ข่าวร้อน!
วันอังคารที่ 09 มีนาคม 2010 เวลา 11:23 น.    พิมพ์ อีเมล
'วุฒิสภา'เสียงข้างมาก! ไม่ถอดน้องเขยทักษิณ 'แดง'เฮลั่น'กลางสภาฯ' คิวเชือดนพดลต่อศุกร์นี้

“ประสพสุข”ปัดข่าวส.ว.วอล์กเอาท์คัดค้านลงมติถอด“สมชาย” พ้นนายกฯ  “รสนา”ติงส.ว.ต้องมีวุฒิภาวะ ลั่นต้องสร้างบรรทัดฐานการเมืองใหม่

วันที่ 9 มี.ค.2553 ที่รัฐสภา เมื่อเวลา 09.30 น. นายประสพสุข บุญเดช ประธานวุฒิสภา ให้สมภาษณ์ก่อนการประชุมวุฒิสภาเพื่อลงมติถอดถอนนายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ นายกรัฐมนตรีออกจากตำแหน่งตามรัฐธรรมนูญมาตรา 273 ว่า จะถอดถอนได้ต้องมีเสียงสนับสนุนเกิน 90 เสียงขึ้นไป หากไม่ถึงก็ถอดถอนไม่ได้ และวุฒิสภาจะแจ้งผลการประชุมให้คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ(ป.ป.ช.) ต่อไป ซึ่งหากผลการลงคะแนนให้ถอดถอนจะมีผลบังคับทันที ซึ่งนายสมชายจะถูกตัดสิทธิทางการเมือง 5 ปี

เมื่อถามว่ามีข่าวส.ว.บางส่วนไม่เห็นด้วยกับการถอดถอนอาจจะวอล์กเอาท์ นายประสพสุขกล่าวว่า ไม่คิดว่าจะมีส.ว.วอล์กเอาท์ เพราะกระบวนการถอดถอนต้องดำเนินไป ไม่สามารถเลื่อนการลงมติได้ ยังไม่ทราบข่าวว่าจะมีการวอล์กเอาท์ แต่ถ้าองค์ประชุมไม่ครบอาจต้องนัดประชุมใหม่ จนกว่าจะครบองค์ประชุม “หากคะแนนถอดถอนไม่ถึง 90 เสียง ไม่ถือว่าวุฒิสภาหน้าแตก แต่คนที่หน้าแตกคือฝ่ายที่เสนอให้ถอดถอน สำหรับการชุมนุมกดดันของกลุ่มพันธมิตรฯและกลุ่มนปช.คงไม่มีปัญหาอะไร ไม่มีใครมากดดันวุฒิสภาได้ วุฒิสภาทำหน้าที่โดยสุจริตและเป็นกลาง ทำตามหน้าที่ ทุกคนต้องเชื่อในความถูกต้องและมีเหตุมีผล

ขณะที่น.ส.รสนา โตสิตระกูล ส.ว.กทม. กลุ่ม 40 ส.ว. กล่าวว่า ถือเป็นวันประวัติศาสตร์การเมือง เพราะที่ผ่านมาไม่เคยประสบความสำเร็จเลย วันนี้จะทำให้สังคมรับรู้ว่าแม้ผู้ที่ยื่นถอดถอนจะพ้นจากตำแหน่งไปแล้ว ก็ไม่พ้นความรับผิดกระบวนการยังต้องดำเนินการต่อไป ซึ่งในที่ประชุมวุฒิสภามีการถกเถียงกันมากว่าควรดำเนินการต่อไปหรือไม่ แต่เรื่องนี้เป็นกระบวนการลงโทษทางการเมือง ที่จะมีการตัดสิทธิ์ทางการเมืองตามมา 5 ปี เพราะหากไม่มีมาตรการนี้ต่อรัฐธรรมนูญมาตรานี้ต้องเป็นหมัน และรัฐมนตรีจะไม่กลัวการถูกถอดถอนอีก วันนี้ถือเป็นการสร้างบรรทัดฐานการเมือง

