|
|||
| 'วุฒิสภา'เสียงข้างมาก! ไม่ถอดน้องเขยทักษิณ 'แดง'เฮลั่น'กลางสภาฯ' คิวเชือดนพดลต่อศุกร์นี้ |
|
วันที่ 9 มี.ค.2553 ที่รัฐสภา เมื่อเวลา 09.30 น. นายประสพสุข บุญเดช ประธานวุฒิสภา ให้สมภาษณ์ก่อนการประชุมวุฒิสภาเพื่อลงมติถอดถอนนายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ นายกรัฐมนตรีออกจากตำแหน่งตามรัฐธรรมนูญมาตรา 273 ว่า จะถอดถอนได้ต้องมีเสียงสนับสนุนเกิน 90 เสียงขึ้นไป หากไม่ถึงก็ถอดถอนไม่ได้ และวุฒิสภาจะแจ้งผลการประชุมให้คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ(ป.ป.ช.) ต่อไป ซึ่งหากผลการลงคะแนนให้ถอดถอนจะมีผลบังคับทันที ซึ่งนายสมชายจะถูกตัดสิทธิทางการเมือง 5 ปี เมื่อถามว่ามีข่าวส.ว.บางส่วนไม่เห็นด้วยกับการถอดถอนอาจจะวอล์กเอาท์ นายประสพสุขกล่าวว่า ไม่คิดว่าจะมีส.ว.วอล์กเอาท์ เพราะกระบวนการถอดถอนต้องดำเนินไป ไม่สามารถเลื่อนการลงมติได้ ยังไม่ทราบข่าวว่าจะมีการวอล์กเอาท์ แต่ถ้าองค์ประชุมไม่ครบอาจต้องนัดประชุมใหม่ จนกว่าจะครบองค์ประชุม “หากคะแนนถอดถอนไม่ถึง 90 เสียง ไม่ถือว่าวุฒิสภาหน้าแตก แต่คนที่หน้าแตกคือฝ่ายที่เสนอให้ถอดถอน สำหรับการชุมนุมกดดันของกลุ่มพันธมิตรฯและกลุ่มนปช.คงไม่มีปัญหาอะไร ไม่มีใครมากดดันวุฒิสภาได้ วุฒิสภาทำหน้าที่โดยสุจริตและเป็นกลาง ทำตามหน้าที่ ทุกคนต้องเชื่อในความถูกต้องและมีเหตุมีผล ขณะที่น.ส.รสนา โตสิตระกูล ส.ว.กทม. กลุ่ม 40 ส.ว. กล่าวว่า ถือเป็นวันประวัติศาสตร์การเมือง เพราะที่ผ่านมาไม่เคยประสบความสำเร็จเลย วันนี้จะทำให้สังคมรับรู้ว่าแม้ผู้ที่ยื่นถอดถอนจะพ้นจากตำแหน่งไปแล้ว ก็ไม่พ้นความรับผิดกระบวนการยังต้องดำเนินการต่อไป ซึ่งในที่ประชุมวุฒิสภามีการถกเถียงกันมากว่าควรดำเนินการต่อไปหรือไม่ แต่เรื่องนี้เป็นกระบวนการลงโทษทางการเมือง ที่จะมีการตัดสิทธิ์ทางการเมืองตามมา 5 ปี เพราะหากไม่มีมาตรการนี้ต่อรัฐธรรมนูญมาตรานี้ต้องเป็นหมัน และรัฐมนตรีจะไม่กลัวการถูกถอดถอนอีก วันนี้ถือเป็นการสร้างบรรทัดฐานการเมือง เมื่อถามว่ามีการวิจารณ์ว่าเป็นการจ้องทำลายล้างกัน น.ส.รสนากล่าวว่า เป็นกระบวนการทางการเมืองที่จะทำให้รัฐมนตรีระมัดระวังการทำหน้าที่มากขึ้น เพราะสิ่งที่นักการเมืองกลัวที่สุดไม่ใช่การพ้นจากหน้าที่ เป็นกลัวถูกตัดสิทธิ์ และเป็นการทำความสะอาดทางการเมือง เมื่อถามว่ามีกระแสข่าวกลุ่มส.ว.ที่ไม่เห็นด้วยอาจวอล์กเอาท์ น.ส.