|
“แดง” ชุมนุมวันที่ 2 ปิดถนนราชดำเนินแล้ว “ดุสิตโพล” ชี้คนรู้สึกเครียดมาก จากเหตุเสื้อแดงบุกกรุงเทพฯ ห่วงบ้านเมือง-หวั่นเหตุร้ายลุกลาม “พท.” แนะม็อบถ่ายวิดีโอเก็บไว้ หากเห็น “รัฐบาล” ทำไม่เป็นธรรม เพื่อเตรียมประจานทั่วโลก
วันที่ 13 มี.ค. 2553 ที่ทำการพรรคเพื่อไทย ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บรรยากาศโดยทั่วไปยังคงเป็นปกติ ไม่มีกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจหรือทหารเข้ามาดูแลความเรียบร้อย บริเวณที่ทำการพรรคหรือบริเวณใกล้เคียงแต่อย่างใด มีเพียงเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยของพรรคเพียง 3 คนเท่านั้น
ทั้งนี้นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงการประเมินสถานการณ์ของวอร์รูมพรรคเพื่อไทย ในการติดตามสถานการณ์การชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดงว่า วันนี้เป็นวันที่ 2 นับตั้งแต่เปิดวอร์รูม โดยแกนนำพรรคและส.ส.บางส่วน จะเข้าประชุมในช่วงเช้า เพื่อติดตามสถานการณ์การเคลื่อนไหวของกลุ่มคนเสื้อแดงตลอดทั้งวัน
โฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวต่อว่า ผู้ที่จะมาชุมนุมที่กรุงเทพฯสามารถใช้โทรศัพท์มือถือ และกล้องวีดีโอบันทึกภาพเหตุการณ์ ที่รัฐบาลใช้กฎหมายอย่างไม่เป็นธรรมกับกลุ่มผู้ชุมนุมได้ และส่งมาให้กับพรรคเพื่อไทย ทางพรรคจะแถลงข่าวทันที เพื่อให้สื่อมวลชนทราบถึงการกระทำที่ไม่ชอบธรรมของรัฐบาล รวมทั้งจะนำภาพดังกล่าวส่งให้กับสื่อต่างประเทศ เพื่อนำไปเผยแพร่ให้ทั่วโลกเห็นถึงความไม่ชอบธรรมของรัฐบาล พร้อมจะนำหลักฐานทั้งหมดไปแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ และดำเนินการฟ้องร้องต่อศาลด้วย
ตำรวจตรึงเข้มกำลังหน้า "ปชป.-บ้านสี่เสาฯ"
อีกด้านหนึ่งที่พรรคประชาธิปัตย์ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตำรวจจากสถานีตำรวจนครบาลบางซื่อกว่า 50 นาย เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย และเจ้าหน้าที่เทศกิจ ได้ประจำตามจุดต่างๆ เพื่อตรวจตราบริเวณประตูทางเข้าออก บริเวณด้านในและโดยรอบ รวมถึงฝั่งตรงข้าม ที่ทำการพรรคอย่างเข้มงวด นอกจากนี้ยังมีการนำรั้วเหล็กและแผงเหล็กมาวางกั้นบริเวณด้านหน้าของพรรค รวมถึงการเตรียมโล่และอุปกรณ์ประจำตัวของเจ้าหน้าที่ เพื่อป้องกันเหตุที่อาจจะเกิดขึ้นอย่างไรก็ตาม จนถึงขณะนี้ สถานการณ์และการจราจร บริเวณที่ทำการพรรค และบริเวณโดยรอบ ยังคงเป็นปกติ
ขณะที่บ้านสี่เสาเทเวศร์ มีกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหาร ตั้งจุดตรวจค้นอาวุธและบุคคลต้องสงสัยอย่างเข้มงวดเป็นพิเศษ หลัง กลุ่ม นปช. ได้ดาวกระจายไปยังจุดสำคัญต่างๆ วานนี้ อีกทั้ง อยู่ภายใต้สถานการณ์การประกาศใช้พ.ร.บ.ความมั่นคงฯ ขณะเดียวกันประชาชนที่อาศัยอยู่บริเวณใกล้เคียงยังจับจ่ายซื้อของตามปกติ โดยมีกำลังเจ้าหน้าที่สายตรวจ เดินตรวจตราดูความเรียบร้อยอยู่เป็นระยะ
“ศอ.รส.” ตีปี๊บเตือนปชช.ระวังคนแต่งกายเลียนแบบ "ทหาร-ตร."