เมื่อถามว่ามีการวิจารณ์ว่าเป็นการจ้องทำลายล้างกัน น.ส.รสนากล่าวว่า เป็นกระบวนการทางการเมืองที่จะทำให้รัฐมนตรีระมัดระวังการทำหน้าที่มากขึ้น เพราะสิ่งที่นักการเมืองกลัวที่สุดไม่ใช่การพ้นจากหน้าที่ เป็นกลัวถูกตัดสิทธิ์ และเป็นการทำความสะอาดทางการเมือง

เมื่อถามว่ามีกระแสข่าวกลุ่มส.ว.ที่ไม่เห็นด้วยอาจวอล์กเอาท์ น.ส.รสนากล่าวว่า ไม่ควรวอล์กเอาท์ ส.ว.ควรมีวุฒิภาวะ ต้องนำข้อกล่าวหาและคำแก้ข้อกล่าวหามาชั่งน้ำหนัก แล้วตัดสินใจโดยปราศจากอคติ จากความรัก ความหลง ความชอบ จะโหวตอย่างไรเป็นสิทธิ์ของส.ว.แต่ละคน

วุฒิมีมติ ไม่ถอดถอน “สมชาย วงศ์สวัสดิ์”ด้วยคะแนน 76-49
 
ที่รัฐสภา ผู้สื่อข่าวรายงานว่า มีการประชุมวุฒิสภาเป็นพิเศษ มีนายประสพสุข บุญเดช ประธานวุฒิสภา เป็นประธานการประชุม เพื่อลงมติถอดถอนหรือไม่ถอดถอนนายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ นายกรัฐมนตรีออกจากตำแหน่งตามรัฐธรรมนูญ 50 มาตรา 273 จากกรณีที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ(ป.ป.ช.) ชี้มูลความผิดกรณีการสลายการชุมนุมหน้ารัฐสภาเมื่อวันที่ 7 ต.ค.2551 ทั้งนี้เป็นการลงคะแนนลับ
โดยใช้บัตรลงคะแนน และมติที่จะถอดถอนออกจากตำแหน่งได้ต้องใช้เสียงไม่น้อยกว่า 3 ใน 5 ของจำนวนส.ว.เท่าที่มีอยู่ คือไม่น้อยกว่า 90  เสียงจาก 150 เสียง  
               
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับบรรยากาศการประชุม ได้มีกลุ่มคนเสื้อแดง บางนา ประมาณ 50 คน เดินทางมาบริเวณหน้ารัฐสภา เพื่อให้กำลังใจ ส.ว.ที่รักความยุติธรรมและประนาม ส.ว.สมุนอำมาตย์  ขณะที่ก่อนหน้านี้มีกระแสข่าวว่าจะมีส.ว.บางส่วนวอล์กเอาท์เนื่องจากไม่เห็นด้วยกับกระบวนการถอดถอน แต่ปรากฏว่าบรรดา ส.ว.ได้เข้าประชุมอย่างพร้อมเพรียง โดยมาลงชื่อรับบัตรลงคะแนน 134 คน ซึ่งผลการลงคะแนนปรากฏว่า วุฒิสภามีมติเห็นด้วยให้ถอดถอน 49 เสียง ไม่เห็นด้วยให้ถอดถอน 76 เสียง งดออกเสียง 6 บัตรเสีย 3 ถือว่าวุฒิสภามีมติไม่ถอดถอนนายสมชาย ออกจากตำแหน่งทั้งนี้นายประสพสุขแจ้งว่าจะส่งผลการลงมติดังกล่าวไปให้ป.ป.ช.รับทราบและจะไม่ส่งผลกระทบต่อการพิจารณาคดีดังกล่าวของศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง และได้นัดประชุมวุฒิสภาเพื่อลงมติถอดถอนนายนพดล ปัทมะ รมว.ต่างประเทศ ออกจากตำแหน่งจากกรณีการลงนามในบันทึกข้อตกลงไทย-กัมพูชาสนับสนุนการขึ้นทะเบียนปราสาทพระวิหารเป็นมรดกโลก ในวันที่ 12 มีนาคม นี้

เสื้อแดงเฮลั่น หลังวุฒิสภาฯลงมติไม่ยื่นถอดถอน “สมชาย”

