|
วันเสาร์ที่ 17 กรกฏาคม 2010 เวลา 08:53 น. |
|
|
|
|
สรุปบทเรียน'ข้างถนน' เลิกกุ๊ย-เลิกกร่างแล้วดี 'เล่นตามบท'ที่เขียนไว้! ถ้าเกินเลย'ระวังจะอ่วม' |
|
กลายเป็นเรื่องเป็นราวขึ้นมา...ในบัดดล หลัง “แก๊งข้างถนน” ถูก “หมายเรียก” 79 คน...โดนกันถ้วนหน้า ในข้อกล่าวหาหนัก “ก่อการร้าย” ที่บุกยึดสนามบินสุวรรณภูมิ-ดอนเมือง
ชนิดทำเอา “นักเลงโตกล้ามใหญ่” ถึงกับ “ควันออกหู”...ทั้งๆ ที่เคสนี้ โดน “แดง-ดี-เดือด” กัดจิกมาตลอดว่า “ดึงเรื่องช่วย” มาข้ามปี
แถมเมื่อ “หัวหน้าใหญ่เจ้าของคดี” ชงเรื่องให้ “อาเจ๊กสีกากี” ฟันชับๆๆ ถึงขั้นให้ “ออกหมายจับ” แต่ก็โดนยึกยื้อ...ดึงเกมกันมาตลอด ขนาดหอบสำนวนไปถึงหน้าบันไดศาลแล้ว ยังถูกโทร.ลึกลับ จาก “กากีนิรนาม” ติดเบรก...ชนิด “คนทำสำนวน” ถึงกับอึ้มกิมกี่
เมื่อเห็นกันชัดๆ ว่า “อาเจ๊กสีกากี” จงใจดึงเรื่องช่วย...งานนี้จึงมีรายการ “ดัดหลัง” แบบหงายเก๋ง...ด้วยการ “ออกหมายเรียก” เพราะเป็นอำนาจตรง ไม่ต้องไปผ่านมือใคร
งานนี้ “พลพรรคแก๊งข้างถนน” จึงยั๊วะสุดขีด-ฉุนขีดสุด...ออกอาการฟาดงวงฟาดหาง...พาลไปทั่วตามสไตล์ “ด่าพ่อล่อแม่”...ไว้ก่อน เพื่อตัวเองจะได้ “เป็นต่อ” เพราะผู้คนรู้กิตติศัพท์ใน “คำขู่-คำเหน็บแนม” เป็นอย่างดีว่า “พิษสง” ร้ายกาจเพียงใด
แต่ที่ “ขำกลิ้ง” ลิงกะหมา...ก็คือ การทวงบุญคุณไปถึง “รัฐบาลพ่อรูปหล่อ” ตามฟอร์ม ว่าถ้าไม่มีการเดินเกมข้างถนน วันนี้ “คนหล่อ” ก็ไม่มีทางได้ขึ้นมาเป็นใหญ่ ซึ่งเป็นคำขู่-คำบ่น...ชนิดต่อให้มีอายุยืนยาวอีก 100 ปีก็ยังใช้ได้ผล...ทั้งๆ ที่
“คลุกวงใน” ต่างรู้กันดีว่า...บทบาทในเวลานั้น แต่ละ “ตัวละคร” ต้องเล่นบทอย่างไร และถ้าเกินขอบเขตเมื่อไหร่...“เจ้าของโรงละคร” ก็พร้อมจะเขี่ยทิ้ง หรือลดบทบาทลง...ในฉับพลัน
ไม่ต้องอื่นไกล...บอกให้ก็ได้ว่า “วีรบุรุษน็อตหลุด” ในอดีต...ที่เคย “เกือบ” จะได้เก้าอี้ “ผู้นำสีเขียว” ก่อน “ผู้นำป๊อกเด้ง” นั่นปะไร ช่วงเวลานั้น...ใครๆ ก็รู้ว่า ทรงอิทธิพล-ทรงอิทธิฤทธิ์...เพียงใด ชนิดที่มีคนฝันให้แทน แต่ดันไปไม่ถึงเองว่า “วางตัวดีๆ อาจได้เป็นผู้นำประเทศ”
แต่สุดท้ายก็มาตกม้าตาย...เพราะการกระทำของตัวเองและผองเพื่อน ชนิดที่พอรู้ทีหลังแล้วถึง “เจ็บช้ำน้ำใจตัวเอง”
ถามว่า...เรื่องอะไร คงบอกชัดๆ ตรงๆ ไม่ได้ แต่เอาเป็นว่า คือเรื่องของ “คนชอบตบ” ซึ่งถ้าไม่โฉ่งฉ่างก็คงไม่มีใครเอาเรื่อง แต่พอ “มากไป” ก็เลยเจอทีเด็ด “ปากต่อปาก”
เมื่อล่วงรู้ถึง “อำนาจพิเศษ” งานนั้นเลยมีรายการ “โชว์ให้เห็น” ว่า “เสร็จนาฆ่าโคทึก เสร็จศึกฆ่าขุนพล” เค้าทำกันอย่างไร???
