“สถานการณ์ประเทศไทย” ในช่วง “ก่อน-หลัง” การตัดสินคดียึดทรัพย์ 7.6 หมื่นล้านบาทของ “ทักษิณ ชินวัตร” ถูกหลายฝ่ายวิพากษ์วิจารณ์กันไปต่างๆ นานา
“บางคน” ไม่ขอพูดถึง...ขอ “รอผลการตัดสิน” ออกมาก่อน แต่ “บางคน” ก็กล้าทำนายล่วงหน้า...แบบมี “นัยยะ” ซ่อนเร้น...แอบแฝงอยู่ เพื่อไม่ให้เกิดความได้เปรียบ-เสียเปรียบ ของ “ฝ่ายการเมือง” ไม่ว่าจะเป็นซีกไหน-ขั้วไหน-สีไหน สัปดาห์นี้ “ไทยอินไซเดอร์” ขอนำเสนอบทสัมภาษณ์แบบ Uncut ไม่มีปรุงแต่งของ “สุขุม นวลสกุล” ชาวจังหวัดยะลา บุรุษที่เป็นทั้งนักวิชาการทางรัฐศาสตร์-นักพูด-วิทยากรวิเคราะห์ข่าวการเมืองประจำช่อง 3 ทั้งยังเป็นอดีตคณบดีคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง และอดีตอธิการบดีมหาวิทยาลัยรามคำแหง ซึ่งประสบการณ์ด้าน “การนำเสนอความคิดที่ตรงๆ” ของ “เขา” เป็นที่ประจักษ์และรับรู้กันดีในแวดวง “คนการเมือง” งานนี้...ถ้าอยากรู้ว่า ทำไม...เขาถึงกล้าบอกว่า “คนไทยฉลาดขึ้น” ทำไม...เขาถึงกล้าฟันธงว่า “อำมาตย์” มีอำนาจลดลง ทำไม...เขาถึงกล้าชี้นำว่า “การเมืองไทยไม่มีทางตัน” และทำไม...เขาถึงกล้าพูดว่า “แม้ทักษิณตาย...เรื่องก็ไม่จบ” บรรทัดจากนี้ไป...คือคำตอบ...โปรดใช้วิจารณญาณในการใช้สติและปัญญา….ในการ “คิดตาม” ...555Q : เสื้อแดงยืนยันว่า แม้คำตัดสินจะออกมาแบบใด ก็ยังจะชุมนุมอยู่ตามแผนเดิมที่วางไว้ A : นั่นสิ...ถ้าสมมติมันเกิดผลว่า “ไม่ยึด” มัน..การชุมนุมอาจจะไม่มีคนมามากเท่ากับที่เขาคิด “ถ้ายึด” คนอาจจะมากกว่า “ไม่ยึด” Q : แต่หากศาลมีเหตุผลมาประกอบที่เพียงพอ “จำนวนคน” อาจจะไม่มากก็ได้ A : มันก็มีเหตุผลเหมือนกัน แต่ว่ามันมีเหตุผลต่อมวลชน แต่ว่าพวกแกน(นำ) เขาตั้งใจอยู่จะให้รัฐบาลลาออก จะให้ยุบสภา มันไม่ใช่ว่ายึด-ไม่ยึด เหตุผล-ความมุ่งหวังของแกน(นำ) แต่ว่ามวลชนขึ้นอยู่กับสถานการณ์ มันจะทำให้เขาออกมามั๊ย ถ้าเขารู้สึกว่าไม่ได้รับความเป็นธรรม เขาก็อาจจะออกมามากขึ้น Q : คดียึดทรัพย์เป็นแค่ส่วนหนึ่ง A : ใช่ๆ คุณพูดถูก เป็นองค์ประกอบหนึ่ง ซึ่งมันจุด...อาจจะระเบิดได้ จุด...อาจจะขยายได้ เพราะว่าจริงๆดูสิ มันไม่มี 26 ก.พ. มันก็มีชุมนุม ก็แล้วแต่ว่ามันมีเหตุมั๊ยในแต่ละจังหวะ Q : กับกระแสข่าวการติดสินบนศาล เพื่อล้มคดี A : ผมว่าอันนี้เป็นเรื่อง “พูดดักคอ” ซึ่งเป็นวิธีการที่มันไม่สง่างาม คือหมายความว่า “ดัก” เพื่อจะให้ตัดสินให้เข้าทางตัวเอง ผมคุยกับใครมา ก็คิดแบบนี้หลายคน Q : ถ้าคำตัดสินออกมาว่าไม่ยึด ก็จะถูกโจมตีว่า “ศาลซื้อได้” A : อ่า..ก็เพื่อจะ...ไม่ยึดเพราะถูกซื้อรึเปล่า ให้คนตั้งข้อสงสัย!!! Q : แต่ถ้ายึด ก็จะบอกว่าศาลซื้อไม่ได้ A : (หัวเราะ) เขาก็พยายามให้คนคิดอย่างนั้นนะ พยายามจะให้ศาลคิดอย่างนั้น Q : มองแล้วเหมือนเป็นการกดดันศาลด้วย A : มัน...