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระหว่างที่มีการนับคะแนนและเสียงส่วนใหญ่เห็นว่าไม่ควรยื่นถอดถอนนายสมชาย ทำให้มีเสียงเฮจากกลุ่มเสื้อแดงเป็นระยะๆ และเมื่อที่ประชุมวุฒิสภามีมติไม่ยื่นถอดถอน กลุ่มคนเสื้อแดงก็เฮลั่นพร้อมทั้งปรบมือเห็นด้วยกับมติดังกล่าว จากนั้นก็ได้แยกย้ายกันกลับ

“สมชาย” แถลงขอบคุณ 76 ส.ว. วอน อสส.-ปปช.ยกเลิกดำเนินคดีอาญา

ที่พรรคเพื่อไทยนายสมชาย  วงศ์สวัสดิ์  อดีตนายกรัฐมนตรี พร้อมด้วยนายสุขุมพงศ์  โง่นคำ อดีตรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และนายพิชิต  ชื่นบาน ที่ปรึกษากฎหมาย ร่วมแถลงภายหลังวุฒิสภามีมติไม่ถอดถอนออกจากตำแหน่งด้วยข้อหาการสั่งสลายม็อบ 7 ตุลาคม ด้วยคะแนน 76 ต่อ 49ว่า ตนขอขอบคุณคะแนนวุฒิสภา 76 ท่านที่ได้ให้ความเป็นธรรมกับตน ซึ่งทำให้เห็นว่าวุฒิสภายังสามารถเป็นที่พึ่งให้กับประชาชนชาวไทยต่อไป ส่วนเสียงข้างน้อยนั้นตนก็ให้ความเคารพ แต่ขอยืนยันว่าระหว่างที่อยู่ในตำแหน่งนายกรัฐมนตรีนั้น ตนบริหารราชการแผ่นดินตามตัวบทของกฎหมายทุกประการ ดังนั้นการที่ส.ว.ลงมติไม่ถอดถอนตนถือเป็นสิ่งยืนยันว่าตนไม่ได้กระทำความผิดตามที่ถูกกล่าวหา  ทั้งนี้ขอเรียกร้องให้รัฐบาลดำเนินการทางกฎหมายกับผู้กระทำผิดทุกฝ่ายด้วยมาตรฐานเดียวกัน

ด้านนายสุขุมพงศ์ กล่าวว่า กรณีของนายสมชาย ยังมีคดีชี้มูลทางอาญาและอยู่ระหว่างการพิจารณาร่วมกันของคณะทำงานของอัยการสูงสุดและป.ป.ช. ดังนั้นเมื่อวุฒิสภาได้วินิจฉัยประเด็นนี้ขอความกรุณาทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องได้ให้ความกรุณากับนายสมชายที่จะดำเนินคดีทางอาญาต่อไปด้วย    

พธม.เล็งหารือหลังส.ว.เมินถอดชาย

ที่บ้านพระอาทิตย์ นายสุริยะใส กะตะศิลา ผู้ประสานงานพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย กล่าวถึงกรณีที่ ส.ว.เสียงส่วนใหญ่มีมติไม่ถอดถอนนายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ ออกจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ภายหลังที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ชี้มูลความผิดในคดีสลายการชุมนุมหน้ารัฐสภาเมื่อวันที่ 7 ตุลาคม 2551 ด้วยคะแนน 76 ต่อ 49 เสียงว่า กกลุ่มพันธมิตรฯ จะมีการหารือกันว่าจะสามารถดำเนินการได้อย่างไรบ้าง 

