|
“ปณิธาน” เผยจับตาม็อบแดงร้อนแรงช่วงค่ำ 13-14 มี.ค. รัฐบาลสั่งเฝ้าระวังจุดล่อแหลม ทั้งสถานที่ราชการ-บ้านพักคนสำคัญ เผยทีมงานนายกฯแจ้ง “บัวหลวง” ให้ระวัง เพราะตกเป็นเป้าหมายโดนปาบึ้ม
วันที่ 12 มี.ค. 2553 ที่ศูนย์อำนวยการรักษาความสงบ (ศอรส.) ภายในกรมทหารราบที่ 11 รักษาพระองค์ (ร.11 รอ.) นายปณิธาน วัฒนายากร รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ปฏิบัติหน้าที่โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงว่า ในวันนี้ (12 มี.ค.) นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี และคณะ ได้ร่วมประชุมกับนายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง ผู้นำเหล่าทัพ และผู้เกี่ยวข้อง เพื่อรับทราบสถานการณ์การชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดง และมีการสรุปสถานการณ์ภาพรวมตลอดทั้งวัน ส่วนเหตุที่จำนวนผู้ชุมนุมในวันนี้มีไม่มากนั้น ไม่ใช่เรื่องที่อยู่เหนือความคาดหมาย เพราะการชุมนุมใหญ่จะมีขึ้นในวันที่ 13-14 มี.ค.นี้ ซึ่งก่อนหน้านี้มีการประเมินว่าช่วงค่ำของทั้ง 2 วันจะเป็นช่วงที่มีผู้ชุมนุมมากที่สุด
อย่างไรก็ตาม สำหรับการเฝ้าระวังนั้น ยังต้องทำอย่างเข้มข้นในจุดที่ล่อแหลมในกทม.และจังหวัดต่างๆ อาทิ จุดที่มีการชุมนุม สถานที่ราชการ บ้านของผู้บริหารและบุคคลสำคัญ โดยเริ่มตั้งแต่คืนนี้(12 มี.ค.) เป็นต้น ทั้งนี้นายอภิสิทธิ์ อาจจะค้างอยู่ใน “ร.11 รอ.” ตามกำหนดการเดิม เพราะขณะนี้ยังไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง
หวัง "หมอเหวง" นำข้อมูลพูดคุยกลับไปคุยกับแกนนำ
นายปณิธาน กล่าวอีกว่า นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรียังร่วมประชุมกับนายกอร์ปศักดิ์ สภาวสุ เลขาธิการนายกรัฐมนตรี ซึ่งเป็นหัวหน้าคณะทำงานประสานงานเจรจากับแกนนำกลุ่มเสื้อแดงในการชุมนุมใหญ่ เพื่อรับทราบการพูดคุยประสานงานกับนพ.เหวง โตจิราการ แกนนำกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) ในเรื่องการกำหนดจุดจอดรถ พื้นที่การชุมนุม การจราจร การตรวจค้นอาวุธ และการดูแลเรื่องสาธารณูปโภค ซึ่งกทม.แจ้งว่ากำลังแก้ไขปัญหาเรื่องสุขอนามัยและห้องน้ำ ส่วนสาเหตุที่รัฐบาลไปเจรจากับนพ.เหวงนั้น เพราะเห็นว่าน่าจะพูดคุยได้ง่ายที่สุด และได้มีการประสานงานกันเบื้องต้นมาแล้ว ทั้งนี้ถ้าผลการเจรจาระหว่างนายกอร์ปศักดิ์ กับนพ.เหวง ออกมาดี และแกนนำคนอื่นๆอยากจะพูดคุยกับรัฐบาลด้วย เราก็พร้อม อย่างไรก็ตาม เราหวังว่านพ.เหวงจะนำข้อมูลกลับไปประสานงานกับแกนนำและกลุ่มผู้ชุมนุมด้วยกัน
