|
วันเสาร์ที่ 13 กุมภาพันธ์ 2010 เวลา 08:30 น. |
|
|
|
|
แดงอวดแผนฉีกทุเรียน 'ปอกเปลือกได้'ก็วิน-วิน กับ'เรื่องวุ่นๆ'ใน'บัวแก้ว' 'สัญญาณ'ที่ไม่ธรรมดา! |
|
ย่างเข้าสัปดาห์แห่งความร้อนแรง...แดงทั้งแผ่นดินของแท้ แต่ไม่ใช่เฉพาะแค่เมืองไทยเท่านั้นนะ แต่เป็นแดงทั้งโลก ไม่ว่าจะเป็นที่ใด-แห่งใด “ปักกิ่ง-ฮ่องกง-ลอนดอน-นิวยอร์ก” ถ้ามีคนจีน-คนเชื้อสายจีน...ก็จะแต่งแดงเพื่อฉลองกับเทศกาลตรุษจีน
พร้อมกับเอื้อนเอ่ย “ซินเจียยู่อี่ ซินนี้ฮวดไช้” ที่แปลกันตรงๆ ตามภาษาพี่ไทยก็คือ “สวัสดีปีใหม่ ขอให้ทุกคนสมหวัง...มีโชค-มีลาภ-มีความร่ำรวย”...อิๆๆ
นึกๆ แล้ว “จอมยุทธ์” ก็ต้องขอคารวะ แกนนำ 3 เกลอหัวขวด...ที่ภาษาปะกิตก็ Snake ๆ-Fish ๆ / You go-I go แต่ดันสามารถเรียกให้ผู้คนทั่วโลก หันมาใส่เสื้อแดงกับเค้าได้...ถือว่า “เลือกจังหวะ-เวลา” ได้เหมาะสมอย่างยิ่ง…555
ก็ไม่รู้ว่า...แดงทั่วโลกรอบนี้ “3 เกลอหัวขวด” จะส่งบิลไปที่ดูไบ เพื่อขอตีเช็คล่วงหน้าอีกหรือป่าว
เพราะเห็นว่า “หัวจ่าย” ท่อน้ำเลี้ยงในเมืองไทย โดนออกมาแฉเรียงตัวกันไปแล้ว ว่ามี 2 ส.-1 พ.-1 ป.-1 ว. เบ็ดเสร็จก็ครบ 5 หน่อพอดิบพอดี ดังนั้นจะทำไรแบบสุ่มห้าสุ่มหก...เดี๋ยวจะโดนสาวเยอะไปกว่านี้
แต่ถ้าจะว่าไปแล้ว 5 หน่อที่โดนแย้มตัวย่อนี้ ก็คนกันเอง-คนใกล้ตัวกับ “นักโทษเหลี่ยมจัด” นั่นเอง...เริ่มจาก
“ส.”-อดีตเสนาบดีกระทรวงหูกวาง ที่ว่ากันว่าเป็นถุงเงินคนสำคัญที่จ่ายเงินผ่านท่อน้ำเลี้ยงไปยังส.ส.กลุ่มต่างๆในยามที่ “นักโทษเหลี่ยมจัด” ถูกอายัดทรัพย์สิน ซึ่งเมื่อคราวแจ้งบัญชีทรัพย์สิน ก็สร้างความฮือฮา เมื่อเป็นเสนาบดีที่จนผิดปกติ
“พ.”-อดีตเสนาบดีกระทรวงหูกวางเช่นกัน แต่คนนี้เป็น "ตัวเชื่อม" ที่ทำให้เกิดการ "ซื้อ-ขาย" ตัวจริง-เสียงจริง ของสนามกอล์ฟอัลไพน์อันอื้อฉาว และเป็น "ร่างทรง" ที่คอยทำหน้าที่ "จ่าย" แทน “นักโทษ” เช่นกัน ได้รับฉายาที่ใครๆ มักเรียก “เฮีย” นำหน้า