ออกแถลงการณ์ฉบับที่ 4 จะไม่เคลื่อนไหวขณะแดงชุมนุม

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า แกนนำพันธมิตรฯ รุ่น 1 และ รุ่น 2 ประกอบด้วย พล.ต.จำลอง ศรีเมือง นายสมเกียรติ พงษ์ไพบูลย์ นายภิภพ ธงไชย นายศิริชัย ไม้งาม และนายสุริยะใส กะตะศิลา ผู้ประสานงาน ร่วมกันแถลงข่าวว่า พันธมิตรฯ รุ่น 1 และ 2 ได้ร่วมกันหารือเกี่ยวกับสถานการณ์การเมือง ก่อนที่จะมีมติแถลงการณ์ร่วมฉบับที่ 4/2553 "รวมพลังแผ่นดินหยุดภัยคุกคามประเทศไทย " โดยมีเนื้อหาบางส่วนระบุว่า พันธมิตรฯ ร่วมวิเคราะห์ สถานการณ์การเมืองไทย โดยเฉพาะการไม่ยอมรับความผิดของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร และอดีตกรรมการบริหารพรรคไทยรักไทย 111 ซึ่งการเคลื่อนไหวของระบอบทักษิณตลอด 4 ปีที่ผ่านมา ได้ยกระดับเป้าหมายการต่อสู้ จากการต่อต้านรัฐประหาร ไปสู่การคุกคามสถาบันองคมนตรี จาบจ้วงสถาบันเบื้องสูง ดังนั้น พฤติกรรมของ พ.ต.ท.ทักษิณ แกนนำนปช. และพรรคเพื่อไทยที่ร่วมเกณฑ์คนมาชุมนุมจึงเข้าข่ายละเมิดรัฐธรรมนูญ มาตรา 68 เข้าข่ายเป็นกบฎในราชอาณาจักร ล้มล้างระบอบการปกครองเป็นภัยต่อความมั่นคง

พันธมิตรฯ ขอเรียกร้องพลังแผ่นดินทุกภาคส่วน ร่วมกันนำพาสังคมไทยให้พ้นจากวิกฤติการณ์และความรุนแรง โดยข้อ 1.รัฐบาลจะต้องบังคับใช้กฎหมายอย่างเต็มที่ เพื่อป้องปราบความรุนแรงทุกรูปแบบ 2.ภาคประชาชนของสังคมจะต้องไม่ตกเป็นเหยื่อของการปิดเบือนข้อมูลข่าวสาร ไม่สนับสนุนความรุนแรงทุกรูปแบบ และ 3.พันธมิตรฯ จะไม่มีการเคลื่อนไหวใดๆ ในเวลาดังกล่าว แต่ทุกคนรวมทั้งประชาชนผู้รักชาติ จะตั้งมั่นอยู่ในที่ตั้ง ติดตามสถานการณ์ เตรียมพร้อมเคลื่อนไหวทันทีตลอดเวลา โดยให้รอคำประกาศต่อ


กลับสู่หน้าหลัก
เพิ่มความคิดเห็น
rules
แย่จัง สว พวกนี้  - ถอดถอนแล้วก็ยิงเป้า   |124.122.201.xxx |09-03-2010 12:14:36
มันสมควรตายยกครัวนะคนพวกนี้ อยู่ไปรัวงแต่จะสร้างปัญหาให้ประเทศ ดูไอ้เหลี่ยมซิมันไม่กลัวระบบยุติธรรม ไม่เคารพกฎหมายเลย แม่งเลวทั้งโคตร
บรรลัยวิทย์ เก่งเลีย  - กุ๊ยข้างถนน   |124.120.229.xxx |09-03-2010 13:14:02
ถูกของวุฒิสมาชิกแล้ว อย่ายอมให้อันธพาลครองเมือง เขาเป็นรัฐบาลที่มาจากการลงคะแนนเสียงในสภา เมื่อจะแถลงนโยบายกับมีแก็งค์ข้างถนนมาปิดล้อม ใครก่อเรื่องผิดกฏหมายก่อนกัน
Anonymous   |58.147.71.xxx |09-03-2010 15:01:46
พอไม่ได้ดังใจ ก็บอก สว แย่

