ข่าวร้อน!
วันอังคารที่ 09 มีนาคม 2010 เวลา 14:43 น.    พิมพ์ อีเมล
รัฐงัดกม.ครอบจักรวาล 18ฉบับควบคุมเสื้อแดง ประกาศใช้คู่พรบ.มั่นคง ให้อำนาจจนท.เต็มสูบ!

ครม.ไฟเขียวประกาศใช้พรบ.มั่นคง ควบคุมเสื้อแดงชุมุนม  11-23 มี.ค. พร้อมนำกฎหมายอีก 18 ฉบับครอบคลุมทุกด้านมาบังคับใช้ประกอบ มอบหมาย"สุเทพ" ผู้บัญชาการดูแลสถานการณ์

วันที่ 9 มี.ค.2553 ที่ทำเนียบรัฐบาล  นายปณิธาน วัฒนายากร รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ปฏิบัติหน้าที่โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงผลประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.)ว่า ครม.เห็นชอบให้ประกาศพ.ร.บ.ความมั่นคงภายในราชอาณาจักร ซึ่งมีผลบังคับใช้ระหว่างวันที่ 11-23 มี.ค.นี้ รวม 7 จังหวัด และกรุงเทพมหานคร รวม 21 อำเภอ ประกอบด้วย 1.กรุงเทพฯ 2.ทุกอำเภอใน จ.นนทบุรี  3.จ.ปทุมธานี 6 อำเภอ ได้แก่ อ.ธัญบุรี สามโคก ลำลูกกา คลองหลวง ลาดหลุมแก้ว และอ.เมือง  4.จ.สมุทรสาคร 2 อำเภอ คือ อ.เมือง และอ.กระทุ่มแบน  5.สมุทรปราการ 5 อำเภอ คือ อ.บางพลี บางสาธง บางบ่อ พระประแดง และอ.เมือง  6.นครปฐม 3 อำเภอ ได้แก่ อ.พุทธมณฑล สามพราน นครชัยศรี  7.อ.เมือง ฉะเชิงเทรา และ 8.พระนครศรีอยุธยา 4 อำเภอ คือ อ.บางปะอิน บางไทร ลาดบัวหลวง วังน้อย  เพื่อควบคุมพื้นที่ปรากฏเหตุอันกระทบต่อความมั่นคงภายในราชอาณาจักร 

นายปณิธาน กล่าวอีกว่า นอกจากนี้ยังประกาศให้เจ้าพนักงานเจ้าหน้าที่ เป็นเจ้าหน้าที่พนักงานตามกฎหมาย มีอำนาจหน้าที่ในการบังคับบัญชา สั่งการ อนุญาต หรือช่วยป้องกันแก้ไข ปราบปราม ระงับยับยั้งสถานการณ์พร้อมช่วยเหลือประชาชนในเขตพื้นที่ที่มีการประกาศ ภายใต้กรอบอำนาจกฎหมาย 18 ฉบับ ซึ่งในการปฏิบัติหน้าที่ในการประกาศพื้นที่ อาทิ  พ.ร.บ.จัดระเบียบราชการ กระทรวงกลาโหม พ.ศ.2551 พ.ร.บ.ควบคุมยุทธภัณฑ์ พ.ศ.2530 และในจำนวนนี้ มี พ.ร.บ.ที่ถูกนำมาใช้เพิ่มอีก 4 ฉบับ คือ 1.พ.ร.บ.การแพทย์ฉุกเฉิน พ.ศ.2551 2.พ.ร.บ.การเดินเรือในน่านน้ำไทย พ.ศ.2456  3.พ.ร.บ.ควบคุมน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ.2550 และ 4.พ.ร.บ.เครื่องวิทยุโทรคมนาคม พ.ศ.2498 เพื่อให้การทำงานเป็นไปอย่างมีเอกภาพ ส่วนข้อกำหนดในการบังคับใช้หลังจากกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร(กอ.รมน.)  จะประชุม ในเช้าวันที่ 10 มี.ค.นี้ เพื่อออกข้อกำหนดบังคับใช้ต่อไป ซึ่งข้อกำหนดที่สำคัญ คือห้ามบุคคลใดเข้าออกในพื้นที่ที่กำหนด ห้ามนำอาวุธออกนอกเคหะสถาน ห้ามใช้เส้นทางคมนาคมหรือยานพาหนะ การปฏิบัติหรืองดเว้นการปฏิบัติอันเกี่ยวกับเครื่องมือหรืออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งการประกาศ พ.ร.บ.ความมั่นคงฯนั้น เพราะต้องการดูแลความปลอดภัยให้ประชาชนทั้งชาวไทยและต่างชาติ โดยรัฐบาลยืนยันว่าเจ้าหน้าที่จะไม่มีอาวุธ และจะปฏิบัติงานด้วยความระมัดระวัง

