|
|||
| 'มาร์ค'เป็นห่วง'ลูก-เมีย' เหตุแกนนำแดงขู่จะจับ อยู่ในกทม.อาจเป็นเป้า ส่ง'ครอบครัว'หลบตจว. |
|
วันที่ 10 มี.ค.2553 ผู้สื่อข่าวรายงานว่าบรรยากาศการรักษาความปลอดภัยบริเวณบ้านพักของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ซ.สุขุมวิท 31 นั้นเป็นไปอย่างเข้มงวด โดยมีการเพิ่มกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจและทหารทุกจุด รวมทั้งขอความร่วมมือจากประชาชน โดยเฉพาะประชาชนที่เดินเท้าให้เดินฝั่งตรงข้ามบ้านเท่านั้น นอกจากนั้นยังมีการติดภาพบุคคลพึงระวัง ซึ่งเป็นผู้หญิงอายุ 23 ปีให้กับเจ้าหน้าที่ทุกคนเฝ้าระวังด้วย อย่างไรก็ตามนายกรัฐมนตรีได้เดินทางออกจากบ้านพัก 07.30 น.มายังทำเนียบรัฐบาลก่อนที่จะเดินทางมาเข้าร่วมประชุมสภาและประชุมคณะกรรมการอํานวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร ( กอ.รมน.) ที่รัฐสภา ต่อมาเวลา 10.00 น.ที่รัฐสภา นายอภิสิทธิ์ เป็นประธานการประชุมกอ.รมน. โดยมีนายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รมว.กลาโหม นายชวรัตน์ ชาญวีรกูล รมว.มหาดไทย นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค รมว.ยุติธรรม พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผบ.ทบ. พร้อมทั้งผู้นำเหล่าทัพและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมประชุม เพื่อหารือเกี่ยวกับข้อกำหนดและแนวทางการปฏิบัติงานหลังจากที่รัฐบาลประกาศใช้พ.ร.บ.ความมั่นคงภายในราชอาณาจักรระหว่างวันที่ 11-23 มี.ค.นี้ โดยใช้เวลาในการประชุม 1 ชั่วโมง ยึดคำสั่งศาลปกครอง 9ต.ค. คุมม็อบ-ตั้ง “กอร์ปศักดิ์”เป็นคนกลางประสานเสื้อแดง หลังจากนั้นเวลา 11.30 น.นายอภิสิทธิ์ แถลงผลการประชุมว่า ตนได้เน้นย้ำในที่ประชุมว่าภารกิจคือการรักษาความสงบเรียบร้อยไม่ให้การชุมนุมมีผลกระทบกับการใช้ชีวิตของประชาชนและทำให้สถานการณ์ลุกลาม โดยยึดแนวทางของคำวินิจฉัยของศาลปกครอง เมื่อวันที่ 9 ต.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นกติกาที่ดีที่สุด ที่ทุกฝ่ายจะใช้ยึดถือ และชี้ชัดเจนว่าประชาชนที่ชุมนุมโดยสงบ โดยปราศจากอาวุธตามรัฐธรรมนูญถือว่าเป็นการชุมนุมที่ได้รับการคุ้มครอง ในส่วนของรัฐบาลได้มีการเตรียมการและจัดระเบียบต่าง ๆเพื่อให้การชุมนุมเป็นไปด้วยความเรียบร้อย หากการชุมนุมไม่เป็นไปตามเงื่อนไขทางเจ้าหน้าที่สามารถเข้าไปแก้ไขสถานการณ์ได้ โดยต้องปฏิบัติตามหลักสากล และสมควรแก่เหตุ ทั้งนี้จะมีหน่วยเคลื่อนที่เร็วที่มีอาวุธ จะเป็นหน่วยเข้าไปคอยแก้ไขปัญหา โดยมีตำรวจเป็นหลัก นายกรัฐมนตรี กล่าวต่อว่า ที่ประชุมยังได้เห็นชอบให้นายกอร์ปศักดิ์ สภาวสุ เลขาธิการนายกฯเป็นหัวหน้าคณะทำงานประสานงานกับแกนนำผู้ชุมนุม เพื่อทำหน้าที่ประสานงานและทำให้เกิดความเข้าใจที่ดี เพื่อเป็นการหลีกเลี่ยงความเข้าใจผิด หรืออุบัติเหตุ อย่างไรก็ตามนายสุเทพ จะเป็นคนทำงานหลัก และจะมีกรรมการคตม.