|
วันเสาร์ที่ 13 มีนาคม 2010 เวลา 22:53 น. |
|
|
|
|
'รัฐ'ห่วง4กลุ่มฮาร์ดคอร์! 'มีประวัติใช้ความรุนแรง' ยอมอ่อนลดจนท.ทหาร หากแรง-ใช้พรก.ฉุกเฉิน |
|
“ศอ.รส.” ห่วง 4 กลุ่มเสื้อแดงฮาร์ดคอร์ ต่อสายขอ “หมอเหวง” ช่วยประสาน ยอมอ่อนให้เสื้อแดงที่ขอรัฐลดกำลังทหาร แบะท่าพร้อมประชุมครม.นัดพิเศษได้ทุกเมื่อเพื่อออก “พ.ร.ก.ฉุกเฉิน”
วันที่ 13 มี.ค. 2553 เวลา 21.40 น. ที่ศูนย์อำนวยการรักษาความสงบ (ศอ.รส.) ภายในกรมทหารราบที่ 11 รักษาพระองค์ (ร.11 รอ.) นายกอร์ปศักดิ์ สภาวสุ เลขาธิการนายกรัฐมนตรี ซึ่งเป็นหัวหน้าคณะทำงานประสานงานเจรจากับแกนนำกลุ่มเสื้อแดง แถลงว่า เมื่อสักครู่ ตนได้โทรศัพท์ถึงนพ.เหวง โตจิราการ แกนนำกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) เนื่องจากมีเรื่องที่กังวลคือ ตอนนี้การชุมนุมที่บริเวณป้อมมหากาฬมีคนมาร่วมเป็นจำนวนมาก และเกิดอารมณ์ขึ้นมาจากการที่เห็นว่า มีจำนวนทหารและตำรวจในบริเวณนั้นมากเกินไป ซึ่งนพ.เหวงได้ขอให้รัฐบาลลดจำนวนเจ้าหน้าที่ลง ซึ่งเราพร้อมทำตามเพื่อไม่เกิดปัญหา โดยจะลดกำลังทหาร แต่จะเพิ่มกำลังตำรวจเข้าไปแทนที่ทหาร
อีกทั้งตนยังได้แจ้งความกังวลต่อผู้ชุมนุมบางที่มีประวัติใช้ความรุนแรงอยู่ระดับหนึ่ง ได้แก่ กลุ่มชักธงรบจาก จ.อุบลราชธานี, กลุ่มรักเชียงใหม่ 51, กลุ่มพิษณุโลก 49 และกลุ่มนปช. จ.ระนอง ซึ่งนพ.เหวงแสดงความเห็นด้วย และรับปากว่าจะติดต่อจัดการให้ โดยในเช้าวันที่ 14 มี.ค.นี้ ตนจะโทรศัพท์ถึงนพ.เหวง เพื่อติดตามความคืบหน้าในเรื่องนี้ และจะส่งเจ้าหน้าที่ของคณะทำงานไปพูดคุยกับตัวแทนกลุ่มเหล่านี้ด้วย นี่ถือเป็นแนวที่รัฐบาลพยายามประสานงาน เพื่อไม่ให้เกิดปัญหา ถ้าเราได้รับความร่วมมือ ความรุนแรงที่อาจจะเกิดก็น่าจะลดลงได้
เมื่อถามว่า จะมีการประชุมครม.นัดพิเศษ เพื่อออกพ.ร.ก.ฉุกเฉินหรือไม่ ถ้ารัฐบาลควบคุมสถานการณ์ไม่ได้ นายกอร์ปศักดิ์ กล่าวว่า รัฐบาลเป็นฝ่ายบริหาร ก็มีความพร้อมที่จะเรียกประชุมได้ทุกเมื่อ แต่ตอนนี้ยังไม่ถึงขั้นนั้น
คาด 14 มี.ค.คนจะร่วมชุมนุมมากขึ้น-เผยรู้ชื่อผู้จ้างวานทำเครื่องยิงเอ็ม79แล้ว