ขณะเดียวกัน ศูนย์ประสานงานศูนย์อำนวยการรักษาความสงบเรียบร้อย (ศอ.รส.) ได้ประสานงานผ่านสื่อมวลชน 3 เรื่อง คือ 1.ขอให้ประชาชนระวังผู้แต่งกายเลียนแบบเจ้าหน้าที่ทหาร ตำรวจ และแอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐทั่วประเทศ 2.เจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหาร ที่ออกปฏิบัติหน้าที่อำนวยความสะดวก และดูแลความปลอดภัยแก่ประชาชนนั้น ไม่มีการพกพาอาวุธและวัตถุระเบิดใดๆ ทั้งสิ้น มีเพียงอุปกรณ์ดูแลฝูงชนตามหลักสากลเท่านั้น และ 3.ขอบคุณประชาชนที่ให้ความร่วมมือปฏิบัติตามคำแนะนำ ทำให้เจ้าหน้าที่สามารถอำนวยความสะดวก และดูแลความปลอดภัยให้กับประชาชนโดยทั่วไปได้อย่างเรียบร้อย
อย่างไรก็ตาม สำหรับประชาชนที่พบเห็นความผิดปกติดังกล่าวข้างต้น หรือกลุ่มบุคคลต้องสงสัยลักษณะดังกล่าว ขอให้รีบแจ้งทหาร ตำรวจ ตามจุดตรวจร่วมทั่วประเทศ หรือแจ้ง ผบ.หน่วย ในพื้นที่ๆ พบเห็นความผิดปกติได้ตลอด 24 ชั่วโมง
“โพล” ชี้คนรู้สึกเครียดมาก จากเหตุเสื้อแดงบุกกรุงเทพฯ ห่วงบ้านเมือง หวั่นเหตุร้ายลุกลาม
สวนดุสิตโพล เปิดเผยผลสำรวจความคิดเห็นจากประชาชนในกรุงเทพฯและปริมณฑล จำนวน 1,134 คน ถึงเหตุการณ์ชุมนุมของกลุ่มเสื้อแดงที่เกิดขึ้น ร้อยละ 39.92 รู้สึกย่ำแย่และเครียดมาก ร้อยละ 31.55 เห็นว่าชุมนุมได้แต่ขอให้อยู่ในความเป็นระเบียบเรียบร้อย ร้อยละ 29.36 กังวลเรื่องการเดินทางในเส้นทางที่มีการชุมนุม ร้อยละ 35.11 ไม่ค่อยมั่นใจว่ารัฐบาลจะควบคุมและป้องกันสถานการณ์ไม่ให้บานปลายได้ ร้อยละ 30.85 ค่อนข้างมั่นใจ ส่วนร้อยละ 26.59 มั่นใจมาก
สำหรับสภาพจิตใจ ของประชาชนที่มีต่อเหตุการณ์ชุมนุม พบว่าร้อยละ 39.92 รู้สึกย่ำแย่และเครียดมาก เพราะเป็นห่วงบ้านเมือง ร้อยละ 32.55 รู้สึกย่ำแย่และเครียดพอสมควร เพราะไม่รู้ว่าสถานการณ์บ้านเมืองจะจบลงอย่างไร ร้อยละ 45.24 เห็นว่าแกนนำทั้ง 2 ฝ่ายต้องหารือร่วมกันเพื่อหาข้อยุติและเป็นที่พอใจของทั้ง 2 ฝ่าย เหตุการณ์จึงจะยุติได้ด้วยดี
สิ่งที่ประชาชนต้องการฝากถึงกลุ่มคนเสื้อแดง ร้อยละ 42.39 ขอให้ชุมนุมอยู่ในความเป็นระเบียบ ร้อยละ 31.54 อยากให้คนไทยทุกคนรักใคร่ปรองดองกัน ส่วนสิ่งที่อยากฝากถึงรัฐบาล ร้อยละ 33.40 อยากให้รัฐบาลอดทน และไม่ใช้ความรุนแรง ร้อยละ 26.18 ขอให้รัฐบาลจริงใจในการแก้ปัญหา
สำหรับพฤติกรรมของประชาชนที่ เปลี่ยนแปลงไปจากที่มีเหตุการณ์ชุมนุมเกิดขึ้น ร้อยละ 51.28 ติดตามข่าวสารจากสื่อต่างๆ เพิ่มขึ้น 26.19 ยกเลิกกิจกรรมต่างๆ ร้อยละ 13.67 ซื้ออาหารของกินตุนไว้ และร้อยละ 8.86 นำรถไปเติมน้ำมันเผื่อปั๊มน้ำมันปิด
"เสื้อแดง" ปิดถนนราชดำเนินแล้ว จากแยกผ่านฟ้า-แยก จปร.
