|
วันเสาร์ที่ 12 กันยายน 2009 เวลา 16:19 น. |
|
|
|
|
บุก'สี่เสา'เลิก'เที่ยงคืน' เกินแสน-เล็งบุก'ปปช.' แดงมุ่งสถาปนารัฐใหม่ แม้วสั่งปรับใช้รูป'คกก.' |
|
“จตุพร” ปูดบ้านพักแม่ทัพภาคที่ 1 ถูกรื้อถอน กังขานายกฯ รู้เห็นเป็นใจทำลายหลักฐาน “พลทหารอภินพ” ตายคาบ้านพัก ยืนยันชุมนุม 19 ก.ย.เลิกเที่ยงคืนหากไม่มีเหตุรุนแรง ย้ำไม่เข้าทำเนียบ พร้อมทดสอบกำลังตำรวจดูแล ป.ป.ช."วีระ" ปลุกแดงสถาปนารัฐใหม่ "แม้ว" สั่งปรับขบวนการทำงานเสื้อแดงเป็นรูปแบบคณะกรรมการ ไม่ใช่ 3 เกลอนำขบวน ลบภาพใช้ความรุนแรง
วันที่ 12 ก.ย.2552 เวลา 10.00 น. ที่ห้องแกรนด์บอลบูลฮออล์ ชั้น 6 ห้างอิมพีเรียลเวิลด์ ลาดพร้าว นายจตุพร พรหมพันธุ์ ส.ส.สัดส่วน พรรคเพื่อไทย แกนนำกลุ่มคนเสื้อแดง ให้สัมภาษณ์ว่าขณะนี้ตนได้รับทราบข่าวจากนายทหารที่อยู่ในบริเวณบ้านพักแม่ทัพภาคที่ 1ว่า ได้มีการทุบบ้านที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี เข้าไปพักอาศัยช่วงเหตุการณ์เดือนเมษายนที่ผ่านมา และมีพลทหารอภินพ เครือสุข ทหารรับใช้แม่ทัพภาคที่ 1 เสียชีวิตนั้น บ้านหลังดังกล่าวได้ถูกทุบทิ้งทำลาย ไม่ให้เหลือร่องรอยหลักฐานใดๆ เหลือเพียงซากหินทั้งๆ ที่ได้รับการตกแต่งใหม่ก่อนที่นายกรัฐมนตรีจะเข้าไปพักบ้านหลังนั้น ถือว่าเป็นหลักฐานหนึ่ง ในขณะที่บ้านเมืองมีกระบวนการยุติธรรมจริงๆ จะต้องมีการตรวจสอบ ตนจึงขอตั้งข้อสังเกตว่านายอภิสิทธิ์ รู้เห็นกับการทำลายหลักฐานชิ้นนี้หรือไม่ และมีเหตุผลใดที่ต้องทุบบ้านดังกล่าวทิ้ง
นายจตุพร ยังได้กล่าวถึงเหตุการณ์ปาระเบิดบ้านพักของนายวิชา มหาคุณ กรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.)ว่า บ้านหลังนั้นเป็นบ้านที่นายวิชาได้ขายให้กับอ.ราชภัฏไปแล้ว แสดงว่านายวิชาไม่ได้อยู่บ้านและไม่ได้เป็นเจ้าของบ้านหลังนั้นแล้ว ดังนั้นการปาระเบิดเข้าไปในบ้านหลังนั้นจึงไม่ได้เกี่ยวข้องกับนายวิชา แต่พฤติกรรมของนายวิชาที่วางตัวไม่เหมาะสมกับการเป็นองค์กรที่ต้องตรวจสอบคนอื่น และเมื่อเกิดเหตุการณ์ขึ้นนายวิชาก็บอกว่าเรื่องนี้เกี่ยวข้องกับทางการเมือง เพราะตัวเองไปยุ่งเกี่ยวกับคดีสลายม็อบ 7 ตุลาคม 2550และสนามกอล์ฟอัลไพน์ เท่ากับเป็นการไปทำร้ายใส่ร้ายลงโทษทั้งนายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ อดีตนายกรัฐมนตรี พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ อดีตรองนายกรัฐมนตรี พล. ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ ผบ.ตร.และ พล.ต.ท.สุชาติ เหมือนแก้ว อีกครั้งหนึ่ง คนที่เป็น ป.ป.ช.จะต้องตั้งหลัก อุตส่าห์เป็นถึงอดีตรองประธานศาลฎีกาแทนที่จะรอผลการสืบสวนสอบสวนจากตำรวจ ก่อน กลับมาตัดสินพิพากษาเลยว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเพราะตัวเองไปตัดสินคดี 7 ตุลาและสนามกอล์ฟอัลไพน์
