ข่าวร้อน!
วันจันทร์ที่ 08 มีนาคม 2010 เวลา 13:31 น.    พิมพ์ อีเมล
สังคมแตกแยก&ร้าวลึก 'ระบบขณะนี้'มันไม่ปกติ ถ้าไม่มีการเปลี่ยนแปลง 'ประเทศ'เดินหน้าไม่ได้!

งวดเข้ามาเต็มที กับ “ดีเดย์” การนัดชุมนุมใหญ่ของ “คนเสื้อแดง” ในวันที่ 12-14 มี.ค.นี้ ที่ “แกนนำ” หลายคนประกาศ “ไม่ชนะ-ไม่เลิก”

แม้ล่าสุด “รัฐบาล” จะนำ “พ.ร.บ.ความมั่นคง” มาใช้...ในช่วงวันที่ 11-23 มี.ค. 2553 เฉพาะในพื้นที่กทม.และปริมณฑล เพื่อป้องกันความวุ่นวายที่อาจเกิดขึ้นจากการชุมนุมใหญ่ของกลุ่มคนเสื้อแดง

แต่นั่นก็เป็น “กลยุทธหนึ่ง” ในการ “เตรียมการ” ของซีกรัฐบาล

แต่สำหรับ “คนเสื้อแดง” แล้ว...มีการตระเตรียมและวางแผนกันมาแล้ว 1 ในนั้นที่ร่วมวางแผนด้วยก็คือ “วิชิต ปลั่งศรีสกุล” สมาชิกบ้านเลขที่ 111 และเป็นทีมทนายความของพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ซึ่งว่ากันว่า “เขา” เป็นคนหนึ่งที่ “รับงาน” และ “เป็นสายตรง” ของ “นายใหญ่”

ชนิดที่ผู้คนมักจะเห็น “หลายคน” ไปพบปะกับ “เขา” บ่อยครั้ง...ที่มูลนิธิ 111 ซึ่งเป็นที่ตั้งเก่าของพรรคไทยรักไทย

วันนี้เราจะไปถอดรหัส “ความคิด” ของ “เขา” อีกครั้ง...โดยเฉพาะในเรื่องราวต่างๆ ที่เกิดขึ้นกับ “พรรคเพื่อไทย-สมาชิกบ้านเลขที่111-คนเสื้อแดง” เพราะดูเหมือนว่า “เขา” จะรู้ทุกเรื่อง

ที่สำคัญ “ทำไม...เขา” กล้าประกาศว่า ถ้าไม่มีการเปลี่ยนแปลง-ประเทศจะเดินหน้าไม่ได้...โปรดค้นหาคำตอบ!!!

Q : ปัญหาความไม่ลงรอย ระหว่างสมาชิกบ้านเลขที่ 111 (หมายถึงคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์) กับร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง ประธานส.ส.พรรคเพื่อไทย
A : คือจริงๆแล้ว อาจเป็นความผูกพันส่วนตัว ที่ยังมีความรักในตัวนายกฯทักษิณ (ชินวัตร) ก็มี ความรักในอุดมการณ์แนวทางการทำงานที่วางไว้อยู่เดิม ซึ่งเป็นคุณค่าของพรรคไทยรักไทย และขณะนี้พรรคพลังประชาชนเองก็ดี พรรคเพื่อไทยเองก็ดี ก็นำเอาคุณค่าของไทยรักไทยมาเป็นนโยบาย เช่น 30 บาทรักษาทุกโรค กองทุนหมู่บ้าน ธนาคารคนจน สิ่งเหล่านี้ถือเป็นคุณค่าที่นายกฯทักษิณและพรรคไทยรักไทยได้ดำเนินการมา คุณค่าเหล่านี้มันตกมาถึงพรรคพลังประชาชนและพรรคเพื่อไทย ความผูกพันตรงนี้ก็ยังคงมีอยู่ เพราะฉะนั้นการเสนอความคิดเพื่อที่จะเป็นทางออกของปัญหาประเทศขณะนี้ หรือการมุ่งเสนอความคิดที่จะพัฒนาประเทศของกลุ่มคน 111 ที่จะออกสู่สาธารณะ ออกสู่สังคม ออกสู่ทางทีวีบ้าง ออกสื่อต่างๆ มันก็เป็นความคิดที่ยังผูกพันอยู่กับทั้งนายกฯทักษิณ ทั้งพรรค

