ข่าวร้อน!
วันอังคารที่ 06 กรกฏาคม 2010 เวลา 13:01 น.    พิมพ์ อีเมล
ศึกชิงเจ้ายุทธจักร'กากี' ทำไมดันอัศวินขึ้นลิฟท์ 'ลำดับอาวุโส'ฉิวเฉียด!! บทพิสูจน์ตรายางก.ตร.

ดูเหมือน “รัฐบาลเทพประทาน-อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ” มีความพยายามในการเข้าไปควบคุมการบริหารงานของ “องค์กรสีกากี-สำนักงานตำรวจแห่งชาติ” แบบเบ็ดเสร็จ เพราะเป็นหน่วยงานที่ใกล้ชิดกับประชาชนมากที่สุด และที่ผ่านมา...ถูกตราหน้าว่าเป็น “ตำรวจมะเขือเทศ”

เพราะถ้า “ควบคุมกลไก” ของ “องค์กรสีกากี” ได้...ก็ดูเหมือนว่า จะมี “ชัย” ไปกว่าครึ่ง...เพราะ “ไม่มีอะไรที่ตำรวจไทย...ทำไม่ได้”

ดังนั้นการเดินหน้า “เปิดตำแหน่ง” ที่ปรึกษา สบ 10 ด้านสืบสวนสอบสวน ซึ่งเป็นตำแหน่งที่มียศ “พล.ต.อ.” เทียบเท่า “รองผบ.ตร.” เพื่อเป็นการ “ปูทาง” ให้ “พล.ต.ท.อัศวิน ขวัญเมือง” ผู้ช่วยผบ.ตร. ที่เวลานี้อยู่ในอาวุโสลำดับที่ 6 ของบรรดา “ผู้ช่วยผบ.ตร.” เพื่อจะเขย่ง-ก้าว-กระโดด...แบบชนิดที่โดนวิจารณ์แบบเหน็บแนมว่า “ขึ้นลิฟท์” ไปสู่เก้าอี้ใหญ่ “คุมอาณาจักรสีกากี” ได้เลย

และระดับ “พล.ต.ท.อัศวิน” เอง...ก็ไม่ได้ปกปิดอะไรเลย กล้าประกาศตรงๆ ว่า “ผมยังไม่หมดกิเลส...ยังอยากได้เก้าอี้ผบ.ตร.”

ศุกร์ที่ 9 ก.ค.นี้ จึงเป็นที่จับตามองกันว่า “สุเทพ เทือกสุบรรณ” รองนายกรัฐมนตรี ฝ่ายความมั่นคง จะผลักดัน “พล.ต.ท.อัศวิน” เขย่ง-ก้าว-กระโดด...ข้ามหัว “ผู้ช่วยผบ.ตร.” คนอื่นๆ ที่อาวุโสกว่า มารับเก้าอี้ “ที่ปรึกษา สบ 10” ในยศ “พล.ต.อ.” ได้หรือไม่...และจะถูก “ขัดขวาง” จาก “ก.ตร. ผู้ทรงคุณวุฒิ” และบรรดา “รองผบ.ตร.” ที่เป็น “ก.ตร.โดยตำแหน่ง” หรือไม่

เพราะถ้า “พล.ต.ท.อัศวิน” ข้ามอาวุโส ก้าวมากินยศ “พล.ต.อ.” อะไรก็เกิดขึ้นได้ กับการมุ่งสู่ฝันในฐานะ “ผู้นำสีกากี” เพราะกฎระเบียบตามพ.ร.บ.ตำรวจนั้น กำหนดไว้ชัดว่า ผู้ที่จะขึ้นเป็น “ผบ.ตร.” นั้น ต้องมียศ “พล.ต.อ.” แต่ไม่ได้ระบุชัดว่า ต้องมีอาวุโส...เหมือนธรรมเนียมปฏิบัติที่ทำกันมาในยุคก่อนหน้านี้

ไม่แปลก...หากรัฐบาลประชาธิปัตย์จะผลักดัน “พล.ต.ท.อัศวิน” ขึ้นมารับตำแหน่ง “ที่ปรึกษา สบ 10” ยศ “พล.ต.อ.” แต่จะแปลกและทำให้แตกแยกในองค์กรเป็นอย่างยิ่ง...หาก “ขึ้นลิฟท์” มากินสองเด้ง เพื่อคว้าเก้าอี้ “ผบ.ตร.” ในสิ้นปีงบประมาณ 2553 นี้เลย

