ข่าวร้อน!
วันเสาร์ที่ 13 มีนาคม 2010 เวลา 07:48 น.    พิมพ์ อีเมล
'บัวแก้ว'หน้าแตกเพล้ง! คนไปเขมรเป็น'สมชาย' 'นักโทษ'ทวิตเย้ยรัฐบาล ขอโทษที-ผมยังอยู่ดูไบ

“นักโทษ” ทวิตฯเย้ยรัฐบาล “ขอโทษที...ยังอยู่ดูไบ” ไม่ได้มาเขมร แต่พรุ่งนี้จะไปยุโรปพบ 2 ลูกสาว พร้อมชื่นชม “แดงเหนือ-แดงอีสาน” แต่ไม่วายเหน็บ “สื่อทีวี”

วันที่ 13 มี.ค. 2553 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้เป็นวันที่ 2 ที่กลุ่มคนเสื้อแดง นัดรวมพลกันเพื่อจะชุมนุมใหญ่กันในวันที่ 14 มี.ค.นี้ ปรากฏว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ได้ทวิตผ่าน http://twitter.com/Thaksinlive ระบุว่า “ขอเป็นกำลังใจพี่น้องภาคเหนือเสมือน ปิง วัง ยม น่าน มาบรรจบกันแล้วที่นครสวรรค์เหมือนที่เรียกว่า ปากน้ำโพธิ์มาเป็นเจ้าพระยา เพื่อเข้ากรุงเทพกัน”

“พี่น้องอิสานได้มารวมกันแล้วที่โคราช เดี๋ยวผมจะโฟนอินไปให้กำลังใจครับ ต้องขอบคุณในความเสียสละ แต่น่าเสียดายสื่อทีวีไทยที่หมดแล้วกับความเป็นสื่อ”
ข้อความที่พ.ต.ท.ทักษิณทวิตฯ

นอกจากนี้ พ.ต.ท.ทักษิณ ยังระบุด้วยว่า “มีข่าวว่าผมถูกขับ ออกจาก UAE ไปอยู่ที่เสียมเรียบ ขอโทษที ไม่จริงนะครับ ผมยังอยู่ที่ดูไบ พรุ่งนี้จะเดินทางไปยุโรปพบกับลูกสาวทั้งสองคนซึ่งดูงานเสร็จ”

“พนิช” เผย “สมชาย” ไปเขมร ไม่ใช่“แม้ว”  ยัน ยูเออีขับอดีตนายกฯออกจากไปจริง

นายพนิช วิกิตเศรษฐ์ ผู้ช่วยรมว.ต่างประเทศ ให้สัมภาษณ์ถึงข่าวที่ว่าพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เดินทางไปยังเมืองเสียมราฐ ประเทศกัมพูชา เมื่อวันที่ 12 มี.ค.ที่ผ่านมาว่า จากการตรวจสอบล่าสุด ได้รับการยืนยันว่าผู้ที่เดินทางไปเมืองเสียมราฐ ไม่ใช่พ.ต.ท.ทักษิณ แต่เป็นนายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ อดีตนายกรัฐมนตรี และน้องเขยของพ.ต.ท.ทักษิณ ส่วนจุดประสงค์ในการเดินทางจะเกี่ยวข้องกับการเคลื่อนไหวของกลุ่มเสื้อแดงในประเทศหรือมีวัตถุประสงค์อื่นใดหรือไม่นั้น ยังไม่ได้รับการยืนยัน  

สำหรับความคืบหน้าการเคลื่อนไหวของ พ.ต.ท.ทักษิณที่ได้เขียนข้อความในเว็บไซต์ทวิตเตอร์ว่ายังคงอยู่ที่นครดูไบ ประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์(ยูเออี) และจะเดินทางไปเยี่ยมลูกสาวทั้ง 2 คนที่ ประเทศเยอรมนี ในเร็วๆนี้ นั้น นายพนิช กล่าวว่า จากการตรวจสอบล่าสุดได้รับการยืนยันจากเจ้าหน้าที่ระดับสูงในรัฐบาลยูเออีแล้วว่า พ.ต.ท.ทักษิณได้เดินทางออกจากยูเออีแล้ว หลังมีการส่งสัญญาณไปถึงพ.ต.ท.ทักษิณให้หยุดความเคลื่อนไหวในการใช้เออีเป็น ฐานการเคลื่อนไหวทางการเมือง รวมทั้งได้ขอร้องให้เดินทางออกนอกประเทศ ส่วนจุดหมายปลายทางจะเป็นประเทศเยอรมนี กัมพูชา หรือประเทศใด และเดินทางออกไปเมื่อใดนั้น ยังไม่ทราบแน่ชัด แต่ถ้าพบว่ามีการใช้ประเทศที่จะไปพำนัก เคลื่อนไหวทางการเมือง ทางกระทรวงฯจะประสานงานไปยังประเทศนั้นๆเพื่อร้องขอให้ดำเนินการกับพ.ต.ท.ทักษิณ เช่นเดียวกับกรณีของยูเออี