“แต่ถ้าจะบอกว่าก้าวล่วงเข้าไปถึงขนาดเข้าไปบริหารจัดการ หรือสั่งการ...ไม่มี, 111...ไม่มี ความขัดแย้งระหว่างคุณสุดารัตน์ กับคุณเฉลิม อาจจะเกิดจากความเข้าใจอะไรบางอย่างคลาดเคลื่อนกัน ซึ่งผมคิดว่าไมใช่เรื่องใหญ่ มันเป็นธรรมชาติของการเมือง เป็นธรรมชาติ สักพักนึงเขาคงจะกลับมาคุยกันได้ (หัวเราะ) เพราะฉะนั้นอันนี้ไม่ได้เป็นสาเหตุใหญ่”

Q : การตั้งวอร์รูม ประชุมสั่งการของคน 111 ที่ตึกชินวัตร 3

A : ก็...ไม่มีหรอก บางครั้งก็เราก็คุยกัน นี่ 111 ไปจัดร่วมกับ ตท.10 แข่งกอล์ฟกัน ก็มีอย่างนี้ เราก็ทานกัน รวมตัวกัน และกำลังจะมีกลุ่ม 111 โดยคุณวราเทพ (รัตนาการ สมาชิกบ้านเลขที่ 111 และอดีตรมช.คลัง) คุณจำลอง ครุฑขุนทด (สมาชิกบ้านเลขที่ 111 และอดีตรมช.ศึกษาธิการ) กำลังจะทำกลุ่มเพื่อประโยชน์ต่อสังคมอยู่ เขาก็กำลังดำเนินการอยู่ ซึ่งผมก็เข้าไปร่วมกับเขาด้วย ก็อาจจะเคลื่อนไหวโดยเสนอทางออกของปัญหา ในฐานะที่เป็นอดีตรัฐมนตรี รู้เรื่องปัญหาต่างๆ ก็อยู่ว่างๆก็มาใช้ประโยชน์ให้สังคม หรือเสนอแนวทางการพัฒนาประเทศ การแก้ไขปัญหาต่างๆ ก็เป็นเรื่องที่กลุ่ม 111 จะทำ

Q : แต่การที่เข้าไปร่วมประชุม หรือหารือบ่อยๆ อาจเหมือนเป็นการชี้นำทางการเมือง ซึ่งคนที่ไม่ชอบ ก็จะโจมตีว่าเป็นการแทรกแซงการทำงานของพรรค จากคนที่ไม่มีสิทธิ์ทางการเมือง

A : มันมีบางประเด็นที่เขาอาจจะมองว่า มีการไปชี้นำ ความจริงไม่มีเจตนาอื่นหรอก 111 อันไหนที่เป็นประโยชน์ เพราะในฐานะที่ยังผูกพันอยู่กับพรรคเพื่อไทย เนื่องจากว่ามีความผูกพันกับนายกฯทักษิณ มีความผูกพันกับพรรคไทยรักไทยเดิม ก็ไม่อยากจะทิ้งไปไหน มีอะไรก็เสนอแนะไป แต่เขาจะทำหรือไม่ทำ ก็เรื่องของเขา อันนี้ก็คงไม่ได้ไปก้าวล่วงถึงขนาดนั้น

Q : ในฐานะสมาชิกคนหนึ่งในบ้านเลขที่ 111 มองศักยภาพทางการเมืองของกลุ่ม 111 ว่าเป็นอย่างไร ยังมีพลังอยู่มากน้อยเพียงใด
A : ส่วนมากยังมีศักยภาพอยู่ อย่างกลุ่มที่แตกออกไปก็เห็นได้ชัดว่าเป็นเบื้องหลังในการขับเคลื่อน เช่น พรรคภูมิใจไทย...เราก็พูดได้ พรรคชาติไทยพัฒนา โดยคุณบรรหาร (ศิลปอาชา อดีตหัวหน้าพรรคชาติไทย) ก็..ขับเคลื่อนโดยคุณบรรหารก็เห็นกันอยู่ แต่สำหรับเพื่อไทยนี้ ก็จะเป็นกลุ่ม 111 ซะส่วนมาก 50-60 ท่านที่ยังอยู่เหนียวแน่น ยังคบคุยกัน พูดจาทำธุรกิจ ทำกิจกรรมร่วมกันในบางเรื่องก็ยังอยู่ กลุ่มนี้ก็จะไม่ได้มีบทบาทที่จะไปกำกับแบบคุณเนวิน (ชิดชอบ แกนนำพรรคภูมิใจไทย) แบบคุณบรรหาร แบบคุณสุวัจน์ (ลิปตพัลลภ แกนนำพรรครวมใจไทยชาติพัฒนา) แต่ว่ากลุ่มนี้จะไม่ทิ้ง ใครมีปัญหาในส่วนส.ส. บางทีรู้จักกันส่วนตัวก็ปรึกษากันได้ อาจจะชี้นำ ชี้แนะบางอย่างได้ในทางการเมือง อันนี้ก็เป็นเรื่องความผูกพันส่วนตัวมีอยู่ ก็ยอมรับกลุ่ม 50-60 คนยังอยู่ช่วยงาน ยังคิดกันอยู่

