|
วันอังคารที่ 09 มีนาคม 2010 เวลา 15:47 น. |
|
|
|
|
ศาลยกฟ้อง'สมเจตน์' คดีหมิ่นฯ'บรรณวิทย์' ระบุมีความชอบธรรม ในการทำหน้าที่สนช. |
|
ศาลยกฟ้อง "สมเจตน์" หมิ่น "บรรณวิทย์"อภิปรายเกี่ยวกับการบริหารองค์การแบตเตอรี่ มีสภาพขาดทุน ศาลชี้มีความชอบธรรมในการอภิปราย
วันที่ 9 มี.ค.2553 ที่ห้องพิจารณาคดี 907 ศาลอาญา ศาลอ่านคำพิพากษาในคดีหมายเลขดำที่ อ.4530/2550 ที่ พล.ร.อ.บรรณวิทย์ เก่งเรียน อดีตรองปลัดกระทรวงกลาโหม และอดีตสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) เป็นโจทก์ฟ้อง พล.อ.สมเจตน์ บุญถนอม อดีตหัวหน้าสำนักงานเลขาธิการคณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติ และเป็นอดีต สนช. บริษัท โพสต์ พับลิซซิง จำกัด (มหาชน) ผู้ผลิตหนังสือพิมพ์โพสต์ ทูเดย์ และนายณ กาฬ เลาหะวิไลย บรรณาธิการหนังสือพิมพ์โพสต์ ทูเดย์ เป็นจำเลยที่ 1 - 3 ในความผิดฐานหมิ่นประมาทโดยการโฆษณา โจทก์ฟ้องว่าระหว่างวันที่ 10-12 ต.ค. 50 จำเลยทั้งสามร่วมกันหมิ่นประมาทโจทก์ เมื่อจำเลยที่ 1 อภิปรายในที่ประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ เกี่ยวกับการบริหารองค์การแบตเตอรี่ ในสังกัดกระทรวงกลาโหม ที่โจทก์เป็นประธานกรรมการ มีสภาพขาดทุนในช่วงปี 2548-2549 โดยคณะกรรมการชุดก่อนหน้านี้สามารถบริหารงานจนมีกำไร พร้อมกับเสนอให้ประธาน สนช.นำผู้ที่กระทำผิดมาลงโทษ ก่อนที่จำเลยที่ 2 และ 3 จะนำข้อความดังกล่าวไปตีพิมพ์ลงในหนังสือพิมพ์ โพสต์ ทูเดย์ อันทำให้โจทก์ได้รับความเสียหาย ทำให้ประชาชนเข้าใจว่า โจทก์เป็นคนไม่ดี เสื่อมเสียชื่อเสียง ขอให้ศาลลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 326 ในชั้นไต่สวนศาลรับฟ้องไว้เฉพาะจำเลยที่ 1 - 2 ส่วนจำเลยที่ 3 ให้ยกฟ้องในชั้นไต่สวน โดยจำเลยที่ 1 - 2 ให้การปฏิเสธ
พิเคราะห์จากคำเบิกความของทั้งสองฝ่าย ประกอบคำถอดเทปในการอภิปรายของจำเลยที่ 1 โดยละเอียดแล้ว เมื่อเปรียบเทียบกับข่าวที่ลงในหนังสือที่พิมพ์ ที่โจทก์นำมาฟ้องคดีนี้มีความแตกต่างกัน เพราะการอภิปรายของจำเลยที่ 1 นั้น ใช้ถ้อยคำที่เรียบร้อย ขณะที่หนังสือพิมพ์ใช้โวหารที่เร้าใจไปอีกแบบหนึ่ง โดยจำเลยที่ 1 อภิปรายในข้อเท็จจริง อีกทั้งจำเลยที่ 1 นำสืบว่าไม่รู้เห็นว่าจำเลยที่ 2 นำข้อความดังกล่าวไปตีพิมพ์ ทั้งนี้การพิจารณาว่าจำเลยจะมีความผิดฐานหมิ่นประมาทหรือไม่นั้น ต้องพิจารณาจากข้อความทั้งหมดไม่ใช่พิจารณาจากข้อความตอนใดตอนหนึ่ง ซึ่งการกระทำของจำเลยที่ 1 ในฐานะ สนช. มีสิทธิอันชอบธรรมในการอภิปราย ฉะนั้นการกระทำของจำเลยทั้งสองจึงไม่มีความผิดฐานหมิ่นประมาณโดยการโฆษณา ข้อกล่าวหาของโจทก์ไม่อาจลงโทษจำเลยทั้งสองได้ พิพากษายกฟ้อง
ภายหลัง พล.อ.สมเจตน์ กล่าวด้วยสีหน้าที่ยิ้มแย้มว่า รู้สึกดีใจเป็นธรรมดาที่ศาลยกฟ้อง ทั้งนี้ตน กับ พล.ร.อ.บรรณวิทย์ ไม่ได้มีความผิดใจกัน เพราะยังมีการพูดคุยทักทายกันตามปกติ ในฐานะที่เป็นมีอาวุโสน้อยกว่า เมื่อเจอกันตนก็ยกมือไหว้ ส่วนเรื่องการบริหารงานขององค์การแบตเตอรี่นั้น เป็นการตรวจสอบในฐานะที่เป็น สนช. แต่หลังจากที่เกษียณอายุราชการมาตนก็ไม่ได้ติดตามว่าที่สุดแล้วมีการดำเนินการไปอย่างไร ส่วนที่ว่า พล.ร.อ.บรรณวิทย์ จะอุทธรณ์หรือไม่นั้น คงเป็นสิทธิของท่าน ตนไม่สามรถตอบได้ แต่ขอยืนยันว่ายังให้ความเคารพกันเหมือนเดิม
|