มันก็ชัดเจน ผมมีความรู้สึกอย่างนั้น ว่ามันกดดัน ส่วนจะผิดหรือไม่ อันนี้ผมไม่ใช่นักกฎหมาย Q : คำตัดสินของศาลที่ออกมา เป็นตัวชี้วัดถึงสิ่งที่ผ่านมาของพ.ต.ท.ทักษิณว่าผิดจริงหรือไม่ A : ไม่อ่ะ..คือขณะนี้เขาเดือดร้อนอยู่แล้ว เดือดร้อนตรงไหน เดือดร้อนตรงเข้าบ้านเมืองไม่ได้ เพียงแต่อันนี้มา เขาจะมาชี้อีกทีหนึ่งว่า เขาโดนรังแก หรือไม่โดนรังแกQ : สถานะพ.ต.ท.ทักษิณย่อมต่างกัน ระหว่าง “ถูกยึด” กับ “ไม่โดนยึด” A : สถานะเขา...เขาคงยังสู้อีก แต่ถึงแม้จะไม่โดน (ยึด) ก็ยังสู้อีก เขาก็ยังกลับบ้านเมืองไม่ได้ Q : มีการยื่นข้อเสนอจากพ.ต.ท.ทักษิณเพื่อขอเจรจา A : จริงๆ คุณอภิสิทธิ์ (เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี) เขาไม่มีอำนาจจะมาเจรจาแทนศาล เพราะฉะนั้นเขาพูดอย่างนี้ มาเข้าทางเขามากกว่า “บอกมาสิ...มาคุยกัน” ผมอยากถามว่าใครมอบอำนาจให้คุณอภิสิทธิ์เป็นตัวแทน คือ “ทางนี้” มันเป็น “ระบบ” มันไม่ใช่เป็น “บุคคล” คุณทักษิณเขาคิดว่าสิ่งที่เกิดขึ้นเพราะ “บุคคล” เป็นคนสั่งๆๆ เขาก็อยากจะคุยกับคนนั้น แต่จริงๆแล้ววันนี้มันมาไกลเกินกว่า “บุคคล” แล้ว คือหมายความว่า มันจะมีอะไรได้ มันต้องเปลี่ยน “ระบบ” อย่างคดี 2 ปี (หมายถึงคดีที่ดินรัชดา) มันจบแล้วนี่ จะมายกเลิกกันต้องเปลี่ยน “ระบบ” ออกนิรโทษกรรม
เสียงสัมภาษณ์ JavaScript is disabled! To display this content, you need a JavaScript capable browser.
Adobe Flash Player not installed or older than 9.0.115! Q : การคุย...เจรจาตอนนี้ ตัวบุคคลไม่มีความหมาย ไม่เกี่ยวกับตัวบุคคลแล้ว A : คือการคุยถามว่า “บุคคลไหน” จะกล้ามาคุย “บุคคลไหน” จะกล้าบอก...ฉันเป็นเจ้าของระบบ “บุคคลไหน” จะมาบอกว่า...ฉันมีอำนาจในการเปลี่ยนระบบได้ ในเมื่อคดีมันจบไปแล้ว Q : แต่อาจมีการใช้กลไกทางสภาฯ ผ่านส.ส. A : ก็ตรงนี้เขาถึงได้บอก ถึงตรงนี้เขาถึงไม่หยุดไง ถึงใช้ส.ส. ต้องเลือกตั้ง ต้องตั้งต้นกันแบบว่ารัฐบาลเป็นฝ่ายเขา เพราะฉะนั้นถึงได้บอกว่า “ยึด-ไม่ยึด” ก็ไม่จบ Q : ทางออกที่เหมาะสมกับสถานการณ์ตอนนี้คืออะไร??? A : ผมไม่คิดQ : ทำไม??? A : ผมเป็นคนกำหนดระบบไม่ได้ ถ้าผมเสนอ คือให้เคารพกฎหมาย ต้องเชื่อศาล ถ้าไม่เชื่อ มันก็ไม่มีทางจบ Q : ตอนนี้รัฐบาลเองก็ตีข่าวว่าวันที่ 26 ก.พ.นี้ อาจมีความรุนแรงเกิดขึ้น รัฐบาลวิตกมากไปหรือไม่ A : คือคนมันกลัว คนมันวิตก “ไอ้ตีข่าว” ไม่มาก แต่ “ไอ้ใส่ไข่” นี่สิ คือมันทำให้อีกฝ่ายเอามาพูดได้ คือฝ่ายรัฐบาลเป็นฝ่ายเสียเปรียบ คือว่าถ้าพูดอะไรมา เขาก็จะว่า อ้าว..คุณมีอำนาจอยู่ อย่างเช่น มีเงินเข้ามา ทำไมคุณไม่บอกเข้ามาตอนไหน เข้ามายังไง คุณมีสิทธิ์เรียกใช้ เรียกอะไรมาชมได้นี่ ว่ามันเข้ามายังไง เปิดเผยเส้นทางได้ต่างๆ มันไม่เหมือนกับคุณ-กับผม ใช้เดา แต่ของเขาพูดมา คุณเป็นรัฐบาล คุณมีอำนาจ “คุณบอกว่าเงินเข้ามา คุณบอกมาเลย เงินมันมาเส้นทางไหน บอกมาเลย เพราะคุณสามารถเรียกธนาคารชาติเช็คเงินเข้าประเทศได้ ก้อนใหญ่ 200 กว่าล้านเข้ามาทางไหน คุณน่าจะทำได้”Q : รัฐบาลอ้างว่า “เพื่อความไม่ประมาท” A : การเตรียมป้องกัน...