Q : ในขณะที่ “เพื่อไทย” ภาพการเข้ามาร่วมทำกิจกรรมทางการเมืองของ 111 ดูจะไม่ชัดเจนเท่าพรรคอื่น
A : เพื่อไทยมีบุคลากรและมีคนที่มีความรู้ความสามารถเข้าไปช่วยเยอะอยู่แล้ว อย่างเช่นคุณเฉลิมก็เก่ง พล.อ.ชวลิต (ยงใจยุทธ ประธานพรรคเพื่อไทย) ก็เก่ง คนที่อยู่ส่วนมากเป็นอดีตส.ส. เป็นส.ส.เก่าๆ ที่เป็นส.ส.อยู่หลายสมัย คุณไพจิต ศรีวรขาน ดร.พีระพันธุ์ พาลุสุข พวกนี้จะเป็นส.ส.เก่าที่มีความรู้ความสามารถอยู่แล้ว เพราะฉะนั้นตัวเขาเอง เขาเดินได้อยู่แล้วในทางการเมือง เพียงแต่ว่า 111 บางท่านก็อยากจะช่วย อยากจะสนับสนุน บางทีก็อาจจะล้ำหน้าไปนิดนึง ก็เลยทำให้คุณเฉลิมอาจจะมองว่านี่ไปก้าวล่วงเขา ก้าวก่ายเขา แต่ไม่ได้มีบทบาทที่จะไปสั่งการ กำกับอะไรไม่มี เพราะฉะนั้นจึงคิดว่า เรื่องของคุณเฉลิมกับคุณสุดารัตน์เป็นเรื่องเล็กๆ แค่นั้นเอง และเรื่องธรรมดามาก ไม่มีผลอะไรกระทบต่อพรรค หรือว่ากลุ่ม 111

Q : มองศักยภาพเสื้อแดงที่จะมีการชุมนุมใหญ่ 12-14 มี.ค.นี้ จะเป็นไปตามที่แกนนำประกาศว่าจะมีคนมาร่วมเป็นล้านอย่างไร
A : จากผลผลสะท้อนและที่ผมได้สัมผัส มันเป็นปรากฎการณ์พิเศษ ที่คนที่รวมตัวเรียกร้องประชาธิปไตย ความยุติธรรมมันผุดขึ้นมากทีเดียว เพราะฉะนั้น วันที่ 12-14 มี.ค.ผมเชื่อว่า “มามาก” แต่จะเป็นหลักล้านหรือไม่ ผมไม่แน่ใจ หลักแสนเกินแน่ คือหลักแสนมีแน่ แต่จะเป็นล้านอันนี้ผมไม่กล้าไปคิดถึงขนาดนั้น แต่ว่าคนจำนวนมากที่เขามีความรู้สึกถึงความเป็นประชาธิปไตย ถึงความไม่ยุติธรรมที่เกิดขึ้นในสังคม โดยเฉพาะรัฐบาลคุณอภิสิทธิ์ (เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี) ซึ่งมีหลายมาตรฐาน หรือบางคนบอกไม่มีมาตรฐาน กระบวนการยุติธรรมก็เป็นที่แคลงใจของกลุ่มประชาชน เพราะฉะนั้นไอ้ตรงนี้ก็จะเป็นสิ่งที่กระตุ้นให้วันที่ 12-14 มี.ค.นี้ คนน่าจะมามาก แล้วผมก็เชื่อว่าเกินแสนแน่นอน จะเป็นกี่แสน จะถึงล้านหรือไม่อันนี้ก็ต้องไปดูกัน

“กลุ่มคนเสื้อแดงถามว่ามีศักยภาพแค่ไหน ผมคิดว่าเขามาด้วยใจนะ มันไม่เป็นปรากฎการณ์ที่เป็นเหมือนสมัยก่อนต้องไปเกณฑ์กันมา นี่บางคนเพื่อนไม่มีสตางค์เขาออกสตางค์ให้อีก ต้องการที่จะมาเพื่อร่วมเรียกร้องในความเป็นประชาธิปไตย เรียกร้องความยุติธรรม ไอ้สิ่งเหล่านี้คือสิ่งที่ผมคิดว่ามันเป็นปรากฎการณ์พิเศษ ที่ประเทศไทยไม่ค่อยได้ปรากฏอย่างนี้”