มาเป็นที่ปรึกษาในการทำงาน รบ.เดินหน้าทำงานตามปกติ รับการข่าวแดงก่อวินาศกรรม เมื่อถามว่าในระหว่างที่มีการชุมนุมการบริหารราชการของรัฐบาลยังคงเป็นปกติหรือไม่ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ในช่วงการชุมนุมเป็นวันเสาร์-อาทิตย์คิดว่ายังไม่มีปัญหาอะไร แต่หลังวันที่ 14 มี.ค.นั้นยังไม่ทราบ เพราะไม่รู้ว่าแนวโน้มการชุมนุมจะเป็นอย่างไร แต่ขณะนี้ถือว่าทุกอย่างเป็นไปตามปกติ ตนขอยืนยันว่ารัฐบาลมีหน้าที่และภารกิจในการดูแลรักษาความสงบเรียบร้อยให้ ไม่เคยมีการพูดว่าจะมีการเข้าไปปราบปรามหรือสร้างปัญหาทำอะไรกับผู้ชุมนุม และมีการซักซ้อมแผนปฏิบัติงานทุกครั้งชัดเจน ไม่เคยมีเป้าหมายว่าจะไปสร้างปัญหาให้กับคนกลุ่มใดทั้งสิ้น และยังมองไม่เห็นว่ารัฐบาลหรือตนจะได้ประโยชน์อะไรจากการที่ทำให้เกิดความรุนแรงหรือวุ่นวายขึ้น ไม่มีคนกลุ่มใดมองว่าความรุนแรงหรือปฏิวัติรัฐประหารแล้วจะเกิดประโยชน์กับตัวเอง มีคนอยู่กลุ่มเดียวที่จะให้ประโยชน์คือคนที่ต้องการล้มกระดาน นายกรัฐมนตรี กล่าวยอมรับว่ามีการข่าวรายงานว่ามีการพูดถึงลักษณะการก่อเหตุวินาศกรรมจริง และรัฐบาลได้ติดตามการเคลื่อนไหวของกลุ่มคนต่างๆ ที่อยู่ในข่ายความเคลื่อนไหวอย่างใกล้ชิด และขอร้องว่าประชาชนอย่าได้ตื่นตระหนก แต่อย่าประมาท รวมทั้งขอความร่วมมือจากประชาชนด้วย รัฐบาลพูดเป็นเสียงเดียวกันว่าไม่มีความคิดใช้ความรุนแรง แต่กลุ่มบุคคลเช่นนายอริสมันต์ พงษ์เรืองรอง แกนนำกลุ่มคนเสื้อแดง หรือคนอื่นขึ้นเวทีปราศรัยชัดเจนว่าพร้อมใช้ความรุนแรงและยอมรับการชุมนุมครั้งนี้แตกต่างจากครั้งที่ผ่านมาคือมีหลายกลุ่มและอ้างว่าไม่ได้ประสานงานกัน นอกจากนั้นขณะนี้มีข่าวว่ามีการกว้านซื้อชุดทหารจำนวนมากด้วยขอให้ทุกฝ่ายช่วยกันกรองข้อมูลข่าวสาร เพราะอาจจะมีคนคิดสวมรอย ในขณะที่ฝ่ายรัฐจะทำหน้าที่ด้วยความโปร่งใส เมื่อถามว่าขณะนี้มีกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยและกลุ่มอื่นออกมาเคลื่อนไหวคัดค้านการชุมนุมว่าจะยิ่งทำให้เกิดปัญหาหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ตนอยากขอร้องประชาชนไม่ว่าจะเห็นด้วย หรือไม่เห็นด้วยกับการชุมนุมก็ตาม ขอให้ให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ หากมีกลุ่มมวลชนอื่นเข้ามาเคลื่อนไหวในลักษณะขัดแย้งกันจะยิ่งทำให้การบริหารราชการทำได้ยากขึ้น และขออย่าให้ได้มีการปะทะกัน หากมีการปะทะกันเจ้าหน้าที่จะต้องเข้าไปแยก สำหรับคนกทม.