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พ.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผู้บังคับการกรมทหารราบที่ 11 รักษาพระองค์ (ร.11 รอ.) ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ทำความสะอาดบ้านพักใน ร.11รอ. เพื่อเป็นบ้านพักรับรองให้กับนายกรัฐมนตรีและนายสุเทพ เพื่อพักอาศัยในช่วงที่มีการชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดง และคาดว่าทั้ง 2 คนจะเข้ามาพักตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ทั้งนี้บ้านพักดังกล่าวอยู่ใกล้บ้านพักของพล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน อดีตผบ.ทบ.และอดีตประธานคมช. และบ้านพักของพล.อ.โสภณ ศิลพิพัฒน์ ที่ปรึกษา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม
“โฆษก ศอ.รส.” เผยตั้งด่านจุดตรวจเพื่อป้องกันคนร้ายนำอาวุธมาก่อเหตุ
พ.อ.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกกองทัพบก ในฐานะโฆษกศูนย์อำนวยการรักษาความสงบ (ศอ.รส.) ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่ตั้งด่านจุดตรวจในพื้นที่ต่าง ๆ ว่า การชุมนุมเป็นวิธีการแสดงออกทางสิทธิเสรีภาพของประชาธิปไตย และมีผู้ร่วมชุมนุมจำนวนมาก ฉะนั้นเมื่อคนหมู่มากมาอยู่รวมกันมีโอกาสที่จะมีผู้สร้างสถานการณ์เป็นไปได้ง่าย ดังนั้นการตั้งด่านถือว่ามีประโยชน์ทั้งประชาชนทั่วไป และกลุ่มผู้ชุมนุม เนื่องจากมีการตรวจตราอาวุธไม่ให้นำอาวุธมาสร้างสถานการณ์ร้ายแรงได้ มีการตรวจบัตรประจำตัวประชาชน เพราะการแสดงสิทธิเสรีภาพเป็นของคนไทยไม่ใช่คนต่างด้าว ขณะเดียวกันก็จะเป็นประโยชน์กับต่อประชาชนคือทางกลุ่มผู้ชุมนุมมีประสงค์จะ นำรถเข้ามาในพื้นที่กทม. โดยปกติในชั่วโมงเร่งด่วน ที่ประชาชนทำงานในช่วงเช้า และช่วงเย็นก็มีการจราจรติดขัดมากอยู่แล้ว หากนำรถเข้ามา 20,000-30,000 คัน จะทำให้เป็นอัมพาท และจะทำให้การแก้ไขเป็นเรื่องลำบาก ทั้งนี้เราไม่ได้ขัดขวางกลุ่มผู้ชุมนุม
“มาตรการที่ออกมาจะทำให้ท่านทั้งหลายไม่สบายตัว แต่ก็มีความจำเป็นอย่างยิ่งที่ ศอ.รส.จะต้องดำเนินการเพื่อไม่ให้เกิดปัญหาที่มากขึ้นกว่านี้ ส่วนที่มีข่าวว่าประชาชนมีการทำร้ายกันเองนั้น อยากให้ทุกคนเคารพกฎหมาย ไม่ว่าจะเป็นประชาชนที่เห็นด้วย และไม่เห็นด้วยกับการชุมนุม อย่าได้โปรดนำตัวของท่านมาเป็นคู่กรณี ถ้าออกมาจะทำให้โอกาสปะทะกันมีสูง ดังนั้นได้แสดงสิทธิในที่พักอาศัยของท่าน เจ้าหน้าที่จะดูแลเรื่องนี้ ทั้งนี้กลุ่มคนเสื้อแดงสามารถชุมนมได้ตามสิทธิเสรีภาพของท่านได้ แต่การมีปากเสียงต่อบุคคลทั่วไปไม่เป็นผลดี”พ.อ.สรรเสริญกล่าว
ทีมงานนายกฯ เตือน “แบงก์กรุงเทพ” เป้าหมายโดนบึ้ม แหล่งข่าวระดับสูงจากธนาคารกรุงเทพ ระบุว่า ทางธนาคารได้รับการแจ้งเตือนจากรัฐบาล โดยทีมงานของนายกรัฐมนตรี ยืนยันว่า ธนาคารตกเป็นเป้าหมายที่จะโดนปาระเบิดจากกลุ่มผู้ไม่หวังดีในการชุมนุมใหญ่ของกลุ่มคนเสื้อแดงในครั้งนี้ อันเป็นแผนหนึ่งที่จะกระตุ้นให้เกิดความรุนแรง เพื่อนำไปสู่การเปลี่ยนแปลง แต่ยังไม่สามารถทราบแน่ชัดว่าจะเป็นสาขาใดของธนาคาร ทั้งนี้ผู้บริหารระดับสูงทุกระดับของธนาคารรับทราบเรื่องแล้ว และมีการแจ้งเตือนไปยังพนักงานของธนาคารได้รับทราบและช่วยกันระมัดระวัง เพื่อเตรียมการป้องกันไว้แล้ว