ไม่ว่ากัน ผมว่าเป็นเรื่องปกติ คนรักษาความสงบในบ้านเมืองต้องไม่ประมาท “กันไว้ดีกว่าแก้” อะไรก็แล้วแต่ แต่ว่าไอ้เรื่องที่มาพูดถึง “คนนั้นไปรับเงินมา” ตรงนี้ต้องระวังเหมือนกัน เพราะว่าคุณเป็นรัฐบาลอยู่ พูดจาแล้วมันจะถูกท้าตรงนี้ พอไม่เปิดเผย ก็กลายเป็นว่าคุณปั้นน้ำเป็นตัว “ในลักษณะของการป้องกัน ผมว่ามันเป็นเรื่องปกติ แต่ไอ้เรื่องให้ข่าวเนี่ย ไม่ว่าจะเป็นโฆษกรัฐบาล ไม่ว่าจะเป็นโฆษกพรรค ต้อง...ผมว่าเกินไปหน่อย ”Q : กับสถานการณ์อย่างนี้ การที่รัฐบาล “ออกมามาก” กับ “ไม่ออกมา” อะไรจะดีกว่ากัน A : ไม่...ออกไม่ได้หรอก เพราะว่าจริงๆแล้ว รัฐบาลก็ต้องกลัว ถ้ามันเกิดความรุนแรงขึ้น มันก็มีคนพูดขู่ พูดในทำนองว่า เฮ้ย..เกิดนะโว้ย เป็นรัฐบาล ถ้าเกิดไม่วางมาตรการอะไรเลย ไม่ทำอะไรเลย แล้วมันเกิดขึ้นมา เป็นจำเลยแน่นอน Q : มีความเป็นไปได้ว่า การเมืองหลังคำตัดสินจะรุนแรงมากขึ้น A : มันก็ต้องแรง เพราะอะไรล่ะ มันยังไม่ถึงจุดหมายของมันไง “จุดหมาย” ก็คือต้องการให้มียุบสภา-แล้วเลือกตั้ง เรื่องนี้เอามาเป็นเหตุไม่ได้ ก็ต้องมีเรื่องอื่นอีกแหล่ะ เพราะเขาตั้งหลักอย่างนี้แล้ว ต้องเปลี่ยนข้างให้ได้ ยุบสภาแล้วเลือกตั้ง ยิ่งเขาเชื่อว่าเลือกตั้งแล้วฝ่ายเขาจะได้มากกว่าอย่างนี้ มันก็ต้องแรงขึ้น เรื่องนี้จบไปก็มีเรื่องอื่นอีก Q : ตอนนี้มีหลายคนเสนอทางออกของการยุบสภา เพื่อยุติปัญหา A : ก็คนเสนออย่างนี้เยอะ แต่ว่าจริงๆ ผมก็ไม่เชื่อว่า “ยุบสภาแล้วมันจะจบ” Q : เพราะอะไร??? A : เพราะว่า...มันจะไม่แพ้-ชนะกันเด็ดขาด คือดูตามสถานการณ์แล้ว กลุ่มเพื่อไทยคงได้เยอะอย่างที่ว่า แต่ก็ไม่เยอะพอที่จะชนะเด็ดขาด ชนะกันแบบ 19 ล้าน กับ 4 ล้าน ไม่แพ้-ชนะกันเด็ดขาด ฝ่ายที่แพ้ สมมตินะ ฝ่ายที่อยู่กับปีกรัฐบาลขณะนี้แพ้ ก็จะพูดเป็นเสียงกัน “แพ้อำนาจเงิน” ทีนี้ถ้าฝ่ายรัฐบาลเป็นฝ่ายชนะขึ้นมา อีกฝ่ายก็ไม่ยอมเหมือนกัน เพราะอะไร “แพ้เพราะอำนาจรัฐ” คุณดูสิเลือกตั้งแพ้-ชนะไม่เด็ดขาด มันฟ้องกัน เพื่อขอเลือกตั้งใหม่ แต่ถ้าชนะกันเด็ดขาด ไอ้คนแพ้แบบที่สงขลา “ใครอย่ามาฟ้องนะโว้ย เปลืองเงิน ลงไปเลือกตั้งใหม่” เพราะฉะนั้นตรงนี้ผลแพ้-ชนะมันไม่เด็ดขาดQ : ถ้ายุบสภาแก้ปัญหาไม่ได้ การเปลี่ยนระบบ ก็เป็นทางเลือกแทน A : “เปลี่ยนระบบ” ยิ่งเป็นไปไม่ได้ใหญ่ อย่างเช่น “ปฏิวัติ” คนไม่รับQ : แต่ล่าสุดมีข่าวว่า หลังคดียึดทรัพย์ถ้าสถานการณ์ไม่แน่นอน อาจมีการปฏิวัติ A : ก็เราเคยตัวกันว่า วิธีนี้เป็นวิธีแก้ปัญหา ซึ่งมันไม่ใช่ แล้วผมเชื่อว่านายทหารอย่างคุณอนุพงษ์ (เผ่าจินดา ผู้บัญชาการทหารบก) ซึ่งเหลือเวลาไม่กี่เดือนจะเกษียณ คงไม่เสี่ยง Q : เสื้อแดงตั้งเป้าเคลื่อนไหวม้วนเดียวจบครั้งนี้ หลายฝ่ายมองว่า ความวุ่นวายก็จะไม่จบตามอย่างที่เสื้อแดงพูด A : ไม่..