นายปณิธาน กล่าวอีกว่า ในส่วนกำลังพลเบื้องต้นนั้น คาดว่าจะใช้อาสาสมัครป้องกันภัยฝ่ายพลเรือน(อป.พร.) ประมาณ 46,000 คน กำลังตำรวจและทหาร ประมาณ 112 กองร้อย ส่วนตัวเลขเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหาร และพลเรือน ที่แน่นอนในการประชุม กอ.รมน. ขณะที่งบประมาณที่ใช้จ่ายเป็นเบี้ยเลี้ยง ค่าน้ำมัน และค่าอาหารของกำลังพลทั้งหมด ครม.ได้อนุมัติในหลักการ แต่ยังไม่มีการระบุตัวเลขที่ชัดเจน เพราะต้องรอการตกลงกันของหน่วยงานด้านความมั่นคง กับกรมบัญชีกลาง กระทรวงการคลัง  ส่วนตัวเลขกลุ่มผู้ชุมนุมนั้น ครม.ประเมินเบื้องต้นว่าเกิน 1 แสนคน ซึ่งขึ้นอยู่กับการบริหารจัดการของผู้ชุมนุม และคาดว่าระยะเวลาการชุมนุมอยู่ที่ 3-5 วัน ซึ่งต้องดูตามสถานการณ์ชุมนุมจริงอีกครั้ง

นายปณิธาน กล่าวว่า นอกจากนี้ คตม.ยังได้เสนอให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องยึดหลักกฎหมายที่มีบรรทัดฐานจากคำวินิจฉัยของศาลปกครองกลางในกรณีการชุมนุมเมื่อวันที่ 7 ต.ค.2551 ที่ระบุว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจต้องใช้อำนาจหน้าที่เข้าสลายการชุมนุมเพื่อแก้ไขปัญหาการกระทำของผู้ชุมนุมเท่าที่จำเป็นตามความเหมาะสม มีลำดับขั้นตอนตามหลักสากลที่ใช้ในการสลายการชุมนุมของประชาชน ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรียังได้เน้นย้ำในที่ประชุม ครม.ว่าครม.และข้าราชการที่เป็นฝ่ายปฏิบัติ ต้องมีความพร้อมในการบริหารเหตุการณ์อย่างต่อเนื่อง ซึ่งกระทรวงที่สำคัญต้องมีการประสานงานกันอย่างต่อเนื่อง และต้องเตรียมความพร้อมถ้าจะมีการประชุม ครม.นัดพิเศษ ซึ่งยังยึดสถานที่ทำงานหลัก คือ ทำเนียบรัฐบาล เพราะผู้ชุมนุมประกาศว่าจะไม่มายึดทำเนียบรัฐบาล แต่จะมีการประเมินสถานการณ์อีกครั้งถ้าพบว่ามีความจำเป็นที่จะต้องเปลี่ยนที่ทำการ

นายปณิธาน กล่าวอีกว่า ส่วนจุดตรวจต่างๆก็มีครอบคลุมตามบ้านพักของบุคคลสำคัญ ผู้บริหารประเทศ และสถานที่สำคัญๆของประชาชน แต่ตอนนี้ได้มีการจัดชุดเคลื่อนเร็วเพิ่มอีก ซึ่งเป็นกำลังผสมระหว่างเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหาร และพลเรือน มาทำหน้าที่สุ่มตรวจและดูแลความเรียบร้อยต่างๆ  สำหรับจุดที่เราต้องเฝ้าระวังว่าอาจจะเกิดวินาศกรรม มีทั้งพื้นที่จัดการชุมนุม สถานที่ราชการสำคัญๆ เช่น ทำเนียบรัฐบาล รัฐสภา ศาล ที่ทำการของกระทรวงสำคัญๆ เป็นต้น พื้นที่ชุมชน และสถานประกอบการของเอกชน เช่น ธนาคาร ย่านการค้า สถานที่ทำการของสื่อมวลชนบางแห่ง เป็นต้น ตลอดจนสถานที่กิจกรรมด้านพลังงานและด้านคมนาคม ขนส่ง ทั้งนี้ ในส่วนของเจ้าหน้าที่รัฐที่จะไปดูแลการชุมนุม จะไม่มีอาวุธ มีแต่อุปกรณ์ป้องกันตัวเอง

