ข่าวร้อน!
วันพุธที่ 10 มีนาคม 2010 เวลา 11:26 น.    พิมพ์ อีเมล
รมต.ฟิตวางแผนรับมือ ขอกำลังคุ้ม-กันโดนยึด 'รถเมล์&รถไฟฟ้า&เรือ' สั่งเฝ้าเวรกันสื่อสารล่ม

รมต.ฟิต วางแผนรับมือม็อบแดง “โสภณ” เล็งขอกำลังตร.-ทหารคุ้มกัน “รถเมล์-รถไฟฟ้า-เรือ” ป้องกันโดนยึด พร้อมเตรียมเปิดศูนย์ติดตามการชุมนุม-แจ้งเส้นทางเสี่ยง 11 มี.ค.นี้ ด้าน “บุญจง” จี้ผู้ว่าฯทำความเข้าใจปชช.

แต่ยอมรับ “อีสาน-เหนือ” อาจมีบึ้มด้วย ด้าน “ชินวรณ์” ชี้หากแดงยืดเยื้อ อาจเลื่อนวันสอบของนร. ระบุผู้ปกครอง-นักเรียน ห่วงปัญหาความรุนแรง วอนเสื้อแดงอย่าขัดขวางการสมัครสอบของนักเรียน

วันที่ 10 มี.ค. 2553 ที่รัฐสภา นายโสภณ ซารัมย์ รมว.คมนาคม กล่าวถึงมาตรการรับมือการชุมนุมคนเสื้อแดงในวันที่ 12-14 มี.ค.นี้ว่า ในวันที่ 11 มี.ค. กระทรวงคมนาคมจะเปิดศูนย์ติดตามสถานการณ์ โดยจะเชิญผู้ให้บริการด้านการขนส่งมวลชนเข้าร่วมประชุม เพื่อทำความเข้าใจเกี่ยวกับการชุมนุม โดยจุดประสงค์หลักที่กระทรวงคมนาคมต้องทำมีอยู่ 2 เรื่องคือ 1.การอำนวยความสะดวกให้ประชาชนเดินทางได้ปกติ 2.การแก้ปัญหาความยุ่งยากให้การเดินทางจากการชุมนุมหากมีการปิดถนน ทำให้ประชาชนเดือดร้อน โดยทางศูนย์จะประกาศให้ประชาชนรับทราบว่าเส้นทางไหนเสี่ยงในการเดินทาง และหากเกิดปัญหา ศูนย์นี้จะวางแผนเปลี่ยนเส้นทางการเดินรถให้สามารถเดินทางได้เป็นปกติ โดยจะไม่มีรถจำนวนเที่ยวและประมาณรถที่จะวิ่งให้บริการ ปัญหาที่สำคัญคือการยึดรถเมล์นำไปเป็นเครื่องมือทางการเมือง เราต้องมีมาตรการป้องกัน โดยหากเห็นว่าสถานการณ์การชุมนุมมีความเสี่ยง ก็อาจขอความร่วมมือจากฝ่ายบ้านเมือง ฝ่ายความมั่นคง ให้เอาเจ้าหน้าที่ตำรวจและทหารขึ้นบนรถเมล์ รถไฟฟ้าและเรือ โดยจะมีการประสานกับกทม.ด้วย นอกจากนี้ จะใช้มาตรการที่เข้มข้นดูแลสนามบิน

นายโสภณกล่าวว่า นอกจากนี้ จะมีการใช้มาตรการดูแลรถปิคอัพทะเบียนต่างจังหวัด ที่จะวิ่งเข้ากทม.ในช่วงการชุมนุม แต่ยอมรับว่าการจะห้ามรถดังกล่าวเข้ากทม. เป็นเรื่องที่ยาก เพราะในปัจจุบันก็มีรถปิคอัพวิ่งในกทม.เป็นปกติอยู่แล้ว ส่วนในการชุมนุมคนเสื้อแดงช่วงเดือนเม.ย.ที่มีการยึดรถเมล์ ทางขสมก.ได้ดำเนินคดีกับบุคคลที่เกี่ยวข้องอยู่

“บุญจง” ยอมรับภาคอีสาน-เหนืออาจมีระเบิด จี้ผู้ว่าฯทำความเข้าใจปชช.เดินทางมาชุมนุม