ก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ 12 มี.ค.ที่ผ่านมา นายชวนนท์ อินทรโกมาลย์สุต เลขานุการรมว.ต่างประเทศ เปิดเผยว่า พ.ต.ท.ทักษิณได้เดินทางออกจากยูเออีแล้ว โดยได้เดินทางด้วยเครื่องบินส่วนตัว ถึงเมืองเสียมราฐ ประเทศกัมพูชาแล้วในช่วงเช้าวันเดียวกันนี้ โดยกระทรวงการต่างประเทศได้ประสานไปยังสถานเอกอัครราชทูตไทย ประจำกรุงพนมเปญ ติดตามความเคลื่อนไหวดังกล่าวแล้ว

ขณะที่นายเทพไท เสนพงศ์ โฆษกประจำตัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ระบุว่า เชื่อว่ายูเออีต้องกดดันพ.ต.ท.ทักษิณไม่ให้ใช้เมืองดูไบเป็นฐานเคลื่อนไหวสร้างความปั่นป่วนให้ประเทศไทย เพราะผิดข้อตกลงที่ทางยูเออี เคยทำทัณฑ์บนไว้กับพ.ต.ท.ทักษิณ ว่าจะไม่ใช้ยูเออีเป็นฐานเคลื่อนไหวทางการเมือง และถ้ายังไม่ยุติความเคลื่อนไหว เชื่อว่ายูเออีก็คงไม่อนุญาตให้พักอยู่ในประเทศ ทำให้พ.ท.ทักษิณมีช่องทางเดียวคือบินกลับมาที่กัมพูชา ซึ่งใช้สถานะความเป็นที่ปรึกษาทางเศรษฐกิจของสมเด็จฮุน เซน นายกฯกัมพูชา เป็นฐานที่มั่น และสามารถที่จะบงการความเคลื่อนไหวของคนเสื้อแดงได้อย่างกระชั้นชิด

“นพดล” ซัดกุข่าวเลอะเทอะ “ทักษิณ” มาเขมร บอกถ้ามาจริง จะมาอย่างสง่างาม

เวลา 18.00 น. นายนพดล ปัทมะ ที่ปรึกษากฎหมายพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงกระแสข่าวพ.ต.ท.ทักษิณเดินทางมาที่ประเทศกัมพูชา ด้วยเครื่องบินเจ็ตส่วนตัวว่า ขอยืนยันอีกครั้งว่าพ.ต.ท.ทักษิณไม่ได้เดินทางมายังประเทศกัมพูชา แต่กำลังเดินทางไปยังทวีปยุโรปเพื่อพบลูกสาว ที่มีข่าวออกมาอย่างต่อเนื่องนั้น เชื่อว่าเป็นการปล่อยข่าวของรัฐบาล ที่พยายามเล่นสงครามข่าวลือ จนเลอะเทอะ กุข่าวว่าพ.ต.ท.ทักษิณจะมาบัญชาการใกล้ๆ เพื่อหวังผลทางการเมือง เช่นเดียวกับกรณีที่ระบุว่าสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ขับไล่พ.ต.ท.ทักษิณออกนอก ประเทศ เหล่านี้ล้วนเป็นความพยายามปล่อยข่าวดิสเครดิต ทำลายขวัญคนเสื้อแดง เพราะข้อเท็จจริงไม่มีเลย ทางนครดูไบ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ไม่เคยมีปัญหาอะไรกับอดีตนายกฯ ไม่เคยบอกให้ออกจากประเทศ ทั้งนี้ถ้าหากพ.ต.ท.ทักษิณจะเดินทางมากัมพูชาจริง ก็จะบอกชัดเจน จะมาอย่างสง่างามสมกับฐานะอดีตนายกฯ ไม่มีความจำเป็นต้องปิดบังหรือหลบซ่อนอะไร

“อยากให้รัฐบาลยุติกระบวนการนี้ เพราะทุกอย่างกำลังเป็นไปด้วยความเรียบร้อยดี ขอเตือนว่าการปล่อยข่าวลือต่างๆของรัฐบาลไม่มีทางสำเร็จ รัฐบาลตอนนี้กำลังอกสั่นขวัญแขวน หลังจากประชาชนคนเสื้อแดงมาชุมนุมกันมากมาย ก็ขอให้เตรียมนับถอยหลังได้แล้ว ยุบสภาไปเสียแล้วทุกอย่างจะดีขึ้น”นายนพดลกล่าว