Q : ที่คนมามาก เพราะส่วนหนึ่งมีสาเหตุมาจากผลคำวินิจฉัยคดียึดทรัพย์
A : แน่นอน คือผมเองก็เคยพูดว่า ผมไม่ได้เป็นห่วงว่าก่อนมีคำพิพากษา แต่ผมเป็นห่วงหลังจากมีคำพิพากษา เพราะว่าเราต้องยอมรับความจริงว่า ปัญหาของสังคมไทยเราขณะนี้มีความแตกแยก ค่อนข้างจะร้าวลึก การที่จะแก้ไขปัญหาความแตกแยกมันจะทำได้ด้วยหลายทาง คือ หนึ่ง...เรื่องของ “การเจรจา-ปรองดอง” แต่การเจรจาในรัฐบาลนี้ดูเหมือนจะไม่มีเลย ความคิดที่จะปรองดองของรัฐบาลนี้ไม่มีเลย มีแต่สร้างปัญหา มีแต่คิดไล่ล่า อันนี้ก็ตัดไปได้

อีกทางหนึ่งโดยหลักการ โดยทฤษฎีของการที่จะแก้ไขปัญหาความขัดแย้งในสังคม คือต้องมี “คนกลาง” ที่เป็นคนกลางจริงๆ ทุกฝ่ายเชื่อถือ แล้วมาตัดสินว่าต้องเป็นอย่างนี้ แต่วันนี้มันดูเหมือนว่ามันไม่มีคนเชื่อถือ ดูเหมือนเป็นอย่างนั้น ฝ่ายเสื้อเหลืองก็มองอีกมุมหนึ่ง ฝ่ายเสื้อแดงก็มองอีกมุมหนึ่ง เพราะฉะนั้นผลตัดสินออกมาอย่างไร มันก็ไม่มีความปรองดองที่จะสามารถแก้ไขปัญหาความขัดแย้งได้เลย กลับจะยิ่งร้าวลึกหนักเข้าไปอีก

เพราะฉะนั้นผมก็เป็นห่วงถึงได้บอกว่า ผมเป็นห่วงเหตุการณ์หลังจากศาลตัดสินมากกว่า หลังจากนี้กระบวนการต่างๆมัน...ความแตกแยกมันยิ่งลึกลงไปอีก เหมือนเอาคำพิพากษามาตอกย้ำให้บางฝ่ายที่เขาไม่พอใจอยู่แล้ว หรือมีข่าวว่ามีการตั้งธงโดยกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง เพื่อใช้ตรงนี้เป็นกลไก นี่ผมหมายถึงเป็นการวิเคราะห์นะ แต่ผมไม่ได้ว่าศาลจะเป็นเครื่องมือนะ เดี๋ยวจะกลายไปเป็นดูหมิ่น..ไม่ใช่ ผมกำลังพูดถึงหลักการ ทฤษฎีของการแก้ไขปัญหาความขัดแย้ง ต้องมีคนกลางที่เป็นกลางจริงๆ และเป็นที่เชื่อถือของทุกฝ่าย แต่เหตุการณ์วันนี้มันไม่ใช่อย่างนั้น

Q : มีคำถามว่าฝ่ายคุณทักษิณทำไมไม่ยอมรับคำตัดสินของศาล ทั้งที่มีการพูดเสมอว่าเชื่อในตัวองค์กรศาล

A : คือเราเคารพคำตัดสิน ไม่ว่าศาลชั้นต้น ศาลอุทธรณ์ ศาลฎีกา แต่เนื่องจากระบบ ณ ขณะนี้มันไม่ใช่เป็นศาลปกติ อันที่หนึ่ง...เป็นศาลการเมือง เป็นศาลเดียว เหมือนกับว่า...ศาลฎีกาด้วยกันแม้จะเป็นที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกา ก็เป็นศาลชั้นเดียว ซึ่งผิดหลักกระบวนการยุติธรรมสากล ซึ่งเขาจะต้องมีศาลในการกลั่นกรอง อย่างน้อย 2 ชั้น หรือ 3 ชั้น ไม่ใช่ศาลเดียวตัดสินจบ ไอ้อย่างนี้ก็เป็นมุมมองที่อาจจะมองว่าในส่วนของกระบวนการ มันอาจจะทำให้เราไม่ยอมรับ เพราะว่ามันเป็นศาลเดียว และองค์ประกอบอีกหลายๆอย่าง ที่แม้กระทั่งคณะคตส.เอง ก็มาจากคณะยึดอำนาจ ยึดอำนาจก็การเมืองแน่นอน แล้วก็เป็นกลุ่มบุคคลเพียงกลุ่มเดียวที่ใช้อำนาจในการออกกฎหมาย แล้วมาตั้งคตส. คตส.ก็เป็นปรปักษ์กับผู้ถูกกล่าวหา คือนายกฯทักษิณมาตลอด สังคมก็เห็นชัดว่าคนเหล่านี้ ไม่ว่าจะเป็นนายแก้วสรร (อติโพธิ) นายสัก กอแสงเรือง นายกล้าณรงค์ (จันทิก) หรือนายนาม ยิ้มแย้ม ก็จะเห็นอยู่ว่า “ภูมิหลังเป็นอย่างไร” นายสัก นายแก้วสรร เคยเป็นส.ว.ก็ถอดถอนนายกฯทักษิณ นายนามก็เป็นประธานอนุกรรมการกกต.ในการยุบพรรคไทยรักไทย คุณกล้าณรงค์ก็เคยขึ้นเวทีพันธมิตรฯ โจมตีนายกฯทักษิณ อันนี้ก็เห็นได้ชัดว่าคน เหล่านี้มาเป็นคนสอบสวน