คงใช้ชีวิตตามปกติและตนได้กำชับให้เจ้าหน้าที่แจ้งข่าวสารเป็นระยะ ๆ และจะมีการใช้กำลังเจ้าหน้าที่ทหารในการรักษาความสงบที่สมควรแก่เหตุ ผู้สื่อข่าวถามว่ามีข่าวว่าครอบครัวของพ.ต.ท. ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯเดินทางไปต่างประเทศแล้วถือว่าเป็นสัญญาณอะไรเกี่ยวกับสถานการณ์การชุมนุมหรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า ยังไม่ทราบว่าเดินทางออกจากประเทศไทยแล้วหรือไม่ แต่ในช่วงเม.ย.ที่ผ่านมา ก็ไม่อยู่เช่นเดียวกัน และคงต้องถามพ.ต.ท.ทักษิณเหมือนกันว่าชวนทุกคนอยู่ที่เมืองไทย แต่คนใกล้ชิดตัวเองไม่ชวนอยู่ ยันไม่ถอดใจ-ไม่หาทำเนียบสำรอง-ไม่อยู่เซฟเฮ้าส์ “ผมเชื่อว่าจะผ่านสถานการณ์นี้ไปได้ และปัญหาไม่ได้อยู่ที่อำนาจเปลี่ยนมือหรือไม่ แต่เรารักษากติกา และความสงบของบ้านเมืองได้หรือไม่ ตรงนั้นถือว่าเป็นภารกิจที่สำคัญที่สุด ผมมั่นใจว่าแนวทางที่กำหนดเป็นแนวทางที่ดีที่สุดและประชาชนให้ความร่วมมือทุกอย่างก็จะผ่านไปได้ วันนี้ผมไม่มีสิทธิ์ถอดใจ เพราะเข้ามาทำหน้าที่ดูแลบ้านเมือง ประชาชน สิ่งที่ผมทำคือการรักษาประโยชน์ของบ้านเมืองและประชาชน ไม่มีสิทธิ์คิดเป็นอย่างอื่นให้ภารกิจลุล่วง หากเราสามารถผ่านพ้นเหตุการณ์นี้ด้วยความสงบก็จะเป็นการพิสูจน์ความแข็งแกร่งของสังคม แต่ถ้าไม่สงบเรียบร้อยประเทศก็เสียหายมาก”นายกรัฐมนตรี กล่าว ผู้สื่อข่าวถามนายกฯเป็นนายกฯคนแรกที่ไปขว้างอุจจาระเข้าบ้านถึง 2 ครั้งมองเรื่องนี้อย่างไร นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า เรื่องนี้มันสะท้อนคนขว้างมากกว่าคนที่อยู่ในบ้าน ตนกล้าพูดเลยว่าคนเคยเป็นนายกฯหลายคนมีทั้งคนชอบ และไม่ชอบ แต่อยู่ที่คนไม่ชอบจะปฏิบัติอย่างไร อย่างไรก็ตามตนไม่ทราบว่าบริเวณหน้าบ้านมีการปิดภาพบุคคลพึงระวังไว้หน้าบ้าน ตนพยายามอย่างเต็มที่ในการอำนวยความสะดวกให้กับประชาชน และทำทุกอย่างให้เป็นปกติ อย่างเช่นรถกันกระสุน ตนก็ไม่คิดจะนั่ง และนั่งวันแรกคือที่กระทรวงมหาดไทย ถ้าวันนั้นตนไม่นั่งรถกันกระสุนก็คงไม่ได้มานั่งอยู่ตรงนี้ และขณะนี้ยังไม่มีการย้ายไปอยู่เซฟเฮ้าส์ แต่เมื่อถึงเวลาที่มีสถานการณ์ตนก็จะอยู่กับคนทำงานตลอดเวลา ในส่วนของทำเนียบไม่จำเป็นต้องขนของออก หรือเตรียมการหาสถานที่ประชุมครม.สำรอง ครั้งนี้ศูนย์บัญชาการจะไม่ใช่ที่กองพันทหารราบที่ 11 รักษาพระองค์ เมื่อถามว่าพ.