กลับสู่หน้าหลัก
เพิ่มความคิดเห็น
rules
555 whatever willbe, will be  - ตามไปดู "การรับเงิน" มาด้วยใจจริงครับพี่น้อง   |124.122.222.xxx |13-03-2010 09:12:11
Thailand red shirt get hired to join the political protest.
คลิปแดงนครพนมแจกเห็นๆ 2 พัน/หัว แลกป่วนกรุง เสื้อแดงมาด้วยใจไม่ได้จ้าง? คลิปเด็ดโผล่แกนนำนครพนม แจกกันเห็นๆ หัวละ 2,000 แลกร่วมชุมนุม กทม.ชาวบ้านแห่ยื่นสำเนาบัตรประ ชาชนแลก

http://www.youtube.com/watch?v=nW5RM5HFRu4
vbvb   |58.9.42.xxx |13-03-2010 13:14:37
555
Anonymous  - อำมาตย์ตระกูลใหม่ หลอกชาวบ้านมาตายแทน   |58.8.118.xxx |13-03-2010 13:36:51
ลูกพี่หนีออกนอกทั้งครอบครัว(ไม่เหลือ แม้แต่คนเดียว) ปล่อยชาวบ้านมาตายแทน น่าสรรเสริญจริงๆ
Anonymous  - อำมาตย์ตระกูลใหม่ หลอกชาวบ้านมาตายแทน   |58.8.118.xxx |13-03-2010 13:39:48
วันพุธที่ 10 มีนาคม 2010 เวลา 10:29 น.

ธาตุแท้'นักโทษทักษิณ' ปลุกแดงสู้แต่ลูก/เมียหนี ปชป.จิกเชียร์คนไปตาย แต่'ตัวเอง'กลับ'เสวยสุข'
พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร
"นักโทษแม้ว" โชว์ธาตุแท้ วีดีโอลิงก์-ทวิตเตอร์ บอกให้ “เสื้อแดง” ลุกขึ้นสู้ อย่าหวั่นไหวกับวิชามารของรัฐบาล แต่ “ลูกสาว” กลับเผ่นหนีไปต่างปท.

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนการเคลื่อนไหวนัดระดมพล เพื่อชุมนุมใหญ่ของคนเสื้อแดง ตั้งแต่วันที่ 12-14 มี.ค.นี้ ปรากฏว่ามีความเคลื่อนไหวที่น่าสนใจของบุคคลในครอบครัวพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร โดยพบว่า เดินทางออกนอกประเทศแล้ว โดยจากการตรวจสอบตารางการบินของน.ส.แพทองธาร (อุ๊งอิ๊ง) บุตรสาวคนเล็กของพ.ต.ท.ทักษิณ พบว่า จะเดินทางออกจากกรุงเทพฯ ด้วยสายการบินสวิสแอร์ ในวันที่ 10 มี.ค.นี้ โดยระหว่างนั้น ได้จองเที่ยวบินเดินทางข้ามไป-มาระหว่าง 3 ประเทศในยุโรป คือ สวิตเซอร์แลนด์-เยอรมนี-ฝรั่งเศส โดยระบุเที่ยวกลับกรุงเทพฯ ไว้ 2 วัน คือวันที่ 17 หรือ 18 มี.ค.

ขณะที่ตารางการบินของน.ส.พินทองทา (เอม) บุตรสาวคนกลาง จะเดินทางออกจากกรุงเทพฯ ด้วยสายการบินเดียวกันในวันที่ 10 มี.ค. และกำหนดเดินทางข้ามไป-มาใน 4 ประเทศ คือ สวิตเซอร์แลนด์-เยอรมนี-ฝรั่งเศส-ฮ่องกง โดยระบุวันเดินทางกลับกรุงเทพฯ ในวันที่ 21 มี.ค.

นอกจากนี้ยังมีกระแสข่าวสะพัดว่า คุณหญิงพจมาน ณ ป้อมเพ็ชร และนายพานทองแท้ ชินวัตร เดินทางไปฮ่องกง ตั้งแต่วันที่ 8 มี.ค.ที่ผ่านมา คาดว่าน่าจะใช้เวลาพักอยู่นานนับสัปดาห์ ซึ่งการเดินทางครั้งนี้เป็นไปอย่างฉุกละหุก ทำให้กำหนดการที่คุณหญิงพจมาน นัดพบกับคณะบุคคลต่างๆถูกยกเลิกออกไปอย่างกะทันหัน

ทั้งนี้ เป็นที่น่าสังเกตว่า กำหนดการเดินทางออกนอกประเทศของครอบครัวชินวัตรครั้งนี้ ดำเนินการก่อนการชุมนุมใหญ่ของคนเสื้อแดง และจะเดินทางกลับเข้ามาในช่วงที่คาดว่าการชุมนุมสิ้นสุดลงไปแล้ว ตามที่หน่วยข่าววิเคราะห์ว่า ผู้ชุมนุมจะปักหลักชุมนุมโดยใช้เวลาประมาณ 3-7 วัน ซึ่งทำให้เกิดความหวั่นเกรงว่า จะเป็นการส่งสัญญาณว่าจะเกิดความวุ่นวายครั้งใหญ่ในระหว่างนั้นหรือไม่