“พฤติกรรมส่วนตัวไม่เหมาะสม หากคนที่ขว้างระเบิดมีความประสงค์ชีวิตอย่างที่นายวิชา พูดว่ามีคนจะมาเด็ดหัวจะไปเด็ดหัวในบ้านที่ขายแล้วได้อย่างไร ผมอยากจะบอกนายวิชาว่า ค่าหัวของคนในเรื่องนี้คือการกระทำในสิ่งที่ถูกต้องคนที่ทำผิดมาเขาเสียหัว กันทั้งนั้น หากตัดสินด้วยความชอบธรรมจะไปกลัวอะไร หรือป.ป.ช.จะใช้วิธีการเดียวกับศาลรัฐธรรมนูญที่มีบอดี้การ์ดคอยดูแล ขนาดศาลที่ตัดสินพิพากษานักโทษประหารชีวิตมาจำนวนมาก ยังไม่ต้องการกำลังมาอารักขาเลย แต่ละคนมีเบื้องหลังสลับซับซ้อนกันทั้งสิ้น ขอให้จับตาดูความเคลื่อนไหวของรัฐบาลให้ดี เพราะขณะนี้บางคนมาถึงจุดของคำว่าสุดทนแล้ว” นายจตุพร กล่าว
นายจตุพร กล่าวต่อว่า วันนี้ตนอยากให้ติดตามสถานการณ์ของบ้านเมืองหลายเรื่อง เช่น การพิจารณาคดีกล้ายางในวันที่ 21 ก.ย.นี้ ถ้าเป็นไปตามข่าวลือที่บอกว่าคดีจะหลุดด้วยเสียง 8 ต่อ 1 คดีการตัดสินของ ป.ป.ช.เรื่องแถลงการณ์ร่วมเขาพระวิหาร ในวันที่ 22 ก.ย.การตัดสินคดีหวยบนดิน ในวันที่ 30 ก.ย.แต่ตนดูเส้นทางแล้วว่าสถานการณ์อาจไม่ถึงวันที่ 30 ก.ย.เพราะเหตุการณ์ความขัดแย้งรุนแรงภายในรัฐบาลมีปัญหารุนแรงมากขอให้ประชาชนติดตามสถานการณ์ให้ดีๆ ไม่ว่าการเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดอะไรขึ้นก็ตาม คนเสื้อแดงจะคงยืนยันเรื่องประชาธิปไตยและไม่ต้องการให้การชุมนุมในวันที่ 19 ก.ย.นี้มีใครเข้ามายุ่งเกี่ยว และถ้ามีมือที่สามก็ต้องถามนายอภิสิทธิ์ว่าไปประเทศสหรัฐแล้วอยากกลับประเทศไทยหรือไม่ หากไม่สามารถดูแลมือที่สามได้ แล้วใครจะมาดูแลในเมื่อคนเสื้อแดงตกเป็นเหยื่อของสถานการณ์ เพราะขณะนี้สถานการณ์ยืนกันคนละมุม 3 มุม และนายอภิสิทธิ์ ก็น่าจะรู้ว่าไปทำอะไรกับใครไว้บ้าง
นายจตุพร กล่าวว่า นอกจากนั้นวันที่ 14 ก.ย.นี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจมีการประชุมเรื่องคดีลอบสังหารนายสนธิ ลิ้มทองกุล แกนนำกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย หากเป็นไปตามข่าวที่ว่าจะมีการพุ่งเป้าไปที่พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ที่จะนำพาไปสู่การเปลี่ยนแปลงตำแหน่งรมว.กลาโหม จะทำให้เห็นว่าการย้าย พล.ต.อ.พัชรวาท จนเป็นเหตุให้ พล.ต.อ.พัชรวาทลาออก เป็นเพียงจิ๊กซอร์หนึ่งเท่านั้น และตนเชื่อว่า พล.อ.ประวิตร ก็ทราบเรื่องนี้ เพราะหลายคน มีความรู้สึกว่านายกรัฐมนตรีที่อุ้มมานี่ใช้มือตบหัวทีละคน
