ข่าวร้อน!
วันอังคารที่ 09 มีนาคม 2010 เวลา 20:22 น.    พิมพ์ อีเมล
'รบ.'กุมขมับรับมือ'แดง' แผนปาบึ้ม-ปาขี้ให้อาย! จัดเซฟเฮ้าส์ให้รมต.พัก 'มาร์ค'โอดศึกนี้หนักสุด

ปชป.กุมขมับ หาหนทางรับมือ “เสื้อแดง” หลัง “เทพเทือก-หยัด” วิเคราะห์ ม็อบแดงส่อยื้อยาว 1 สัปดาห์ เผยข่าวกรองต่างปท.ยังเตือนให้ระวังวินาศกรรม สอดรับกับ “สุเทพ” ระบุ มีคนเตรียมดาวกระจายวางบึ้มกทม. 30-40 จุด

แต่จะมีจุดใหญ่ๆ 2 จุด ผสมโรงกับ “ระเบิดอึ” หวังให้อับอายไปทั่วโลก สั่ง “กทม.-ชาวบ้าน” เตรียมน้ำไว้รอล้างขี้ให้พร้อม

วันที่ 9 มี.ค. 2553 ที่พรรคประชาธิปัตย์ เวลา 14.00 น. มีการประชุมส.ส.พรรค โดยมีนายชุมพล กาญจนะ ส.ส.สุราษฎร์ธานี ประธานส.ส.และครม.พรรค เป็นประธานในที่ประชุม โดยการประชุมเป็นไปอย่างเคร่งเครียด เนื่องจากนายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการพรรค ในฐานะรองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง และนายบัญญัติ บรรทัดฐาน กรรมการสภาที่ปรึกษาพรรค ได้วิเคราะห์ถึงความรุนแรงที่จะเกิดขึ้นในการชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดง ให้ที่ประชุมได้รับทราบ

ปชป.หวั่นเกิดความวุ่นวาย ทำกทม.หยุดนิ่ง

ภายหลังการประชุม นพ.บุรณัชย์ สมุทรักษ์ โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ แถลงว่า พรรคได้รับทราบแนวทางของผู้เตรียมเคลื่อนไหวในการชุมนุม ว่ามีความเสี่ยงที่จะเกิดความวุ่นวาย ความรุนแรงด้วย 3 เหตุผล คือ

1.มีการเตรียมการคล้ายกับเหตุการณ์เดือนเม.ย.ที่ผ่านมา  
2.แนวทางการชี้นำของพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร และพล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ ประธานที่ปรึกษาพรรคเพื่อไทย ในการที่ไม่ยอมรับคำตัดสินยึดทรัพย์ และเคลื่อนไหวเพื่อให้เกิดการคุกคามการทำงานของเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องกับการบังคับคดี  
3.แกนนำนปช.ปลุกระดมให้คนก่อความรุนแรงอย่างเปิดเผย ซึ่งยุทธศาสตร์การชุมนุม คือการให้กทม.หยุดนิ่ง ซึ่งจะนำสู่ชัยชนะในการชุมนุม

นพ.บุรณัชย์ กล่าวว่า ทั้งนี้พรรคห่วงใยใน 5 สถานการณ์ในการขับเคลื่อนดังกล่าวคือ 1.การก่อวินาศกรรม 2.การโจมตีสถาบันต่าง ๆ และสถาบันสูงสุดของชาติ 3.การสร้างความเข้าใจที่เป็นเท็จว่ารัฐบาลเตรียมปราบปรามผู้ชุมนุมวันที่ 12 มี.ค. ซึ่งไม่เป็นความจริง 4.การปล่อยข่าวเรื่องศาสนา เช่นการขึ้นบัญชีดำพระผู้ใหญ่ การเตรียมยิงมัสยิด ซึ่งไม่เป็นความจริง และ 5.ความเชื่อมั่นต่างประเทศ ที่พรรคเพื่อไทยยื่นเรื่องบัญชีดำไปยังองค์กรสิทธิมนุษยชนต่าง ๆ เป็นการสร้างความเข้าใจผิดให้ต่างประเทศออกคำเตือนนักท่องเที่ยว กระทบต่อเศรษฐกิจการท่องเทียวของไทย