ผู้สื่อข่าวได้โทรศัพท์สอบถามคนใกล้ชิดของนายพานทองแท้ และน.ส.พินทองทา ปรากฏว่า เลขาฯ ส่วนตัวของทั้งสองคนยอมรับว่าในวันที่ 10 มี.ค.นี้ น.ส.พินทองทา และน.ส.แพทองธาร จะเดินทางไปกรุงเบอร์ลิน ประเทศเยอรมนี เพื่อเปิดงานไอทีซี เบอร์ลิน 2010 ซึ่งเป็นงานเกี่ยวกับธุรกิจโรงแรมและท่องเที่ยว โดยเป็นกำหนดการที่กำหนดล่วงหน้ามาเป็นเดือนแล้ว ไม่เกี่ยวกับกรณีที่กลุ่มเสื้อแดงชุมนุม ว่าจะรุนแรงหรือไม่

ธาตุแท้นักโทษ "ครอบครัวเผ่น" แต่ยังปลุกแดงมาสู้

ที่น่าสนใจไปกว่านั้นคือ ในขณะที่คนในครอบครัวชินวัตร ต่างเดินทางออกนอกประเทศ ในช่วงที่คนเสื้อแดงนัดชุมนุมใหญ่นั้น แต่พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ที่ปักหลักอยู่ในต่างแดนนั้น ยังมีความพยายามที่จะปลุกระดมให้คนเสื้อแดงออกมาชุมนุมให้มากๆ โดยล่าสุด เมื่อค่ำวันที่ 9 มี.ค.ที่ผ่านมา เวลา 20.45 น. พ.ต.ท.ทักษิณ ได้วิดีโอลิงค์เป็นภาษาเหนือไปยังเวที “เคลื่อนพลทั้งแผ่นดิน” ของกลุ่มคนเสื้อแดง 4 จุด ประกอบด้วยอ.สูงเม่น จ.แพร่, อ.เชียงแสน จ.เชียงราย, อ.สันกำแพง จ.เชียงใหม่ และอ.อาจสามารถ จ.ร้อยเอ็ด โดยมีใจความตอนหนึ่งว่า “ในวันที่ 14 มี.ค.ที่กลุ่มคนเสื้อแดงจะมีชุมนุมกัน มีข่าวจากทำเนียบรัฐบาลแจ้งมาว่า มีความพยายามจะสกัดไม่ให้พวกเราเข้าไปในกรุงเทพฯ โดยมีการวางระบบเพื่อทำลายภาพลักษณ์กลุ่มเสื้อแดงเหมือนเหตุการณ์เมื่อวันที่ 6 ต.ค. 2519 ซึ่งถือเป็นวิชามารของรัฐบาล โดยกล่าวหาว่ากลุ่มคนเสื้อแดงจะใช้ความรุนแรง ทั้งที่ไม่เป็นความจริง ดังนั้นขอให้ชาวเสื้อแดงเตรียมกล้องถ่ายรูป กล้องวีดีโอ กล้องโทรศัพท์มือถือติดตัวไป หากเกิดเหตุการณ์อะไรให้ถ่ายรูปไว้เพื่อเอาไปฟ้องชาวโลก วันนี้เราต้องสู้ต่อ อย่าหวั่นไหว ขอให้ทุกคนเตรียมพร้อม”

พ.ต.ท.ทักษิณกล่าวต่อว่า นอกจากนี้อยากฝากบอกไปยัง “ผู้บัญชาการเหล่าทัพ” ที่เคยออกทีวีเรียกร้องให้นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ อดีตนายกรัฐมนตรี ลาออกจากตำแหน่ง ถ้าเป็นตนปลดแม่มันไปแล้ว แต่วันนี้กลับมาปล่อยข่าวปฏิวัติ แทนที่จะไปออกทีวีปลดนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรีออกจากตำแหน่ง เพราะเป็นนายกฯที่ไม่มีความสง่างาม อย่างวันนี้ก็มีลุงจากจ. นครพนมกำขี้วัวจากบ้านเกิดไปปาบ้าน แสดงให้เห็นว่า “คนมันบัดซบ” ไม่มีความสง่างาม เพราะปล้นอำนาจประชาชน โดยมีศาล อำมาตย์ และทหารช่วยเหลือ