“เมื่อที่มาข้างต้นมันมาแบบนี้เนี่ย มันก็เป็นเรื่องที่ธรรมดาที่ผู้ถูกกล่าวหา ย่อมจะมีความรู้สึกว่าตัวเองไม่ได้รับความเป็นธรรม เป็นเรื่องธรรมดา”

Q : มีคนบอกว่า ถ้าไม่เคารพคำตัดสินของศาล ปัญหาก็จะไม่จบ
A : โดยหลักการทุกคนต้องเคารพศาล แล้วศาลก็เป็นที่พึ่งสุดท้าย เป็นหลักสำคัญของประเทศ แต่ว่าศาลวันนี้ ผมไม่ได้ต่อว่าศาล เพียงแต่กระบวนการที่มาทั้งหลายมันอาจจะทำให้เกิดความระแวง แคลงใจ ไม่อาจที่จะยอมรับในบางส่วนของกระบวนการยุติธรรม อย่าง คตส.นี่รับไม่ได้แน่นอน ว่าจะให้ความเป็นธรรมกับนายกฯทักษิณ ไม่ได้...แน่นอน แต่เรื่องของศาลก็เป็นเรื่องที่ศาลก็ไปทำตามพยานหลักฐานที่กลุ่มที่เป็นคู่ปรปักษ์ทำมาให้ ชงมาให้ ท่านก็มีสิทธิ์ที่จะคิดของท่านอย่างนั้น เพราะฉะนั้นถามว่าทำไมคนอื่นเขาต้องให้ยอมรับ ก็ท่านประสบกับตัวเอง เห็นปัญหาชัดเจน จะไปโทษว่าท่านไม่ยอมรับ มันก็คงไม่ได้ ถ้าเป็นคดีปกติทั่วไปธรรมดา ก็เป็นเรื่องที่ทุกคนก็ต้องยอมรับ

Q : ประจวบกับเสื้อแดงก็ออกมารุกไล่กระบวนการทางศาลด้วย
A : มีการถอดถอน การวิพากษ์วิจารณ์หลังจากศาลตัดสินแล้วก็คงทำได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง “ข้อกฎหมาย” ว่าข้อกฎหมายที่ท่านตัดสินนั่น...ไม่ถูกนะ มันมีข้อกฎหมายอย่างนี้ ที่จะไปวิพากษ์วิจารณ์กับท่านได้ อย่างนี้ไม่ได้ผิด ละเมิดอำนาจศาลอะไร แต่ข้อสำคัญ...อย่าไปดูถูกดูหมิ่นท่าน อันนี้จะเป็นการหมิ่นศาล อย่างเช่นคุณสำราญ (รอดเพชร โฆษกพรรคการเมืองใหม่) ที่ไปบอกว่ามีศาลรับเงินอยู่คนละ 1 พันล้าน 4 ท่านแล้ว ไอ้อย่างนี้มันเป็นการดูหมิ่นศาล เพราะฉะนั้นการวิพากษ์วิจารณ์ก็เป็นเรื่องธรรมดา รู้สึกศาลก็จะรับได้อยู่  

Q : มีความเห็นอย่างไรกับการที่มีส.ส.ออกมาร่วมชุมนุมกับคนเสื้อแดง โดยเฉพาะการขนคนมาร่วม ที่มีบางฝ่ายออกมาตำหนิว่า ไม่เหมาะสมกับการเป็นส.ส.
A : คือผมว่ามันเป็นเรื่องปกตินะ เพราะว่าการชุมนุม “เสื้อแดง” ก็ประกาศเจตนารมณ์อยู่แล้วว่าจะชุมนุมโดยสงบ แล้วก็เปิดเผย เพราะฉะนั้นการที่ใครจะเป็นส.ส. ส.จ. ส.ว. จะมีญาติพี่น้องคนที่เคารพนับถือ เขาอยากจะมาร่วมชุมนุม หรือส.ส.เองไปร่วมชุมนุม ก็ไม่ได้ผิดอะไร เพราะมันเป็นการใช้สิทธิ์ตามรัฐธรรมนูญ