เวลานี้ถึงขั้น “เม้าท์ล่วงหน้า” ว่าถ้าเจอแรงต้าน ก็จะงัดแผน 2 ตั้ง “อัศวิน” เป็น “รักษาการผบ.ตร.” เหมือนที่ทำกับกรณี “พล.ต.อ.ปทีป ตันประเสริฐ” (ที่สุดท้ายก็เป็นได้แค่ “รักษาการผบ.ตร.” ไม่ได้มีโอกาสเป็น “ผบ.ตร.” แบบตัวจริง-เสียงจริง)

เมื่อไปไล่เรียงรายชื่อ ระดับ “รองผบ.ตร.” ที่มีอยู่ในเวลานี้ แยกรายบุคคล จะพบว่า

1.พล.ต.อ.เพรียวพันธ์ ดามาพงศ์ รองผบ.ตร. (ปป.1) ซึ่งเป็นพี่ชายคุณหญิงพจมาน ดามาพงศ์ ไม่ใช่นักเรียนนายร้อยตำรวจ (นรต.) แต่มีดีกรีนิติศาสตรบัณฑิต ครองยศ “พล.ต.อ.” เมื่อ 26 มี.ค. 2547 และจะเกษียณในปี 2555 แต่คง “หมดหนทาง” ที่จะก้าวขึ้นเบอร์ 1 ปทุมวัน หากรัฐบาลยังเป็นพรรคประชาธิปัตย์อยู่

2.พล.ต.อ.วิเชียร พจน์โพธิ์ศรี รองผบ.ตร. (บร.1) นรต.28 ครองยศ “พล.ต.อ.” เมื่อ 1 ต.ค. 2545 ตั้งแต่สมัยเป็นหัวหน้านายตำรวจราชสำนักประจำ เกษียณในปี 2556 ซึ่งก็ถือว่า เป็นแคนดิเดต มีแววที่จะขึ้นเป็น “ผบ.ตร.” เช่นกัน

3.พล.ต.อ.ปทีป ตันประเสริฐ รักษาการผบ.ตร. และจเรตำรวจแห่งชาติ เป็น นรต.25 ครองยศ “พล.ต.อ.” เมื่อ 1 ต.ค. 2548 เกษียณในปี 2553 จึงต้องตัดออกจากสารบบ

4.พล.ต.อ.วงกต มณีรินทร์ รอง ผบ.ตร. (ปป.2) เป็น นรต.26 รุ่นเดียวกับพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ครองยศ “พล.ต.อ.” เมื่อ 1 ต.ค. 2549 เกษียณในปี 2553 จึงต้องตัดออกจากสารบบ

5.พล.ต.อ.จุมพล มั่นหมาย รอง ผบ.ตร. (ปป.3) นรต.26 รุ่นเดียวกับพ.ต.ท.ทักษิณ ครองยศ “พล.ต.อ.” เมื่อ 15 ส.ค. 2548 สมัยนั่งเป็นผู้อำนวยการสำนักข่าวกรองแห่งชาติ แต่โอนกลับมาสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ต่อคิวรองผบ.ตร. เมื่อ 7 ก.พ. 2551 เกษียณในปี 2553 จึงต้องตัดออกจากสารบบ

6.พล.ต.อ.จงรัก จุฑานนท์ รอง ผบ.ตร. (ปป.4) ไม่ใช่ นรต. แต่มีดีกรีนิติศาสตรบัณฑิต ครองยศ “พล.ต.อ.” เมื่อ 31 พ.ค. 2551 เกษียณในปี 2553 จึงต้องตัดออกจากสารบบ

7.พล.ต.อ.วัชรพล ประสารราชกิจ รอง ผบ.ตร. (บร.2) นรต.29 ครองยศ “พล.ต.อ.” เมื่อ 3 เม.ย. 2552 เกษียณในปี 2557 ซึ่งก็มีหวังอยู่บ้าง เพราะเป็นคนสนิทของพล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ อดีตผบ.ตร. แต่ต้องฝ่ามรสุมและความไว้เนื้อเชื่อใจจากรัฐบาลประชาธิปัตย์ให้ได้เสียก่อน

8.พล.ต.อ.ปานศิริ ประภาวัต รองผบ.ตร. (กม.) นรต.28 ครองยศ “พล.ต.อ.” เมื่อ 1 ต.ค. 2550 เกษียณในปี 2556