“เราเชื่อว่าเหตุผลของการชุมนุมครั้งนี้จะทำให้เกิดมวลวิกฤตในช่วง 1 สัปดาห์ตั้งแต่การชุมนุม เพราะพ.ต.ท.ทักษิณไม่อาจรอได้แล้ว เพราะคดีอาญาต่าง ๆ กำลังเริ่มดำเนินการและคดียึดทรัพย์ก็กำลังมีผลในการยึดทรัพย์”โฆษกพรรคประชาธิปัตย์กล่าว

เผยข่าวกรองต่างปท.ก็เตือนให้ระวังวินาศกรรม

ด้านนพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม ส.ส.พิษณุโลก รองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ที่ประชุมวิเคราะห์สถานการณ์ที่จะเกิดขึ้น โดยประเมินว่าความเคลื่อนไหวของคนเสื้อแดงจะแยกปฏิบัติการเป็นหลายสาย สรุปเป็น 2 กลุ่มใหญ่คือ 1.ประกาศดำเนินการเปิดเผย โดยมีนปช.เป็นแกนนำ 2.กลุ่มที่ไม่เปิดเผย โดยดำเนินการชุมนุมแบบคู่ขนาน

ซึ่งแนวทางของกลุ่มแรก คือให้ชีวิตของคนกทม.เปลี่ยนแปลงไป ไม่สามารถใช้ชีวิตเป็นปกติสุขได้ ทำให้รัฐบาลไม่สามารถบริหารบ้านเมืองต่อไปได้ โดยจะมีการปิดทางเข้าออกกทม. ทำให้กทม.เป็นอัมพาต ที่ประชุมเชื่อว่าการชุมนุม 12 มี.ค. มีแนวโน้มรุนแรงชัดเจน เพราะแกนนำประกาศให้นำยานพาหนะต่าง ๆ เข้ากทม. เพื่อนำสู่การเจรจากับบุคคลระดับสูงเรียกร้องให้นายกฯลาออก หรือยุบสภา

ส่วนการดำเนินการของกลุ่มที่ไม่เปิดเผย มีรายงานข่าวกรองบอกว่า จะมีการวางระเบิด 2 จุดใหญ่ และขว้างระเบิดในพื้นที่หลายจุดเป็นดาวกระจาย และได้รับแจ้งจากการข่าวจากต่างประเทศแจ้งเตือนประเทศไทยว่า ให้ระวังเรื่องการก่อวินาศกรรม ซึ่งตรงกับข่าวของไทยเช่นกัน และนอกจากนี้จะปิดล้อมสถานที่ราชการ จับตัวบุคคลสำคัญของประเทศ ทั้งนี้มาตรการที่รัฐบาลทำ คือจำเป็นต้องประกาศพ.ร.บ.ความมั่นคง นอกจากนี้รัฐบาลยังมีมาตรการป้องกันไม่ให้มวลชนเอารถเข้ากทม. โดยจะหาที่จอดรถชานเมืองให้ และมีรถสาธารณะมาบริการ ในส่วนรถอีแต๋น ได้เตือนว่าไม่สามารถมาวิ่งในถนนได้ ส่วนรถกระบะ จะตรวจสอบไม่ให้ทะเบียนต่างจังหวัดเข้ามาในกทม.

ปูดแผนปาระเบิดอึ หวังให้อับอายไปทั่วโลก

รองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวต่อว่า ยืนยันว่ารัฐบาลไม่ใช่คู่แข่งของคนเสื้อแดง แต่รัฐบาลต้องการให้ประชาชนมีชีวิตปกติสุข เตือนผู้ชุมนุมว่าการมาชุมุมขอให้พกบัตรประชาชน เพราะจะมีแรงงานต่างด้าวเข้ามาชุมนุมด้วย ซึ่งมีแนวโน้มควบคุมได้ยาก จึงจำเป็นต้องตรวจบัตรประชาชนของผู้ชุมนุม ทั้งนี้ขอให้ประชาชนช่วยติดตามความเคลื่อนไหว โดยไม่ต้องการให้ประชาชนเป็นคู่ต่อสู้กับผู้ชุมนุม เพียงให้แจ้งเตือนหากเกิดปัญหา รัฐบาลจะเข้ามาดูแลให้ นอกจากนี้ยังได้รับรายงานว่ามีแกนนำเสื้อแดงได้ชักชวนให้ประชาชนในต่างจังหวัดนำถุงดำติดตัวมาด้วย เวลาถ่ายปัสสาวะและอุจจาระให้ใส่ถุง เพื่อขว้างใส่สถานที่ราชการ ทำเนียบรัฐบาล และเจ้าหน้าที่ตำรวจ เป็นที่อับอายไปทั่วโลก หากทำเนียบถูกขว้างด้วยถุงปัสสาวะ และอุจจาระเป็นหมื่นถุง จะทำอย่างไร จึงได้ให้กทม.เตรียมรถน้ำ และรถดับเพลิงให้พร้อมทำความสะอาด และขอให้ประชาชนใกล้สถานที่ชุมนุม ให้เตรียมน้ำทำความสะอาดด้วย ขอเตือนไปยังเสื้อแดงว่าการกระทำนี้จะนำสู่โรคระบาดที่จะตามได้ หากหลีกเลี่ยงได้ก็ขอให้หลีกเลี่ยงต่อพฤติกรรมดังกล่าวด้วย