สำหรับกฎหมาย 18 ฉบับที่จะนำมาร่วมประกอบใช้ควบคุมการชุมนุมนั้น ประกอบด้วย พรบ.จัดระเบียบราชการ ก.กลาโหม พ.ศ.2551 พรบ.การสอบสวนคดีพิเศษ พ.ศ.2547 พรบ.คนเข้าเมือง พ.ศ.2522 พรบ.ควบคุมยุทธภัณฑ์ พ.ศ.2530 พรบ.ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย พ.ศ.2550 พรบ.ควบคุมการโฆษณาโดยใช้เครื่องขยายเสียง พ.ศ.2493 พรบ.จราจรทางบก พ.ศ.2522 พรบ.รถยนต์ พ.ศ.2522 พรบ.วัตถุอันตราย พ.ศ.2535 พรบ.อาวุธปืน เครื่องกระสุน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ.2490

พรบ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.2550 พรบ.การแพทย์ฉุกเฉิน พ.ศ.2551 พรบ.ควบคุมน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ.2542 พรบ.วิทยุโทรคมนาคม พ.ศ.2498 พรบ.การเดินเรือในน่านน้ำไทย พ.ศ.2456 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์เฉพาะบทบัญญัติเกี่ยวกับมูลนิธิและสมาคม ประมวลกฎหมายอาญา ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา เฉพาะบทบัญญติที่เกี่ยวกับการใช้อำนาจสืบสวนและสอบสวน และการใช้อำนาจของพนักงานฝ่ายปกครองหรือตำรวจ 

"มาร์ค"สั่งทุกหน่วยจับตา"แดง" หวั่นใช้รถแก๊สข่มขู่ประชาชน

นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ในการประชุม ครม.นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรีได้กำชับและมอบหมายให้แต่ละกระทรวงดูแลในช่วงระหว่างการชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดงอย่างใกล้ชิด โดยในส่วนของการจราจรและขนส่งนั้น ได้มอบหมายให้กระทรวงคมนาคมดูแลอย่างใกล้ชิด ไม่ให้มีการนำรถทะเบียนต่างจังหวัดบางชนิดเข้ามายังพื้นที่ กทม.รวมทั้งดูแลอำนวยความสะดวกต่าง ๆ ในระหว่างการชุมนุม  ส่วนกระทรวงพลังงานให้จับตารถบรรทุกแก๊สที่จะเข้ามาใน กทม. เพราะเกรงว่าอาจจะเกิดเหตุนำรถบรรทุกแก๊สมาข่มขู่ประชาชน หรือต่อรองกับภาครัฐเหมือนเหตุการณ์เมื่อเดือนเม.ย.2552 ส่วนที่จอดรถได้มอบหมายให้กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) และกทม.เป็นผู้ดูแล  กระทรวงศึกษาธิการดูแลในเรื่องของโรงเรียนและการศึกษาต่าง ๆ กระทรวงเทคโนโลยีและการสื่อสาร มอบหมายให้ดูแลเว็ปไซด์ต่าง ๆ ซึ่งถ้ามีเรื่องของการปลุกระดมก็ต้องดำเนินการเด็ดขาด

เมื่อถามว่า ปัญหาการก่อวินาศกรรมที่ประชุมได้มีการพูดคุยหรือไม่ นายสาทิตย์ กล่าวว่า มีการพูดคุยตั้งแต่เมื่อวันที่ 8 มี.ค. ซึ่งนายกรัฐมนตรีได้กำชับหน่วยงานรัฐวิสาหกิจให้ดูแลอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะรัฐวิสาหกิจที่เกี่ยวข้องกับระบบสาธารณูปโภคเรื่องน้ำและไฟ นั้นจะต้องติดตามดูแล อย่างใกล้ชิดเพราะอาจถูกนำไปเป็นเครื่องมือในการต่อรองได้ อย่างไรก็ตาม หลังการหารือกับทุกหน่วยงาน นายกรัฐมนตรีไม่ได้แสดงความเป็นห่วงในประเด็นใด  เพราะมีการซักซ้อมทำความเข้าใจกับทุกหน่วยงานในทิศทางเดียวกันแล้ว