อีกนานแหล่ะ ถ้าเลือกตั้งครั้งหน้า ถ้ามันยังแพ้-ชนะกันไม่เด็ดขาด ก็ยังอยู่อย่างนี้ Q : แต่การเลือกตั้งที่อีกฝ่ายชนะแบบเด็ดขาด ก็จะโดนกล่าวหาว่าเป็นเผด็จการ A : ไม่รู้ล่ะ แต่มันจะเป็นอย่างนี้ คุณลองคิดภาพดูละกัน ที่ผ่านมาถามว่า “พลังประชาชน” ชนะมั๊ย..ชนะ แต่ไม่เด็ดขาด ยังต้องอาศัยพรรคอะไรต่างๆเข้ามาร่วม มันยังเปลี่ยนข้างได้เลย Q : ในช่วงของ “ไทยรักไทย” ที่สามารถตั้งรัฐบาลพรรคเดียวได้ ซึ่งก็เป็นผลมาจากการชนะแบบเด็ดขาด แต่ก็ยังไม่รอด A : ก็มันถึงโดนปฏิวัติ เพราะมันเปลี่ยนตรงนั้นไม่ได้ มันเปลี่ยนตามระบบไม่ได้ ถึงได้ปฏิวัติ เพราะเขาเด็ดขาด เขาถึงได้ปฏิวัติไง แล้วหนนี้มันไม่เด็ดขาด มันถึงไม่ต้องปฏิวัติ Q : สมมติการเลือกตั้งครั้งหน้า ฝ่ายใดชนะแบบเด็ดขาดได้ มีความเป็นไปได้ว่าอาจจะมีการปฏิวัติเกิดขึ้น A : ก็มีความเป็นไปได้ แต่ว่ามันก็คงยากนะ เพราะกระแสมันไม่ใช่แค่ข้างใน ข้างนอกด้วย แต่มันจะไม่เด็ดขาด ไม่ต้องสมมติว่ามันจะเด็ดขาด Q : อาจารย์เชื่อจากเหตุผลอะไร??? A : อ้าว..ก็หนที่แล้ว ผมว่าสถานการณ์เขาดีกว่านี้ ในแง่ของ “พลังประชาชน” Q : เสื้อแดงที่เป็นฐาน A : มันลดลง “ฐานมันโดนเจาะ” ไปพอสมควรเหมือนกัน Q : แต่เสื้อแดงอ้างว่า ตอนนี้แดงทั้งแผ่นดินแล้ว A : ก็เขาอ้างไง ก็เห็นพยายามอยู่ ก็ไม่เห็นมัน “ทั้งแผ่นดิน” สักที Q : ที่โดนเจาะเกิดจากปัจจัยใด A : ปัจจัยถ้าเรียกภาษารัฐศาสตร์ เขาเรียกว่า Joy The Band Wagon คนชอบอยู่ข้างคนชนะ กลุ่มที่แยกตัวออกมา ก็คือมาอยู่ข้างผู้ชนะ ตอนนี้พรรคร่วมรัฐบาลคุณดู มันก็พรรคพวกเก่าทางโน้นไม่ใช่เหรอ มากันเยอะ เขาเห็นว่าทางโน้นเพลี่ยงพล้ำ ก็มาอยู่ทางนี้ซะ Q : แต่มันก็ผ่านมา 1 ปีแล้วกับการตั้งรัฐบาล เสื้อแดงอาจมากขึ้น A : แล้วคุณไม่คิดว่า “ฝ่ายนี้” เขาคิดว่าเขาเป็นรัฐบาล เขามากขึ้นมั๊ย เขามีความพร้อมในการดึงเสียงเพิ่มขึ้นมั๊ย เลือกตั้งคราวที่แล้วเริ่มหวุดหวิดมั๊ย ทั้งๆที่บอกว่าเป็นที่ของตัว แพ้เขาไม่มาก ไม่เหมือนใหม่ๆ แพ้ขาดเลย อะไรอย่างนี้Q : ตอนนี้ถึงแดงจะเปิดเกมรุกหนักหน่วงแค่ไหน ก็ไม่จบ A : “ไม่จบ” Q : เพราะรัฐบาลรับมือได้ มีตัวช่วย A : ไม่รู้ล่ะ สถานการณ์คือ...คนไม่ชอบความรุนแรง แดงเองก็ไม่อยากเป็นเหยื่อ เป็นจำเลยที่จะทำให้คะแนนตกไปอีก เพราะแดงหวังผลเลือกตั้งด้วย เพราะฉะนั้นแดงแบบเลือดทาแผ่นดิน ก็จะมีอยู่กลุ่มหนึ่ง แต่อีกแดงนึง ยังไงมันก็หวังเลือกตั้งด้วย เมื่อหวังเลือกตั้งด้วย สิ่งหนึ่งที่จะกลายเป็นจำเลยของสังคม คือถ้าก่อความรุนแรงขึ้นมา เพราะฉะนั้นแดงต้องพยายามยุให้ฝ่ายรัฐบาลเป็นฝ่ายก่อความรุนแรง Q : ส่วนหนึ่งจากกระแสสังคม A : กระแส สังคม...