ส่วนนายบุญยอด สุขถิ่นไทย ส.ส.กรุงเทพ รองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ฯ กล่าวว่า การไปถ่ายสิ่งปฏิกูลที่บ้านคนอื่น เป็นเรื่องที่น่าเกลียดมาก ในฐานะส.ส.กทม.ขอร้องอย่ามาทำแบบนี้ที่บ้านเรา โดยทราบว่าได้มีการสั่งผู้ชุมนุมให้ใช้ถุงดำมาเป็นฉากกันสำหรับถ่าย โดยไม่ต้องเข้าไปในห้องน้ำ ขอให้นึกถึงวัฒนธรรมด้วย นอกจากนี้มีรายงานข่าวว่าลูก ๆ ของพ.ต.ท.ทักษิณ เตรียมเดินทางไปประเทศเยอรมันแล้วในวันที่ 10 มี.ค. ดังนั้นจะเห็นว่าการชุมนุมทุกครั้งญาติ ๆและลูก ไม่เคยอยู่ร่วมด้วย และในการลงชื่อถวายฎีกา ญาติ ๆ ก็ไม่เคยร่วมลงชื่อด้วย จึงอยากให้ทุกคนได้คิด

น.ส.รัชดา ธนาดิเรก ส.ส.กรุงเทพฯ กล่าวว่า พรรคอยากให้ประชาชนตั้งคำถามไปยังส.ส.ที่นำคนชุมนุมเข้ามา เพราะส.ส.เป็นผู้แทนปวงชนชาวไทย ไม่ใช่ตัวแทนประชาชนในพื้นที่เท่านั้น เหตุใดจึงเอาคนในพื้นที่มาสร้างความปั่นป่วน ทำลายกทม. ทั้งที่เป็นส่วนหนึ่งของประเทศ การกระทำเช่นนี้เท่ากับไม่ใช่เป็นผู้แทนราษฎรเลย คิดแต่ตอบแทนบุญคุณของบางคนโดยไม่คำนึงถึงประเทศ คนแบบนี้สมควรเป็นผู้แทนปวงชนชาวไทยหรือไม่

"เทพ" ระบุมีแผนวางบึ้ม 2 จุดใหญ่-"มาร์ค" เผย "ศึกนี้หนักที่สุด"

รายงานข่าวจากพรรคประชาธิปัตย์แจ้งว่า ในที่ประชุมส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกฯ ในฐานะเลขาธิการพรรค ได้กล่าวตอนหนึ่งว่า ฝ่ายความมั่นคงได้รายงานถึงตัวเลขของคนเสื้อแดงที่จะเข้ามาชุมนุมในกทม.ว่า มีประมาณ 1.5 แสนคน แต่ตนเชื่อว่ามีมากกว่านั้นหลายเท่า และจะมีการเตรียมวางระเบิดในจุด 2 จุดใหญ่ และวางระเบิดในลักษณะดาวกระจายไม่ต่ำกว่า 30-40 จุด ทั้งนี้ในเรื่อการรับมือกลุ่มผู้ชุมนุมจะเริ่มจากการเจรจา หากยังไม่สำเร็จก็จะสลายการชุมนุมด้วยการฉีดน้ำ และใช้แก๊สน้ำตาในขั้นต่อไป และขั้นตอนสุดท้ายจะใช้กระสุนยาง และหากใครรู้สึกว่าไม่ได้รับความปลอดภัยทั้งตัวเองและครอบครัว ก็ให้แจ้งมาที่ตนได้ เพื่อที่จะจัดกำลังเจ้าหน้าที่ไปดูแลอารักขา