“ป.”-นักธุรกิจใหญ่ขาย “โกปี๊” ผู้ไม่เคยลิ้มรสชาติ “เสนาบดี” ได้แต่ส่งลูกชายดารามาชิมลางการเมือง แต่ถนัดในการทำ “แฮร์คัต” ได้กำไรอื้อซ่าส์ แบบเสนอโปรเจ็กต์สวยหรู ชนิดที่ “แบงก์เจ้าหนี้”...ผู้หนุนหลังม็อบมีเส้น ได้แต่ทำตาปริบๆ
“ส.”-เจ้าของห้างย่านลาดพร้าว ผู้ที่ปลดหนี้ 6,804 ล้านบาทหายวับไปกับตาได้รวดเร็ว ภายในระยะเวลาแค่ปีเศษ หลังจากปล่อยให้คนเสื้อแดงใช้ตึกตัวเองเป็นฐานบัญชาการ
“ว.”-ทนายความ ที่ชอบแนะนำข้อมูลทางกฎหมาย(ผิดๆ)ให้ “นักโทษ” แต่มักเอ๋อเหรอ...เป็นประจำ แต่เป็นที่รับรู้กันดีว่า ชอบบินไฟล์ทตรง “ดูไบ-กรุงเทพ” เป็นประจำ และเมื่อกลับมา มักนั่งบัญชาการแจกอั่งเปาบนห้องทำงานเพื่อสร้าง “พาว” ให้ตัวเอง
งานนี้ก็ขึ้นอยู่กับ “คนในซีกรัฐบาล” เองว่า...จะต่อจิ๊กซอว์ “สาวไส้” ออกมาเป็นขดได้หรือไม่ หรือเป็นแค่ “วาทกรรม” สร้างข่าว-สร้างชื่อให้ “คนปูด” โด่งดัง มีชื่อติดชาร์จพาดหัวข่าวรายวัน
เพราะถ้าเป็นเช่นนั้นเท่ากับ “ราคา” จะตกลงเรื่อยๆ ดี-ไม่ดีจะถูกตราหน้าว่า “สอนหนังสืออยู่ดีๆ แต่ดันอยากเปลี่ยนอาชีพมาเลี้ยงแกะ” ก็ได้
พูดถึง “3 เกลอหัวขวด” ที่เป็นหัวหมู่ทะลวงนำ...ทัพเสื้อแดงนั้น ระยะหลังจะมีแต่ “ขี้ตู่...เปรอะเปื้อน” เพียงคนเดียวเท่านั้น...ที่ออกมาซ่าส์เกินพิกัด
เหตุเพราะ “เขา” รู้สัจธรรมแห่งการ “สู้แล้วรวย” ได้ดี...เพราะทั้งบ้าน-ทั้งรถ-ทั้งเงิน-ทั้งกิ๊ก-ทั้งเกาะ...มีพร้อมเต็มสูบ...ก็เพราะการ “สู้เพื่อเหลี่ยม” เพียงอย่างเดียว
และที่ “หาญกล้า” ออกมาดับเครื่องชน “2 นายพลบ้าระห่ำ”...ก็เพราะรู้ดีว่า...ถ้าปล่อยให้ 2 นายพลเข้ามาเจ้ากี้เจ้าการ...นอกเหนือจากแผนฉีกทุเรียนจะไร้ผลแล้ว “ตัวหาร” ก็จะเริ่มมากขึ้น...ไอ้ที่เคยได้แบบเต็มเม็ดเต็มหน่วย ก็จะลดทอนลงไป แล้วอย่างนี้จะปล่อยให้เกิดขึ้นได้อย่างไร...ดังนั้นเกมสกัดจุด จึงต้องขวางกันให้เห็นๆ...555
พูดถึงแผนฉีกทุเรียน...ก็เป็นเรื่องเม้าท์กันหนุกๆ ของก๊วนแดงดีเดือด!!!