สำหรับการเคลื่อนไหวของมวลชนคนเสื้อแดงนั้น ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บริเวณสะพานผ่านฟ้าว่า กลุ่มเสื้อแดงได้ปิดถนนราชดำเนินกลางตั้งแต่แยก จปร. ถึงแยกสะพานผ่านฟ้าลีลาศ เพื่อติดตั้งลำโพง และจอโปรเจ็คเตอร์ขนาดใหญ่ สำหรับใช้ถ่ายทอดสดการปราศรัย จากเวทีหลักบริเวณสะพานผ่านฟ้า ขณะที่การติดตั้งเวทีหลักได้ดำเนินการเรียบร้อยแล้ว โดยเวทีได้มีการตั้งบริเวณด้านป้อมพระสุเมธ โดยกินพื้นที่ถึง 4 ช่องจราจร ส่วนถนนนครสวรรค์ หลานหลวง ที่อยู่ด้านข้าง ยังคงเปิดการจราจรตามปกติ แต่บริเวณถนนนครสวรรค์ ผู้ชุมนุมได้นำห้องสุขาแบบน็อคดาวน์มาติดตั้ง
นอกจากนี้กลุ่มผู้ชุมนุมยังได้มีการตั้งเต็นท์ ตลอดสองฝั่งถนนราชดำเนิน เพื่อให้บริการอาหารและน้ำดื่ม รวมถึงมีบริการนวดเพื่อการผ่อนคลายด้วย ทั้งนี้มีเจ้าหน้าที่ตำรวจและทหารคอยประจำการอยู่เป็นระยะตลอดบริเวณแยก และด้านหน้าหน่วยงานราชการต่างๆ โดยขณะนี้การจราจรเริ่มติดขัดบางส่วน
ส่วนกลุ่มผู้ชุมนุมบางส่วนได้เริ่มทยอยเดินทางมายังบริเวณเวทีหลัก ผ่านสะพาผ่านฟ้าแล้ว รวมถึงมีการกระจายตัวไปอยู่ประจำเต็นท์ต่างๆ เพื่อเตรียมการต้อนรับการเดินทางมาของกลุ่มเสื้อแดงที่มาจากต่างจังหวัด ที่จะเริ่มเดินทางเข้ามาบางแล้ว ทั้งนี้บริเวณหน้าลานเจษฎาบดิน ทางกลุ่มผู้ชุมนุมได้จัดเตรียมเป็นที่ตั้งของศูนย์ถ่ายทอดสดการชุมนุมของสถานีโทรทัศน์พีทีวี
"แดงสุพรรณบุรี" เคลื่อนพลบุกกรุงเข้าสมทบอยุธยาฯ
เวลา 09.19 น. แกนนำกลุ่มเสื้อแดงสุพรรณบุรี กว่า 400 คน เดินทางรวมตัวที่หน้าพระบรมราชานุสรณ์ดอนเจดีย์ อำเภอดอนเจดีย์ จังหวัดสุพรรณบุรี เพื่อทำพิธีบวงสรวงโดยการถวายพวงมาลา และเครื่องเซ่นไหว้ต่างๆที่หน้าองค์สมเด็จพระนเรศวรมหาราช เพื่อเป็นศิริมงคลแก่ตัวก่อนเดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัวกว่า 100 คัน เข้ามาสมทบกับกลุ่มเสื้อแดงที่วัดป่าเลไลยก์วรวิหาร อำเภอเมือง จังหวัดสุพรรณบุรี เพื่อรวมตัวกับกลุ่มเสื้อแดงอีกกว่า 100 คน พร้อมรถ และแห่ขบวนเสื้อแดงรถไปรอบตัวเมืองสุพรรณบุรี และเดินทางโดยใช้เส้นทางสุพรรณบุรี-อ่างทอง เพื่อไปรวมตัวกับกลุ่มเสื้อแดงที่จังหวัดอ่างทอง และเคลื่อนพลต่อไปยังจังหวัดพระนครศรีอยุธยา และเดินทางเข้ากรุงเทพมหานครโดยใช้การเดินทางทั้งทางบกและทางน้ำตามความเหมาะสม
"แดงสตูล" มุ่งเข้ากรุงฯด้วยรถส่วนตัว-รถโดยสาร
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กลุ่มคนนเสื้อแดงจากจังหวัดสตูล ทยอยเดินทางเข้ากทม. โดยจะส่วนใหญ่ขับรถส่วนตัว หรือรถโดยสารประจำทาง เพื่อไปสมทบกับกลุ่มคนเสื้อแดงสตูล ที่เดินทางไปก่อนหน้านี้แล้ว ขณะที่ตำรวจได้มีการตั้งจุดตรวจเพื่อตรวจตรา ผู้ที่จะเดินทางไปร่วมชุมนุม มีเจ้าหน้าที่จากโรงพักต่างๆ หมุนเวียนสับเปลี่ยนไปตรวจตราตลอด 24 ชั่วโมง
เบื้องต้นจากการตรวจสอบ ไม่พบสิ่งของผิดกฎหมายหรือสิ่งของผิดปกติแต่อย่างได ขณะที่ผู้ร่วมเดินทางไปชุมนุมก็ให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี นอกจากนี้ ทางตำรวจภูธรจ.สตูล มีการเตรียมพร้อมชุดควบคุมฝูงชนไว้ 1 กองร้อย จำนวน 155 นาย ไว้เตรียมสนับสนุนกำลังหากมีการขอมาจากกทม. โดยสามารถเดินทางไปสมทบตลอด 24 ชั่วโมง