รายงานข่าวแจ้งว่า ส.ส.ในพื้นที่ต่างๆ ได้ลุกขึ้นรายงานสถานการณ์ในแต่ละพื้นที่ โดยนายนคร มาฉิม ส.ส.พิษณุโลก ได้แจ้งว่า ทราบมาว่านายทุนพรรคเพื่อไทยไม่ได้จ่ายเงินเดือนในการดูแลส.ส.คนละ 1 แสนบาทแล้ว แต่ได้นำเงินนั้นมาใช้ในการเคลื่อนไหวในการชุมนุม และขอให้เจ้าหน้าที่รัฐจับตาเรื่องการขนอาวุธเถื่อน ซึ่งทราบมาว่ามีการขนปืนที่ไม่มีทะเบียนมาจากภาคเหนือถึง 3 คันรถปิ๊กอัพ ส่วนนายศุภชัย ศรีหล้า ส.ส.อุบลราชธานี ได้รายงานว่า มีผู้ว่าราชการจังหวัดหนึ่งคิดว่าตนเป็นส.ส.พรรคเพื่อไทย จึงได้บอกว่าสนับสนุนการมาชุมนุมที่กทม. และได้มีการเตรียมน้ำมันให้ประชาชน เพื่อนำมาชุมนุมในกรุงเทพฯ  โดยใช้งบอบต.หรืองบของจังหวัด เพื่อปัดไม่ให้ประชาชนมาชุมนุมหน้าศาลากลาง

ทั้งนี้ในช่วงท้ายของการกระชุม นายกรัฐมนตรีได้ลุกขึ้นพูดเพียง 3 นาที โดยระบุว่า การต่อสู้ครั้งนี้น่าจะหนักที่สุด ซึ่งเราทำได้อย่างเดียวคือให้ส.ส.แจ้งข่าวในพื้นที่มายังวอร์รูม เพื่อจะได้แก้ปัญหาอย่างทันท่วงที เพราะที่ผ่านมาได้มีส.ส.ได้แจ้งมาว่ามีการสะสมขวดสำหรับเติมน้ำมัน ซึ่งเมื่อไปตรวจสอบแล้วพบว่ามีการกว้านซื้อจริง ทั้งนี้รัฐบาลพร้อมรับมือเต็มอัตราศึก

ครม.ถกใช้กม.มั่นคงเกือบชม. 12-13 มี.ค.เป็นระยะเปราะบาง มีบางกลุ่มเตรียมก่อวินาศกรรม

รายงานข่าวจากทำเนียบรัฐบาลแจ้งว่า ในการประชุมครม. ที่มีนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี เป็นประธาน ได้มีการพิจารณาวาระเรื่องการประกาศใช้พ.ร.บ.ความมั่นคงในราชอาณาจักร ในพื้นที่ 8 จังหวัดระหว่างวันที่ 11-23 มี.ค.นี้ โดยที่ประชุมได้ใช้เวลาหารือกันนานกว่า 45 นาที เริ่มจากนายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง ได้กล่าวรายงานถึงเหตุผลความจำเป็นในการประกาศใช้พ.ร.บ.ความมั่นคงในราชอาณาจักร ด้วยน้ำเสียงหนักแน่น ว่า การข่าวรายงานว่าวันที่ 12-13 มี.ค. จะเป็นระยะเปราะบาง ผู้ชุมนุมจะทำให้การจราจรเป็นอัมพาต จะบางกลุ่มอาจก่อวินาศกรรม ขว้างระเบิด และเผาสถานที่ราชการ พยายามยั่วยุให้เกิดความรุนแรงเพื่อให้รัฐบาลออกมาปราบปรามและเป็นประเด็นไปฟ้องเวทีโลก และที่สายข่าวรายงานว่ากลุ่มผู้ชุมนุมจะมาเป็นแสนคนนั้น ตนคิดว่าจะมีมากกว่านั้น เราจึงต้องใช้กำลังเจ้าหน้าที่ดูแลเยอะ เพื่อให้เข้ามาควบคุมสถานการณ์ไม่ให้เกิดความรุนแรง แต่ยืนยันว่าตำรวจและทหารที่เข้ามาทำงาน จะไม่มีการพกอาวุธอย่างแน่นอน จะพกเพียงแค่กระบองเท่านั้น แต่เราจะมีหน่วยเคลื่อนที่เร็ว ที่พกอาวุธเต็มอัตราเตรียมเอาไว้ เพื่อมาทำงานเฉพาะกิจในกรณีที่มีประชาชนถูกทำร้าย หรือสถานที่ราชการถูกทำลาย รวมถึงตำรวจจราจรก็จะอนุญาตให้พกอาวุธติดตัวได้