หากเครือข่าย “แก๊งข้างถนน” รู้บทบาทตัวเองดี...ก็คงรับรู้ว่า การลากยาว-อุ้มชู...ยาวนานในเรื่อง "คดีความ" มาถึงขนาดนี้ ก็เพราะมี “พลังพิเศษ” เป็นเกราะป้องกัน
แต่อย่างว่า...คนเรา...บางครั้ง “เส้นผมบังภูเขา” และ “ได้คืบจะเอาศอก”
เมื่อจะทำการ “บางอย่าง” ที่ “มากไป”...การเตะตัดขา...จึงต้องอุบัติขึ้น!!!
นี่ยังดีที่ “นักเลงโตกล้ามใหญ่” รู้ตัวดีว่า ถ้าขืนทู่ซี้ทนอยู่ในเก้าอี้ผู้นำพรรคกระยาจกต่อไป...อาจมีภัยเร็วขึ้น แถมพ่วงลูกสมุนให้พิกลพิการ...ตามมาอีก จึง “ถอนตัว” แต่ยัง “ไม่ยอมถอนใจ” คอย “ชักใย” อยู่ฉากหลัง ซึ่งตัวอย่างก็มีให้เห็นเต็มๆ กันแล้ว
จากกรณีการส่งตัวผู้สมัครรับเลือกตั้งซ่อมนั่นเอง เพราะกรรมการพรรคหลายคนมีมติให้ส่ง แต่พอ “ตัวเลือก” ไม่โดนใจ...เพราะขืนแพ้ขึ้นมา “พรรคกระยาจก” ก็มีแต่จะทรุดกับทรง...งานนี้จึงใช้วิชาอาคมตามสไตล์ “คนชื่นชอบโกเต็กซ์” มองเห็นแล้วว่า ถ้า “แดง-ดี-เดือด” ชนะ...มันระอุแน่ๆ
ซึ่งก็แสดงให้เห็นว่า “การชักใย” อยู่ฉากหลังนั้น...เหนือกว่าพวก “เล่นละครหน้าจอ” เป็นไหนๆ
งานนี้ก็ขอเตือนล่วงหน้าอีกครั้ง...ในฐานะ “คนรู้ทันกัน” ว่า...อยู่เฉยๆ-อยู่นิ่งๆ-อยู่ได้นาน...แต่ถ้าทะเล่อทะล่าซ่าส์เกินขีด...อาจมีรายการ “กำจัดจุดอ่อน” ได้...เพราะจุดอ่อนหลายจุดที่มีคดีความมากมาย...หยิบขึ้นมาเมื่อไหร่...ก็ต้องร้อง “ถามมาสิจ๊ะโดน...ๆๆๆๆ”
พูดถึงเรื่อง “แก๊งข้างถนน” ก็อดพูดถึง “เสนาบดีกุ๊ย” ที่เคยร่วมวง “ผู้ก่อการร้าย-ผู้ก่อการดี” ด้วยกันไม่ได้ เพราะล่าสุด...อาจเป็นเพราะอารมณ์พูดมันปากหรือเปล่าก็ไม่รู้...ในการพูดกับสื่อจีนหลายฉบับ มีการให้สัมภาษณ์แบบเมามันส์ หลายคำพูด “สุ่มเสี่ยง” เป็นอย่างมาก...ส่อเข้าข่าย “ขบวนการล้ม???” กับเค้าเหมือนกัน
โดยเฉพาะการเอ่ยถึงการแก้ปัญหาความยากจน แก้ปัญหาคอรัปชั่น ที่หวังจะเอาต้นแบบ-แนวคิดจาก “พรรคคอมมิวนิสต์จีน” มาใช้กับเมืองไทย
งานนี้ถ้า “ฝ่ายแค้น-ฝ่ายค้าน” เล่นเป็น...ลากยาวเป็นซีรีส์ “ขบวนการล้ม???” กะเค้า ก็ได้ยาวเหมือนกัน...555
เท่านั้นยังไม่พอ...มีการบอกล่วงหน้า...แบบหน้าตาเฉยว่า การเลือกตั้งจะมีขึ้นในปีหน้า เดือนมี.ค.-เม.ย. ชนิดที่ “พูดลืมตัว” โดยลืมนึกไปว่า “อำนาจ” นั้น...เป็น “ของใคร???”