"แดงอีสาน" รอสมทบกันที่ "วังน้อย"
ส่วนที่จุดวังน้อย ตั้งแต่ช่วงเช้าที่ผ่านมา กลุ่มคนเสื้อแดงจากภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ทยอยกันมาสมทบกับกลุ่มคนเสื้อแดงอยุธยา ที่บริเวณลานดินครัววังน้อย อำเภอวังน้อย จังหวัดพระนครศรีอยุธยา โดยพื้นลานดินเต็มไปด้วยกลุ่มคนเสื้อแดง และรถยนต์ที่จะทยอยเข้ากรุงเทพมหานคร นอกจากนี้ ปริมาณรถยนต์ของกลุ่มคนเสื้อแดง ที่ทยอยมาสมทบกัน ทำให้บางส่วนต้องจอดอยู่บริเวณช่องทางคู่ขนานของถนนพหลโยธินแล้ว ซึ่งจุดที่กลุ่มคนเสื้อแดง จอดแวะพักห่างจากจุดตรวจเพียง 1 กิโลเมตรเท่านั้น ส่วนที่ด่านตรวจบางปะหัน ตำบลหันสัง อำเภอบางปะหัน จังหวัดพระนครศรีอยุธยา พบว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจและทหาร ได้เสริมกำลังเข้าประจำการเพิ่มเติม เพื่อเตรียมการตรวจค้นอาวุธและสิ่งผิดกฎหมายกับรถทุกคัน โดยจุดตรวจบางปะหัน เป็นด่านแรกที่กลุ่มคนเสื้อแดงจากภาคเหนือจะต้องเดินทางผ่าน หลังจากที่มีการรวมกันที่จังหวัดอ่างทองในช่วงเที่ยงของวันนี้ อย่างไรก็ตาม พบว่า ทั้งด่านวังน้อย อำเภอวังน้อย และด่านบางปะหัน อำเภอบางปะหัน ยังไม่มีการตรวจค้นจนพบสิ่งผิดปกติแต่อย่างใด
"แดง 17 จว.เหนือ" เคลื่อนจากปากน้ำโพเข้ากรุงฯแล้ว
สำหรับความเคลื่อนไหวของกลุ่มคนเสื้อแดงที่ จ.นครสวรรค์ ทางกลุ่มคนเสื้อแดง จาก 17 จังหวัดภาคเหนือ ได้เคลื่อนทัพออกจาก จ.นครสวรรค์ โดยมุ่งหน้าเข้าสู่ กทม.แล้ว โดยทางกลุ่มเสื้อแดง ได้ใช้ถนน 2 เลน จาก 4 เลน ส่งผลให้การจราจรที่ จ.นครสวรรค์ ช่วงสะพานเดชาติวงศ์ ซึ่งเป็นลักษณะคอขวด ติดขัดทันที โดยขบวนของกลุ่มเสื้อแดง มีความยาวประมาณ 10 กม. ประชาชนเข้าร่วมชุมนุมประมาณ 2 หมื่นคน โดยความเร็วรถที่กลุ่มคนเสื้อแดงใช้นั้น อยู่ประมาณที่ 10-30 กิโลเมตร/ชั่วโมง และระหว่างการเดินทางนั้น ได้ปลุกระดมประชาชนที่อยู่ 2 ข้างทาง ให้เข้าไปร่วมชุมนุมที่กทม.ด้วย
“พท.” เผย จนท.เปิดทางเสื้อแดงชุมนุม ผ่านด่านตรวจ ฟุ้งอีสาน-เหนือ-กลาง ทะลักอีกหลายแสน
เวลา 10.00 น. ที่พรรคเพื่อไทย นายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล ส.ส.แพร่ พรรคเพื่อไทย ในฐานะรองประธานศูนย์ช่วยเหลือดูแลประชาชน (ศช.ปป.) แถลงสรุปภารกิจของศช.ปป.ในวันที่ 12 มี.ค. ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นวันแรกของการเปิดศูนย์ว่า ทางศช.ปป.ได้ติดตามความเคลื่อนไหวของกลุ่มคนเสื้อแดงที่ทยอยเดินทางเข้ากทม. โดยได้รับการประสานจากแกนนำกลุ่มผู้ชุมนุมว่าได้เจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหาร ที่ตั้งจุดตรวจสกัดตามจุดต่างๆ โดยภาพรวมถือว่าให้อำนวยความสะดวกและดูแลความปลอดภัยกลุ่มผู้ชุมนุม เป็นอย่างดี มีเพียงบางจุด เช่น จ.ตาก ที่อาจไม่ได้รับความสะดวกบ้าง แต่เมื่อเจรจาก็ให้ผู้ชุมนุมผ่านจุดตรวจได้โดยสะดวก ส่วนที่อ.พยุหะคีรี จ.นครสวรรค์ ที่เจ้าหน้าที่นำรถแบ็คโฮมาจอดขวางเส้นทางการเพื่อไม่ให้กลุ่มผู้ชุมนุมเดิน ทางเข้ามากทม.ได้ ขณะนี้อยู่ระหว่างการเจรจาคาดว่าไม่น่าจะมีปัญหาอะไร จึงต้องขอบคุณเจ้าหน้าที่ทุกคนปฏิบัติงานในครั้งนี้ทำให้การเดินทางของคน เสื้อแดงเป็นไปอย่างเรียบร้อย สำหรับตัวเลขจำนวนผู้เดินทางมาชุมนุม จาก 32 จ.ในวันที่ 12 มี.ค.ทางศูนย์ประเมินว่ามีประมาณ 2 แสนคน จากภาคอีสาน ประมาณ 1 แสนคน ภาคเหนือ ประมาณ 8 หมื่นคน และคาดว่าในวันที่ 13 มี.ค.จะทยอยเข้ามาจากภาคกลางประมาณ 2 แสนคน ภาคอีสาน ภาคเหนือ ภาคตะวันตก อีกกว่าแสนคน ส่วนภาคใต้ประมาณ 3 หมื่นคน