"แบงก์ชาติ" แจ้งธนาคารหยุดบริการชั่วคราวได้
ทางด้าน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ได้ออกหนังสือเวียน ถึงสถาบันการเงินทุกแห่งในวันนี้ (12 มี.ค.) ระบุว่า กรณีสืบเนื่องจากการชุมนุมในระหว่างวันที่ 12-23 มี.ค.นี้ ในกรณีเกิดภาวะไม่ปกติ ธปท.จะยังเปิดดำเนินการเฉพาะธุรกรรมตลาดการเงิน และระบบการชำระเงิน ซึ่งรวมถึง PAYMENT SYSTEM, CHEQUE CLEARING และระบบ BAHTNET เพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบต่อระบบการเงินของประเทศ
ในส่วนของสถาบันการเงิน หากรัฐบาลสั่งให้ส่วนงานราชการปิดทำการ ณ วัน/เวลา/ใด และในที่ใด ขอให้สถาบันการเงินพิจารณาหยุดทำการสาขาในพื้นที่นั้นเป็นการชั่วคราว สำหรับสำนักงานใหญ่นั้น จะปิดทำการเฉพาะธุรกิจที่ติดต่อกับประชาชนก็ได้ แต่ให้ดำเนินการในส่วนของธุรกรรมตลาดการเงิน และระบบการชำระเงินต่อไป และหากมีเหตุอันสมควร สถาบันการเงินอาจให้สาขาที่ตั้งอยู่นอกเขตพื้นที่หยุดทำการชั่วคราวได้ โดยให้แจ้ง ธปท.ทราบในทันที ตามเกณฑ์ที่มีอยู่เดิม
"ตู่" รับกทม.คนร่วมน้อย อ้างแค่โหมโรงมินิ ออมแรงไว้สู้ศึกใหญ่
เย็นวันเดียวกัน นายจตุพร พรหมพันธุ์ ส.ส.สัดส่วน พรรคเพื่อไทย แถลงที่ห้างสรรพสินค้าอิมพีเรียลเวิร์ล ลาดพร้าว โดยสรุปผลการทำพิธีประกาศเคลื่อนพลคนเสื้อแดงว่า วันนี้ต้องแบ่งแป็นสองส่วน คือ กทม.และต่างจังหวัด โดยในส่วนของต่างจังหวัดนั้นเป็นจุดที่ทยอยรับคนเสื้อแดงที่เดินทางเข้ามาตลอดคืนนี้ ในส่วนของชุมนุมจุดต่างใน กทม.นั้น เหตุที่มีคนมาร่วมน้อยนั้น เป็นเพราะเราต้องการโหมโรงเพื่อประชาสัมพันธ์ จึงเป็นแบบขบวนรณรงค์เล็กๆ ชิวๆ แบบมินิ แล้วก็ สลายตัวเพื่อเก็บแรงไว้สู้ศึกใหญ่ในวันที่ 14 มี.ค. เพราะไม่จำเป็นจะต้องไปตากแดดสองวันให้เปลืองแรง สำหรับเหตุการณ์ชกต่อยกันของคนเสื้อแดงกับชาวบ้านที่จ.ปทุมธานีนั้น เรื่องนี้เป็นเรื่องได้เห็นตีนงู-งูเห็นนมไห่ คนที่โดนคนเสื้อแดงนั้น ก็เป็นคนเสื้อเหลืองมาใส่เสื้อสีชมพู ตนจึงขอให้คนเสื้อแดงอดทนต่อแรงยั่วยุ เพราะเหตุการณ์ชกกันจะไปกลบข่าวการเคลื่อนพลทั้งแผ่นดิน ซึ่งไม่เป็นผลดีอะไรเลย และเราก็มีเป้าหมายที่ถนนราชดำเนิน จึงอยากให้พี่น้องอดทนให้มากที่สุด และหลังจากนี้แกนนำคนเสื้อแดงจะประสานไปยังแกนนำแต่ละจังหวัดให้แจ้งกับคนเสื้อแดงให้อดทนมากขึ้น