Q : กรณีพ.อ.อภิวันท์ (วิริยะชัย) ที่ถูกโจมตีในการทำหน้าที่รองประธานสภาฯ ซึ่งมีส.ส.ประชาธิปัตย์เตรียมรวบรวมรายชื่อถอดถอน
A : ก็เขาทำหน้าที่ส่วนตัวอย่างไร เราก็ต้องแยกกัน ในส่วนของประชาธิปัตย์เองก็เห็นเยอะแยะ ส.ส.ประชาธิปัตย์ก็ขึ้นเวทีพันธมิตรฯ ไปขึ้นเวทีวิพากษ์วิจารณ์กับเอเอสทีวี ก็มีเยอะแยะ เราก็ต้องแยกแยะการทำหน้าที่ ว่านี่เป็นความคิดเห็นส่วนตัวเขา เขาอาจจะชอบเสื้อแดง ชอบประชาธิปไตย เห็นด้วยเขาก็ไปพูดไปจา ไม่เห็นเป็นไร ทำหน้าที่ส.ส. ทำหน้าที่ประธานสภาฯ รองประธานสภาฯ ก็ทำหน้าที่ตรงนั้นให้ยุติธรรม เป็นธรรม เราก็ต้องแบ่งแยก

“ถ้าพูดถึงตรงนี้แล้ว ถ้าเราย้อนกลับไปดูในส่วนขององค์กรต่างๆ อย่างคตส.ก็มีผู้พิพากษามาเป็นคตส.หลายท่าน ป.ป.ช.ก็มีผู้พิพากษาหลายท่าน ซึ่งผู้พิพากษาทำหน้าที่ตัดสินคดี แต่กลายเป็นเรื่องที่เป็นคนสอบสวนอย่างนี้ มันก็เหมือนกับผิดฝา ผิดตัวทำนองนี้มาก ซึ่งตรงนี้จะมีผลกระทบมากกว่า”

Q : เป็นเรื่องของพฤติกรรมการเลียบแบบที่เกิดขึ้น
A : คือทางเราไม่เคยทำอย่างนั้น หมายถึงว่าถ้าจะเปรียบเทียบกัน เพราะว่ากระบวนการเหล่านี้มันเกิด มันเสียศูนย์มาตั้งแต่ปฏิวัติ 19 กันยาฯ มีการตั้งผู้พิพากษาไปเป็นคตส. ตั้งผู้พิพากษาไปเป็นกกต. ตั้งผู้พิพากษาไปเป็นตุลาการัฐธรรมนูญ แล้วไปยุบไทยรักไทย อันนี้มันเป็นกระบวนการที่.เขาถึงบอกว่า เนี่ย...ผลเสียจากการมีการรัฐประหาร ผลเสียจากระบอบเผด็จการ ผลเสียจากระบอบอำมาตยาธิปไตย มันก็จะเกิดกรณีเหล่านี้ขึ้นมา เพราะมันจะมีการแทรกแซงองค์กรต่างๆมาก โดยใช้บุคคลที่เป็นพวกตัวเองเข้าไป ที่สำคัญเข้าไปแก้ไข เขียนรัฐธรรมนูญปี 2550 ให้อำนาจพวกนี้ กลุ่มพวกนี้ ซึ่งเป็นคนของตัวในการวินิจฉัย หยิบเรื่องเอาใครออกก็ได้ เอานายกฯสมัคร (สุนทรเวช) ออกก็ได้ เอานายกฯสมชาย (วงศ์สวัสดิ์) ออกก็ได้ ยุบพรรคเมื่อไหร่ก็ได้ นี่คือกระบวนที่มา แต่ฝ่ายเราไม่เคยทำอย่างนั้น มีข้อกล่าวหาเดียวที่ถูกกล่าวหาก็คือเรื่องล้มล้างสถาบัน ซึ่งมันก็ไม่ได้เป็นความจริง ใครจะไปล้มล้างสถาบันได้ในประเทศไทย...ไม่มี ส่วนเรื่องการแทรกแซงองค์กรต่างๆ ขณะนี้ตั้งบุคคลเป็นอย่างนี้ เราไปเลียนแบบหรือเปล่า ไม่ใช่ กรณีคุณอภิวันท์เป็นเรื่องของความคิดเห็นส่วนตัวของเขา อย่างคุณสามารถ แก้วมีชัย ก็ไม่เห็นไปร่วม เขาเป็นคนของพรรคเพื่อไทย และเป็นรองประธานเหมือนกัน เขาไม่เคยไปร่วมกับเวทีเสื้อแดง คือภาระส่วนตัวของเขาก็ว่าไป เราคงไม่ไปละเมิดสิทธิ์ แต่อยู่ๆจะมาถอดถอนคุณอภิวินท์ อ้างสิ่งเหล่านี้ ผมว่าต้องไปถอดถอนผู้พิพากษา หรือไปถอดถอนทหารที่เข้าไปมีส่วนร่วมทำอะไรต่ออะไร มากกว่า