“ขอบอกว่าคนเสื้อแดงไม่ได้เป็นภัยต่อบ้านเมือง แต่ต้องการเห็นบ้านเมืองเป็นประชาธิปไตย ไม่ได้จะเข้ามาก่อความวุ่นวาย เราเป็นคนไทย รักแผ่นดินไทย ดังนั้นในวันที่ 14 มี.ค.นี้ใครมาได้ต้องมา ถ้าคนมามากขนาดนี้ แล้วมันเอาลวดหนามมาขวาง ก็ยกให้คว่ำไปเลย”พ.ต.ท.ทักษิณกล่าว

"แม้ว"ทวิตแก้ต่างแทนลูก"เอม-อิ๊ง"บินนอกดูนิทรรศการ-ให้ระวังมาร2ตัว

ต่อมาในช่วงบ่ายวันนี้ (10 มี.ค.) พ.ต.ท.ทักษิณ ได้ส่งข้อความสั้นทางโทรศัพท์มือถือถึงสมาชิกในเครือข่ายทักษิณไลฟ์ ว่า “14 นี้ ร่วมทวงคืนประชาธิปไตยและความเป็นธรรมที่หายไป เพื่ออนาคตลูกหลานไทย” พร้อมกันนี้ยังทวิตข้อความสนทนา ตอบโต้สมาชิกอย่างต่อเนื่อง เช่นรายหนึ่งใช้ชื่อ ziaiw ถามว่า “ดูท่ารัฐบาลจะกระพือข่าวเหลือเกินว่าจะเกิดเหตุการณ์รุนแรง ชวนให้คนทั่วไปคิดว่าคนเสื้อแดงมีแต่ความรุนแรง พ.ต.ท.ทักษิณตอบว่า” นั่นซิ คงจะใช้แผนเดิมที่ปลอมคนเป็นเสื้อแดงก่อความวุ่นวายแล้วหาเหตุใช้กำลังปราบคนเสื้อแดงเหมือนเมื่อเมษายนที่แล้ว ขอเตรียมกล้องถ่ายไว้ “ ส่วนอีกรายชื่อ iwhale ถามว่า”ต้องเรียนรู้จากตอนปิดสนามบินหรือปิดอนุสาวรีย์+รถแก๊ส ว่ารุนแรงแล้วคนไม่เอาด้วย ไม่ว่าจะสีไหนครับ อยากรู้ใจสามเกลอจังว่าตอนนี้คิดอะไรอยู่ อยากรู้ใจ แลพ.ต.ท.ทักษิณ ตอบว่า “คนเสื้อแดงขอสู้ด้วยสันติวิธี ต้องไปเตือนรัฐบาลอย่าใช้มารบุรีรัมย์กับมารสุราษฎร์ก็แล้วกันจะได้มีแต่ความสันติ”

ขณะที่สมาชิกรายหนึ่งชื่อnoot010 ถามว่า “ทำไมครอบครัวคุณไม่อยู่ไทยเวลามีชุมนุมละคะ ยืมมือประชาชนไปป่าว อยากให้ท่านควบคุมแกนนำอย่าให้ใช้ความรุนแรงด้วยนะคะ มันจะทำให้ชาวบ้านเอือมระอาและเดือดร้อน” ซึ่งพ.ต.ท.ทักษิณ ได้ตอบโต้ว่า “ลูกสาวสองคนเขาไปดูนิทรรศการเรื่องโรงแรมที่เยอรมันเขาจองกันไว้ล่วงหน้านานมากแล้วเสร็จงานเขาจะมาเยี่ยมผมเพราะไม่ได้พบกันนานแล้วครับ และแน่นอนครับเราย้ำเสมอว่าต้องยึดแนวของมหาตมะคานธีร์คือสู้ด้วยสันติและตีแผ่ความจริงถึงแม้เราจะถูกปิดกั้นสื่อแบบสุดๆแต่ต้องระวังมาร2ตัว”

จากนั้นสมาชิกรายเดียวกันยังทวิตอีกครั้งว่า “ขอบคุณค่ะที่ได้ยินจากปากท่าน แต่ถ้ามีความรุนแรงเกิดขึ้นท่านจะรับผิดชอบอย่างไรคะ” ซึ่งพ.ต.ท.ทักษิณ ตอบว่า “คนเป็นล้านคิดว่าไม่มีใครแทรกแบบเดียวกับเมษายนที่แล้วหรือครับที่ไอ้มาร2ตัวส่งตำรวจทหารใส่สีน้ำเงินมาไล่ขว้าง/ยิงใส่สีแดงรัฐบาลต้องดู

ส่วนสมาชิกชื่อ jj2go ได้ถามว่า “ช่วงนี้มี Forword Mail รูปที่เสธ.แดงไปเยี่ยมท่านที่ดูไบ ส่งมาเยอะมาก ไม่แน่ใจว่ามีเจตนาจะสื่อสารอะไร แต่ผมไม่เคยไว้ใจเสธ.แดงเลย” และพ.ต.ท.ทักษิณ ตอบว่า “เสธ.แดงเป็น นตท. รุ่นน้องผมหนึ่งรุ่น มาเยี่ยมผม2-3ครั้ง มีคนมาเยี่ยมผมเรื่อยๆ เสื้อเหลืองก็มี คนฝั่งรัฐบาลก็มี เป็นคนไทยมาหาผมก็ดีใจ”