นี่แหละสันดานพวกเจ๊กชั่ว

อยู่ไปก็สร้างแต่ปัญหา ให้ประเทศ ไม่เคารพกฏหมาย

พวกยึดสถานที่ราชการ ทำลายทรัพย์สินทางราชการ ทำร้ายเจ้าที่รัฐ

เลวจริงจริง
สาทิต  - ทีเอ็งข้าไม่ว่าทีข้าเอ็งอย่าโวย   |124.122.160.xxx |09-03-2010 15:34:54
ทีเอ็งประท้วงข้ามปีให้รัฐบาลสมัยนั้นยุบสภาไม่เห็นเอ็งว่าตัวเองเลย หละ อย่าออกแถลงการอะไรอีกเลยยิ่งออกยิ่งเข้าตัวเอง เหม็นขี้ฟัน
gonui  - ดีเนอสั่งปราบปรามประชาชน ตายแล้วไม่มีความผิด   |61.90.118.xxx |09-03-2010 17:25:59
ใครอยู่สี่ไหนไม่รู้ นะแต่ถ้าคำสั่งนั้นทำให้คนไทยตาย ก็ต้องรับผิดชอบ จะอ้างความรับผิดชอบไม่ได้ อย่างนี้มีการชุมนุม ของเสื้อแดง ถ้าสลายการชุมนุม แล้วมีคนตาย นายกคนปัจจุบันก็ต้องรับผิดชอบ เสื้อแดงคงไม่ยอม แล้วมองกลับกันนะครับเสื้อเหลืองตาย นายยกสมชายไม่ผิด งี้เสื้อแดงตาย นายยกคนปัจจุบันก็ไม่ผิดซิ ๕๕๕๕ ซวยแล้ว คนเสื้อแดง ยิ่งชอบอ้างอยู่ว่าเมษา มีคนตาย 200 กว่าเผาที่วันลาดพล้าวปาด 1 ศพเผาทั้งคืนยังไม่อยากจะมอดเลย นี้ 200 ศพ เอย คนไม่มีสีอยู่ อย่างผมยิ่งเห็นความแตกต่าง ของ 2 สีอย่างชัดเจน ว่าสีไหนทำเพื่อใคร ควรเข้าข้างสีไหน
ยาม   |58.9.149.xxx |09-03-2010 17:44:37
ได้ยินมา.........วันนั้นเป็นคำสั่งใคร ให้ถามทหารดู ไม่มีคำตอบ ทหารได้เเต่ส่ายหน้ากัน กรรมชั่วที่ทำนั้นถ้าไม่ตกเเก่ตัว ก็ต้องตกเเก่ลูกๆไม่เชื่อคอยดูกัน
Anonymous   |113.53.204.xxx |09-03-2010 18:00:23
เป็นอดีตปลัดยุติธรรมและอดีตนายกที่น่าชิงชังเป็นที่สุด แถงออกมากลางสภาอย่างไม่อายฟ้าดินว่า.... ตนเองไม่ได้รับรายงานเหตุการณ์ที่มีคนบาดเจ็บและเสียชีวิตจากการทำงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจในขณะที่คนไทยและทั่วโลกรับรู้กันหมด และปฏิเสธความรับผิดชอบเพราะได้มอบหมายให้มีผู้รับผิดชอบไปแล้ว ตนเองจึงไม่ต้องติดตามและรับผิดชอบการทำงานของเจ้าหน้าที่....ลูกหลานคนไทยอย่าได้เอาเยี่ยงอย่างคนแบบนี้เด็ดขาด
Anonymous  - บรรลัยวิทย์ เก่งเลีย ไอ้โง่เอ๋ย   |58.11.74.xxx |09-03-2010 18:09:22
ที่ยื่นถอดถอนไม่ใช่แปรว่าพันธมิตรทำถูกที่ไปปิดล้อมสภา เพียงแต่สมชายผิดกว่าหลายเท่าที่แก้ไขปัญหาอย่างจงใจทำให้เกิดความเสียหายอย่างร้ายแรง

ต้นเหตุ 7 ตุลาที่แท้จริงมีที่มาดังนี้

หลังจากสมัครพ้นตำแหน่งนายก ได้สมชายมาแทน มีการยกเลิก พรบ ในสถานการณ์ฉุกเฉิน มีการต่อสายคุยกันระหว่างรัฐบาลใหม่กับกลุ่มพันธมิตรโดยมี บิ๊กจิ๊วเป็นตัวกลางเพื่อหาทางออกร่วมกัน บิ๊กจิ๋วส่ง เสธหมึกมาเป็นตัวแทนเจรจากับจำลอง