9.พล.ต.อ.ชลอ ชูวงษ์ ที่ปรึกษา สบ 10 (บร.3) นรต.26 รุ่นเดียวกับพ.ต.ท.ทักษิณ ครองยศ พล.ต.อ. เมื่อ 3 เม.ย. 2552 เกษียณในปี 2554 เพราะความเป็นเพื่อนร่วมรุ่นกับอดีตนายกฯ จึงหมดสิทธิ์แน่นอน
10.พล.ต.อ.วุฒิ พัวเวส ที่ปรึกษา สบ 10 (มก.2) นรต.27 เกษียณในปี 2554
11.พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ที่ปรึกษา สบ 10 (มก.1) นรต.29 เกษียณในปี 2557
12.พล.ต.อ.ภาณุพงศ์ สิงหรา ณ อยุธยา ที่ปรึกษา สบ 10 (ปป 5) นรต.28 เกษียณในปี 2555
13.พล.ต.อ.ชาตรี สุนทรศร หน.นรป.สบ 10 นรต.25 เกษียณในปี 2554

(หมายเหตุ...สำหรับ พล.ต.อ.วุฒิ-พล.ต.อ.อดุลย์-พล.ต.อ.ภาณุพงศ์-พล.ต.อ.ชาตรี” เพิ่งก้าวเข้ามาครองยศ “พล.ต.อ.” เมื่อเดือนพ.ย. 2552 ที่ผ่านมา และไม่ได้เป็น “ก.ตร.” โดยตำแหน่ง จึงไม่มีสิทธิ์ในการเข้าร่วมประชุม ก.ตร. เหมือนกับพล.ต.อ.ชลอ ที่เป็นที่ปรึกษา สบ 10 )

จึงเป็นเรื่องที่น่าสนใจว่า ระดับ “รองผบ.ตร.” โดยตำแหน่ง ที่เป็น “ก.ตร.” นั้น จะโหวตรับ-ไม่รับ “พล.ต.ท.อัศวิน” ให้เขย่ง-ก้าว-กระโดด...มาครองยศ “พล.ต.อ.” ที่เพิ่งตำแหน่งใหม่ให้สดๆ ร้อนๆ หรือจะให้รอไปพิจารณาในคราวเดียวกัน ในการแต่งตั้งโยกย้ายประจำปี (ส่วนก.ตร.ผู้ทรงคุณวุฒินั้น มีวิจารณญาณพอที่จะไม่ต้องอยู่ใต้อาณัติใคร)

เพราะเมื่อมาพิจารณาดูการโยกย้ายประจำปี จะพบว่า ในปี 2553 นี้ ระดับ “พล.ต.อ.” จะมีเกษียณอายุราชการ ถึง 4 คน ประกอบด้วย พล.ต.อ.ปทีป-พล.ต.อ.วงกต-พล.ต.อ.จุมพล-พล.ต.อ.จงรัก แต่จะมีเก้าอี้ว่างถึง 5 เก้าอี้ เพราะต้องรวม “เก้าอี้ผบ.ตร.” ด้วย และหากนับรวมถึงตำแหน่ง “ที่ปรึกษา สบ 10” สดๆ ร้อนๆ ที่เพิ่งอนุมัตินั้น ก็จะมีว่างถึง 6 เก้าอี้

เมื่อมาดูระดับ “ผู้ช่วยผบ.ตร.” ในเวลานี้ ที่หากพิจารณาลำดับอาวุโส ตามธรรมเนียมปฏิบัติ จะพบว่า

1.พล.ต.ท.สถาพร หลาวทอง ผู้ช่วย ผบ.ตร.(ปป 41) (นรต.28) เกษียณ 2555
2.พล.ต.ท.พงศพัศ พงษ์เจริญ ผู้ช่วย ผบ.ตร.(บร 11) (นรต.31) เกษียณ 2559
3.พล.ต.ท.เอก อังสนานนท์ ผู้ช่วย ผบ.ตร.(ปป 21) (นิติศาสตร์ ม.รามคำแหง) เกษียณ 2559