นอกจากนั้นเนื้อหาส่วนใหญ่ที่พ.ต.ท.ทักษิณ สนทนาตอบโต้กับสมาชิกยังคงเป็นการยืนยันว่าตัวเองและคนเสื้อแดงมีความจงรักภักดีและยึดมั่นในสันติวิธี แต่ถูกใส่ร้าย เช่นการระบุถึงกรณีรายการของนายสนธิ ลิ้มทองกุล แกนนำกลุ่มพันธมิตรฯ หลุดผังช่อง 9 นั้นเป็นจุดเริ่มต้นที่อำมาตย์เห็นจังหวะในการเข้ามาเสริมให้เนียนแต่จริงๆ คือกำลังหลัก เพราะคิดอยู่แล้วว่าจะจัดการอย่างไรหลัง377เสียง วันนี้มีการวาดภาพว่าตนไม่จงรักภักดีทั้งที่ไม่จริง แล้วก็สั่งการให้ทำลายตน วันนี้กฎหมายถูกใช้เพื่อปราบปรามทางการเมืองโดยไม่ฟังเสียงชาวบ้าน สันนิษฐานเอาเองว่าตนไม่จงรักภักดีและคิดว่าเสื้อแดงไม่จงรักภักดีด้วย สถาบันถูกอ้างเพื่อการล้มล้างทางการเมืองมาหลายครั้งตั้งแต่สมัยมรว.คึกฤทธิ์ ปราโมทย์ อดีตนายกรัฐมนตรี อยู่ ปชป. (พรรคประชาธิปัตย์) เข้าไปตระโกนในโรงหนังว่าปรีดี (นายปรีดี พนมยงค์ รัฐบุรุษ) ฆ่าXXxX การป้ายสีดีที่สุดของการเมืองไทยคือไม่จงรักภักดีและตามด้วยปลุกผีคอมมูนิสต์เพราะจะทำให้อำมาตย์โดดลงมาเล่น ปชป.เขาถนัดทำให้อำมาตย์เต้น

"เทพเทือก" ชี้ "ครอบครัวแม้ว" เผ่นนอก ส่งสัญญาณต้องระวัง

ที่ทำเนียบรัฐบาล นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง ให้สัมภาษณ์ถึง กรณีที่พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีวีดีโอลิงค์เข้ามาปลุกคนเสื้อแดงทั่วประเทศให้ลุกขึ้นสู้และประกาศตัวว่าจะไม่เดินทางกลับประเทสไทยไทยโดยที่เหลือแค่เถ้ากระดูกเหมือนผู้นำในอดีตที่ผ่านมาแนวทางนี้จะยิ่งทำให้บ้านเมืองวุ่นวายหรือไม่ว่า จริง ๆ ไม่มีใครห้ามที่ท่านจะกลับมา เพียงแต่ว่าขอให้ท่านทำตัวเหมือนกับประชาชนทั่วไป ที่ประชาชนทั่วไปทุกคนในประเทศนี้ต้องอยู่ภายใต้กฎหมาย ท่านต้องไม่อยู่เหนือกฎหมาย ท่านจะกลับมาเมื่อไหร่ก็ได้ แต่ต้องมายอมรับว่าท่านก็เป็นคนไทยคนหนึ่งที่ต้องปฏิบัติและอยู่ภายใต้กฎหมาย

เมื่อถามว่า มองการเคลื่อนของพ.ต.ท.ทักษิณที่ปลุกให้คนในประเทศออกมาเคลื่อนไหวสู้เรียกร้องประชาธิปไตย แต่ขณะเดียวกันครอบครัวภารยาและลูกก็เดินทางออกนอกประเทสแล้วในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อสำคัญ นายสุเทพ กล่าวว่า ตนคงไม่ไปวิจารณ์ท่าน เพราะอย่างที่เรียนแล้วว่าพวกตนไม่ได้คิดว่าเป็นศัตรูกับท่าน แต่การที่บุตรภรรยาของท่านรีบเดินทางออกจากประเทศไทยในช่วงที่กำลังจะมีเหตุการณ์อย่างนี้ ยิ่งทำให้พวกตนต้องระมัดระวังมากขึ้น มันเป็นสัญญาณที่ทำให้เราต้องระมัดระวัง สำหรับครอบครัวของคณะรัฐมนตรีนั้นเท่าที่ได้สอบถามเมื่อวันที่ 9 มี.ค.ที่ผ่านมา ไม่มีใครไปเลย จะมีก็แต่นายกรณ์ จาติกวณิช รมว.คลังจะต้องนำคณะไปเจรจาที่ประเทศญี่ปุ่นวันสองวันเท่านั้น