Q : กรณีการยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจของฝ่ายค้าน ควรเลื่อนออกไปเพื่อรอให้เสื้อแดงออกมาเคลื่อนไหวเสร็จสิ้นก่อน
A : อยู่ที่ความพร้อม เพราะในสภาฯกับข้างนอก...คนละส่วน

Q : ไม่ต้องรอ
A : ไม่จำเป็นนี่

Q : แต่มีบางเสียงบอกว่า ถ้ายื่นญัตติจะเป็นการปิดทางให้มีการประกาศยุบสภา ซึ่งอาจขัดกับสิ่งที่เสื้อแดงเคลื่อนไหว

A : ก็...ในส่วนนั้นผมว่าแล้วแต่ความพร้อมของพรรคเพื่อไทยมากกว่า เพราะการเรียกร้องก็ไม่ได้คิดว่า “อภิสิทธิ์” จะยุบสภาง่ายๆ อย่าไปคิดว่าเขา...ตรงไปตรงมาก็คือเขามีคนหนุนหลัง เขาไม่ได้เป็นตัวของตัวเอง ส.ส.พรรคร่วมรัฐบาลบางฝ่ายเอง เขาก็ยังเรียกร้องให้ยุบสภาด้วยซ้ำ แต่เขาทำไม่ได้ เพราะฉะนั้นไอ้ความหวังว่าประชาชนขับเคลื่อนแล้วจะมีการยุบสภาได้ง่ายๆ คงจะไม่ง่ายอย่างนั้น ผมว่ามันคนละส่วนกัน ทำหน้าที่ในสภาฯก็ว่าไป   

Q : จุดที่มองว่าจะเกิดขึ้นคืออะไร หากไม่ใช่การยุบสภา จะปฏิวัติหรือ?

A : (หัวเราะ) ก็...ผมว่าการเปลี่ยนแปลงต้องมีขึ้นแน่นอน เพราะว่าไม่เคยปรากฏว่า “ประชาชน” จะตื่นตัวมากถึงขนาดนี้ ผมว่าคราวนี้ตื่นตัวมาก แล้วก็ตื่นตัวในสิ่งที่เป็นหลักการของชาติ เป็นอุดมการณ์ของชาติด้วยก็คือประชาธิปไตย ภายใต้พระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข และความยุติธรรม อันนี้เป็นส่วนสำคัญมาก ที่ผมว่ามาถูกเป้าหมาย ถ้าไม่มีการเปลี่ยนแปลง ประเทศมันจะเดินหน้าไม่ได้ แต่จะเปลี่ยนแปลงโดยการเจรจา หรือจะยุบสภา หรือจะโดยอภิสิทธิ์ลาออก มีการเปลี่ยนแปลงได้แค่ไหน ก็แล้วแต่เหตุการณ์ คงไปบอกล่วงหน้าไม่ได้ ต้องไปดูเอาตอนช่วงนั้น

Q : เชื่อมั่นพลังเสื้อแดงที่จะออกมามีพลังทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงได้

A : ผมว่ามีผลในการเปลี่ยนแปลงแน่
………………………….


กลับสู่หน้าหลัก
เพิ่มความคิดเห็น
rules
KT   |183.89.105.xxx |08-03-2010 20:45:59
หมายความว่าร.ส.ช.ที่ให้สัมปทานถูกต้อง คมช.ที่มายึดทุกอย่างผิด กูคนไทยไม่โง่หรอก
Anonymous   |58.147.71.xxx |09-03-2010 10:15:40
ใครก็ตามที่ยักคิ้วหลิ่วตา เลือกข้างมาตั้งแต่แรกนั่นแหละ คุณคือตัวปัญหาของประเทศนี้ ไม่มีความเป็นธรรม ไม่มีความเป็นกลาง ไร้มาตรฐาน ในแบบอย่างที่ควรจะเป็น

บ้านเมืองนี้แตกแยกป่นปี้เกินกว่าที่คุณคิด สุดท้ายคุณจะคือคนแรกแรกที่ต้องได้รับมหาวิบัติคราวนี้