นายวรวัจน์ กล่าวว่า ยืนยันว่าการเคลื่อนไหวของ กลุ่มผู้ชุมนุมเป็นไปโดยสงบ และปราศจากอาวุธแน่นอน ดังนั้นขอฝากไปถึงรัฐบาลให้มีความจริงใจและรักษาสัญญาว่าจะไม่ใช้อาวุธกับ ประชาชน แต่จะใช้เพียงเครื่องมือป้องกันกับประชาชน พร้อมทั้งเปิดใจกว้างรับฟังความคิดเห็นของประชาชน รวมทั้งทหาร ตำรวจ ที่มีภาพข่าวปรากฏแสดงตัวว่าสนับสนุนกลุ่มคนเสื้อแดง ให้สามารถแสดงออกทางการเมืองได้ เพราะก่อนหน้านี้ทางศูนย์ได้รับรายงานว่ามีบางสถานีตำรวจที่ห้ามครอบครัว ตำรวจสังกัดสน.นั้นๆ สวมเสื้อสีแดง หากพบจะไล่ออกจากบ้านพักของหลวงทันที และทราบว่าล่าสุดสน.ทองหล่อ ได้สั่งให้ 2 ครอบครัวตำรวจในสังกัด ย้ายออกจากบ้านพักไปแล้ว จึงขอให้ผู้บังคับบัญชาตรวจสอบเพื่อให้ความเป็นธรรมกับครอบครัวตำรวจดังกล่าวด้วย
“ศรปป.” ปูด “ตร.อีสานใต้-ก.” ควงพวก 10 คน พร้อมอาวุธ ซุ่มซอยรางน้ำ เตรียมสร้างสถานการณ์
ด้านน.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ ส.ส.กทม. พรรคเพื่อไทย ในฐานะเลขาฯศช.ปป. กล่าวว่า ขณะนี้มีความพยายามปลุกระดม ให้ประชาชนใส่เสื้อสีต่างๆ โดยเฉพาะสีน้ำเงิน ให้ออกมายั่วยุ ต่อต้านการชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดงในทุกรูปแบบ ซึ่งพรรคเพื่อไทยรู้สึกกังวลว่าจะเป็นสาเหตุที่นำไปสู่ความรุนแรง กลายเป็นน้ำผึ้งหยดเดียว จึงขอเตือนไปยังบุคคลที่มีเจตนาจะให้รุนแรงหยุดพฤติกรรมดังกล่าวเพื่อให้การชุมนุมเรียกร้องตามประชาธิปไตยของคนเสื้อแดง เป็นไปด้วยความสงบสันติ ขณะที่กลุ่มคนเสื้อแดงต้องอดทนอดกลั้นต่อการยั่วยุต่างๆให้มากที่สุด น.อ.อนุดิษฐ์ กล่าวด้วยว่า ทางศูนย์ได้รับข่าวจากหน่วยข่าวกรองของพรรคเพื่อไทยที่ปฏิบัติหน้าที่ใน พื้นที่แต่ละจุดว่า ขณะนี้ได้รับรายงานว่าได้มีนายตำรวจใหญ่ยศ “พ.ต.อ.พิเศษ” อักษรย่อ “ก” ซึ่งมีตำแหน่งรองผู้บังคับการตำรวจในจังหวัดใหญ่ทางอีสาน ใต้ ซึ่งทุกคนก็ทราบดีว่านายตำรวจท่านนี้เป็นคนสนิทของนักการเมืองที่ถูกตัด สิทธิ์ทางการเมืองและมาร่วมกันจัดตั้งรัฐบาล ได้เดินทางเข้ามาในกทม.พร้อมชุดปฏิบัติการณ์จำนวน 10 คน และพักอยู่ที่โรงแรมแห่งหนึ่งบริเวณซอยรางน้ำ ซึ่งจากตรวจสอบทราบว่าในรถมีอาวุธปืนอาก้า และอาวุธสงครามอื่นๆ เบื้องต้นทางศช.ปป.ได้ประสานงานไปยังเจ้าหน้าที่ตำรวจให้ตรวจสอบกรณีดัง กล่าวเรียบร้อย อย่างไรก็ดีเรามีความกังวลการปฎิบัติงานของมือที่สาม จึงขอให้ผู้รับผิดชอบได้เร่งตรวจสอบก่อนที่จะอาจจะเกิดเหตุการณ์ที่ไม่คาดฝันหรือลุกลามทำให้เกิดความสูญเสียกับพี่น้องประชาชนได้
ทำเนียบรปภ.เข้ม ทหาร 10 กองร้อยซ้อมแผนเผชิญเหตุ เตรียมแก๊สน้ำตา กระสุนยางพร้อม