ฝ่ายพันธมิตรก็เริ่มผ่อนคลาย ชะล่าใจ ไม่คิดว่าจะถูกหักหลัง ระหว่างนั้นนายชัยวัฒน์ สินสุวงศ์ได้เดินทางกลับไปทำธุระส่วนตัวที่บ้าน ขากลับมาทำเนียบโดนตำรวจดัดหลังมาดักจับที่หน้าทางด่วนดินแดง โดนกระชากลากถูอย่างไม่ให้เกียรติทั้งที่นายชัยวัฒน์เป็นถึงอดีตรัฐมนตรี

เหตุการณ์ที่กำลังคลี่คลายกลายเป็นร้อนฉ่าขึ้นมาอย่างฉับพลัน ทางพันธมิตรประชุมแก้เกม จนในที่สุดได้ข้อสรุปว่าจะต้องนัดชุมนุมใหญ่เพื่อประท้วงรัฐบาล โดยประกาศว่าจะไปที่รัฐสภา เพื่อให้สามารถระดมมวลชนมามากพอที่จะชุมนุมทั้งที่ทำเนียบและสภา พลตรีจำลองเลยจำใจต้องเสียสละตัวเอง โดยเดินออกไปเลือกตั้งผู้ว่ากทม และยอมให้โดนจับ เพื่อให้ประชาชนเห็นว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องสำคัญ จึงต้องออกมากันมากๆ

การชุมนุมรอบทำเนียบเริ่มตั้งแต่คืนวันที่ 6 ตุลา ซึ่งเป็นการชุมนุมโดยสงบอย่างแท้จริง เนื่องจากไม่มีอาวุธ และมีการสั่งห้ามไม่ให้ใครเข้าไปใกล้รั้วสภาโดยเด็ดขาดเพื่อหลีกเลี่ยงการทำผิดกฎหมาย ซึ่งถ้ารัฐบาลสมชายต้องการจะหลีกเลี่ยงความรุนแรง ก็สามารถทำได้ง่ายมากๆ เพียงแค่เปลี่ยนสถานที่แถลงนโยบาย ทางฝั่งพันธมิตรก็ประท้วงเก้อแล้ว

ถึงแม้จะยืนยันใช้ที่ประชุมที่รัฐสภาเหมือนเดิมก็มีวิธีที่จะขับไล่ผู้ชุมนุมโดยใช้มาตราการเบาไปหาหนัก แต่น่าเศร้าที่ความรุนแรงครั้งนี้มีการออกแบบไว้ล่วงหน้าแล้ว โดยมีการเบิกแก้สน้ำตาจากจีนมาเตรียมไว้เพื่อทำร้ายผู้ชุมนุมให้ถึงขั้นพิการหรือเสียชีวิต

จะอ้างว่าไม่รู้คงไม่ได้เพราะตอนเช้าก็มีการบาดเจ็บ แขนขาขาดจำนวนมาก หลังจากนั้นบิ๊กจิ๊วลาออก สมชายต้องรับทราบอยู่แล้ว แต่ยังมีการแถลงนโยบายท่ามกลางกองเลือดอยู่ จนตอนบ่ายทางพันธมิตรกลับมาล้อมสภาอีกครั้ง ก็มีการใช้แก้สน้ำตายิงเมือนเดิม แต่ช่วงนี้เนื่องจากเป็นกลางวันแสกๆ มีสายตาจับจ้องมากจึงเปลี่ยนเป็นแก้สยูเอส จึงไม่มีการแขนขาขาด แต่ก็ผิดวิธีเนื่องจากยิงตรงใส่คนเหมือนเดิม ณ เวลานั้น นั้นมีหน่วยแพทยย์อาสาXXxXพระXXxXจะเข้าไปรับผู้บาดเจ็บออกมา พวกตำรวจก็ยังยิงใส่ไม่หยุด ทั้งคนเจ็บ ทั้งหน่วยแพทย์ก็ยังโดน ไม่รู้ว่าเป็นบ้าอะไรกันไปแล้ว