ถ้าคุณมั่นใจในอำนาจของคุณ คุณต้องการกำจัดคนที่คุณคิดว่าเป็นศัตรู มันมีวิธีที่ดีกว่า ง่ายกว่ามากมาย ประชาชนก็จะไม่แบ่งแยกเป็นสี เป็นพวก ทำไมต้องทำร้ายประเทศขนาดนี้

ร่วงโรยออกป่านฉะนี้แล้ว ส่องกระจกดูสิ มันไม่หลอกหลอนอะไรหรอก นอกจากคุณหลอกตัวเอง จะได้นานสักแค่ไหน

โอ้หนอ กะเทยเฒ่า ไม่มีเมีย แต่งตัวเป็นชายแต่มีผัวนับไม่ถ้วน ไม่น่าเชื่อประเทศนี้คนมันเชิดชู คนวิปริต วิตถาร
ฟฟ   |58.137.23.xxx |09-03-2010 10:30:07
พูดหมาๆ เอาแต่ได้ พวกแดงพถร่อยของพวกเมิง มันถูกทุกอย่าง ไอ้หน้าตัวเมีย กลับไปอยู่กะผัวเมิงไป
kooderm  - ปปช น่าจะมีอำนาจตรวจสอบคนที่ติดต่อราชการด้วยนะ   |125.25.220.xxx |09-03-2010 10:54:45
พวกทนายหน้าหอพวกนี้ รวยขึ้นมามากแค่ไหน ปปช หรือหน่วยงานใด น่าจะทำการตรวจสอบด้วยนะ

รวมถึงพวก นปช ทั้งหลายด้วยนะ

ดูแล้ว พวกอีแร้ง ต่างชาติ ต้องการอยากได้ไทยเสียเหลือเกิน

ฝันไปได้เลย ต่อให้อเมริกามาบุกยึด ก็ทำไม่ได้ ไม่เชื่อไอ้กันลองดูสิ จะยิ่งกว่า สงคราวเวียดนามอีก
gonui  - คนไทยจริงๆๆมีแต่คนจน   |119.42.101.xxx |10-03-2010 15:46:18
ทำไร่ทำนามาขายก็โดน กดราคา ก็คนพวกไหนกันหละรู้ๆๆกันอยู่ ทุกวันนี้มันไม่ใช้ประชาธิปไตยแล้ว มันเป็นประชาธิปใคร ใครมีอำนาจก็โกงกินกัน ตั้งแต่ตัวเล็กจนถึงตัวใหญ่ มันก้ไม่แปลกที่ใครๆก้อยากมีอำนาจ ก่อนเป็น สส คนละเรื่อง หาเสียงหวัดตั้งแต่ลุกเล้กเด้กแดง พอเป็น สส แล้ว ไม่เคยเห็นหัว ประชาชนเดือดร้อนยืนหนังสือไม่เคยมารับ ต้องปิดถนน 2-3วัน ถึง จะเห้นหัวออกมารับหนังสือ เป็นงี้ทุกรัฐบาลเลย เพอหละ เหนื่อย
ชัดๆ   |125.27.65.xxx |11-03-2010 01:30:02
คือเราเคารพคำตัดสิน ไม่ว่าศาลชั้นต้น ศาลอุทธรณ์ ศาลฎีกา แต่เนื่องจากระบบ ณ ขณะนี้มันไม่ใช่เป็นศาลปกติ อันที่หนึ่ง...เป็นศาลการเมือง เป็นศาลเดียว เหมือนกับว่า...ศาลฎีกาด้วยกันแม้จะเป็นที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกา ก็เป็นศาลชั้นเดียว ซึ่งผิดหลักกระบวนการยุติธรรมสากล

--------------

ควาย ... แล้วหมาตัวไหนวฟะ เตรียมยื่นอุทธรณ์ที่เขากำหนดให้ภายในสามสิบวัน อ้างเรื่องสมัย รสช ฯ จนเมื่อดูกฎหมายอีกที เขากำหนดให้ต้องเป็นหลักฐานใหม่เท่านั้น
ตอนนี้เลยออกมาไล่ศาลแทน

ไอ้พวก 111 อะไรนี่ไร้สาระ ไปสัมภาษณ์มันทำไม ก็แค่นักเลือกตั้งกับกลุ่มนายทุน เกาะขาไอ้เหลี่ยมหากินไปวันๆ

ถามพวกมันนะ ถามคนเดียวพอ รับรองตำตอบเหมือนกันหมด
มันเลียเป็นอย่างเดียว
แสดงความคิดเห็น
ชื่อ:
อีเมล์:
 
หัวข้อ:
กรุณาใส่ anti-spam code

3.26 Copyright (C) 2008 Compojoom.com / Copyright (C) 2007 Alain Georgette / Copyright (C) 2006 Frantisek Hliva. All rights reserved."