ทางด้านความเคลื่อนไหวการรักษาความปลอดภัย ภายในทำเนียบรัฐบาล ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ได้มีการเพิ่มความเข้มงวดในการรักษาความปลอดภัยมากขึ้น มีการเพิ่มกำลังเจ้าหน้าที่ทหาร และตำรวจเข้ามาตรึงกำลังในทำเนียบรัฐบาลจำนวนมากกว่าเมื่อวันที่ 12 มี.ค.ที่ผ่านมา โดยมีกำลังทหารคอยเดินลาดตระเวนตรวจพื้นที่ภายในทำเนียบรัฐบาลตลอดเวลา พร้อมกับสั่งปิดประตูทางเข้าออกทำเนียบรัฐบาลทุกด้าน ให้เข้าออกได้เฉพาะด้านฝั่งสะพานอรทัยเพียงแห่งเดียวเท่านั้น นอกจากนี้ที่บริเวณถนนราชดำเนิน ฝั่งตรงข้ามกระทรวงศึกษาธิการ มีการนำรั้วเหล็กและแท่งปูนมากั้นขวาง 2 ชั้น รวมทั้งมีกำลังทหารยืนรักษาความปลอดภัยตลอดแนว ตั้งแต่สี่แยกสวนมิสสักวันถึงสะพานมัฆวานรังสรรค์
จากนั้นในช่วงสายพล.ต.กัมปนาท รุดดิษฐ์ ผบ.กองพลที่ 1 รักษาพระองค์ ได้มาดูการซักซ้อมแผนเผชิญเหตุในการรับมือกรณีที่กลุ่มผู้ชุมนุมบุกเข้ามาใน พื้นที่หวงห้ามของทำเนียบรัฐบาล โดยมีการนำกำลังตำรวจหน่วยปราบจลาจล ตำรวจตระเวนชายแดน ทหารจากหน่วยเคลื่อนที่เร็ว กองพลที่ 1 รักษาพระองค์ จำนวนไม่ต่ำกว่า 10 กองร้อย มาซักซ้อมแผนเผชิญเหตุร่วมกัน โดยกำชับให้เจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติแต่ละกองร้อยปฏิบัติกับกลุ่มผู้ชุมนุมตาม หลักสากลจากเบาไปหาหนัก เริ่มจากการ ใช้โล่ผลักดัน ใช้น้ำฉีด คลื่นเสียง แก๊สน้ำตา และกระสุนยาง
ค้นบ.อะไหล่ยนต์ย่านวังน้อยพบ "อีโบ๊ะ" 100 ชิ้น ใช้เป็นฐานยิงเอ็ม 79
พ.อ.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกกองทัพบก เปิดเผยว่า เวลา 10.00 น. วันเดียวกัน ตำรวจภูธรภาค 1 โดยการประสานงานด้านการข่าวจากสันติบาล ได้เข้าตรวจค้นบริษัทฟูจิออโต้ เลขที่ 129/42 ม.3 ต.วังจุฬา อ.วังน้อย จ.พระนครศรีอยุธยา สามารถตรวจค้นสิ่งเทียมอาวุธ หรือ “อีโบ๊ะ” ซึ่งเป็นการหล่อเหล็กที่เทียมเครื่องยิงเอ็ม 79 ได้ของกลางที่ตรวจยึดได้มีประมาณ 100 ชิ้น และคงต้องดำเนินการตามกฎหมายต่อไป เรื่องนี้เราได้รับข่าวสารก่อนแล้ว โดยการแจ้งของสันติบาล ส่วนข้อมูลอื่นจะต้อรอผลการสืบสวนสอบสวนของเจ้าหน้าที่ ส่วนบุคคลที่เกี่ยวข้องนั้น ในรายละเอียดตนไมชัดเจน แต่ในการตรวจค้นก็มีผู้แสดงความเป็นเจ้าของสถานที่ เมื่อถามว่า เบื้องต้นพบความเชื่อโยงนำอาวุธดังกล่าวเข้ามาก่อเหตุ การชุมนุมหรือไม่ พ.อ.สรรเสริญกล่าวว่า ก็มีความเป็นไปได้ ซึ่งเรื่องนี้ทางสันติบาลเคยให้ข้อมูลมาแลว แต่ขณะนั้นต้องรอให้ครบองค์ประกอบก่อน มาครั้งนี้ทางสันติบาลเห็นว่าครบองค์ประกอบแล้วจึงดำเนินการ อาวุธดังกล่าวแม้เป็นส่วนที่ผลิตเอง แต่ใช้สำหรับยิงลูกกระสุนเอ็ม 79 ดังนั้นพบเครื่องยิง 100 ชิ้น ถือว่าอันตรายมากหากมีการนำไปก่อเหตุ เจ้าหน้าที่จะได้ขยายผลต่อไปว่าเหตุใดบริษัทที่ดำเนินงานเกี่ยวกับอะไหล่ยนต์ จึงมีสิ่งเทียมอาวุธดังกล่าว ปัดข่าวลือห้ามรถแก๊ส-น้ำมันวิ่ง วอนปชช.ช่วยสอดส่อง "นอกจากนี้ขณะนี้มีข่าวลือว่าศอ.รส.ออกประกาศห้ามไม่ให้ผู้ประกอบการนำรถแก๊สมาวิ่ง ดำเนินกิจการ ขอยืนยันว่าไม่มีการออกคำสั่งแบบนั้น เป็นเพียงข่าวลือ แต่ขอความร่วมมือประชาชนว่า หากพบรถแก๊ส หรือรถน้ำมันไปจอดในที่ที่ไม่ควรอยู่ ให้แจ้งสายด่วน 199 หรือ 02-903-5466 เจ้าหน้าที่จะเข้าตรวจสอบทันที นอกจากนี้มีข่าวจากหน่วยงานความมั่นคง ว่ามีการไล่กว้านซื้อชุดทหารจำนวนมาก ไม่รู้เอาไปทำอะไร ซึ่งที่ประชุมศอ.รส.แสดงความเป็นห่วง และสั่งการให้ยืนยันว่าเจ้าหน้าที่ศอ.รส.ทั้งหมด จะแต่งเครื่องแบบทหารโดยไม่มีการพกพาอาวุธแต่อย่างใด ดังนั้นหากมีเหตุการณ์ใดๆเกิดขึ้นและส่อว่าจะไปในทางรุนแรงและมีอาวุธ ให้แจ้งเจ้าหน้าที่เข้าไปตรวจสอบทันที"พ.อ.สรรเสริญกล่าว