ใช่ เพราะอย่างบางครั้งเห็นมั๊ย อย่างคราวโน้น คุณจำลอง (ศรีเมือง แกนนำพันธมิตรฯ) จำได้มั๊ยคุณจำลองแก้ไม่ตกเลย พาคนไปตาย พรรคพลังธรรมนึกว่าจะ... เป็น..นำล้มรัฐบาลสุจินดา(คราประยูร) พอเลือกตั้งเข้า อ้าว..ตอบคำถามไม่ได้ พาคนไปตาย เสียท่าประชาธิปัตย์ไปเลย Q : ถ้าไม่มีคดียึดทรัพย์ การเคลื่อนไหวของเสื้อแดงจะไม่แรง A : มันก็อาจจะอ่อนตัวมากกว่านี้...ในช่วงนี้ มันอาจจะมีเรื่องอื่นเข้ามาแทน ก็จะมีเช่น คดีเมษาเลือด หรือแม้แต่คดีเหลือง...ไม่โดนสักทีวะ แค่นี้เขาก็ดึงคนได้อยู่พอสมควร เพียงแต่มันอาจจะไม่แรงเท่าไหร่ คือเงื่อนไขมันยังมีอยู่เต็มแผ่นดินให้เลือก แต่วันนี้อันนี้เป็นเงื่อนไขที่คล้ายๆได้รับความสนใจที่สุดQ : ที่เป็นเรื่องใหญ่ เพราะจะเป็นคดีที่บ่งชี้ถึงคดีความที่ผ่านมา และในอนาคตได้ A : ไม่หรอก มันก็มีส่วนทุกอย่าง แต่ว่ามันคดีใหญ่ เงินตั้ง 7.6 หมื่นล้าน จะเป็นเรื่องเล็กได้ยังไง “ยึดทรัพย์” คำนี้จะเป็นเรื่องเล็กได้ยังไง มันไม่ใช่ปรับนี่ ผมไม่รู้ศาลตัดสินยังไง ให้ผมออกความเห็น..ให้ได้ ผมออกได้ แต่ว่าแล้ว ผมไปว่าคนที่เขากดดันศาล แล้วผมละ ผมก็อยากให้บ้านเมืองสงบ ผมก็ต้องบอกว่า “ก็ต้องเชื่อศาล” Q : ระยะหลังเรื่องของกระบวนการยุติธรรมถูกกล่าวหาเรื่อง 2 มาตรฐาน สาเหตุเกิดจากอะไร A : มัน “มาตรฐานแปลกๆ” ไง คือผมก็เรียนรัฐศาสตร์ มันก็เรียนกฎหมายเป็นแค่ส่วนประกอบ แต่อันหนึ่งไง อย่างเช่น “กฎหมายนี่ไม่ลงโทษย้อนหลัง” นี่ถูกท่องมา ตั้งแต่เรียนกฎหมายเบื้องต้น คุณเรียนกฎหมายเบื้องต้น คุณโดนท่องคำนี้ แต่เอ๊ะ...มาตรฐานแปลกๆโว้ย มันมีกฎหมาย-มีย้อนหลังด้วย ปกติย้อนหลังได้เฉพาะการเป็น “คุณ” หนนี้ย้อนเป็น “โทษ” ก็ได้ นี่คือสิ่งที่แปลกในสายตาเรานะ ในความเชื่อเรา นี่เรียนกฎหมายเบื้องต้นมา ไม่ได้เรียนกฎหมายลึกซึ้งหรอก เขาบอกว่าปล่อยคนผิดไป 20 คน ดีกว่าเอาคนถูกเข้าคุกคนเดียว เพราะฉะนั้นสงสัยให้ปล่อย ไม่ใช่สงสัยให้จับ (หัวเราะ) เอ๋..เจอใหม่ ทำผิดคนเดียวยกทั้งเข่ง (หมายถึงคดียุบพรรคการเมือง) ไอ้อย่างนี้มันแปลก เพราะฉะนั้นไอ้คนที่เขาวิพากษ์วิจารณ์ ไปว่าเขาก็ไม่ได้ เพราะเขาบอกมันแปลก มันมีแปลก
เสียงสัมภาษณ์ JavaScript is disabled! To display this content, you need a JavaScript capable browser.
Adobe Flash Player not installed or older than 9.0.115! Q : มีคดีที่เป็นลักษณะนี้มาก A : ก็นี่อย่างน้อย 2 เรื่องที่ผมยกตัวอย่างให้คุณ คุณก็เถียงไม่ออกว่า ถ้าคุณเคยเรียนกฎหมายมา คุณเคยถูกท่องอย่างนี้ ปล่อยคนผิด 20 คน ดีกว่าเอาคนถูกเข้าตารางคนเดียว แต่เฮ้ย..