัญญาโตเกียว พ.ศ.2484 ในสมัยที่จอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ เป็นนายกรัฐมนตรีที่ได้ขอสงวนสิทธิคำพิพากษาศาลโลก เพื่อทำให้ปราสาทเขาพระวิหารเป็นของประเทศไทย และจะต้องไม่ขึ้นทะเบียนร่วมแบบผสม และข้ามพรมแดนกับกัมพูชา โดยไม่จัดทำหลักเขตแดนที่ใช้หลักสันปันน้ำให้แล้วเสร็จก่อน ด้านนายชวนนท์ ให้สัมภาษณ์ภายหลังรับหนังสือเรียกร้องว่า รัฐบาลไทยจะต้องยึดจุดยืนของเราเอาไว้คือจะต้องมีการปักปันเขตแดนให้ แล้วเสร็จก่อนที่จะมีการดำเนินการรับรองแผนบริหารจัดการปราสาทเขาพระวิหาร ซึ่งวิธีการต่อไปคือจะต้องมีการพูดคุยกันอย่างใกล้ชิดต่อไปและยึดบันทึกข้อตกลง(เอ็มโอยู)ปี 2543 รัฐบาลคงจะตอบไม่ได้ว่าเราจะดำเนินการเรื่องการปักปันเขตแดนเสร็จสิ้นเมื่อไหร่ แต่จะหารือกันเรื่องการบริหารจัดการเมื่อใดนั้นก็ต่อเมื่อการปักปันเขตแดนเสร็จสิ้นเรียบร้อยแล้ว อย่างไรก็ตามสิ่งที่เราได้เปรียบในขณะนี้คือเราได้เห็นแผนการบริหารจัดการดังกล่าวแล้ว หากเราเห็นว่าอะไรที่ไม่ถูกต้องชอบธรรม ไม่สอดคล้องกับคณะกรรมการมรดกโลก เราก็มีสิทธิที่จะพูดคุยทำความเข้าใจกับคณะกรรมการมรดกโลกและประเทศภาคีสมาชิกได้ เมื่อถามว่าจะต้องมีการปรับแผนการทำความเข้าใจหรือล็อบบี้กับประเทศภาคีสมาชิกหรือไม่ นายชวนนท์ กล่าวว่า สิ่งที่เรายืนยันคืออยากเห็นการตัดสินของคณะกรรมการมรดกโลกเป็นไปด้วยความบริสุทธิ์ ยุติธรรมและเดินตามกฎเกณฑ์ต่างๆ ที่วางเอาไว้โดยที่ไม่มีการยกเว้น ในขณะเดียวกันแผนที่หรือแผนผังต่างๆจะต้องมีความชัดเจนไม่รุกล้ำเข้ามาในอธิปไตยของไทย หากเป็นเช่นนี้ไทยก็ไม่มีปัญหาที่ใครจะไปขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก รัฐบาลยืนยันว่าจะทำทุกอย่างไม่ให้กระทบต่อสิทธิและอธิปไตยของประเทศ และวันนี้เราพร้อมที่จะเจรจากับทางการกัมพูชา และเมื่อถึงเวลาที่เหมาะสมก็คงมีการแลกเปลี่ยนพูดคุยกันเพื่อผลักดันแก้ไขปัญหานี้ เมื่อถามว่า หลังจากนี้สถานการณ์ความสัมพันธ์สองประเทศจะยิ่งตึงเครียดหรือไม่ หลังจากที่กัมพูชาไม่ประสบความสำเร็จในการผลักดันแผนบริหารจัดการฯ นายชวนนท์ กล่าวว่าเราต้องแยกแยะระหว่างความถูกต้องกับเรื่องความสัมพันธ์ สิ่งที่เราดำเนินการไปนั้นไม่ใช่เป็นการตีรวนหรือกลั่นแกล้งกัมพูชา เพียงแต่ขอร้องให้การพิจารณาของคณะกรรมการมรดกโลกให้ถูกต้องเป็นธรรมและยุติธรรมกับประเทศไทย ทั้งนี้รัฐบาลคงจะต้องทำความเข้าใจกับทั้งในและนอกประเทศเพื่อไม่ให้เกิดความสับสน ส่วนกรณีที่เครือข่ายพันธมิตรฯเตรียมที่จะขึ้นไปเคลื่อนไหวบริเวณเขาพระวิหารนั้น เราคงต้องทำความเข้าใจว่าเราปกป้องอธิปไตยของเราอย่างเต็มที่แล้ว ส่วนกระบวนการต่างๆ ที่ยังค้างคาอยู่นั้นมีกระบวนการและกลไกที่จะดำเนินการให้หลุดพ้นจากปัญหานี้ ขอให้ทุกฝ่ายอดทนและรอดูรัฐบาลแก้ไขปัญหา อย่างไรก็ตามในการหารือกับนายกฯนั้น นายกฯได้กำชับว่าในช่วง 1 ปีจากนี้ขอให้เป็นช่วงเวลาแห่งการแก้ไขปัญหาในเรื่องนี้ได้อย่างสมบูรณ์ที่สุด ![]() |




"เครือข่ายปชช.คนไทยหัวใจรักชาติ"ยื่นหนังสื้อจี้ “มาร์ค”เพิกถอนสัญญาพันธะทุกข้อที่ไทยเสียเปรียบ ขับไล่ทหาร-คนเขมรพ้นดินแดนไทย “ชวนนท์” คุยโวไทยได้เปรียบแล้วเห็นแผนบริหารจัดการแล้วเร่งทำความเข้าใจกับนานาชาติ
คอมเมนต์คอมเมนต์
ติดตามคอมเมนต์นี้ในรูปแบบ RSS feeds