อุตสาหกรรมกรุงเก่าเผยรง.ผลิตเอ็ม79 เคยขอผลิตแค่สายเบรกแผ่นคลัช
นายประยูร ติ่งทอง อุตสาหกรรมจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เปิดเผยถึงกรณีเจ้าหน้าที่บุกบริษัท ฟูจิ ออโต้พาร์ท อินดัสตรี้ จำกัด เลขที่ 129/42 ม.3 ต.วังจุฬา อ.วังน้อย จ.พระนครศรีอยุธยา ซึ่งกำลังผลิตโครงเครื่องลั่นไกของเครื่องยิงลูกระเบิดชนิด M-79 เป็นอาวุธสงคราม ว่าปกติโรงงานแห่งนี้ขออนุญาตประกอบการอุตสาหกรรมเกี่ยวกับการผลิตสายเบรก แผ่นคลัช สปริงประกอบรถยนต์ เมื่อมาถึงการผลิตในลักษณะนี้ถือวาผิดเงื่อนไข จึงมีหนังสือแจ้งปิดโรงงานทันที
พท.ซัดกลับ เกมใต้ดินป้ายสีเสื้อแดง
เวลา 13.00 น. ที่พรรคเพื่อไทย นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีที่ตำรวจภูธรภาค 1 ยึดเครื่องยิงเอ็ม 79 เทียมนับ 100 เครื่อง ที่บริษัทแห่งหนึ่งใน อ.วังน้อย จ.พระนครศรีอยุธยา ว่า เครื่องยิงเอ็ม 79 เทียมดังกล่าวไม่รู้ว่าเป็นของใคร แล้วทำไมอยู่ดี ๆ จึงมีเหตุบังเอิญตรวจพบที่อ.วังน้อยในช่วงที่มีขบวนคนเสื้อแดงกำลังผ่านเข้ามาชุมนุมในกทม. จึงน่าสงสัยว่าจะเป็นการสร้างสถานการณ์ใส่ร้ายคนเสื้อแดง ทั้งนี้ทางวอร์รูมพรรคเพื่อไทยได้ตรวจสอบกับ หน่วยอาสาประชาชนเพื่อความเป็นธรรม (อสปธ.) อยู่ตลอด พบว่าที่อ.วังน้อย และบางปะอิน ตั้งแต่เช้ามืด ทุกอย่างเรียบร้อยดี ประชาชนที่เข้ามาส่วนใหญ่เข้าใจกฎหมาย ไม่มีการพกพาอาวุธใดๆ และก็ได้รับการตอบรับจากเจ้าหน้าที่ประจำด่านอย่างดี
“ดังนั้นกรณีดังกล่าวน่าจะเป็นการสร้างข่าว ใส่ร้ายป้ายสีคนเสื้อแดง จากกลุ่มคนที่ใกล้ชิดรัฐบาล อยากขอเรียกร้องผู้ไม่หวังดี หยุดสร้างกระแสเพื่อทำให้การชุมนุมของประชาชนดูเลวร้ายรุนแรง”นายพร้อมพงศ์กล่าว
"จตุพร" อ้างรองผกก.อุบลฯซี้ "เนวิน" สะสมอาวุธเตรียม สร้างสถานการณ์
ต่อมานายจตุพร พรหมพันธุ์ แกนนำกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) กล่าวว่า ขอเรียกร้องให้นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการรักษาความสงบ (ศอ.รส.) เรียกพ.ต.อ.เกษมสันต์ หะชะณี ผกก.สภ.อุบลราชธานี และนายวิชัย รักษ์ศรีอักษร เจ้าของคิงส์ พาวเวอร์ ออกมารายงานตัว เพราะทางการข่าวตนนั้น ได้ข้อมูลมาว่า พ.ต.อ.เกษมสันต์นั้นเป็นตำรวจที่สนิทสนมกับนายเนวิน ชิดชอบ แกนนำพรรคภูมิใจไทย และมีการขนอาวุธ จำพวกปืนอาก้า มาซุกซ่อนไว้ที่โรงแรมพลูแมน ซ.รางน้ำ เพื่อยืนยันว่ารัฐบาลจะไม่มีการกระทำใดที่ป่วนการชุมนุม ซึ่งหากรัฐบาลนิ่งเฉย กลุ่มนปช. พร้อมเคลื่อนไปเรียกร้องที่โรงแรมพลูแมนทันที
เมื่อถามว่า การดูแลไม่ให้มือที่สามเข้ามาป่วนการชุมนุม นายจตุพร กล่าวว่า ก็มีการเตรียมพร้อมเจ้าหน้าที่ในการตรวจบุคคลแล้ว ซึ่งเชื่อว่าการสร้างสถานการณ์ที่รุนแรงจะไม่เกิดขึ้นจากกลุ่มนปช.อย่างแน่ นอน