นายบุญจง วงศ์ไตรรัตน์ รมช.มหาดไทย กล่าวถึงการชุมนุมของกลุ่มนปช.ว่า ได้สั่งการให้ผู้ว่าราชการจังหวัดดูแลประชาชนในพื้นที่ต่าง ๆโดยเฉพาะนายอำเภอ กำนัน ผู้ใหญ่บ้านทำความเข้าใจกับพี่น้องประชาชนที่จะเข้ามาชุมนุม ส่วนสถานที่ราชการ โดยเฉพาะศาลางกลางจะให้อส. อพปร. ตำรวจบ้านต้องดูแลอย่างใกล้ชิด และพื้นที่จังหวัดอุดรธานี ทางผู้ว่าราชการจังหวัดได้เชิญกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ผู้บริหารและสมาชิกองค์กรส่วนท้องถิ่น พี่น้องประชาชน โดยเน้นทำความเข้าใจกับประชาชนว่าการเดินทางมาชุมนุมในกทม.อาจจะเกิดความเดือดร้อนกับชาวกทม. และหากมีความวุ่นวายอาจจะเสียเลือดเสียเนื้อ

ผู้สื่อข่าวถามว่า มีรายงานว่าจะ เสียเลือดเสียเนื้อหรือไม่ นายบุญจง กล่าวว่า ไม่ถึงขนาดนั้น แต่ถ้ามีคนจำนวนมากเหมือนเดือนเม.ย.ปี 52 แกนนำต่างๆก็ไม่สามารถควบคุมสถานการณ์ได้สุดท้ายเวลาเกิดอะไรขึ้นชาวบ้านก็เสียชีวิต แต่ความจริงแล้วไม่ปรารถนาจะให้เกิดขึ้น

เมื่อถามว่า นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกฯระบุว่า จะมีเหตุระเบิด 30-40 จุดในกทม.ทางกระทรวงมหาดไทยได้รับทราบหรือไม่ รมช.มหาดไทย กล่าวว่า เป็นข้อมูลที่ทราบ และได้มีการเตรียมการป้องกัน เมื่อเช้าได้รับข้อมูลจากกรมส่งเสริมปกครองส่วนท้องถิ่นมีวัตถุต้องสงสัย แต่เมื่อตรวจสอบไม่ใช่วัตถุระเบิดเป็นเพียงสายลวดทองแดงรวมห่อไว้ ข้าราชการเห็นก็ตกใจ เพราะอยู่ในช่วงเวลาที่ชุมนุม แต่เมื่อตรวจสอบแล้วไม่ใช่ แต่เป็นสายลวดทองแดง

ผู้สื่อข่าวถามว่า เหตุระเบิดที่จะมีขึ้นรวมพื้นที่ในต่างจังหวัดด้วยหรือไม่ นายบุญจง กล่าวว่า มีหลายจังหวัดโดยเฉพาะในภาคอีสาน และภาคเหนือ ซึ่งผู้ว่าฯก็ทราบหน้าที่ของตัวเองว่าจะต้องทำอะไร แต่หลักๆจะเน้นการทำความเข้าใจกับพี่น้องประชาชนว่าไม่มีความจำเป็นต้องเดินทางมากทม.โดยเฉพาะการนำรถเข้ามา

เมื่อถามย้ำว่า จังหวัดนครราชสีมาด้วยหรือไม่ นายบุญจง กล่าวว่า ก็อยู่อีสานด้วยเหมือนกัน

เมื่อถามว่า การประกาศพรบ.มั่นคงได้สั่งการอะไรเป็นพิเศษหรือไม่ นายบุญจง กล่าวว่า เป็นหน้าที่ของผู้ว่าฯต้องดูแล ส่วนกระทรวงมหาดไทยได้เตรียมอส.ดูแลและป้องกัน สำหรับพื้นที่ต่างจังหวัดก็ใช้อพปร.มีอยู่ทั่วทุกพื้นที่ทั่วประเทศในองค์กรท้องถิ่นแต่ละจังหวัดก็จะใช้บุคคลเหล่านี้ดูแลส่วนราชการในจังหวัดนั้น ๆ

นายบุญจง กล่าวต่อว่า จากการดูการเคลื่อนไหวของกลุ่มนปช.ในทุกพื้นที่ โดยเฉพาะทางภาคเหนือมีการชุมนุมอย่างต่อเนื่องคาดว่าจำนวนแสนคนแน่ เพราะมีการเกณฑ์คนเข้ามา แกนนำหนึ่งคนจะนำรถมากี่คัน ค่าใช้จ่ายอย่างไร