4.พล.ต.ท.บุญเรือง ผลพาณิชย์ ผู้ช่วย ผบ.ตร.(บร 21) (นรต.25) เกษียณในปี 2553 จึงหมดสิทธิ์
5.พล.ต.ท.สุวัฒน์ จันทร์อิทธิกุล ผู้ช่วย ผบ.ตร.(บร 31) (นรต.29)
6.พล.ต.ท.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ช่วย ผบ.ตร.(ปป 51) (นรต.30) เกษียณ 2554
7.พล.ต.ท.ถาวร จันทร์ยิ้ม ผู้ช่วย ผบ.ตร.(ปป 11) (นรต.26) เกษียณ 2553 จึงหมดสิทธิ์
8.พล.ต.ท.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ผู้ช่วย ผบ.ตร.(กม 1) (นรต.31)
9.พล.ต.ท.สถาพร ดวงแก้ว ผู้ช่วย ผบ.ตร.(บร 12) (นรต.26) เกษียณ 2553 จึงหมดสิทธิ์
10.พล.ต.ท.สุวัฒน์ ธำรงศรีสกุล ผู้ช่วย ผบ.ตร.(ปป 31) (นรต.26) เกษียณ 2554
11.พล.ต.ท.วรพงษ์ ชิวปรีชา ผู้ช่วย ผบ.ตร.(มก 11)
12.พล.ต.ท.จิโรจน์ ไชยชิต ผู้ช่วย ผบ.ตร.(บร 32)
13.พล.ต.ท.ธีระเดช รอดโพธิ์ทอง ผู้ช่วย ผบ.ตร.(มก 21)
14.พล.ต.ท.บรรจง ตันศยานนท์ ผู้ช่วย ผบ.ตร.(กม 2)
15.พล.ต.ท.ฉัตรชัย โปตะนันทน์ รอง จตช.(สบ 9) (จตช. 1)
16.พล.ต.ท.ประชิน วารี รอง จตช.(สบ 9) (จตช.2) เทียบเท่า ผช.ผบ.ตร.

ถ้าจะว่ากันไปตามความจริงและตามคิวแล้ว...โดยที่ยังไม่พูดถึงเรื่อง “ที่ปรึกษา สบ 10” ที่เพิ่งอนุมัติ จะพบว่า มีเก้าอี้ว่าง 4+1 เก้าอี้ คือ ระดับรองผบ.ตร. 4 เก้าอี้ที่เกษียณ กับอีก 1 เก้าอี้ของ “ผบ.ตร.” แต่ในเมื่อเก้าอี้ “ผบ.ตร.” ยังไม่มีทีท่าว่าจะหาใครมาลงได้อย่างสมบูรณ์แบบ และถ้าพิจารณาตามลำดับอาวุโสของ “ผู้ช่วยผบ.ตร.” จะพบว่า จะเป็นคิวของพล.ต.ท.สถาพร หลาวทอง-พล.ต.ท.พงศพัศ พงษ์เจริญ-พล.ต.ท.เอก อังสนานนท์-พล.ต.ท.สุวัฒน์ จันทร์อิทธิกุล...

นั่นหมายความว่า “พล.ต.ท.อัศวิน ขวัญเมือง” จะหมดสิทธิ์ในการพิจารณาหนนี้ จึงเป็นเหตุที่ต้องเร่งรีบในการเปิดตำแหน่ง “ที่ปรึกษา สบ 10” ขึ้นมาแบบปัจจุบันทันด่วน และพยายามผลักดันทุกวิถีทางให้ “พล.ต.ท.อัศวิน” เขย่ง-ก้าว-กระโดด ไปครองยศ “พล.ต.อ.” ก่อนการพิจารณาโยกย้ายประจำปี

งานนี้จึงเป็นอีกหนึ่งบทพิสูจน์ว่า “ก.ตร.” ชุดประวัติศาสตร์นี้ จะเป็น “ตรายาง” ให้ใคร “เดินลัด” หรือไม่...อีกไม่นาน จะได้รู้กัน
................................
ทีมข่าวการเมืองไทยอินไซเดอร์...รายงาน


 

คอมเมนต์คอมเมนต์  

 
#3 อย่าพูดเลย 2010-07-15 14:42
มะเขือเทศเอ๊ย อย่าพูดเลย
เมื่อครั้งที่แด งเผาบ้านเผาเมือ ง ไม่เห็นพวกนายรั บใช้รัฐบาลเลย
กลับช่วยพวกแดงเ ผาบ้านเผาเมือ งเสียอีก
 
 
#2 ไอ้เทือก 2010-07-07 16:22
ทำได้ทุกอย่าง
 
 
#1 มะเขือเทศ 2010-07-07 02:10
อย่างนี้ไม่เสีย แรงที่ติดตาม ข้อมูลเจ๋ง แต่ที่แน่ๆ พวกมะเขือเทศแดก แห้วตามเคย..หากรัฐบาลกล้าใช ้มะเขือเทศ พวกเราก็ยินดีรั บใช้สุดชีวิตเหม ือนกัน เกิดมาเป็นตำรวจ ไทยรับใช้นายอยู ่แล้วไม่ว่าใครจ ะมา...
 

เพิ่มคอมเมนต์ใหม่

รหัสป้องกันความปลอดภัย
รีเฟรช