เพราะมีเปรียบเปรยกันว่า “ทุเรียน” คือ “ราชาแห่งผลไม้” ขณะที่ “มังคุด” เป็น “ราชินีแห่งผลไม้”
ทีนี้บังเอิญเหลือเกิน...ที่ “หัวขบวน” ของ “อำมาตย์” ดันชื่นชอบ “ทุเรียน” เป็นชีวิตจิตใจ
เลยมีการคิดแผน “ขอฉีกทุเรียน” กันขึ้นมาเม้าท์มันส์ๆ
เพราะ “ทุเรียน” นั้นมีเปลือกหนา-แหลมคม จะหยิบ-จะจับ ถ้าทะเล่อทะล่า...ก็มีแต่เจ็บตัวสถานเดียว แถม “เปลือกทุเรียน” ยังเป็นอาวุธร้ายที่"ตบ"โดนใคร...ก็ได้แผลกันถ้วนหน้า
ก็คิดดู...ขนาดพ่อค้า-แม่ขาย ยังต้องมี “ถุงมือ” ไว้คอยจับ เพื่อไม่ให้มันทิ่มมือ-ตำมือ...555
แต่หากปอกเปลือก-แกะเปลือก...ออกมาได้แล้ว ก็เป็น “ของหวาน” ผิวสีเหลือง...ใครชื่นชอบก็กินได้อร่อยเหาะ แต่ใครไม่ชอบ แค่ได้กลิ่นก็อยากจะอ้วก...แถมมีข้อเตือนใจ ห้ามกินทุเรียนแก้มเหล้า...เพราะอาจถึงอันตรายแก่ชีวิตได้...555
ที่สำคัญเรื่องการฉีกทุเรียน...ยังถูกนำไปเม้าท์กันในแวดวงคนชอบเต้น ในเรื่อง “ท่าฉีกทุเรียน” ที่มีความหมายแฝง เพราะท่าเต้นจะมีลักษณะการย่อตัวลงไปเกือบจะเป็นการนั่ง แล้วก็ฉีกต้นขาออกจากกัน เป็นท่าที่เห็นบ่อยของพวกนักร้อง-แดนเซอร์ หากใครทำได้สะแด่วแห้ว ก็ถึงขั้นทำหนุ่มๆ-แก่ๆ เลือดกำเดาไหลได้
บอกแล้วเรื่องการคิดแผนแบบฉวัดเฉวียน...สำบัดสำนวนนี้...โดยมีความหมายแฝงเร้นนี้ “แดงดีเดือด” เค้าถนัดนัก
เพราะคำ “ฉีกทุเรียน” มันสะท้อนนัยยะได้หลายเรื่อง-แตะถึงหลายคน...ที่เป็นตัวละครในกลุ่มอำมาตย์ ที่เป็น “ศัตรูคู่อาฆาต” ของ “แดงดีเดือด” ในเวลานี้ แต่ทั้งหมดนี้ ก็เหลือแค่ “วิธีฉีก” ว่าจะทำได้สำเร็จตามคำคุยหรือป่าว...555
เปลี่ยนเรื่องดีกว่า...มันเสียว
เวลานี้ “เสียงสะท้อน-ภาพการแสดงออก” ของ “คนเปลือกนอก” ที่เป็น “มหาอำนาจ” เริ่มโชว์ให้เห็น แบบชนิดไม่มีลูกเกรงใจ “ใคร” อีกแล้ว
หากจำได้...ก่อนหน้านี้ “ทูตมะกันในเมืองไทย” ก็เคยออกมาดักคอเรื่องทำปฏิวัติ ว่าถ้าเกิดขึ้นอีก พี่เบิ้มมะกันจะแซงก์ชั่น
ล่าสุดเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมานี้เอง สดๆ ร้อน ๆ “รองผู้ช่วยรมต.ต่างประเทศ” ของ “พี่เบิ้มพญาอินทรี” คนที่รับผิดชอบงานด้านเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และรับผิดชอบดูแลทูตมะกันในอาเซียน “เมินเฉย” ที่จะมา “ดีล” หรือ “พบปะ” กับ “เสนาบดีกุ๊ย” แต่ใช้วิธี “โทรถึง” ปลัดบัวแก้ว...แทน เพื่อถกถึงปัญหา “พม่า-กัมพูชา”
แต่ขณะเดียวกัน...กับโชว์ภาพไปเยี่ยมเยือน “รองนายกฯซก อัน” และ “รมต.ต่างประเทศ-ฮอร์ นัม ฮง” ของเขมร ถึงกรุงพนมเปญทีเดียวเชียว