เมื่อถามว่า การประกาศพ.ร.บ.มั่นคงจะสามารถลดจำนวนคนมาชุมนุมได้หรือไม่ นายบุญจง กล่าวว่า รัฐบาลคิดว่าการชุมนุมคนจำนวนมากอาจจะก่อให้เกิดความเสียหายได้ แต่คงไม่ได้มีการกีดกั้นอะไรมากมาย เพียงแต่ว่ามีเครื่องมือในการป้องกันที่จะให้เจ้าหน้าที่บ้านเมืองทำงานได้ แต่ถ้ามีการชุมนุมถูกต้องตามกฎหมาย สงบ และสันติ สามารถทำได้

“การชุมนุมใดที่มีความผิดศาลปกครองสูงสุดก็ได้วินิจฉัยมาแล้ว ซึ่งรัฐบาลก็จะได้ประชาสัมพันธ์ชี้แจงให้ประชาชน และผู้ชุมนุมทราบว่าการชุมนุมที่ปิดล้อมสถานที่ราชการ หรือปิดกั้นไม่ให้ข้าราชการมาทำงานถือว่าไม่ใช่สันติ”นายบุญจงกล่าว

เมื่อถามว่า พรรคเพื่อไทยระบุว่ามีการกวาดซื้อชุดทหารกันมาก นายบุญจง กล่าวว่า ไม่ทราบ ไม่มีข้อมูล

เมื่อถามว่า นายกฯอยากให้รัฐมนตรีทุกคนอยู่กันพร้อมหน้า นายบุญจง กล่าวว่า เผื่อมีอะไรจะได้เรียกประชุมหารือกัน เพื่อให้เกิดความรอบคอบหลายๆ ฝ่าย

"ไอซีที" สั่งเฝ้าหน่วยงานด้านการสื่อสารหวั่นเป็นเป้า

ร.ต.หญิงระนองรักษ์ สุวรรณฉวี รมว.เทคโนโลยีสารสนเทศ (ไอซีที) ให้สัมภาษณ์ถึงการตรวจสอบเว็บไซต์ปลุกระดมของคนเสื้อแดงว่า ส่วนใหญ่เป็นการเฝ้าระวังตลอด 24 ชั่วโมงเพื่อติดตามดูความเคลื่อนไหว แต่ยังไม่ได้มีการบล็อกแต่อย่างใด และหากประชาชนทั่วไปเห็นความผิดปกติทางเว็บไซต์ ขอให้แจ้งมาที่สายด่วน 1212 ทั้งนี้ในส่วนคลิปของนายพรวัฒน์ ทองสมบูรณ์ หรือ “เคทอง” นั้น ทางกระทรวงได้จัดการปิดไปหมดแล้ว นอกจากนี้ยังมีการจับตาดูการส่งข้อความสั้น (SMS) ด้วย โดยดูที่ต้นทาง เพราะส่วนใหญ่การส่งจะส่งที่ต้นทางสู่เครือข่าย โดยให้ทีโอที กับแคท ช่วย ซึ่งการตรวจสอบนั้นไม่ยากแค่ตามไปดูไอพีเท่านั้น แต่บางครั้งเปิดเผยไม่ได้ แค่เฝ้าระวังอยู่ตลอด 24 ชั่วโมง อย่างไรก็ตามหากมีการกระทำที่เข้าข่ายผิดพ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ก็ต้องดำเนินการ

รมว.ไอซีที กล่าวว่า พร้อมกันนี้ตนได้สั่งการให้หน่วยงานต่างๆได้เฝ้าระวังรักษาความปลอดภัยสถานที่ของหน่วยงานด้านการสื่อสารตลอด 24 ชั่วโมง โดยตนเรียกประชุมผู้บริหารระดับสูงของกระทรวงแล้ว เพื่อให้จัดเวรยามเฝ้าและขอดูว่าคณะกรรมการแต่ละชุดของเขามีใครบ้าง โดยได้ประชุมกำชับไปเรียบร้อยแล้วเพราะถือว่าเป็นสถานที่ล่อแหลม