เรามาเจอกฎหมายอะไร “ทำผิดคนเดียว-ตาย 111 คน” อะไรอย่างนี้Q : การตัดสินคดี ต้องยึดเฉพาะตัวบทกฎหมาย ตีความตามตัวอักษร หรือต้องใช้ความรู้สึกเกี่ยวกับความยุติธรรม เข้ามาร่วมด้วย A : ผมไม่ทราบนะ แต่ว่าจริงๆแล้ว มันก็ไม่ใช่ต้องตามกฎหมายเท่านั้น ไม่ใช่ว่าตามตัวบทกฎหมายแบบครบถ้วนทุกตัวอักษร เพราะอย่างคำว่า “ศาลรัฐธรรมนูญ” เขาถึงได้มีตุลาการเป็นทั้งรัฐศาสตร์ -ทั้งนิติศาสตร์ แต่ที่แน่ๆก็คือหลักกฎหมาย 2 ข้อที่ผมพูด Q : เป็นจุดที่ทำให้คนรู้สึกได้ A : เป็นจุดให้คนวิพากษ์วิจารณ์ได้ และพอดีเป็นศาลรัฐธรรมนูญด้วย เมื่อเป็นศาลรัฐธรรมนูญเนี่ย กฎหมายไม่ได้ห้ามวิพากษ์วิจารณ์ ก็เลยทำให้ความคิดพวกนี้มันแพร่ออกไป Q : จะเป็นบรรทัดฐานในอนาคต A : ไม่ทราบ เพราะเขาบอกว่าศาลรัฐธรรมนูญเขาตัดสินเป็นเรื่องๆ เขาไม่ได้ถือเหมือนศาลฎีกา ผมก็ไม่ทราบเหมือนกัน Q : มีแกนนำเสื้อแดงออกมาระบุถึงขั้นว่า ถึงแม้จะไม่สามารถวิพากษ์วิจารณ์ศาลได้ แต่ถ้าผลของการตัดสินคดีออกมา คนส่วนใหญ่รู้สึกไม่เห็นด้วย มันก็พังได้เหมือนกัน A : คือ “เสื้อแดง” เขาต้องการให้พังอยู่แล้ว ต้องการให้บ้านเมืองเปลี่ยนข้าง ต้องการให้รัฐบาลพัง เพราะฉะนั้นสาเหตุไหน อะไร ถ้าเผื่อมันเอาเข้ามาได้ ก็เอามา Q : การเคลื่อนไหวทางการเมือง ส่งผลให้กระบวนการยุติธรรมพังได้ A : ไม่รู้ละ แต่มันก็เป็นอย่างที่เห็นอยู่ ก็คือคนชักตั้งข้องสงสัยเพิ่มมากขึ้น ตั้งข้อสงสัยเรื่องศาล ปกติเมื่อก่อนก็ไม่มีใครตั้ง Q : ทุกคนก็ยังเชื่อว่า ศาลเป็นตัวของตัวเอง ถึงแม้จะมีคนออกมากดดันในหลายทิศทาง A : ไม่ทุกคนหรอก ก็มีกลุ่มไม่เชื่อ กลุ่มหนึ่งเชื่อว่า “เข้าข้างอีกข้าง” กลุ่มหนึ่งเชื่อว่า “สั่งได้” อีกกลุ่มหนึ้งเชื่อว่า “รับเงิน” แต่ความรู้สึกเรา...เราอยากให้คนรับศาล บ้านเมืองจะได้สงบ เพราะบ้านเมืองไม่มีหลักอะไรให้ยึดเลย มันก็สงบยาก Q : แต่อาจารย์บอกเองว่า บางอย่างเริ่มแปลกๆ A : ก็ถูกไง ถามว่าผมยังรับมั๊ย ผมก็ยังรับอยู่ แค่บอกว่ามันแปลกๆ ผมไม่ว่าคนที่เขาวิจารณ์ ผมไม่ว่าคนที่เขาบอกว่า เขาเชื่อว่าสั่งได้ เพราะว่ามีอะไรแปลกๆQ : มองการเมืองไทยถึงทางตันหรือยัง A : “การเมืองไม่เคยมีทางตัน ” เพราะ “การเมือง” หมายถึง “การไม่จำเป็นต้องรักษาคำพูด” อะไรพวกนี้ ต้องมีทางออก ถ้าการเมืองเป็นแบบที่เขาบอกว่า “ไม่เสียคำพูด” มันเจอทางตันไปนานแล้ว Q : แปลว่า “นักการเมือง” ต้องเสียคำพูดทุกคน A : อ้าว..การเปลี่ยนแปลงความคิด ขึ้นอยู่กับสถานการณ์ที่เปลี่ยนไป Q : นักการเมืองก็ยังเชื่อถือไม่ได้ A : ก็ต้องดูในแต่ละเหตุการณ์ “นักการเมือง” ก็ต้องพยายามทำให้คนเชื่อ จังหวะไหนคนเชื่อกลุ่มไหนมาก กลุ่มนั้นก็ได้เป็นรัฐบาล แล้วคนที่เป็นรัฐบาล...อย่านึกว่าเขาจะเชื่อคุณตลอดไป คุณอาจมีโอกาสกลับไปเป็นฝ่ายค้าน เมื่อเขาไม่เชื่อคุณ อย่างน้อยที่สุดความเชื่ออย่างหนึ่งก็คือ ใครแก้ปัญหาให้เราได้ วันนี้ฉันอาจคิดว่าเป็นคุณ ในทางการเมืองบางครั้งคนไปตบมือให้ทหารด้วยซ้ำไป เพราะคิดว่าทหารแก้ปัญหาให้ได้
เสียงสัมภาษณ์ JavaScript is disabled! To display this content, you need a JavaScript capable browser.