“ชัย” สั่งเลขาสภาเก็บเอกสารสำคัญ-เข้มงวดรักษาความปลอดภัย

ผู้สื่อข่าวรายงานจากรัฐสภาว่า นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร ได้ออกหนังสือด่วนที่สุดลงวันที่ 9 มีนาคม ถึงเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร เรื่องการดำเนินการรักษาความปลอดภัยในบริเวณรัฐสภา โดยหนังสือระบุว่า เนื่องด้วยสถานการณ์ทางการเมืองในปัจจุบัน ส่อเค้าว่าจะเกิดเหตุการณ์ชุมนุมทางการเมืองและอาจลุกลามบานปลายจนเกิดเหตุรุนแรงได้ ดังนั้นเพื่อเป็นการเตรียมการป้องกันและรักษาบรรดาสรรพเอกสาร อาคารสถานที่ วัสดุอุปกรณ์และทรัพย์สินมีค่าของทางราชการ ประธานจึงมีคำสั่งให้เลขาธิการสภาฯดำเนินการคือ 1.ตรวจสอบและรวบรวมเอกสารสำคัญ ทั้งของรัฐสภาและสภาผู้แทนราษฎร รวมทั้งจัดหาสถานที่เก็บรักษาให้อยู่ในความปลอดภัย 2.ตรวจสอบและดูแลวัสดุอุปกรณ์ รวมทั้งทรัพย์สินที่จำเป็นของรัฐสภาและสภาผู้แทนราษฎร และกำหนดมาตรการในการรักษาความปลอดภัยอย่างเคร่งครัด 3.เพิ่มมาตรการเข้มงวดในการรักษาความปลอดภัย อาคาร และสถานที่ภายในบริเวณรัฐสภาเพื่อป้องกันมิให้เกิดเหตุที่ไม่พึงประสงค์ในบริเวณรัฐสภา โดยให้ยึดถือและปฏิบัติตามระเบียบรัฐสภาว่าด้วยการรักษาความปลอดภัยภายในบริเวณรัฐสภา และระเบียบสำนักนายกฯว่าด้วยการรักษาความปลอดภัยแห่งชาติโดยเคร่งครัด

“สมชาย” ประนามประกาศพ.ร.บ.ความมั่นคง เชิญ "ฮิวแมนไรท์" สังเกตการณ์เมืองไทย

ที่พรรคเพื่อไทย นายสมชาย  วงศ์สวัสดิ์ อดีตนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีที่รัฐบาลประกาศใช้พ.ร.บ.ความมั่นคงฯ ว่า ถ้าเป็นตนจะไม่ออกกฎหมายดังกล่าว เพราะขณะนี้ยังไม่มีเหตุอะไรที่จะเกิดขึ้นซักอย่าง คนเสื้อแดงจะมาจำนวนมากหรือน้อยและมาแล้วมีปัญหาอะไรก็ยังไม่ทราบ ดังนั้นการออกพ.ร.บ.ดังกล่าวเหมือนรัฐบาลตื่นตูม ซึ่งไม่เป็นผลดี ทั้งนี้เห็นว่ารัฐบาลมีหน้าที่ที่จะต้องดูแลประชาชนทุกฝ่าย ถ้าเป็นคนเสื้อแดงแล้วรัฐบาลไม่ดูแลและยังออกกฎหมายมาเพื่อปราบปรามและข่มขู่นั้นเป็นเรื่องไม่ถูก ถือว่าไม่เคารพสิทธิของประชาชน

ด้านนายคณวัฒน์ วศินสังวร รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า พรรคเพื่อไทยจะทำหนังสือถึงองค์กรสิทธิมนุษยชนระหว่างประเทศ โดยเฉพาะองค์กรฮิวแมน ไรท์วอทช์ เพื่อขอให้ส่งเจ้าหน้าที่เข้ามาร่วมสังเกตการณ์สถานการณ์การเมืองในประเทศไทยในระหว่างนี้ เพราะเป็นห่วงเรื่องการละเมิดสิทธิมนุษยชนการใช้ความรุนแรง


กลับสู่หน้าหลัก
เพิ่มความคิดเห็น
rules
Anonymous   |58.147.71.xxx |09-03-2010 15:08:00
ไอ้เทบเอ๊ย ดวงมึงมันตก ปีนี้ ไอ้หมีมันเอาตัวรอด ให้มึงรับศึกใหญ่ เวลามีปัญหาอะไรมึงก็ซวยไป มันก็ลอยตัวเท้งเต้งทำหน้าตายียวนกวนบาทาต่อไปได้สบาย

เป็นงัย งัดสารพัดวิชามาใช้ กลัวจนขี้ขึ้นไปกองอยู่บนกบาลเลยรึมึง
แสดงความคิดเห็น
ชื่อ:
อีเมล์:
 
หัวข้อ:
กรุณาใส่ anti-spam code

3.26 Copyright (C) 2008 Compojoom.com / Copyright (C) 2007 Alain Georgette / Copyright (C) 2006 Frantisek Hliva. All rights reserved."