ด้านนายปณิธาน วัฒนายากร รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ปฏิบัติหน้าที่โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงการประเมินผลการชุมนุมว่า ได้มีการประเมินว่าวันที่ 14 มี.ค.นี้ จะมีคนร่วมการชุมนุมเพิ่มมากขึ้น การประสานกับเลขาธิการนายกรัฐมนตรีจึงจะมีความจำเป็นมากขึ้น ซึ่งเราจะมีการส่งเจ้าหน้าที่ต้องไปรณรงค์ตามชุมชนที่ได้รับผลกระทบจากการชุมนุมด้วย โดยเราหวังว่าจะมีการเชื่อมโยงที่เป็นระบบมากขึ้นทั้งในส่วนของผู้ชุมนุมและชุมชน
ส่วนการที่ศาลอาญาออกหมายจับนายอริสมันต์ พงษ์เรืองรอง แกนนำนปช.นั้น เป็นไปตามกระบวนการทางกฎหมาย คิดว่านายอริสมันต์ก็ยอมรับกระบวนการทางกฎหมาย ทั้งนี้แนวปฏิบัติของเจ้าหน้าที่ทุกคนคือการใช้วิธีเจรจา พูดคุยเพื่อให้เกิดความเข้าใจว่าการทำตามกฎหมายเป็นสิ่งที่จำเป็น สำหรับการจับกุมชิ้นส่วนสิ่งเทียมอาวุธ ที่จ.พระนครศรีอยุธยานั้น ตนเข้าใจว่ตอนนี้เจ้าหน้าที่ได้ชื่อผู้จ้างวานแล้ว และในวันพรุ่งนี้ ผู้เชี่ยวชาญจะเข้าไปตรวจสอบ อย่างไรก็ตามยังไม่มีการสรุปว่าเรื่องนี้จะเชื่อมโยงกับสถานการณ์ในกรุงเทพฯ
พ.อ.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกศูนย์อำนวยการรักษาความสงบเรียบร้อย (ศอ.รส.) กล่าวว่า เจ้าหน้าที่กำลังจับตาความเคลื่อนไหวของกลุ่มคนเสื้อแดงบางส่วนนอกเหนือจุดชุมนุมใหญ่ที่สะพานผ่านฟ้าลีลาศ ที่ใช้รถจักรยานยนต์เป็นพาหนะขับขี่อย่างช้า ๆ ไปตามถนนวิภาวดีรังสิต แต่ขณะนี้ยังไม่มีเหตุการณ์ความวุ่นวายแต่อย่างใด
“มท.” ระบุ “แดง” ทะลักเข้ากรุงฯแล้ว 1.2 แสนคน
ด้านศูนย์ปฏิบัติการกระทรวงมหาดไทย ได้รายงานตัวเลขการเดินทางเข้ากรุงเทพฯ ของกลุ่มผู้ชุมนุมนปช.ว่า ในพื้นที่ต่างๆทั่วประเทศ ได้รายงานเข้ามาว่า มีผู้เดินทางเข้ากรงเทพฯแล้วในวันที่ 13 มี.ค.จำนวน 42,965 คน ประกอบด้วยผู้ที่เดินทางมาจากภาคเหนือ 10,892 คน ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 23,282 คน ภาคกลาง 2,700 คน ภาคตะวันออก 2,717 คน ภาคตะวันตก 2,540 คน และภาคใต้ 834 คน เป็นการเดินทางโดยรถกระบะ 2,405 คัน รถยนต์ 1,587 คัน รถสิบล้อ 36 คัน รถบัส 49 คัน และรถจักรยานยนต์ 107 คัน ส่วนการประเมินตัวเลขผู้ที่เข้าร่วมชุมนุมใหญ่ ยังคงยืนยันตัวเลขเดิมเมื่อวันที่ 12 มี.ค.คือ ประมาณ 120,000 คน โดยรวมผู้ชุมนุมจากกรุงเทพฯแล้ว
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับบรรยากาศโดยรอบกระทรวงมหาดไทย ได้มีกำลังทหารมาประจำอยู่ริมถนนโดยรอบ มีเรื่อยไปตามถนนตะนาว จนไปถึงถนนราชดำเนิน ส่วนภายในกระทรวงมหาดไทย ยังคงใช้กำลังอส. รักษาความปลอดภัย
|