Adobe Flash Player not installed or older than 9.0.115! Q : เป็นความคิดที่ผิด A : ไม่ทราบ แต่ว่าเป็นความคิดที่สากลเขาไม่ยอมรับ Q : เหมือนกับประชาชนโดนหลอกครั้งแล้ว-ครั้งเล่า A : ไม่ใช่โดนหลอก โดนทำให้เชื่อครั้งแล้ว-ครั้งเล่า เหมือนที่คุณพูดถึงว่า ทำไมรัฐบาลเว่อร์ไปมั๊ย คือรัฐบาลก็พยายามทำให้เชื่อว่า การเคลื่อนไหวครั้งนี้มันมีเงินเข้ามาเกี่ยวข้อง Q : การที่รัฐบาลพูดออกมา …(หมายถึงเรื่องท่อน้ำเลี้ยง) A : ได้ผลทางการเมือง Q : แต่พิสูจน์ไม่ได้ ก็เป็นผลเสีย A : อ้า...ใช่Q : ถ้าไม่มีคุณทักษิณหรือคุณทักษิณตายไป ทุกอย่างจะจบมั๊ย A : “ก็ไม่จบ” มันยังไม่บรรลุจุดที่ต้องการ เพียงแต่มันจะแรงเท่านี้มั๊ย ในสังคมไทยที่ผ่านมาคุณมองตั้งแต่ต้นสิ “การเมือง” มันไม่เคยจบด้วยความแตกแยกนะ เอากันอย่างนี้เลยว่าตั้งแต่ 75 (หมายถึงปี 2475) เป็นต้นมา จนกระทั่งถึงปี 2519 เรากลัวคอมมิวนิสต์กันอยู่ไม่ใช่เหรอ นั่น “การเมือง” หรือเปล่า ก็ “การเมือง” เหมือนกัน เขาต้องการรูปนั้น เพราะฉะนั้นมันไม่จบ เพราะการเมืองมัน..ตราบใดที่คนในชาติมันยังมีกลุ่มคน ซึ่งผิดหวังกับระบบที่มันเป็นอยู่ มันก็ต้องมีคิดอีกระบบแน่ๆ
เสียงสัมภาษณ์ JavaScript is disabled! To display this content, you need a JavaScript capable browser.
Adobe Flash Player not installed or older than 9.0.115! Q : แต่การแตกแยกที่ผ่านมา ไม่มากเท่าครั้งนี้ A : แต่ว่าจะไม่เท่าครั้งนี้ ก็ไม่ได้ มันอาจจะหนักกว่าครั้งนี้ด้วยซ้ำไป “สงครามประชาชน” ไง คุณว่ามันเบากว่าครั้งนี้เหรอ ไอ้ที่รบกันอยู่แถวป่าอีสาน ไอ้ที่ทุ่งเขาค้อ ที่มันเป็นอนุสรณ์อยู่ มันรบกันหนัก สมัยหนึ่งเคยคิดว่า อีสานจะกลายเป็นลัทธิคอมมิวนิสต์ครอบหมด เขตอิทธิพลนะ เมื่อก่อนหนักมั๊ย ก็หนักเหมือนกัน ขบวนการคอมมิวนิสต์หน่ะ นั่นก็คือการเมืองเหมือนกัน เพราะฉะนั้นยังไม่จบQ : ส่วนหนึ่งที่เสื้อแดงยกขึ้นมาใช้เคลื่อนไหว คือเรื่อง “อำมาตย์” อาจารย์มองคำนี้อย่างไร??? A : คือผมสอนการเมือง ผมก็บอกอยู่ว่า “เมื่อก่อนอำนาจมันอยู่ในกลุ่มนี้” Q : เป็นไปตามที่เสื้อแดงอ้าง A : ไม่ได้เป็นไปตามที่เสื้อแดงอ้าง “ก็มันเป็นอย่างนี้” แล้วตอนนี้อำนาจของกลุ่มอำมาตย์มันลดลง เพราะสถานการณ์...คนมันฉลาดขึ้น ต่อมาวิธีการที่อำมาตย์มีอำนาจ มันไม่เป็นที่ยอมรับของสากล
เสียงสัมภาษณ์ JavaScript is disabled! To display this content, you need a JavaScript capable browser.
Adobe Flash Player not installed or older than 9.0.115! Q : แปลว่ามีการแทรกแซงการทำงานรัฐบาล แต่งตั้งบุคคลจริง A : เมื่อก่อนไม่ใช่แทรกแซง เมื่อก่อนมันกำหนดเลย รัฐธรรมนูญมันให้ส.ส.ส่วนหนึ่ง เริ่มต้น ส.ส.ประเภท 2 เราเลือกกันมาครึ่งหนึ่งนะ อำมาตย์ตั้งมาครึ่งหนึ่ง ตั้งแต่ปี 2475 ผมดูการเมืองมาตั้งแต่ 75 มันเพิ่งมาเลิกการมีส.ส.แต่งตั้งเอาเมื่อปีที่หลังการปฏิวัติ “จอมพล ป.” ตอนนี้ก็กลายเป็นวุฒิสภาแต่งตั้ง มันก็จะลดของมันลงมาเรื่อยๆQ : มารัฐธรรมนูญปี 2540 เลือกตั้งหมด พอมารัฐธรรมนูญปี 2550 ก็แต่งตั้งอีก A : ตอนนี้แต่งตั้ง เห็นมั๊ย นี่แสดงถึงอิทธิพลของอำมาตย์หรือเปล่า Q : ตั้งแต่ปี 2475 มาถึงปัจจุบันตัวอำมาตย์เอง …(ยังถามไม่จบ) A : ก็มีอำนาจลดลงไป แต่ว่าก็ยังมีอำนาจอยู่ Q : ลดลงไป เพราะประชาชนรู้มากขึ้น A : คนรู้มากขึ้น แล้วก็ระบบที่ข้าราชการเข้ามาแทรกการเมืองได้ มันไม่เป็นที่ยอมรับของสากล Q : “อำมาตย์” รู้ตัวว่าสากลไม่ยอมรับ ส่งผลให้อำนาจลดลง A : รู้..รู้ Q : แต่ทำไมยังมีอยู่ แล้วประชาชนต้องออกมาไล่ A : เออ..โกงนี่ผิดกฎหมายมั๊ย..ผิด ทำไมยังมีอยู่ละ กูก็แอบทำก็ได้นี่ กูไม่ได้บอก กูไม่เคยบอกสักคำว่ากูมีอำนาจ แต่กูทำน่ะ Q : แต่ที่อาจารย์พูด เหมือนที่เสื้อแดงหยิบยกมาโจมตีอำมาตย์ อาจารย์สนับสนุนแนวทางเสื้อแดงหรือเปล่า A : นั่นไง ผมถึงได้บอกว่า “ก็แล้วแต่” แล้วแต่จะคิด แต่ว่าสิ่งที่ผมพูด สิ่งหนึ่งก็คือ ผมจะเสื้อแดงหรือไม่เสื้อแดง...ไม่ทราบ แต่ผมไม่เอา ใครรุนแรง...ผมไม่เอาด้วย
เสียงสัมภาษณ์ JavaScript is disabled! To display this content, you need a JavaScript capable browser.