นายจตุพร กล่าวถึงการชุมนุมวันที่ 19 ก.ย.นี้ว่า ในวันดังกล่าวจะมีคนมาร่วมชุมนุมเกิน 1 แสนคน โดยจะเต็มพื้นที่ลานพระบรมรูปทรงม้าและล้นไปถึงบ้านสี่เสาเทเวศร์ ขณะนี้มีอดีตเพื่อนตำรวจเสนอแนะให้กลุ่มผู้ชุมนุมเคลื่อนไปที่หน้าสำนักงาน ป.ป.ช.ด้วย เพื่อจะได้ทดสอบว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจหรือเจ้าหน้าที่ ป.ป.ช.จะใช้วิธีการป้องกันสำนักงาน ป.ป.ช.กันอย่างไร ทางกลุ่มเสื้อแดงกำลังหารืออยู่ว่าจะเห็นด้วยกับข้อเสนอนี้หรือไม่ อย่างไรก็ตามในการชุมนุมดังกล่าวจะไม่มีการดาวกระจายไปยังพื้นที่อื่นๆ เพราะประชาชนจะมาชุมนุมเป็นจำนวนมากจนเต็มพื้นที่โดยอัตโนมัติ และยืนยันว่าจะไม่มีการเคลื่อนขบวนไปปิดล้อมทำเนียบรัฐบาล เพราะถึงคนเสื้อแดงจะไปทำเนียบเราก็ไม่เข้าไปภายใน และนายอภิสิทธิ์ก็ไม่อยู่ไปสหรัฐอเมริกา นอกจากนั้นเชื่อด้วยว่าวันนั้น พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรี ก็ไม่อยู่ในบ้านพักเช่นเดียวกัน ดังนั้นเราจะชุมนุมถึงเวลา 24.00 น.เท่านั้น แต่เราต้องไปถึงบ้าน พล.อ.เปรม เพื่อเป็นสัญลักษณ์ว่าเบื้องหลังการทำรัฐประหารคือ พล.อ.เปรม ในขณะที่ พล.อ.สนธิ บุญรัตกลิน เป็นเพียงหัวหน้าคณะรัฐประหารรับจ้างเท่านั้น
ผู้สื่อข่าวถามว่า หากรัฐบาลประกาศใช้ พ.ร.บ.ความมั่นคงฯ จะส่งผลต่อการชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดงหรือไม่ นายจตุพร กล่าวว่า เราจะมีการตั้งกล้องวงจรปิดทุกมุมและหากมีความรุนแรงอะไรเกิดขึ้น ในวันรุ่งขึ้นเราจะไปร้องที่ ป.ป.ช.ตราบใดที่ยังมีรัฐธรรมนูญมาตรา 63 เรื่องสิทธิการชุมนุมโดยสงบปราศจากอาวุธบังคับใช้อยู่เราก็สามารถชุมนุมได้ตามรัฐธรรมนูญ และจะให้ตรวจอาวุธคนเสื้อแดงทุกคนรัฐธรรมนูญเหนือกว่า พ.ร.บ.ความมั่นคงฯ ยืนยันว่าถึงแม้ว่ารัฐบาลจะประกาศใช้ พ.ร.บ.ความมั่นคงฯ การชุมนุมวันที่ 19 ก.ย.ไม่มีการเปลี่ยนแปลง เพราะเป็นวันครบรอบ 3 ปี ของการรัฐประหาร รัฐบาลจะไปประกาศใช้ พ.ร.บ.ความมั่นคงฯ ด้วยเรื่องอะไร และมั่นใจหรือว่าครั้งนี้จะมีคนไปเสี่ยงตายกับรัฐบาล
เสื้อแดงปลุกกระแสสร้างประวัติศาสตร์ทางการเมืองหน้าใหม่ด้วยการสถาปนารัฐใหม่