เมื่อถามถึงการตรวจสอบการโฟนอินของพ.ต.ท.ทักษิณ รมว.ไอซีที กล่าวว่า ไม่ได้โฟนมาในข่ายไทยคม เราจึงดำเนินการใดๆไม่ได้ เขาใช้ของต่างประเทศ ทั้งเว็บ และดาวเทียมซึ่งเราไม่รู้ว่าเขาใช้ผ่านทางใด แต่ไม่ได้ใช้ดาวเทียมของไทย จึงได้แต่เฝ้าจับตาตลอด 24 ชั่วโมงเท่านั้น

“ชินวรณ์” เผยหากม็อบแดงชุมนุมยืดเยื้อ พร้อมประเมินเลื่อนวันสมัครสอบ

นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ รมว.ศึกษาธิการ ให้สัมภาษณ์ถึงการตั้งศูนย์แก้ปัญหาให้กับนักเรียนที่จะสมัครเรียนต่อในช่วงการชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดงว่า ศูนย์ดังกล่าวจะรองรับการรายงานเหตุการณ์ต่างๆทั้งในเรื่องการสมัครสอบของนักเรียนระหว่างวันที่ 13-17 มี.ค.นี้ และจะมีแนวทางให้กับข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาได้เข้าถึงข้อมูลและชี้แจงเหตุผลเพื่อต้องการให้การชุมนุมเป็นไปด้วยความสงบ เรียบร้อย และถ้าใครที่พบเบาะแสว่าอาจจะนำไปสู่ความรุนแรงก็จะต้องช่วยกันทำความเข้าใจ เพราะความสงบเรียบร้อยถือเป็นผลประโยชน์ของทุกคน ที่สำคัญที่สุดคือเราไม่สามารถเลื่อนเวลาการรับสมัครของนักเรียนได้ เพราะว่าเกี่ยวข้องกับตารางเวลาที่กำหนดเอาไว้ในการเปิดภาคเรียนทั่วประเทศ ดังนั้นจึงอยากขอร้องกลุ่มผู้ชุมนุมว่าช่วงระยะเวลาดังกล่าวขออย่าให้การชุมนุมไปขัดขวางการสมัครสอบของนักเรียน เพราะจะก่อให้เกิดปัญหาตามมา

นายชินวรณ์ กล่าวอีกว่า ทั้งนี้ทางกระทรวงศึกษาธิการได้กำหนดช่องทางในการรับสมัครของโรงเรียนที่อยู่ในพื้นที่เป้าหมายของการชุมนุมให้สามารถสมัครทางอินเตอร์เน็ต ไปรษณีย์ และเขตพื้นที่การศึกษา กทม.ทั้ง 3 เขตได้ นอกจากนั้นยังมีแผนรองรับที่จะกำหนดพื้นที่โรงเรียนที่ไม่ได้อยู่ในพื้นที่เป้าหมายให้รับสมัครแทนได้ด้วย ซึ่งจะเป็นการเปิดช่องทางอีก 5 ช่องทางในการดำเนินการดังกล่าว ส่วนโรงเรียนอื่นๆที่ไม่อยู่ในพื้นที่เป้าหมายนั้นก็ให้ดำเนินการเปิดรับสมัครไปตามปกติ ทั้งนี้ก็อยู่ในดุลยพินิจของผู้บริหารสถานศึกษาที่สามารถจะสั่งปิดสถานศึกษาได้ ส่วนผลกระทบที่อาจจะเกิดขึ้นกับการสมัครสอบในครั้งนี้ก็จะมีการติดตามสถานการณ์ต่อไป โดยเฉพาะหากมีการชุมนุมอย่างยืดเยื้อก็จะต้องพิจารณาอีกครั้งเกี่ยวกับการกำหนดวันสอบ ที่เดิมกำหนดไว้วันที่ 20-21 มี.ค.นี้ โดยจะแจ้งให้ทราบอีกครั้ง