รายงานข่าวแจ้งอีกว่า นายสุเทพ ยังรายงานว่า เหตุที่เราจำเป็นต้องประกาศพื้นที่ความมั่นคงเต็มพื้นที่กทม. เพราะการชุมนุมครั้งนี้ มีแนวโน้มว่าการปิดล้อม จะไม่ปิดล้อมเหมือนที่ผ่าน ๆ มา แต่จะปิดล้อมหลายจุดทั่วกทม. ทั้งสถานที่ราชการ และบ้านพักบุคคลสำคัญ เช่นบ้านพักประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ ส่วนกรณีที่ผู้ชุมนุมจะนำรถอีแต๋นเข้ามานั้น ในแง่กฎหมายทำไม่ได้อยู่แล้ว ส่วนรถปิ๊กอัพทะเบียนต่างจังหวัด ยังพิจารณาอยู่ ซึ่งโดยหลักการรัฐจะอำนวยความสะดวกโดยการจัดที่จอดรถให้ตามชานเมือง และบริการขนส่งฟรีเข้ามา ทั้งทางรถไฟ รถเมล์

เตรียมจัดเซฟเฮ้าส์ให้รมต.พัก หากคิดว่าไม่ปลอดภัย

รายงานข่าวแจ้งว่า นายสุเทพได้แจ้งกับครม.ว่า ขอความร่วมมือกับบรรดารัฐมนตรีหากจะเดินทางไปไหน ขอให้แจ้งเบอร์โทรศัพท์ที่สามารถติดต่อได้โดยตรง และขอให้รัฐมนตรีจัดเวรยามดูแลสถานที่ราชการของตัวเองให้เข้มแข็ง อย่าหวังว่าตำรวจ หรือทหารจะดูแลได้เต็มที่ และหากรัฐมนตรีคนไหนเห็นว่ามีความจำเป็น และคิดว่าสถานที่พักอาศัยของตัวเองไม่ปลอดภัย ก็ขอให้แจ้งมาได้ ตนจะจัดเซฟเฮ้าส์ไว้ให้

รายงานข่าวแจ้งว่า ขณะที่นายกรัฐมนตรี ได้กำชับให้รัฐมนตรีทุกคน อยู่ในสถานะที่สามารถติดต่อได้ตลอด ถ้าใครไปต่างจังหวัดหรือต่างประเทศ ก็ต้องติดต่อได้ตลอด หากเกิดอะไรขึ้นในกระทรวงตัวเอง ต้องสั่งการได้ เพราะเป้าหมายคือบางกลุ่มมีท่าทีชัดเจนที่จะไปล้อม-ยึดที่ทำการของรัฐ เพื่อให้การบริหารงานยุติลงโดยสิ้นเชิง ดังนั้นหากจำเป็นก็ต้องเรียกประชุมครม.ฉุกเฉิน ก็ขอให้รัฐมนตรีดังต่อไปนี้เข้าร่วมประชุมอย่างพร้อมเพรียง ได้แก่ นายกรัฐมนตรี. รองนายกรัฐมนตรีทั้ง 3 คน, รมว.กลาโหม, รมว.มหาดไทย และรัฐมนตรีที่เป็นหัวหน้าพรรคร่วมรัฐบาลทุกพรรค เพื่อขออำนาจใช้กฎหมายที่มีความรุนแรงยิ่งขึ้นในการควบคุมสถานการณ์ เช่น พ.ร.ก.การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน เป็นต้น

รายงานข่าวแจ้งว่า นายกรัฐมนตรียังมอบหมายให้นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ไปชี้แจงประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนรับทราบถึงเหตุผลที่รัฐบาลประกาศใช้กฎหมายความมั่นคง รวมถึงประชาสัมพันธ์เผยแพร่คำวินิจฉัยของศาลปกครองที่เคยตัดสินกรณีการ ชุมนุมประท้วงปิดถนน สถานที่ราชการ ว่าไม่ถือเป็นการชุมนุมโดยสันติ

“กรณ์” ชงไอเดียประกาศ 12 มี.ค.เป็นวันหยุดราชการ แต่รมต.ภท.เบรก เกรงเป็นการยกระดับการชุมนุม

รายงานข่าวแจ้งว่า นายกรณ์ จาติกวณิช รมว.คลัง ได้เสนอความเห็นว่า ควรจะประกาศให้วันที่ 12 มี.ค.เป็นวันหยุดราชการหรือไม่ ซึ่งนายสุเทพก็แสดงความเห็นด้วย เพราะจะทำให้ประชาชนอยู่บ้านหรือออกต่างจังหวัด ซึ่งจะทำให้เจ้าหน้าที่ทำงานง่ายขึ้น อย่างไรก็ตามรัฐมนตรีหลายคนไม่เห็นด้วย โดยเฉพาะนายบุญจง วงศ์ไตรรัตน์ รมช.มหาดไทย ได้แย้งว่า หากประกาศให้เป็นวันหยุดราชการ ก็จะเป็นการยกระดับการชุมนุมว่ารุนแรง อีกทั้งการชุมนุมก็จำกัดอยู่เพียงในกทม. และปริมณฑล ขณะที่นายชวรัตน์ ชาญวีรกูล รมว.มหาดไทย กล่าวว่า ถ้าประกาศเป็นวันหยุด ภาคเอกชนก็จะต้องจ่ายค่าโอทีอีก

รายงานข่าวแจ้งอีกว่า นอกจากนี้ทางกอ.รมน.ยังได้ขออนุมัติงบประมาณให้กับทหารที่เข้ามาปฏิบัติหน้าที่ในครั้งนี้ จำนวน 107 ล้านบาท เพื่อเป็นค่าอาหารให้กับทหารในอัตราหัวละ 120 บาท ขณะที่ตำรวจได้ขออนุมัติงบประมาณ 237 ล้านบาท เพื่อเป็นค่าอาหาร และเบี้ยเลี้ยงให้กับกำลังพลเช่นเดียวกัน อย่างไรก็ตามในส่วนงบประมาณของตำรวจนั้น ครม.เห็นชอบเพียง 212 ล้านบาท เนื่องจากเห็นว่ามีงบประมาณบางส่วนไปซ้ำซ้อนกับการเบิกจ่ายของสำนักงานตำรวจแห่งชาติที่เบิกไปก่อนหน้านี้แล้ว

“ขรก.ทำเนียบฯ” หนีตาย ผวาเสื้อแดงบุกทำเนียบฯซ้ำรอย “พธม.”

อีกด้านหนึ่ง ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะนี้ข้าราชการในทำเนียบรัฐบาล มีความวิตกกังวลกับการชุมนุมของกลุ่มเสื้อแดงที่จะมีการชุมนุมใหญ่ในวันที่ 14 มี.ค.นี้ เพราะเกรงจะได้รับผลกระทบ เนื่องจากมีความเป็นไปได้ว่า หากการชุมนุมรุนแรงและเกิดความวุ่นวาย กลุ่มผู้ชุมนุมอาจจะมีการบุกเข้ามายึดทำเนียบรัฐบาล เหมือนกรณีกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ที่บุกเข้ามาแล้วทำให้ทรัพย์สินต่าง ๆ เสียหายมากมาย ซึ่งทำเนียบรัฐบาลถือเป็นเป้าหมายหลักที่จะถูกบุกเข้ามาแน่นอน ดังนั้นหน่วยงานต่าง ๆ ในทำเนียบรัฐบาลได้มีการประชุมหารือกัน เพื่อป้องกันความเสียหายที่อาจจะเกิดขึ้น โดยมีข้อสรุปว่า จะมีการหาสถานที่ทำงานสำรอง หากเกิดกรณีมีความวุ่นวายขึ้นจากการชุมนุของกลุ่มเสื้อแดง จนข้าราชการไม่สามารถเข้าไปปฏิบัติงานได้

อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ได้มีคำสั่งจากผู้บังคับบัญชาแต่ละหน่วยงาน ให้ข้าราชการสังกัดกรม กองต่าง ๆ  ทยอยเก็บเอกสารสำคัญ รวมถึงอุปกรณ์การทำงานที่จำเป็นออกจากทำเนียบฯไปยังสถานที่ทำงานสำรองไว้ก่อน ซึ่งในเริ่มปฏิบัติได้ทันที โดยสถานที่ทำงานสำรองที่มีการติดต่อประสานงานไว้แล้ว ประกอบด้วย  สำนักงานเลขาธิการคณะรัฐมนตรี (สลค.) จะย้ายไปอยู่ที่ โรงพิมพ์ของสลค.บริเวณเชิงสะพานซังฮี้, สำนักงานเลขาธิการนายกรัฐมนตรี (สลน.) และ สภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) จะย้ายไปที่อยู่ที่ศูนย์ราชการ ถนนแจ้งวัฒนะ, สำนักงานคณะกรรมการพิเศษเพื่อประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ (สำนักงาน กปร.) ย้ายไปที่กรมชลประทาน ถนนสามเสน และสำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี (สปน.) จะย้ายไปอยู่ที่กรมประชาสัมพันธ์ ซอยอารีย์  ถนนพหลโยธิน ทั้งนี้แต่ละหน่วยงานที่มีความพร้อมก็สามารถทยอยย้ายได้เลย