เท่านั้นยังไม่พอ...มีการเปรียบเทียบการเมืองไทยว่า คล้ายคลึงกับเยอรมนี ก็ยิ่งอาการหนักจริงๆ เพราะใครได้ศึกษาประวัติศาสตร์เยอรมนีก็จะรู้ว่า...มีการปฏิวัติล้มระบอบกษัตริย์หลังสงครามโลกครั้งที่ 1 ทำให้เยอรมนีกลายเป็นสาธารณรัฐไวมาร์ จนถูก “อดอล์ฟ ฮิตเลอร์” ผู้นำลัทธินาซีแผ่ขยายดินแดนไปทั่วยุโรปในสงครามโลกครั้งที่ 2 หรือจักรวรรดิที่ 3 จน “ฮิตเลอร์” พ่ายแพ้ เยอรมนีจึงถูกแบ่งเป็น 2 ส่วน คือ เยอรมนีตะวันออก และเยอรมนีตะวันตก จนสุดท้าย...รวมกันกลายเป็นประเทศเยอรมนีอีกครั้งในปีค.ศ. 1990
ที่บอกมาขนาดนี้ ก็เพราะอยากเตือนไปถึง “เสนาบดีกุ๊ย” ว่าให้ลดดีกรีความกร่างลงบ้าง...เจตนาไล่ล่านักโทษนั้นเป็นเรื่องดี
แต่บางครั้งการทำแบบ “แตะให้ไกล แต่ไปไม่ถึง(เป้า)เสียที” นับวันมีแต่จะตีบตันสำหรับตัวเอง...คนที่อยู่รอบข้างหัดรู้จัก “สะกิดเตือน” บ้าง...ขอบอก
บทสรุปของวันนี้...บอกได้เพียงว่า "ก๊วนกุ๊ย" ถ้ายังคิด "กร่าง" ไม่เลือกหน้า สุดท้ายระวังไปอยู่ “ห้องกรง” นะ...จุ๊บๆ
เพราะบอลโลกก็เพิ่งจบไป ได้เห็นกันจะจะ...คาตาแล้วว่า "ใบเหลือง-ใบแดง" เค้าโดนกันและมีผลลัพธ์เป็นอย่างไร???
ในเมื่อ "แก๊งข้างถนน" ประกาศตัวเองว่าเป็นพวกเหลืองจ๋า...งานนี้เมื่อต้องรับกรรมโดนใบเหลือง...ตักเตือนกันบ้าง...ก็ควรทำใจ...และไม่ควรเอามาเป็นอารมณ์-อาถรรพ์-อาฆาต เพราะอย่างน้อยก็ยังถูกให้ "โอกาส" ให้อยู่ในเกมได้
ดูอย่างพวกแดง-ดี-เดือด...สิ พอ "ซ่าส์หนัก"...ทำบาปทำกรรมจนบ้านเมืองปั่นป่วน...เลยเจอ "ใบแดง" ชุดใหญ่...ก็ต้องออกจากเกมการแข่งขัน...หลายคนถึงกับเผ่นไปอยู่บ้านใกล้เรือนเคียง และ "บางคน" ถึงกับโดน "สไนเปอร์" ส่อง...จนจบชีวิต!!!
ดังนั้น "บท" เค้าถูกเขียนไว้แล้ว ว่า "ใคร" ต้องเล่นบทไหน...???
ถ้าเล่นเกินบท...ก็คงไม่มีใครรับประกัน...ความปลอดภัยได้!!! ............................ คอลัมน์ "ซุบซิบไทยอินไซเดอร์" โดย "ไต่กอ"

 |
คอมเมนต์คอมเมนต์
I love your articles very much.
....นิทานเรื่องนี้ส อนให้รู้ว่า พันธมิตร อาจมองเห็นชาติไ ด้ดั่งคนตาบอดคน ใดคนหนึ่งที่คลำ ช้าง ? คลำที่ส่วนไหน(ม องในมุมไหน)ก็จะ ทึกทักไปตามที่ต นเองเห็นและรู้ม า ...ไม่ว่ากันครับ สำหรับผมยังให้อ าภัย พวกคุณต้องเรียน รู้เพิ่มเติมอีก มาก มิใช่จมปรักแต่ส นธิ เปรม ทหารเลวบางคน หรือ ปชป. (?) ต้องเรียนรู้อีก มากครับ อาเมนท์...
เราเป็นเพียงผู้ อาศัย
ถามไต่กอดิ ประเทศนี้ "ใครคุม"
เลิกหวั่นเกรง ทรราชวิถี
ใช้ตรรกะ เหตุผล ที่เรามี
วิทยาศาสตร์ พุทธวิธี ล้างงมงาย
เราเชื่อมั่นในต ัวตนชนชั้นล่าง
จะสร้างสรรค์สัง คมของเราได้
จากหมู่เมืองสู่ ไร่นาป่าพงไพร
เป็นประชาธิปไตย โดยสมบูรณ์
...(อำนาจ อิทธิพล ไม่คงที่ คุณธรรมความดี สิคงทน...)
ติดตามคอมเมนต์นี้ในรูปแบบ RSS feeds