ซึ่งในแวดวงทางการทูต เค้ารับรู้กันดีว่า คือการส่งสัญญาณบางอย่างออกมาให้เห็น
ยิ่งมาเจอ “ดอกเต็มๆ” ของ “ทูตเมืองเบียร์ในไทย” ที่ออกมาเตือน “รัฐบาลหลักลอย” ว่า จะอยู่ลำพังเพียงประเทศเดียวไม่ได้ ต้องแสวงหาความร่วมมือกับต่างประเทศ โดยเฉพาะเพื่อนอาเซียน
ถึงขั้นที่วิจารณ์แบบไม่ไว้หน้าว่า “ไทยมีความพร้อมกว่าหลายประเทศ แต่น่าเสียใจที่คนไทยในประเทศแตกแยกกัน ความแตกแยกจะฉุดให้ประเทศถอยหลัง ความเห็นแตกต่างทางการเมือง ควรไปว่ากันในสภา ไม่ควรมาว่ากันบนถนน ทหารมีแต่ทำให้สังคมมีปัญหา ประชาธิปไตยจะเกิดขึ้นได้ ก็ต่อเมื่อไม่มีการแทรกแซงจากทหาร”
ก็ไม่รู้ว่า “รัฐบาลหลักลอย” จะรับรู้ถึงสัญญาณที่ “ยักษ์ใหญ่” เริ่มส่งซิกกันให้เห็นบ้างหรือป่าว
รู้หรือไม่ว่า...เวลานี้ “เค้าเม้าท์แตก” เรื่อง “ตัวจุ้นจ้าน” ในกระทรวงบัวแก้วกันว่า...
เมื่อก่อน...ตอนยุคเหลี่ยมจัดครองเมือง อย่างมากก็มี 3 คนที่วุ่นวาย-จุ้นจ้าน คือ “นักโทษเหลี่ยมจัด-ป้าแมรี่-ส.ใส่แว่นพูดไทยไม่ชัด”
แต่พอมาเวลานี้ ที่ยุค “หล่อหลักลอย” ครองเมือง กลับมีมากถึง 5 หน่อ...คือ “1.ตัวพระเอกหลักลอย-2.เสนาบดีกุ๊ย-3.ผู้ช่วย(ที่ว่ากันว่าคือตัวจริง-เสียงจริงในการสั่งการ...และหลักลอย “โค-ตะ-ระ” เกรงใจ)-4.เลขาฯร่างอ้วน-5.เขยเจ้าพ่อสินค้าเกษตร”
ซึ่งสร้างความสับสนอลหม่าน...ให้กับผู้ที่ต้องติดต่องานด้วย ว่าตกลงใครกันหว่า...คือ “ตัวจริงชัดเจน”
เพราะเอาแค่ง่ายๆ สำหรับรายของ “เขยเจ้าพ่อสินค้าเกษตร” ที่ตำแหน่งตัวเองก็ไม่ได้เกี่ยวข้องกับงานของกระทรวงบัวแก้วเลย
แต่งานเด่นที่มักโชว์ออกมาตามหน้านสพ.จีน...ก็คือ การเดินสายไปเยือนเมืองจีน ถึงขั้นลืมตัว คิดไม่ถึงว่า คนอื่นจะรู้ทัน-อ่านภาษาจีนออก เพราะดันพิมพ์นามบัตรเป็นภาษาจีนลงไปหน้าตาเฉยว่า “ตัวเอง” เป็นถึง “เสนาบดีบัวแก้ว”...เอากับเค้าสิ
ก็ไม่รู้ว่า...ที่ข้าราชการซี 6-ซี 7 เกือบ 30 คน...ทยอยกัน “ไขก๊อก” ลาออก ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องใหญ่ จะทำให้ใครบางคน “รู้ตัว” บ้างหรือป่าว...ว่าเกิดอะไรขึ้น!!!
หรือมัวแต่ “ชื่นชม...เสนาบดีกุ๊ย” ที่ลีลาและท่าทาง...ยียวนกวนประสาท โดยไม่คำนึงถึง “มารยาททางการทูต” และ “หน้าตาของประเทศ” กันบ้างเลย
ถ้าอย่างนั้น “ปิดประเทศ” ไปเลย...อยากทำอะไรตามใจฉัน...ก็ทำไป...เซ็ง(เจ๊)เป็ดจริงๆ...555 ……………………… คอลัมน์ “ซุบซิบไทยอินไซเดอร์” โดย “ไต่กอ”

|