เผย "คณะทูต" ยังหวั่นไม่ได้รับความปลอดภัย


ขณะที่นายชวนนท์ อินทรโกมาลย์สุต เลขานุการรมว.ต่างประเทศ เปิดเผยภายหลังการประชุมชี้แจงคณะทูตานุทูตเกี่ยวกับสถานการณ์ความมั่นคงภายในประเทศว่า สืบเนื่องมาจากที่คณะรัฐมนตรีมีมติประกาศใช้พรบ.ความมั่นคงฯในพื้นที่ 8 จังหวัด นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรีด้านความมั่นคงจึงให้มีการเรียกคณะทูตประจำประเทศไทยมาชี้แจงต่อกรณีดังกล่าว

เมื่อถามว่า ในที่ประชุมวันนี้ทางคณะทูตได้มีข้อสงสัยหรือมีท่าทีที่เป็นกังวลต่อสถานการณ์ที่จะเกิดขึ้นหรือไม่ นายชวนนท์ กล่าวว่า ก็มีท่านทูตบางประเทศได้สอบถามถึงความปลอดภัยที่จะได้รับการคุ้มครอง ทั้งนี้ยังมีคณะทูตที่สงสัยในศัพท์เทคนิคบางอย่างของไทย อย่างเช่น มีคำถามจากคณะทูตว่า อะไรคือเครื่องไม้เครื่องมือที่จะใช้ในการปราบการจราจลและจะสามารถระงับเหตุที่เกิดขึ้นได้ทันท่วงทีหรือไม่ ซึ่งทางกระทรวงการต่างประเทศก็ให้ความมั่นใจกับคณะทูต โดยทางกระทรวงการต่างประเทศได้มีการจัดศูนย์ประสานงานให้สามารถติดต่อสอบถามสถานการณ์ได้ตลอด 24 ชั่วโมง พร้อมทั้งได้มีการจัดกำลังเจ้าหน้าที่ไปคุ้มครองที่พักของคณะทูตเพื่อความสบายใจของคณะทูตประจำประเทศไทย

"มาร์ค" รับ "พจมาน-ลูก" อาจบินซุกต่างประเทศ ช่วงเสื้อแดงชุมนุมใหญ่

ขณะเดียวกัน นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกระแสข่าวที่ว่าคุณหญิงพจมาน ณ ป้อมเพ็ชร อดีตภริยาพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี พร้อมด้วยบุตรชายและบุตรสาว ออกเดินออกนอกประเทศว่า มีความเป็นไปได้ เหมือนการชุมนุมของกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) ในช่วงเดือนเม.ย.2552 ดังนั้นอยากเรียกร้องให้ผู้ที่มาชุมนุมเข้าใจว่า ระหว่างการต่อสู้ ยังมีบางคนที่สุขสบายอยู่ต่างประเทศ

"แม้ว" เหน็บ "รัฐบาล" ใช้พ.ร.ก.บ่อยกว่ากระดาษชำระที่บ้าน-ฉะทหารซื่อบื้อกินภาษีปชช.แต่ฟังอำมาตย์

อีกด้านหนึ่ง พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี กล่าวทางวิดีโอลิงก์ มายังเวทีปราศรัย "เคลื่อนพลทั้งแผ่นดิน" ที่อ.สูงเม่น จ.แพร่ โดยทักทายชาวเหนือพร้อมกับพูด "คำเมือง" กับชาวเสื้อแดงจ.แพร่ ว่า รัฐบาลประกาศใช้พ.ร.ก.บ่อยกว่ากระดาษชำระที่บ้านอีก

"ตอนช่วงสมัยที่รัฐบาลนายสมัคร สุนทรเวช ประกาศพ.ร.ก. ทหารซื่อบื้อไม่ทำอะไรสักอย่าง สมัยนายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ อดีตนายกรัฐมนตรี ออกพ.ร.ก.เพราะมีการยึดสนามบิน แต่ทหารไม่ทำอะไรสักอย่าง เพราะกินภาษีประชาชนแต่ฟังอำมาตย์ เชื่อคำสั่งผู้มีบารมีนอกระบบ"พ.ต.ท.ทักษิณกล่าว