พอตอนค่ำทางพันธมิตรสั่งให้ถอนกำลังกลับทำเนียบ ซึ่งเป็นช่วงที่เริ่มจะค่ำแล้ว ทุกคนคิดว่าเหตุการณ์เริ่มจะสงบ ระหว่างเดินกลับทำเนียบต้องผ่าน กองบชก ตำรวจนครบาล ตำรวจที่อยู่ด้านหน้าเกิดมีการโต้เถียงกับผู้ชุมนุมที่เดินกลับ คราวนี้อาศัยความมืด ตำรวจไทยถือโอกาสชักแก้สน้ำตาจากจีนออกมายิงอีกครั้ง ยิงตรงใส่คนเหมือนเดิม ทำให้มีคนบาดเจ็บเป็นจำนวนมากยิ่งกว่าช่วงเช้า น้องโบว์ก็ถูกยิงเสียชีวิตตอนช่วงนี้ ภรรยาของเฮียซำก็ถูกยิงกะโหลกแหว่ง ตอนแรกคิดว่าจะตามน้องโบว์ไปแล้ว แต่แกก็รอดมาได้ โดยต้องเป็นภาระให้คนที่อยู่ด้านหลังคือเฮียและ ลูกๆต้องคอยดูแลไปตลอดชีวิต

นี่หรือคือการสลายการชุมนุมอย่างถูกต้อง ถ้าเหตุการณ์รุนแรงขนาดนั้นจริง ทำไมไม่มีตำรวจเสียชีวิต หรือพิการแม้แต่คนเดียว

วันนั้นไม่มี พรก ฉุกเฉินรองรับด้วย เชื่อว่าเจ้าหน้าที่คงหนีคุกตาราง และกรรมไม่พ้นแน่

ผมกล้ายืนยันว่าว่าเหตุการณ์ 7 ตุลา 51 เป็นการตั้งใจทำร้ายประชาชนไม่ใช่การควบคุมฝูงชน เพื่อ ผลลัพท์ 2 ประการ

1 เพื่อให้พันธมิตรเกิดความกลัวและสลายตัว ไม่กล้ามาชุมนุม แล้วรัฐบาลก็เดินหน้าแก้รัฐธรรมนูญได้

2 ถ้าไม่กลัว ก็อาจโกรธแค้นอย่างสุดขีด แล้วก่อการจลาจล เผาบ้าน เผาเมือง ทางการจะอ้างเหตุในการปราบปรามอย่างรุนแรง แล้วรัฐบาลก็เดินหน้าแก้รัฐธรรมนูญได้สำเร็จ

แต่คนคำนวณ มิสู้ฟ้าลิขิต พธม ไม่ทั้งสองอย่าง แต่กลับประท้วงไม่เลิก จนศาลรัฐธรรมนูญต้องตัดสินยุบพรรคทั้ง 3 เพื่อคลายปัญหา

ไอ้เหลี่ยม และลูกสมุนใกล้ชิดจึงเข้าตาจนอย่างไม่คาดคิดมาก่อน งานนี้พวกตำหนวดรอรับกรรมแล้วกัน เพราะพ่อชายตัวดีเขาไม่รับว่าเป็นคนสั่ง จำไว้ทีหลังอย่าทำเกินหน้าที่ ยอมโดนย้าย ดีกว่าติดคุกนะจะบอกให้
งานนี้ผิดเต็มประตู ยังไงก้ต้องมีคนเข้าคุกหลายคน โดยเฉพาะคนที่อนุมัติให้เบิกแก้สน้ำตาจากจีน

เอาของหมดอายุมาใช้กับคนที่จ่ายภาษีให้พวกเอ็ง เลวไร้ที่ติจริงๆ นี่แหละคือบ่อเกิดที่ทำให้คนเคียดแค้น และในที่สุดจะนำไปสู่สงครามกลางเมือง ตำรวจชั่วจะทำให้กรุงเทพเป็น 3 จังหวัดภาคใต้
แสดงความคิดเห็น
ชื่อ:
อีเมล์:
 
หัวข้อ:
กรุณาใส่ anti-spam code

3.26 Copyright (C) 2008 Compojoom.com / Copyright (C) 2007 Alain Georgette / Copyright (C) 2006 Frantisek Hliva. All rights reserved."