Adobe Flash Player not installed or older than 9.0.115! Q : มีบางคนออกมาบอกว่า ยุคนี้ไม่มีอำมาตย์แล้ว A : มี..มี Q : ภาพของการเข้ามามีอำนาจของอำมาตย์ “เมื่อก่อน” กับ “ปัจจุบัน” มันต่างกันเพียงใด A : “เมื่อก่อน” มันถูกกฎหมายที่เขาสร้างขึ้น “วันนี้” ไม่ถูกกฎหมาย มันก็ใช้วิธีบีบทางอ้อม วิ่งเต้น อะไรอย่างนี้ แล้วออกกฎหมายมา ประกวดราคา จริงๆแล้ว หลายครั้งที่ประกวดราคา มันคือการวิ่งเต้น เพราะฉะนั้นคุณอย่าไปคิดว่า ถ้าวิธีที่กฎหมายมีแล้ว กฎหมายไม่ให้แล้ว มันจะไม่มี ถ้ามันยังมีอยู่ คนมันก็ชี้ได้ ประกวดราคาที่ไหน ตั้งหลอกชาวบ้าน เห็นมั๊ยเพื่อให้ถูกกฎหมาย Q : แล้วการโจมตีป๋าเปรม (พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ) A : ผมไม่เกี่ยว ไม่วิจารณ์ตรงนั้น เพราะผมก็ไม่แน่ใจว่า มันถูกหรือผิด Q : แล้วทำไมการโจมตีองคมนตรี ชอบโยงไปถึงสถาบัน A : ผมก็ไม่ทราบเหมือนกัน ว่า “ทำไม” มันจะถึงกัน...ถึงขนาดนั้น Q : ในความเป็นจริง เราพูดถึงองคมนตรีได้มั๊ย A : ขอยกตัวอย่าง...“คุณนี่มันเลว คุณนี่มันใช้ไม่ได้ คุณนี่แย่” พอคนชักเชื่อๆ “ไทยอินไซเดอร์แย่” ได้มั๊ยQ : ต่อมาคนมันก็เชื่อได้ A : อ้า...ไม่รู้ คนคิดเอาเอง เห็นมั๊ย อย่างผมด่าคุณ “ไอ้เหี้ยนี่มันหลอกลวง แม่งหลอก เฮ้ยอย่าไปวางใจมันนะ มึงอย่าไปไว้ใจไทยอินไซเดอร์นะ” ได้มั๊ย ทั้งที่เป็นพฤติกรรมของคุณQ : ทั้งที่ความเป็นจริง อาจจะจริง หรือไม่จริงก็ได้ A : ไม่ทราบล่ะครับ แต่ว่าคนเนี่ย มันแยกออกจากสิ่งที่มันสังกัดอยู่ไม่ได้ ทีนี่พอ “องคมนตรี” สังกัด “ในหลวง” มันก็อาจจะกระเทือนถึงกันได้ เหมือนอย่างคุณ...อย่างที่ผมบอก Q : เมื่อก่อนการโจมตีองคมนตรี ค่อนข้างเป็นสิ่งที่ไม่สมควร ต่างจากในปัจจุบัน A : สมัยนี้คนมัน..เดี๋ยวนี้ “คนมันเชื่อมั่นตัวเองสูงขึ้น” คนเราเชื่อมั่นตัวเองสูงขึ้นเนี่ย เคารพคนอื่นน้อยลงนะ ระบอบประชาธิปไตยถึงบอกคนเสมอภาคกันไง อย่าไปว่าเขาโง่กว่าเรานะ อย่างน้อยเขารู้ว่าเขาควรเลือกใคร Q : ไม่ใช่เกิดจากกฎหมายไม่มีบทลงโทษกำหนดหรือห้ามไว้ A : ไม่ใช่..ไม่ใช่หรอก มันเป็นไปตามสภาพสังคม เหมือนอย่าง...ลูกต้องเคารพพ่อ-แม่ บางครอบครัวก็เคารพมากมาย มันมีสาเหตุที่เคารพ ตัวอย่างสมมติว่า เราต้องแบมือขอเงินพ่อ-แม่ตลอด ความเคารพเรามันต้องสูง จริงมั๊ย ท่านมีพระคุณ สามารถกำหนดความเปลี่ยนแปลงเราได้ แต่เมื่อไหร่เราเป็นฝ่ายเลี้ยงพ่อ-แม่ เผลอๆเราเคารพพ่อ-แม่น้อยลง สมมติพ่อขอ 20 บาท เอาไปทำไมตั้ง 20 บาท เราเริ่มตั้งข้องสงสัยได้ เพราะฉะนั้นมันอยู่ตรงนี้ มันอยู่สภาพสังคม มันอยู่สภาพลูกโตขึ้น อันนี้ก็เหมือนกัน ประชาชนฉลาดขึ้น ……………………..