ผู้สื่อข่าวถามว่า กรณีที่ทหารตรวจค้นในรถของกลุ่มเสื้อแดงที่บริเวณด่าน ตรวจ อ.วังน้อย จ.อยุธยา พบว่ามีวัตถุเทียมอาวุธ M67 จำนวน 100 ลูก นายจตุพร กล่าวว่า ขอเรียกร้องให้รัฐบาลตรวจสอบอาวุธดังกล่าวโดยด่วน เพราะอาวุธดังกล่าวต้องมาจากหน่วยงานทหารอย่างแน่นอน พลเรือนไม่สามารถจะมีในครอบครองได้ ทั้งนี้อาวุธดังกล่าวมีเลขรหัสแสดงไว้สามารถตรวจสอบได้
"แดงอีสาน-แดงเหนือ" ทัพหน้า ฝ่าด่านตรวจวังน้อบ ถึงเมืองหลวงแล้ว
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เวลา 13.00 น. กลุ่มคนเสื้อแดงซึ่งใช้รถยนต์ รถกระบะ และรถทัวร์เดินทางจากภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคเหนือผ่านด่านตรวจของเจ้าหน้าที่ตำรวจ อ.วังน้อย จ.พระนครศรีอยุธยา ได้เดินทางถึงในพื้นที่กรุงเทพฯแล้ว โดยใช้เส้นทางวิภาวดี-รังสิต อย่างไรก็ตาม ตลอดทางได้มีประชาชนเสื้อแดงตะโกนโห่ร้องให้กำลังใจและชูตีนตบตลอดทางที่รถ คนเสื้อแดงขับผ่าน
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่สะพานฟ้าลีลาศ สถานที่ตั้งเวทีปราศรัยของกลุ่มเสื้อแดง พบว่ากลุ่มเสื้อแดงจากต่างจังหวัด โดยเฉพาภาคอีสาน ได้ทยอยเดินทางมาสมทบแล้ว ซึ่งการ์ดคนเสื้อแดงได้นำรถของผู้ชุมนุมไปจอดที่สนามหลวง โดยขณะนี้มีรถจำนวนมากหลั่งไหลมาตามราชดำเนิน ทำให้การจราจร บริเวณ ถ.ราชดำเนิน ติดเนื่องถนนหลานหลวงและสนามหลวงติดขัดอย่างมาก มีเพียงเส้นทางขาออกเส้นทางเดียวที่ผู้ชุมนุมเปิดให้รถสัญจรได้
พ.ต.อ.วุฒิพงศ์ เพ็ชรกำเนิด รองผบก.ภ.พระนครศรีอยุธยา กล่าวถึงการเดินทางของกลุ่มคนเสื้อแดงที่ ด่านวังน้อย จ.พระนครศรีอยุธยาว่า กลุ่มเสื้อแดงอีสานผ่านด่านวังน้อยไปเป็นส่วนใหญ่แล้ว เหลือส่วนย่อยกำลังทยอยมา โดยจุดตรวจนี้เป็นจุดร่วมทหาร ตำรวจ มีการตรวจอาวุธ ถ้ารถคันไหนไม่มีสิ่งผิดกฎหมายก็ปล่อยให้ผ่านไป พยายามใช้เครื่องขยายเสียงอธิบายเพื่อไม่ให้เกิดความรุนแรง ส่วนที่มีข่าวว่าจะมีรถอีแต๋นเข้ามา ก็คงจะต้องดำเนินการ ไม่ให้ผ่านแน่นอน
เปลี่ยนท่าน้ำยกพลขึ้นบกที่ "เทเวศร์" แทน
เวลา 13.30 น. น.พ.เหวง โตจิราการ แกนนำคนเสื้อแดง ให้สัมภาษณ์ที่เชิงสะพานผ่านฟ้าลีลาส ถึงการเคลื่อนไหวของคนเสื้อแดงในวันที่ 13 มี.ค.ว่าคนเสื้อแดงได้แสดงเจตนาที่จะใช้พืนที่การชมุนุมตั้งแต่เชิงสะพาน พระปิ่นเกล้าจนถึงลานพระบรมรูปทรงม้า เป็นระยะทางประมาณ 3 กม. ตลอดถนนราชดำเนิน ซึ่งไม่เป็นผลกระทบด้านการจราจรของ กทม. จึงไม่มีเหตุผลที่รัฐบาลจะเอาเงื่อนไขนี้มาสลายการชุมนุม เพราะเราได้ขอใช้พื้นที่ตรงนี้มานานแล้ว สำหรับการชุมนุมใหญ่ยนั้นคาดว่าตั้งแต่ช่วง 15.00 น.คนเสื้อแดงภาคต่างๆ จะเริ่มเข้าสู่ถนนราชดำเนิน จนกระทั่งเช้าวันที่ 14 มี.ค. แกนนำคนเสื้อแดงจะหารือกันเพื่อกำหนดมาตรการการเคลื่อนไหวอีกครั้ง
น.พ.เหวง กล่าวว่า ส่วนรถยนต์ รถกะบะที่คนเสื้อแดงนำเข้ามาร่วมการชุมนุมนั้นเราจะให้ไปจอดที่ท้องสนามหลวง และลานพระบรมรูปทรงม้าและตามวอยต่างๆ บริเวณพื้นที่ชุมนุม แต่จะไปไปจอดในที่ที่รัฐบาลเตรียมเอาไว้ให้ และในวันที่ 14 มี.ค. กองทัพเรือจากอ่างทอง สิงห์บุรีและชัยนาท จำนวน 100 ลำจะมาถึงโดยแกนนำได้กำหนดจุดให้ขึ้นที่ท่าเทเวศร์ โดยไม่ให้มาขึ้นที่ท่าเรือใกล้กับท่าพระอาทิตย์หรือท่าเรือศิริราช เพื่อป้องกันการยั่วยุและเหตุวุ่นวาย
|