รสนากล่าวว่า ไม่ควรวอล์กเอาท์ ส.ว.ควรมีวุฒิภาวะ ต้องนำข้อกล่าวหาและคำแก้ข้อกล่าวหามาชั่งน้ำหนัก แล้วตัดสินใจโดยปราศจากอคติ จากความรัก ความหลง ความชอบ จะโหวตอย่างไรเป็นสิทธิ์ของส.ว.แต่ละคน วุฒิมีมติ ไม่ถอดถอน “สมชาย วงศ์สวัสดิ์”ด้วยคะแนน 76-49 เสื้อแดงเฮลั่น หลังวุฒิสภาฯลงมติไม่ยื่นถอดถอน “สมชาย” ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระหว่างที่มีการนับคะแนนและเสียงส่วนใหญ่เห็นว่าไม่ควรยื่นถอดถอนนายสมชาย ทำให้มีเสียงเฮจากกลุ่มเสื้อแดงเป็นระยะๆ และเมื่อที่ประชุมวุฒิสภามีมติไม่ยื่นถอดถอน กลุ่มคนเสื้อแดงก็เฮลั่นพร้อมทั้งปรบมือเห็นด้วยกับมติดังกล่าว จากนั้นก็ได้แยกย้ายกันกลับ “สมชาย” แถลงขอบคุณ 76 ส.ว. วอน อสส.-ปปช.ยกเลิกดำเนินคดีอาญา ที่พรรคเพื่อไทยนายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ อดีตนายกรัฐมนตรี พร้อมด้วยนายสุขุมพงศ์ โง่นคำ อดีตรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และนายพิชิต ชื่นบาน ที่ปรึกษากฎหมาย ร่วมแถลงภายหลังวุฒิสภามีมติไม่ถอดถอนออกจากตำแหน่งด้วยข้อหาการสั่งสลายม็อบ 7 ตุลาคม ด้วยคะแนน 76 ต่อ 49ว่า ตนขอขอบคุณคะแนนวุฒิสภา 76 ท่านที่ได้ให้ความเป็นธรรมกับตน ซึ่งทำให้เห็นว่าวุฒิสภายังสามารถเป็นที่พึ่งให้กับประชาชนชาวไทยต่อไป ส่วนเสียงข้างน้อยนั้นตนก็ให้ความเคารพ แต่ขอยืนยันว่าระหว่างที่อยู่ในตำแหน่งนายกรัฐมนตรีนั้น ตนบริหารราชการแผ่นดินตามตัวบทของกฎหมายทุกประการ ดังนั้นการที่ส.ว.ลงมติไม่ถอดถอนตนถือเป็นสิ่งยืนยันว่าตนไม่ได้กระทำความผิดตามที่ถูกกล่าวหา ทั้งนี้ขอเรียกร้องให้รัฐบาลดำเนินการทางกฎหมายกับผู้กระทำผิดทุกฝ่ายด้วยมาตรฐานเดียวกัน ด้านนายสุขุมพงศ์ กล่าวว่า กรณีของนายสมชาย ยังมีคดีชี้มูลทางอาญาและอยู่ระหว่างการพิจารณาร่วมกันของคณะทำงานของอัยการสูงสุดและป.ป.ช. ดังนั้นเมื่อวุฒิสภาได้วินิจฉัยประเด็นนี้ขอความกรุณาทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องได้ให้ความกรุณากับนายสมชายที่จะดำเนินคดีทางอาญาต่อไปด้วย พธม.เล็งหารือหลังส.ว.เมินถอดชาย ที่บ้านพระอาทิตย์ นายสุริยะใส กะตะศิลา ผู้ประสานงานพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย กล่าวถึงกรณีที่ ส.ว.