ที่ห้องแกรนด์บอลรูมฮอลล์ ห้างอิมพีเรียลเวิลด์ลาดพร้าว ชั้น 6 นายวีระ มุสิกพงศ์ แกนนำคนเสื้อแดง ในฐานะประธานคณะกรรมการบริหารโรงเรียนผู้ปฎิบัติงานนปช. “แดงทั้งแผ่นดิน” เปิดโครงการโรงเรียนผู้ปฎิบัติงานนปช. “แดงทั้งแผ่นดิน” ครั้งที่ 1 ที่จัดขึ้นเพื่ออบรมแกนนำคนเสื้อแดงในพื้นที่กรุงเทพฯและปริมณฑล จำนวน 1,000 คน โดยนายวีระ กล่าวเปิดงานว่า แม้โรงเรียนผู้ปฎิบัติงานนปช.จะเป็นเพียงสถาบันการศึกษาแห่งหนึ่งแต่จะมีความหมายมากไปกว่าสถาบันอุดมศึกษาที่สอนตามหลักสูตรธรรมดาในประเทศ เนื่องจากโรงเรียนดังกล่าวจะอบรมให้ผู้เข้าร่วมหลักสูตรเป็นผู้นำในพื้นที่ของตัวเองต่อไป กิจกรรมที่คนเสื้อแดงจัดขึ้นในครั้งนี้สร้างความหวั่นไหวให้เกิดขึ้นกับกลุ่มที่เป็นปฎิปักษ์ของคนเสื้อแดงเป็นอย่างมาก เพราะศัตรูรู้ดีว่าคนเสื้อแดงกำลังจะยกระดับคุณภาพขึ้นอีกขั้นหนึ่งซึ่งสามารถที่จะเปลี่ยนแปลงบ้านเมืองได้
นายวีระ กล่าวว่า หากย้อนเวลากลับไปในช่วง 19 กันยายน จะเห็นได้ว่าประเทศไทยได้ถอยหลังกลับเข้าไปสู้ระบอบเผด็จการไร้ทั้งหลักนิติรัฐและนิติธรรม จนทำให้ประเทศสูญเสียสถานะระหว่างประเทศที่เคยได้รับการยอมรับ รวมไปถึงความขัดแย้งในบ้านเมืองที่นับวันจะขยายวงกว้างมากยิ่งขึ้น จนดูเหมือนว่าระยะ 3 ปีที่ผ่านมา รัฐไทยได้ตายไปแล้ว เราเคยมีรัฐธรรมนูญที่เป็นประชาธิปไตย มีหลักกฎหมายที่สังคมยอมรับ แต่วันนี้ถูกทลายไป รวมถึงเศรษฐกิจก็พังพาบ ประชาชนคนไทยเกิดความแตกแยกดังนั้นแนวทางของคนเสื้อแดงจะต้องสถาปนารัฐใหม่ขึ้น โดยรัฐใหม่ที่จะถูกสร้างขึ้นนั้นจะปกครองด้วยระบอบประชาธิปัตย์ ที่มีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข และมีหลักกฎหมายที่เป็นไปตามหลักนิติรัฐและสอดคล้องกับหลักนิติธรรม ขอให้คนเสื้อแดงทุดคนจงเสียสละเพื่อรัฐไทยใหม่
นายวีระ กล่าวว่า หากเรื่องนี้หลุดมือคนเสื้อแดงไป บ้านเมืองก็จะจมดิ่งไปสู้ภาวะหลุมดำทางการเมือง และอาจกลับกลายเป็นรัฐบาลเผด็จการอย่างหนักเหมือนประเทศพม่า ดังนั้นคนที่เข้าอบรมวันนี้จะเป็นผู้บุกเบิกทำตัวให้พร้อมกับสถานการณ์ก่อน ที่จะกลับสู่ท้องถิ่น เป็นครูเผยแพร่ความรู้ที่ได้รับในครั้งนี้ต่อไป อย่างไรก็ตามอย่าเพิ่งถามตนว่าคนเสื้อแดงจะได้รับชัยชนะวันไหน เพราะเป็นสิ่งที่ทุกคนรู้อยู่ในใจแล้วและเรื่องนี้จะกลายเป็นประวัติศาสตร์ประชาธิปไตยหน้าใหม่
ด้านนายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ แกนนำคนเสื้อแดง กล่าวบรรยายในหัวข้อ “ระบอบประชาธิปไตยในประเทศไทย” ตอนหนึ่งว่า ประเทศไทยปกครองด้วยระบบ 3เสาคือนิติบัญญัติ บริหาร และตุลาการ โดยแต่สิ่งที่ผิดเพี้ยนอยู่บ้างคือตุลาการที่ไม่มีความยึดโยงจากประชาชน ด้วยเหตุที่ตุลาการไม่ได้มาจากประชาชนทำให้เกิดปรากฎการณ์พิสดารหลายอย่างในขณะนี้ ซึ่งถึงเวลาแล้วที่คนเสื้อแดงจะทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงเพื่อให้บ้านเมืองมีความเป็นประชาธิปไตยมากยิ่งขึ้น