นายจตุพร กล่าวว่า นอกจากนี้แกนนำ นปช.จะมีการหารือเพื่อปรับยุทธวิธีที่ อ.วังน้อย จ.พระนครศรีอยุธยา เนื่องจากคนเสื้อแดงในภาคเหนือ ภาคอีสานและภาคกลางจะมารวมตัวกันที่จุดนี้ช่วงใกล้สว่างของวันที่ 14 มี.ค. แต่รัฐบาลได้เตรียมกำลังไว้บล็อคถึง 8 กองพัน ซึ่งเสี่ยงต่อการปะทะและใช้ความรุนแรง แกนนำจากส่วนกลางอาจจะประสานไปยังทัพที่จะเดินทางมาให้มาถึงก่อนกำหนดเดิม คือ ให้มาถึงในช่วงเที่ยงวันที่ 13 มี.ค. โดยอาจจะต้องจัดทัพคนเสื้อแดงจากส่วนกลางในกรุงเทพฯไปตีขนาบกองกำลังของฝ่ายรัฐบาล เพื่อช่วยเปิดทางให้คนเสื้อแดงที่เดินทัพมาได้เคลื่อนพลเข้าสู่กรุงเทพฯ เพราะล่าสุดเราตรวจสอบพบว่ามีการซ่อนอาวุธไว้ในรถของเจ้าหน้าที่ที่ไปรักษาการบริเวณวังน้อย และแม้เจ้าหน้าที่อาจจะใช้กระสุนยาง แต่ถ้าใช้งานจริงในระยะ 10 เมตรซึ่งถือว่าเป็นระยะการปะทะนั้นสังกะสีและไม้อัดยังทะลุได้
โชว์การข่าวเหนือ "มาร์ค" แฉกลัวม็อบ 7 แสน พร้อมปูดที่นอน "อภิสิทธิ์-สุเทพ-ป๊อก"
นายจตุพร กล่าวว่า ล่าสุดตนได้รับแจ้งจากข้าราชการระดับสูงที่ร่วมประชุมกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาราจักร (กอ.รมน.) กับนายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี ว่าที่ประชุมกอ.รมน.ได้ยอมรับว่าตัวเลขผู้ชุมนุมวันที่ 14 มี.ค.นั้นจะสูงถึง 7 แสนคน ซึ่งตนอยากให้มานับยอดผู้ชุมนุมในเที่ยงตรงวันที่ 14 มี.ค.ว่าจะครบ 1 ล้านคนหรือไม่ เพราะขณะนี้ที่จ.บุรีรัมย์ที่ว่าแน่ๆ ยังมีรถบิ๊กอัพ ร่วมขบวนคนเสื้อแดงมาถึง 500 คัน ซึ่งความพร้อมสำหรับการชุมนุมใหญ่นั้น เรากำลังเตรียมการด้านห้องน้ำ และอาหารก็เพียงพอสำหรับการปิดล้อม รวมทั้งน้ำดื่มที่เราเตรียมไว้ถึง 5 ล้านขวด แต่ถ้าใครจะบริจาคก็ขอให้มาซื้อได้เฉพาะยี่ห้อที่จัดเตรียมไว้ เพราะสถานการณ์อย่างนี้หากมีคนท้องเสียจำนวนมากจะรับไม่ไหว โดยเวทีใหญ่จะเริ่มตั้งในเวลา 24.00 น.วันนี้เลย โดยเวทีจะเริ่มมีกิจกรรมตั้งแต่ช่วงเช้าวันที่ 13 มี.ค.
นายจตุพรกล่าวว่า จากการข่าวทราบมาว่าใน กรมทหารราบที่ 11 รักษาพระองค์ ที่นายอภิสิทธิ์ นายสุเทพ และพล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผบ.ทบ.ไปนอนพักนั้นมีคนเสื้อแดงอยู่เต็มไปหมด โดยนายอภิสิทธิ์ และนายสุเทพ จะพักที่บ้านของพล.อ.ประมณฑ์ ผลาสินธุ์ อดีตผบ.ทบ. ขณะที่พล.อ.อนุพงษ์ ไปพักที่บ้านพักของพล.อ.อิสระพงษ์ หนุนภักดี อดีตผบ.ทบ. ซึ่งการต่อสู้ครั้งนี้เรากำหนดเวลาในการต่อสู้ไว้ว่านับตั้งแต่วันที่ 14 มี.ค.ไปจนครบ 4 วันเราจะสามารถเอาชนะรัฐบาลได้ เพราะการต่อสู้ครั้งนี้เหมือนมวยหนักที่จะชกกัน การที่รัฐบาลเตรียมกำลังไว้ถึง 5 หมื่นนายนั้น ทำให้หลีกเลี่ยงการปะทะกันไม่ได้ ดังนั้นเรื่องนี้จึงไม่ยืดเยื้อ และใครที่มีความอดทนต่ำก็จะเป็นฝ่ายพ่ายแพ้ และไม่น่าจะเกิน 7 วันด้วยซ้ำ เพราะพวกตนไม่ได้คิดช้อยส์การต่อสู้หลังจาก 7 วันไปแล้วเอาไว้ แต่ตอนนี้ตนขอถามไปยังการบินไทยว่ามีการสั่งสำรองเครื่องบินโบอิ้ง 6 ลำไว้เพราะอะไร
นายจตุพร กล่าวถึงการเตรียมการเดินขบวนทั่วกรุงเทพฯ ในวันที่ 15 มี.ค.ว่า คนเสื้อแดงจะเคลื่อนพลครั้งใหญ่ ในพื้นที่กรุงเทพฯแน่นอน โดยมีเป้าหมายที่ชัดเจนแล้ว แต่จะไม่ใช่ทำเนียบรัฐบาลและรัฐสภา แน่นอน แต่จะไปที่ไหนนั้นจะแจ้งอีกครั้ง เพราะอาจจะมีการปรับเปลี่ยนได้
|