ผบ.สส.ปัดข่าวจัดเซฟเฮ้าส์ให้ครอบครัวของครม.-บุคคลสำคัญ

เวลา 11.15 น. ที่อาคารรัฐสภา 3 พล.อ.ทรงกิตติ จักกาบาตร์ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด (ผบ.สส.) ให้สัมภาษณ์ภายหลังการประชุมกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) ถึงการประชุม กอ.รมน.เพื่อติดตามสถานการณ์บ้านเมืองโดยรวมว่า ไม่มีความเป็นห่วงอะไร ส่วนเรื่องความปลอดภัยของนายกรัฐมนตรีนั้น ก็ยังไม่มีอะไรที่น่าเป็นห่วง

เมื่อถามถึงข่าวการเตรียมเซฟเฮ้าส์ไว้สำหรับครอบครัวของคณะรัฐมนตรี ผู้บัญชาการเหล่าทัพ และบุคคลสำคัญ ผบ.สส. กล่าวว่า “ไม่มี”

เมื่อถามว่า ดูเหมือนกลุ่มคนเสื้อแดงจะรุกหนักในตอนนี้ พล.อ.ทรงกิตติ กล่าวว่า ตนยังไม่เห็นว่ามีใครรุกอะไรเลย

ย้อนถามคนไปต่างประเทศส่งสัญญาณอะไรได้หรือ

เมื่อถามต่อว่า มีข่าวว่าคุณหญิงพจมาน ณ ป้อมเพ็ชร อดีตภริยาของพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี พร้อมด้วยบุตรของพ.ต.ท.ทักษิณ เดินทางออกจากประเทศไทยไปแล้ว อาจเป็นการส่งสัญญาณว่าอาจเกิดเหตุการณ์รุนแรง พล.อ.ทรงกิตติ กล่าวย้อนถามว่า การที่คนเดินทางไปต่างประเทศเป็นสัญญาณหรือสิ่งที่บ่งบอกเหตุอะไรได้ด้วยหรือ

เมื่อถามย้ำว่า แต่ทุกครั้งที่ครอบครัวของพ.ต.ท.ทักษิณเดินทางไปต่างประเทศ ก็มักเกิดความรุนแรงขึ้น พล.อ.ทรงกิตติ กล่าวว่า เขาอาจจะไปเที่ยวก็ได้ ตนไม่เห็นว่าบ้านเมืองจะมีอะไรในเวลานี้

ต่อข้อถามถึงกรณีที่มีข่าวว่าอาจเกิดเหตุระเบิดประปราย 40 จุด ผบ.สส. กล่าวว่า ยังไม่มีการ

เลขาฯสมช.เผยนายกฯห่วงข่าวปล่อยอื้อ ย้ำทุกหน่วยเตรียมรับมือให้ดี

ด้านนายถวิล เปลี่ยนสี เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) กล่าวว่า ตนยอมรับว่านายกรัฐมนตรีรู้สึกกังวลต่อกรณีที่มีการปล่อยข่าวในเรื่องต่างๆ โดยได้ย้ำให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง บริหารจัดการและเตรียมรับมือให้ดี

“เทพไท” หยัน “จริงใจแค่ไหน” เชียร์คนไปตาย-ตัวเองเสวยสุข

นายเทพไท เสนพงศ์ โฆษกประจำตัวหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า กรณีพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ ปลุกคนมาชุมนุมผ่านทุกช่องทาง แถมให้ท้ายคนปามูลวัวที่เป็นการกระทำผิดกฎหมาย วิดีโอลิ้งบอกว่า รัฐบาลประกาศพ.ร.บ.ความมั่นคง ถี่ยิ่งกว่าใช้กระดาษชำระว่า ยืนยันว่า รัฐบาลออกพ.ร.บ.ความมั่นคงไม่กี่ครั้ง และทุกครั้งก็ได้รับการประเมินจากฝ่ายความมั่นคงแล้วว่าจำเป็นจริงๆ ส่วนการที่หาว่า “ผู้นำเหล่าทัพ” ไม่แต่งเครื่องแบบมากดดันเหมือนรัฐบาลที่แล้ว ตนเห็นว่า เรื่องต่างกัน เพราะรัฐบาลที่แล้วใช้กฎหมายที่ลุแก่อำนาจหลายครั้ง แต่รัฐบาลนี้ทำภายใต้กรอบ ปกป้องประชาชนและสถาบัน