เสียงส่วนใหญ่มีมติไม่ถอดถอนนายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ ออกจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ภายหลังที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ชี้มูลความผิดในคดีสลายการชุมนุมหน้ารัฐสภาเมื่อวันที่ 7 ตุลาคม 2551 ด้วยคะแนน 76 ต่อ 49 เสียงว่า กกลุ่มพันธมิตรฯ จะมีการหารือกันว่าจะสามารถดำเนินการได้อย่างไรบ้าง ออกแถลงการณ์ฉบับที่ 4 จะไม่เคลื่อนไหวขณะแดงชุมนุม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า แกนนำพันธมิตรฯ รุ่น 1 และ รุ่น 2 ประกอบด้วย พล.ต.จำลอง ศรีเมือง นายสมเกียรติ พงษ์ไพบูลย์ นายภิภพ ธงไชย นายศิริชัย ไม้งาม และนายสุริยะใส กะตะศิลา ผู้ประสานงาน ร่วมกันแถลงข่าวว่า พันธมิตรฯ รุ่น 1 และ 2 ได้ร่วมกันหารือเกี่ยวกับสถานการณ์การเมือง ก่อนที่จะมีมติแถลงการณ์ร่วมฉบับที่ 4/2553 "รวมพลังแผ่นดินหยุดภัยคุกคามประเทศไทย " โดยมีเนื้อหาบางส่วนระบุว่า พันธมิตรฯ ร่วมวิเคราะห์ สถานการณ์การเมืองไทย โดยเฉพาะการไม่ยอมรับความผิดของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร และอดีตกรรมการบริหารพรรคไทยรักไทย 111 ซึ่งการเคลื่อนไหวของระบอบทักษิณตลอด 4 ปีที่ผ่านมา ได้ยกระดับเป้าหมายการต่อสู้ จากการต่อต้านรัฐประหาร ไปสู่การคุกคามสถาบันองคมนตรี จาบจ้วงสถาบันเบื้องสูง ดังนั้น พฤติกรรมของ พ.ต.ท.ทักษิณ แกนนำนปช. และพรรคเพื่อไทยที่ร่วมเกณฑ์คนมาชุมนุมจึงเข้าข่ายละเมิดรัฐธรรมนูญ มาตรา 68 เข้าข่ายเป็นกบฎในราชอาณาจักร ล้มล้างระบอบการปกครองเป็นภัยต่อความมั่นคง พันธมิตรฯ ขอเรียกร้องพลังแผ่นดินทุกภาคส่วน ร่วมกันนำพาสังคมไทยให้พ้นจากวิกฤติการณ์และความรุนแรง โดยข้อ 1.รัฐบาลจะต้องบังคับใช้กฎหมายอย่างเต็มที่ เพื่อป้องปราบความรุนแรงทุกรูปแบบ 2.ภาคประชาชนของสังคมจะต้องไม่ตกเป็นเหยื่อของการปิดเบือนข้อมูลข่าวสาร ไม่สนับสนุนความรุนแรงทุกรูปแบบ และ 3.พันธมิตรฯ จะไม่มีการเคลื่อนไหวใดๆ ในเวลาดังกล่าว แต่ทุกคนรวมทั้งประชาชนผู้รักชาติ จะตั้งมั่นอยู่ในที่ตั้ง ติดตามสถานการณ์ เตรียมพร้อมเคลื่อนไหวทันทีตลอดเวลา โดยให้รอคำประกาศต่อ ![]()
Powered by !JoomlaComment 3.26
3.26 Copyright (C) 2008 Compojoom.com / Copyright (C) 2007 Alain Georgette / Copyright (C) 2006 Frantisek Hliva. All rights reserved." |
||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||




“ประสพสุข”ปัดข่าวส.ว.วอล์กเอาท์คัดค้านลงมติถอด“สมชาย” พ้นนายกฯ “รสนา”ติงส.ว.ต้องมีวุฒิภาวะ ลั่นต้องสร้างบรรทัดฐานการเมืองใหม่