ต.ท.ทักษิณโฟนอินเรียกร้องให้ทหารออกมาเรียกร้องให้นายกฯลาออก เพื่อแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น นายกฯ กล่าวว่า พ.ต.ท.ทักษิณ อ้างอิงเหตุการณ์ช่วงเดือนธ.ค.51 และกล่าวหาพล.อ.อนุพงษ์ ซึ่งในขณะนั้นนายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ อดีตนายกฯได้ตั้งคณะกรรมการคตม.โดยพล.อ.อนุพงษ์ทำหน้าที่ในคตม.ด้วย และมีหน่วยงานอื่นๆ รวมทั้งภาคเอกชนเข้าร่วมด้วย ซึ่งที่ประชุมมีมติและมอบหมายให้พล.อ.อนุพงษ์เป็นผู้แถลง แต่ขณะนี้ไม่มีกรณีอะไรมาเทียบเคียง และครั้งนี้นายสุเทพเป็นประธานคตม.หากนายสุเทพประชุมแล้วบอกให้ตนทำอะไรเพื่อรักษาความสงบ ตนก็ต้องพิจารณา รบ.เรียกสื่อแจงใช้พรบ.มั่นคง เผยนายกฯเตรียมให้ครอบครัวไปต่างจังหวัด ที่รัฐสภา นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ตนได้เรียกผู้บริหารสื่อมวลชนทุกแขนงมาชี้แจงในวันเดียวกันนี้เวลา 13.00 น.ที่กรมประชาสัมพันธ์ ซอยอารีย์ถึง 1.เหตุผลการประกาศใช้พ.ร.บ.ความมั่นคงใน 8 จังหวัด ว่ามีที่มาและเป้าหมายอย่างไร โดยจะเปิดให้ซักถามเต็มที่ 2.ขั้นตอนการใช้กำลังของเจ้าหน้าที่ โดยจะยึดแนวคำพิพากษาของศาลปกครองสูงสุดกรณี ที่ระบุว่าการชุมนุมกลุ่มพันธมิตรเมื่อวันที่ 7 ต.ค.2551 ไม่ใช่การชุมนุมอย่างสงบ ทำให้เจ้าหน้าที่สามารถใช้กำลังควบคุมหรือสลายการชุมนุมได้ตามหลักสากล และ 3.การวางแผนรับมือของหน่วยงานต่างๆ ทั้งตำรวจ กทม.และกระทรวงต่างๆ โดยจะนำข้อมูลที่ชี้แจงมาออกอากาศผ่านสถานีโทรทัศน์ช่อง 11 เวลา 22.00-24.00 น.ด้วย และจะหาเวลาออกอากาศซ้ำ พร้อมกับให้สื่ออื่นๆนำไปออกด้วย ยืนยันเป็นเพียงการเรียกมาชี้แจง ไม่ใช่สั่งให้ทำข่าวอย่างไร เพราะยุคนี้ไม่ใช่ยุคคอมมิวนิสต์ ผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีให้สัมภาษณ์ว่าสถานีโทรทัศน์ช่อง 5 ช่อง 9 และช่อง 11 อาจถูกผู้ชุมนุมยึด นายสาทิตย์ กล่าวว่า การข่าวมีก่อนหน้านี้ เพราะแกนนำกลุ่มคนเสื้อแดงหลายคนพูดไปในทางเดียวกัน ว่าจะมีการปฏิวัติประชาชนจึงต้องไปยึดสื่อ แม้แต่ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ก็เคยพูดว่าสื่อที่เสนอข่าวไม่ดีระวังจะมีคนเสื้อแดงไปเยี่ยม เบาะแสจึงมีมานานแล้ว ที่สำคัญสถานการณ์ช่วงเวลานี้ควบคุมยากโอกาสจะเกิดก็มี ซึ่งขณะนี้แต่ละสื่อมีการวางแผนป้องกันเอาไว้แล้ว เมื่อถามว่าตามการข่าวแค่ปิดล้อมหรือบุกเข้ายึด นายสาทิตย์ กล่าวว่า เวลาเขาพูดคือให้เข้าไปยึด แต่เวลาจริงๆไม่มีใครทราบว่าเขาจะทำอย่างไร อย่างไรก็ตามต้องระมัดระวัง เพราะช่วงเกิดเหตุประชาชนจะติดตามข่าวสารจากสื่อ ในการพบผู้บริหารสื่อวันนี้ตนจะให้เจ้าหน้าที่ชี้แจงด้วยว่า กรณีรถโอบี เจ้าหน้าที่และนักข่าวที่ทำงานในสนาม ต้องระมัดระวัง เพราะอุบัติเหตุเกิดได้เสมอ เมื่อถามถึงเซฟเฮ้าส์ที่นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคงจัดให้อยู่เพื่อความปลอดภัย นายสาทิตย์ กล่าวว่า ส่วนตัวคงอยู่บ้านตัวเองตามปกติ การเตรียมพร้อมของนายสุเทพเป็นขั้นตอนตามปกติ แต่ถึงเตรียมเซฟเฮ้าส์ไว้ใครจะไปหรือไม่ไปก็ได้ เพราะรัฐบาลเชื่อว่าจะดูแลสถานการณ์ได้หากได้รับความร่วมมือจากทุกฝ่าย โดยเฉพาะจากประชาชน เจ้าหน้าที่ และผู้ชุมนุม เมื่อถามว่าครอบครัวนายกฯต้องไปอยู่ต่างจังหวัดหรือไม่ นายสาทิตย์ กล่าวว่า ก็มีความจำเป็น เพื่อความปลอดภัย เพราะถ้าอยู่ในกทม.ต่อไป อาจจะตกเป็นเป้าหมายได้ ที่สำคัญไม่มีเพียงนายกฯและภริยายังมีลูกๆอีก 2 คนด้วย เพราะที่ผ่านมามีคนวางแผนร้ายต่อตัวนายกฯตลอดเวลา แกนนำคนเสื้อแดงก็พูดตลอดว่าอาจมีการจับลูกเมียนายกฯ แม้ไม่เชื่อว่าจะเกิดแต่ก็ต้องป้องกันไว้ก่อน เมื่อถามว่าหลังประกาศพ.ร.บ.ความมั่นคงจะควบคุมสื่อที่ปลุกระดมยั่วยุเป็นพิเศษหรือไม่ นายสาทิตย์ กล่าวว่า ถ้าหมายถึงวิทยุชุมชนและทีวีคนเสื้อแดง มีเจ้าหน้าที่ติดตามอยู่แล้วและดำเนินการไปหลายที่ แต่ที่ยังเหลืออนุกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กทช.) กับตำรวจรวมถึงฝ่ายปกครองจะจับตาดู ทั้งนี้พ.ร.บ.ความมั่นคงไม่ได้ให้อำนาจรัฐบาลเข้าไปปิดวิทยุชุมชนหรือทีวีเสื้อแดง แต่มีกฎหมาย 1 ใน 18 ฉบับที่ประกาศใช้ตามพ.ร.บ.ความมั่นคงคือพ.ร.บ.วิทยุคมนาคมพ.ศ.2498 ที่เราสามารถหยิบมาใช้กรณีเครื่องส่งรับวิทยุได้ ซึ่งรวมถึงเครื่องวิทยุมือถือสั่งการทั้งหลายด้วย เมื่อถามว่าหากปลุกระดมผิดกฎหมายใช่หรือไม่ นายสาทิตย์ กล่าวว่า ต้องดู หากกระทบความมั่นคง ถือว่าผิดกฎหมายอาญา มาตรา 116 กรณีนี้มี 3 อย่าง 1.เครื่อง ถ้าเถื่อนจับได้หมด 2.คลื่น ถ้าลงทะเบียน แล้วทำผิดเงื่อนไข อนุกทช.ยึดในอนุญาตได้ และ 3.คน ถ้าละเมิดสิทธิ ก็ต้องถูกจัดการ ระทึกอีก "รถตู้" เบียด "ขบวนรถมาร์ค"ตามถึงบ้าน ![]()
Powered by !JoomlaComment 3.26
3.26 Copyright (C) 2008 Compojoom.com / Copyright (C) 2007 Alain Georgette / Copyright (C) 2006 Frantisek Hliva. All rights reserved." |
||||||||||||||||||||||||||||||




"มาร์ค"ประชุมกอ.รมน.รับมือแดง แปรสภาพคตม.เป็นศอ.รส.“สาทิตย์” เผยเรียกสื่อแจงใช้พรบ.มั่นคงวันนี้ เตือนนักข่าวทำงานต้องระวัง เผยนายกฯเตรียมให้ครอบครัวไปต่างจังหวัด รับปิดทีวี-วิทยุเสื้อแดงไม่ได้