เมื่อถามว่า ในพื้นที่ กทม.ชั้นใน มีกี่โรงเรียนที่จะต้องปรับเปลี่ยนกำหนดเวลาการรับสมัครและการสอบ รมว.ศึกษาธิการ กล่าวว่า ขณะนี้ที่มีการประชุมร่วมกันก็กำหนดเป้าหมายอยู่ที่ 9 โรงเรียนหลัก ที่อาจจะอยู่ในเส้นทางที่มีการชุมนุม โดยเรื่องนี้ก็ได้มีการประชาสัมพันธ์และให้โรงเรียนรับผิดชอบทำความเข้าใจ กับผู้สมัครและจัดตั้งศูนย์ในการให้บริการข้อมูลกับผู้ปกครองและเด็กนักเรียนด้วย อย่างไรก็ตามขณะนี้มีข้อเรียกร้องจากผู้ปกครองและนักเรียนเกี่ยวกับการชุมนุมครั้งนี้ว่ามีความเป็นห่วง จากกรณีที่แกนนำสร้างความรู้สึกแตกแยกทางชนชั้นให้เกิดขึ้นในสังคมไทย ทั้งๆที่สังคมไทยไม่เคยเป็นแบบนี้มาก่อน เพราะถ้ามีการแบ่งชนชั้นจริง พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ก็จะไม่สามารถก้าวขึ้นมาเป็นมหาเศรษฐีได้ จึงไม่อยากให้ใครก็ตามสร้างความแตกแยกที่ร้าวลึกในสังคมไทย นอกจากนี้การใช้คำพูดปลุกระดมในเรื่องความรุนแรง เช่น การทำให้ กทม.เป็นอัมพาต การทำสงครามประชาชน ถือเป็นคำพูดที่ส่อไปในการสร้างความรุนแรงให้กับการชุมนุม และอาจทำให้ผู้ที่ไม่เกี่ยวข้องได้รับผลกระทบและถูกลิดรอนสิทธิ์ได้ จึงอยากให้ทุกคนคิดว่าหากการชุมนุมเกิดความรุนแรงคนที่ได้ผลประโยชน์ที่แท้จริงคือคนที่ต้องการความเปลี่ยนแปลง คนที่ไม่ต้องการเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม คนที่ต้องการเอาทรัพย์สินคืนมา รัฐบาลยืนยันว่าจะยึดแนวทางสันติในการแก้ปัญหาและขอเรียกร้องให้ทุกฝ่ายคิด ว่าสังคมไทยต้องการความประนีประนอม


กลับสู่หน้าหลัก
เพิ่มความคิดเห็น
rules
กมล   |124.121.39.xxx |10-03-2010 12:15:19
รบ.ประโครมข่าวบ้านเมือง...

....เห็นที่คิดเป็นอื่นไปไม่ได้.. ต้องนองเลือดแน่ๆ

...หนีเที่ยวต่างประเทศ

..คนที่ไปไม่ได้...เก็บเงินสด ตุนเสบียงข้าวสาร อาหารแห้ง อาหารกระป๋อง ขนมเด็กๆ น้ำดื่มลิตรยกโหลๆๆๆๆ ถังแก็สหุงข้าวพร้อมสำรองไว้ เทียนไขร้อยเล่มเกวียน สำรองน้ำใช้เป็นสิบๆถังใหญ่ๆ พัดใหญ่พัดคลายร้อน หยูกยาที่จำเป็นๆ....ตุนทุกๆอย่าง อย่างน้อยๆ 1 เดือนเป็นอย่างต่ำ

*****กลัวกลัว ทำไมบ้านเมืองเราเป็นแบบนี้
คำเตือน   |118.172.148.xxx |10-03-2010 12:41:44
ในวิกฤตย่อมมีโอกาสเสมอ คนดูไบ พรรคเพื่อไทย นปช. อีกทั้งแนวร่วมแดงทั้งหลาย ควรใช่้โอกาสนี้เป็นทางออกอย่างสงบ สวยงาม แล้วเลิกใช้ความรุนแรง มาชุนนุมแล้วกลับอย่างเรียบร้อย แล้วกลับมาเลือกใช้เกมส์ในภาให้ถูกต้องแล้ว บ้านเมืองจะได้สงบเสียที.....หากยังคงดื้อรั้น ทุกคนจะได้รับบทเรียน และจุดจบ อย่างที่ไม่มีวันลืมเลือน แล้วคนที่เกี่ยวข้องอาจไม่มีที่ยืนในสังคม ในวงการเมือง หรือแม้นแต่ในแผ่นดินไทยอีกเลย
gonui  - เหอะๆๆ   |119.42.101.xxx |10-03-2010 15:31:06
เงิน มันทำให้คนเปลี่ยนไปได้ทุกอย่าง ฮุฮุ
แสดงความคิดเห็น
ชื่อ:
อีเมล์:
 
หัวข้อ:
กรุณาใส่ anti-spam code

3.26 Copyright (C) 2008 Compojoom.com / Copyright (C) 2007 Alain Georgette / Copyright (C) 2006 Frantisek Hliva. All rights reserved."