ข่าวร้อน!
วันพุธที่ 28 กรกฏาคม 2010 เวลา 16:38 น.    พิมพ์ อีเมล
'มาร์ค'โวออก'นโยบาย' ไม่กระทบฐานะคลังปท. ไม่เน้นการเก็บภาษีเพิ่ม! เพื่อหาเงินทำ'โครงการ'

"มาร์ค" ยันนโยบายเศรษฐกิจของรัฐบาลทุกโครงการไม่กระทบเสถียรภาพของรัฐบาล ไม่พึ่งการเพิ่มภาษีเพื่องบประมาณแผ่นดิน ย้ำธปท.มีอิสระในการทำงาน

วันที่ 28 ก.ค.2553 เวลา 13.50 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล  นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี แถลงภายหลังการประชุม ครม.ถึงการเสนอให้ใช้การปรับโครงสร้างภาษีแล้วลดนโยบายประชานิยมว่า มาตรการเรื่องของการช่วยเหลือประชาชนรัฐบาลนี้เป็นรัฐบาลที่ปรับลดมาตามสถานการณ์ เช่น ค่าน้ำก็ยกเลิก ค่าไฟฟ้าก็ลดลงมาจากที่เกินจากความจำเป็นที่คิดว่าจะต้องช่วยเหลือก็ลดลงมา ทั้งนี้ มาตรการงบประมาณหรือมาตรการภาษีก็เหมือนเป็นเครื่องมือ 2 เครื่องมือ จะไปบอกว่าเครื่องมือใดเครื่องมือหนึ่งดีกว่ากันก็คงไม่ได้ อาทิ คนบางกลุ่มที่เราอยากจะช่วยเหลือ เช่น คนที่อยากจะขึ้นรถไฟชั้น 3 ถ้าลดภาษีก็ไม่เป็นประโยชน์ เพราะเขาอาจจะไม่อยู่ในข่ายที่เสียภาษีอยู่แล้ว ฉะนั้น ตนเข้าใจดีว่าเราดูฐานะการคลังให้สามารถที่จะรับมาตรการต่างๆได้

“ผมยืนยันว่าการตัดสินใจของรัฐบาลชุดนี้ ผมจะดูทุกกรณีว่าสามารถปฏิบัติได้ไม่มีผลกระทบต่อฐานะการคลังของประเทศ ที่สุดก็ต้องเลื่อนตลอดเวลาอยากจะให้มีงบประมาณไปทำอะไรเพิ่มขึ้นก็ต้องคิดถึงว่าจะต้องเอาภาษีสูงขึ้นหรือไม่ การมีภาษีสูงขึ้น ถ้ามาทำวันนี้มีข้อเสียว่าระบบภาษีที่มีระบบภาษีสูงภาษีมากก็ไปกระเทือนเอกชนและบิดเบือนในเศรษฐกิจด้วย แต่เราต้องชั่ง เพราะการบริหารเศรษฐกิจไม่ได้มีเป้าหมายเดียว และไม่ใช่มีเรื่องประสิทธิภาพเรื่องเดียว แต่มีเรื่องความเป็นธรรมด้วย จึงต้องทำเพื่อหาความพอดี ตรงนี้ก็มีความเห็นที่แตกต่าง แต่สิ่งหนึ่งที่ผมยืนยันได้ว่ารัฐบาลนี้ไม่ทำคือการไปเริ่มต้นโครงการมาตรการต่างๆที่กระทบกระเทือนเสถียรภาพทางการคลัง”นายอภิสิทธิ์ กล่าว

นายกรัฐมนตรี กล่าวอีกว่าจะเห็นได้ว่าเฉพาะปีครึ่งที่ผ่านมา ความจำเป็นการที่จะต้องกู้เงินก็หายไปตั้ง 4 แสนล้านบาท ส่วนที่เดิมกังวลว่าปีนี้จะขาดดุลเท่าไรนั้น ปรากฎว่าขาดดุลน้อยกว่าเดิมไป 2-3 แสนล้านบาท ขณะที่รายได้ที่เข้าประเทศก็เข้ามาเกินเป้าหมาย ดังนั้น ทุกอย่างในขณะนี้ไม่ได้มีปัญหาเรื่องเสถียรภาพทางด้านการคลัง สำหรับด้านการเงินนั้น ธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.)มีอิสระในการทำงาน ถ้าดอกเบี้ยจำเป็นจะต้องขยับขึ้น เขาก็ขยับขึ้นไปแล้ว ดังนั้น ตนยังมองไม่เห็นว่าขณะนี้มีปัญหาเรื่องผลกระทบในเชิงเสถียรภาพทางการเงินการคลัง

เมื่อถามว่ามีการส่งออกมากไปหรือไม่ ต้องขยายตัวทางภาคบริการมากขึ้นหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า นั่นก็เป็นอีกประเด็น ซึ่งขณะนี้ก็พันมาถึงเรื่องของการปฏิรูปที่เรากำลังดูกันอยู่ โดยเฉพาะในเรื่องของปัญหาของค่าแรงที่พูดไปหลายครั้งแล้ว ก็จะมาเกี่ยวข้องกับตัวนี้ด้วย

สั่งพณ.วิเคราะห์ปัญหาราคาต้นทุนสินค้า เพื่อพยุงค่าครองชีพ


นายกรัฐมนตรี กล่าวภายหลังประชุม ครม.ว่าตนได้หารือในที่ประชุมเกี่ยวกับปัญหาค่าครองชีพและราคาสินค้า ซึ่งในการประชุมครม.เศรษฐกิจครั้งต่อไป ขอให้กระทรวงพาณิชย์และกระทรวงที่เกี่ยวข้องได้วิเคราะห์ปัญหาเรื่องต้นทุนที่เป็นต้นทุนสำคัญต่อสินค้าอุปโภคและบริโภคของประชาชน เพื่อไม่ให้ปัญหาค่าครองชีพเกิดความรุนแรงขึ้น เมื่อมีการคาดการณ์ว่าภาวะเศรษฐกิจอัตราเงินเฟ้อ มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นมา


 

คอมเมนต์คอมเมนต์  

 
#1 สายกลาง 2010-07-29 13:49
...ผมรู้ว่า ความเชื่ออยู่เห นือเหตุและผล (?) ใน เมื่อคุณเป็นผู้ นำรัฐบาลควรพูดอ ะไรที่มีเหตุมีผ ลรองรับบ้างนะ เพราะจะสร้างควา มน่าเชื่อถือมาก กว่า แค่ความเชื่อ !!!!
...ถ้าแค่ความเชื่อ แล้วบริหารประเท ศไทยได้ งั้นผมก็เสนอตัว เป็นนายกฯบ้างนะ เพราะผมเชื่อว่า ผมบริหารได้ไม่แ พ้คุณอภิสิทธิ์ก ็แล้วกัน(ไม่ได้ ฝันกลางวันนะ แต่ถ้าคุณอภิสิท ธิ์เชื่อได้ ผมก็เชื่อได้ เช่นกัน วะ ?)
 

เพิ่มคอมเมนต์ใหม่

รหัสป้องกันความปลอดภัย
รีเฟรช