|
|||
| ยักษ์ใหญ่ปะทะคารมกัน มะกันโชว์โผละเมิดสิทธิ ปราบปรามคนที่เห็นต่าง มังกรแถลงโต้กลับทันที |
“ยักษ์ใหญ่” คำรามใส่กัน “พี่เบิ้มมะกัน” เปิดโผประเทศที่ละเมิดสิทธิมนุษยชนหนัก มี “จีน-อิหร่าน-เกาหลีเหนือ-พม่า-รัสเซีย” มีการเหยียดเชื้อชาติ-ใช้กำลังรุนแรงปราบปรามคนเห็นต่าง แต่เจอ “มังกรจีน” ออกแถลงการณ์โต้ทันควัน “วิกฤตซับไพร์ม” ก็กระทบสิทธิคนอื่นเหมือนกัน แต่ไม่เห็นรับผิดชอบบ้างกระทรวงการต่างประเทศของสหรัฐฯ เปิดเผยรายงานสถานการณ์ด้านสิทธิมนุษยชนทั่วโลกประจำปี 2553 เมื่อวันที่ 12 มี.ค.2553 โดยอ้างอิงผลสำรวจเรื่องร้องเรียนและคดีละเมิดสิทธิมนุษยชนจาก 194 ประเทศที่เป็นสมาชิกสหประชาชาติ (UN) ระบุว่า จีน อิหร่าน เกาหลีเหนือ พม่า และรัสเซีย คือประเทศที่มีการละเมิดสิทธิมนุษยชนเข้าขั้นร้ายแรง ได้แก่ การเหยียดเชื้อชาติ การใช้กำลังรุนแรงปราบปรามผู้เห็นต่างจากรัฐบาล รวมถึงการเลือกปฏิบัติ ซึ่งอาจนำไปสู่การก่ออาชญากรรมต่อมวลมนุษยชาติได้ เนื้อหาในรายงานระบุว่า รัฐบาลจีนติดกลุ่มประเทศที่ละเมิดสิทธิมนุษยชนอันดับต้นๆ เพราะใช้กำลังรุนแรงเข้าปราบปรามการจลาจลในมณฑลซินเจียงในปีที่ผ่านมา ทำให้มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บนับร้อยราย ทั้งยังกวาดจับชนกลุ่มน้อยชาวเหวยอู๋ร์ที่ลุกฮือประท้วงรัฐบาล ไปสอบปากคำ โดยไม่มีหมายจับที่ถูกต้องตามกฎหมาย ขณะที่รัฐบาลอิหร่านสั่งให้เจ้าหน้าที่กองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติใช้กำลังสลายการชุมนุมผู้ประท้วงต่อต้านผลการเลือกตั้งประธานาธิบดี ทำให้มีผู้เสียชีวิต บาดเจ็บ และถูกซ้อมอย่างทารุณในเรือนจำ รัฐบาลเกาหลีเหนือ ประเทศเผด็จการคอมมิวนิสต์ ใช้วิธีการโหดร้ายลงโทษผู้ต่อต้านรัฐบาล ขณะที่รัฐบาลรัสเซียใช้กำลังทหารควบคุมพื้นที่ทางตอนเหนือของประเทศเบ็ดเสร็จเพื่อต่อต้านกลุ่มก่อการร้าย แต่หลายครั้งเจ้าหน้าที่รัฐเป็นฝ่ายใช้อำนาจปราบปรามประชาชนรุนแรงเกินกว่าเหตุ ส่วนสถานการณ์ละเมิดสิทธิมนุษยชนในพม่า ได้แก่ การจำคุกนักโทษการเมือง รวมถึงนักต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยคนสำคัญ “นางออง ซาน ซูจี” รวมถึงการใช้กำลังทหารบุกโจมตีชนกลุ่มน้อยในรัฐกะเหรี่ยงและรัฐฉาน ขณะที่ประเทศในแถบทวีปอื่นๆ ที่เข้าข่ายละเมิด สิทธิมนุษยชน ได้แก่ คิวบา เวเนซุเอลา สาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก ไนจีเรีย ซูดาน ปากีสถาน อัฟกานิสถาน อิรัก และศรีลังกา ด้านกระทรวงการต่างประเทศของจีนออกแถลงการณ์ ตอบโต้รายงานของสหรัฐฯทันที โดยระบุว่าการเกิดวิกฤติเศรษฐกิจทั่วโลกในปี 2552 เริ่มจากวิกฤติซับไพรม์ในสหรัฐฯ ทำให้มีผู้ได้รับผลกระทบหลายล้านคนทั่วโลก ถือเป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชนอย่างหนึ่ง แต่รัฐบาลสหรัฐฯก็มิได้แสดงความรับผิดชอบใด นอกจากนี้ องค์กรผู้สื่อข่าวไร้พรมแดนแห่งฝรั่งเศส ยังได้เปิดเผยรายงานสำรวจสถานการณ์ละเมิดสิทธิมนุษยชน และเสรีภาพสื่อในวันเดียวกัน ระบุว่ารัฐบาลทั่วโลกมีแนวโน้มจะใช้อำนาจปราบปรามผู้ต่อต้านรัฐบาลเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะองค์กรพัฒนาเอกชนที่เคลื่อนไหวต่อต้านรัฐ รวมถึงการแทรกแซงและกีดกันมิให้ชนกลุ่มน้อยหรือสื่อทางเลือกในอินเตอร์เน็ต ได้มีโอกาสแสดงความเห็นต่อต้านรัฐบาล ส่วนประเทศที่ติดกลุ่มละเมิดสิทธิสื่อ ได้แก่ อิหร่าน เกาหลีเหนือ เกาหลีใต้ จีน พม่า ซาอุดีอาระเบีย เวียดนาม และออสเตรเลีย ![]()
Powered by !JoomlaComment 3.26
3.26 Copyright (C) 2008 Compojoom.com / Copyright (C) 2007 Alain Georgette / Copyright (C) 2006 Frantisek Hliva. All rights reserved." |




“ยักษ์ใหญ่” คำรามใส่กัน “พี่เบิ้มมะกัน” เปิดโผประเทศที่ละเมิดสิทธิมนุษยชนหนัก มี “จีน-อิหร่าน-เกาหลีเหนือ-พม่า-รัสเซีย” มีการเหยียดเชื้อชาติ-ใช้กำลังรุนแรงปราบปรามคนเห็นต่าง แต่เจอ “มังกรจีน” ออกแถลงการณ์โต้ทันควัน “วิกฤตซับไพร์ม” ก็กระทบสิทธิคนอื่นเหมือนกัน แต่ไม่เห็นรับผิดชอบบ้าง