“ส่วนที่พ.ต.ท.ทักษิณ ออกมาแก้ตัวแทนครอบครัวที่เดินทางไปต่างประเทศ สังคมสงสัยว่า ทำไมชอบมีภารกิจประจวบเหมาะกับตอนที่คนเสื้อแดงเคลื่อนไหวแตกหัก”นายเทพไทกล่าวและว่า ส่วนที่กล่าวหาว่า ผู้นำม็อบมักพาคนไปตาย ตนเห็นว่า กรณีนี้ผู้นำม็อบกำลังเชียร์คนไปตาย แต่ตัวเองกลับเสวยสุขอยู่ต่างประเทศหรือไม่ ฉะนั้นขอให้ประชาชนพิจารณาว่า พ.ต.ท.ทักษิณจริงใจกับประชาชนแค่ไหน

นายเทพไท กล่าวด้วยว่า ขอขอบคุณหลายชุมชนในกทม.ที่ออกมาเคลื่อนไหวปกป้องสิทธิ์ของตนเองและเรียกร้องว่าต้องการการชุมนุมอย่างสงบภายใต้กฎหมาย จึงขอให้กลุ่มผู้ชุมนุมระลึกบทเรียน "เมษา 52" ด้วย

"เอม-อุ๊งอิ๊ง" บินไปสวิส / "หญิงอ้อ-โอ๊ค" ไปฮ่องกง

ทั้งนี้มีรายงานข่าวแจ้งว่า คุณหญิงพจมาน ณ ป้อมเพชร หรือ "คุณหญิงอ้อ" อดีตภรรยาพ.ต.ท.ทักษิณ ยังคงอยู่ในประเทศไทยกับนายพานทองแท้ ชินวัตร โดยคุณหญิงพจมาน ได้ทำหนังสือมายังสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง เพื่อขอเดินทางออกนอกประเทศ ซึ่งขณะนี้ทางสตม.อยู่ระหว่างประสานกับทางศาล ว่าจะอนุญาตให้คุณหญิงอ้อเดินทางออกนอกประเทศหรือไม่ เนื่องจากคุณหญิงอ้อยังมีคดีเลี่ยงภาษีบริษัท ชินวัตรคอมพิวเตอร์ แอนด์ คอมมิวนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) ซึ่งศาลชั้นต้นตัดสินจำคุก 3 ปี ซึ่งคดีอยู่ระหว่างการอุทธรณ์ ซึ่งระหว่างประกันตัว หากจะเดินทางออกนอกประเทศต้องได้รับอนุญาติจากศาลก่อน

สำหรับน.ส.พินทองทา และน.ส.แพทองธาร ชินวัตร บุตรสาวทั้ง 2 คนนั้น ได้เดินทางออกนอกประเทศ ไปยังประเทศสวิตเซอร์แลนด์ในคืนวันที่ 10 มี.ค.นี้เวลา 23.40 น.ด้วยสายการบินสวิสแอร์ เที่ยวบินที่ LX181 จุดหมายปลายทางอยู่ที่เมืองซูริก ประเทศสวิตเซอร์แลนด์

ล่าสุด มีรายงานว่า ในวันนี้ ทางศาลฎีกา ได้มีหนังสือ ศย.100/1093 ลงวันที่ 10 มี.ค.2553 ถึง "ผบช.สตม." เรื่องขอให้ถอนรายชื่อบุคคลต้องห้ามออกนอกประเทศ โดยระบุว่า คดีที่คุณหญิงพจมาน ตกเป็นจำเลยในคดีของศาลอาญาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองนั้น บัดนี้ศาลได้มีคำพิพากษาเป็นที่เรียบร้อยแล้ว จึงขอให้ถอนรายชื่อคุณหญิงพจมาน ออกจากรายชื่อบุคคลต้องห้ามเดินทางออกนอกประเทศ ทำให้มีรายงานว่า คุณหญิงพจมาน ณ ป้อมเพชร หรือคุณหญิงอ้อ และนายพานทองแท้ ชินวัตร (โอ๊ค) บุตรชาย เตรียมจะเดินทางไปประเทศฮ่องกงเช่นกัน โดยเบื้องต้นยังไม่ทราบสายการบินและเวลาที่ทั้งสองเตรียมเดินทางออกนอกประเทศ
Anonymous   |125.24.11.xxx |13-03-2010 16:16:35
ช่างน่าสมเพช แสนอับอาย แทนข้าราชการกระทรวงนี้จริง ได้พวกยึดสนามบิน มาเป็นใหญ่

ก็ทนทนกันหน่อยนะ อีกไม่กี่วันหรอก
แสดงความคิดเห็น
ชื่อ:
อีเมล์:
 
หัวข้อ:
กรุณาใส่ anti-spam code

3.26 Copyright (C) 2008 Compojoom.com / Copyright (C) 2007 Alain Georgette / Copyright (C) 2006 Frantisek Hliva. All rights reserved."