“ทักษิณ”โพสต์ทวิตเตอร์อีกรอบ บอกการเมืองไทยกำลังวุ่น
สำหรับความเคลื่อนไหวของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ผู้สื่อข่าวรายงานว่าเมื่อวันที่ 12 ก.ย.พ.ต.ท.ทักษิณ ได้โพสต์ข้อความลงในทวิตเตอร์ส่วนตัวอีกครั้ง หลังจากที่หายหน้าไประยะหนึ่ง โดย พ.ต.ท.ทักษิณ ได้โพสต์ข้อความว่า " ขอโทษครับที่หายไป ช่วงนี้ยุ่งมาก มีพวกมาเยี่ยมจากเมืองไทย แต่ก็มีอาหารไทยให้ทานมากมาย เช่น ก๋วยเตี๋ยวสุโขทัย อร่อยมากครับ ทราบว่าการเมืองเราก็วุ่น ๆ"
สั่งปรับยุทธศาสตร์เคลื่อนกำลังเป็นระบบ กำหนดทิศทางด้วยรูปแบบกรรมการ นายนิสิต สินธุไพร อดีตกรรมการบริหารพรรคพลังประชาชน ในฐานะผอ.โรงเรียนนปช.“แดงทั้งแผ่นดิน” ให้สัมภาษณ์ถึงสาเหตุการตั้งโรงเรียนนปช.ว่า ตนได้ปรึกษาพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีถึงแนวนโยบายการตั้งโรงเรียนดังกล่าวแล้ว โดยพ.ต.ทักษิณ ระบุว่าเป็นแนวคิดที่ดีทั้งตน นพ.เหวง นายจรัล นายวิสา และนายชินวัตร หาบุญพาด ประธานชมรมวิทยุชุมชนคนรักแท็กซี่ จึงร่วมกันร่างหลักสูตรดังกล่าวขึ้นเพื่อสร้างเครือข่ายทั้งประเทศ โดยยึดแนวสู้แบบสันติ เพราะที่ผ่านมาการต่อสู้ของคนเสื้อแดงมีภาพลักษณ์เรื่องการต่อสู้ที่รุนแรง ซึ่งทำให้สังคมไม่ยอมรับ ดังนั้นจากนี้ไปคนเสื้อแดงจะขับเคลื่อนการเมืองอย่างเป็นระบบมากยิ่งขึ้น นอกจากนั้นยังได้หารือกับพ.ต.ท.ทักษิณด้วยว่า นปช.เป็นองค์กรที่เป็นการระดมความคิดทางการเมือง ดังนั้นไม่สมควรที่จะกำหนดทิศทางเพียงคน 3 คน คือนายจตุพร นายณัฐวุฒิ และนายวีระ เท่านั้นดังนั้นจากนี้ต่อไปการขับเคลื่อนของคนเสื้อแดงจะมีการประเมิน สถานการณ์และกำหนดยุทธศาสตร์โดยคณะกรรมการหรือแกนนำหมู่จำนวน 20-30 คน ที่จะเป็นคนลงมติกำหนดการเคลื่อนไหวอีกครั้งหนึ่งและการชุมนุมในวันที่ 19 ก.ย.นี้ถือว่าเป็นการวัดพลังมวลชนที่มีอยู่ อย่างไรก็ตามแม้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นเชื่อว่าจะไม่เกิดการรัฐประหารขึ้น เนื่องจากกลุ่มบุคคลที่อุ้มชูและคอยชักใยนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรีไม่พร้อมที่จะให้มีการเลือกตั้งครั้งใหม่
 |
คอมเมนต์คอมเมนต์
ไหนล่ะ คลิปนายกรัฐมนตร ีไม่อยู่บนรถคัน นั้น
ไหนล่ะ คลิปเสียงนายกรั ฐมนตรีฉบัยเต็ม
ติดตามคอมเมนต์นี้ในรูปแบบ RSS feeds