กลับสู่หน้าหลัก
เพิ่มความคิดเห็น
rules
แมว   |77.43.55.xxx |09-03-2010 23:54:58
มาร์ค นายเอาลูกเขามาเล่นก่อนนะ ระวังแดงเขาจะเล่นลูกนายบ้างพูดอะไรให้ระวังปากบ้าง ลูกๆจะเดือดร้อน
ตามนี้  - แดงฉลาด   |78.151.169.xxx |10-03-2010 03:36:36
บริษัท ฮาวคัม ก็ออกมายอมรับแล้วว่า โอ๊ค เอม อุ๊งอิ๊ง ไปเยอรมันแน่นอน

ลูกเค้าเองยังหนี พวกเบี้ยก็โง่งี้แหละให้เค้าใช้แล้วทิ้ง โดนระเบิดตายมีแต่คนสมเพชในความโง่ แต่ก็ดี พวกเบี้ยแดงตายกันเยอะๆ ทักษิณจะได้กลับมา

พวกเบี้ยแดงตาย ทักษิณกลับสู่อำนาจ เดี๋ยวกรูก็ค่อยไปเลียทักษิณทีหลัง พวกเบี้ยแดงโง่ๆ ก็ตายไป ถึงรอดก็ได้แค่รักษา 30 บาท กรูรอประมูลโครงการใหญ่ๆ ของทักษิณดีกว่า

กรูแดงแบบคนมีตังค์ ไม่เป็นเบี้ยให้ถูกใช้แล้วทิ้งหรอก กร๊าก.....
NYC   |74.9.68.xxx |10-03-2010 05:16:39
http://www.innnews.co.th/politic.php?nid=215110


Good luck Red
ตาต่อตาฟันต่อฟัน   |183.89.102.xxx |10-03-2010 08:33:48
ถ้าคนกรุงเทพฯจะเอาคืนก็อย่ามาว่ากัน

ระวังให้ดี ถ้ากรุงเทพฯถูกเผา บ้าน5หลังของ สส.กทม ทั้ง5คนของเพื่อไทย อาจจะถูกเผาด้วย

ตึกชินวัตร1-3

บ้านจันทร์ส่องหล้า จะอยู่ในอันดับต้นๆในการถูกเผา

หึๆๆๆ
Anonymous   |61.90.141.xxx |10-03-2010 09:18:51
อำมาตย์หย่าย

อาจหัวใจวาย

อาจชนะเร็วกว่าที่คิด
Anonymous   |58.147.71.xxx |10-03-2010 11:01:21
ตาต่อตาฟันต่อฟัน |183.89.102.xxx |10-03-2010 08:33:48

เข้าข่าย เคทอง

ผู้เกี่ยวข้องโปรดพิจารณาดำเนินการ
Anonymous   |58.147.71.xxx |10-03-2010 11:02:58
ตาต่อตาฟันต่อฟัน |183.89.102.xxx |10-03-2010 08:33:48

เข้าข่าย เคทอง

ผู้เกี่ยวข้องโปรดพิจารณาดำเนินการตามหน้าที่
thai red  - ตอบตาต่อตา ฟันต่อฟัน   |117.47.128.xxx |10-03-2010 16:28:41
ไอ้ตาต่อตา ฟันต่อฟัน ไอ้เลว พวกเสื้อแดงเขาจะไปทำอะไรเมิง ไอ้ส้นตรีน เขาไปเรียกร้องความเป็นธรรม ถ้าพวกเมิงอยู่เฉยๆไม่ออกมาสร้างสถานะการณ์ก็คงไม่มีอะไรเกิดขึ้น พวกเสื้อเหลือง พวกรัฐบาลเลวๆโครตพ่อเมิงหรือไง
Anonymous   |118.173.76.xxx |10-03-2010 18:47:40
รัฐบาลแก้ปัญหาได้ง่ายๆ โดยไม่ยั่วยุ

ถ้ายังยุก็จะเกิดเหตุขึ้นได้
แสดงความคิดเห็น
ชื่อ:
อีเมล์:
 
หัวข้อ:
กรุณาใส่ anti-spam code

3.26 Copyright (C) 2008 Compojoom.com / Copyright (C) 2007 Alain Georgette / Copyright (C) 2006 Frantisek Hliva. All rights reserved."